<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายป่วยโควิด ครบ 14 วัน พ้นระยะแพร่เชื้อ ไม่จำเป็นต้องแยกกักตัว  แต่ต้องปฎิบัติป้องกันตัวต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64- นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า โรคยังคงแพร่ระบาดต่อเนื่อง ต้องเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้สัมผัสเชื้อที่อยู่ในบ้านและชุมชน เพื่อนำเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา ป้องกันไม่ให้แพร่กระจายเชื้อ สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่ได้รับการรักษาจนหายป่วยแล้ว และแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล กลับไปพักฟื้นหรือกักตัวต่อที่บ้านตามหลักเกณฑ์ของกรมการแพทย์ ขณะนี้มีวันละกว่า 20,000 รายทั่วประเทศ โดยยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 - 13 สิงหาคม 2564 มีผู้หายป่วยจากโรคโควิด 19 รวม 640,130 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ผู้ที่หายป่วยและได้ออกจากโรงพยาบาลหลังเข้ารับการรักษาจนครบ 14 วัน หรือกลับมากักตัวที่บ้านจนครบ 14 วัน จัดว่าเป็นผู้ที่พ้นระยะการแพร่เชื้อ และอยู่ในระยะที่ร่างกายฟื้นตัว ไม่จำเป็นต้องแยกกักตัวหรือแยกจากคนอื่นแล้ว สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งผู้ที่เคยติดเชื้อจะมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลัง 3 เดือนไปแล้ว จึงจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนในภายหลังด้วย อย่างไรก็ตามขอให้ยังคงต้องปฏิบัติดูแลสุขอนามัยตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค เพื่อป้องกันการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะยุติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1. &amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น เว้นระยะห่างทางสังคม
2. &amp;nbsp;ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ถูมือให้ทั่วถึง ก่อนรับประทานอาหาร และภายหลังเข้าห้องน้ำ ห้องส้วม หรือหยิบจับสิ่งของต่างๆ
&amp;nbsp;3. ไม่ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารและแก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น
&amp;nbsp;4. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาด ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แต่หากมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนให้ งด อาหารย่อยยากและอาหารประเภทนมหรือผลไม้สด
&amp;nbsp; 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ หรือยาเสพติดทุกชนิด เพื่อลดการทำลายอวัยวะภายใน ทำให้สุขภาพอ่อนแอลงได้
นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อไปอีกว่า ระหว่างที่พักฟื้นอยู่บ้าน ขอให้สังเกตตนเอง &amp;nbsp;หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ เช่น มีไข้สูง ไอมาก มีอาการเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร เป็นต้น อาการที่กล่าวมาอาจเกิดมาจากหลายสาเหตุ ทั้งอาจเป็นเชื้อไวรัสโควิด 19 หรือติดเชื้อชนิดอื่นๆ ได้ ขอให้รีบติดต่อที่สถานพยาบาลเดิมที่เคยรักษา หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 และหากต้องไปสถานพยาบาล ให้สวมหน้ากากอนามัยระหว่างเดินทางตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113273</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์, หายป่วยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61178577a1127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี! หายป่วยเพิ่ม 2,435 ราย มากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ เตียงว่างมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;1,911&amp;nbsp;ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ&amp;nbsp;1,902&amp;nbsp;ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp;1,749&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มาจากการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp;153&amp;nbsp;ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;76,811&amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสม&amp;nbsp;46,795&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะวันนี้หายป่วยถึง&amp;nbsp;2,435&amp;nbsp;ราย ซึ่งมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวกัน ทำให้มีเตียงว่างมากขึ้น อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;29,680&amp;nbsp;ราย อาการหนัก&amp;nbsp;1,073&amp;nbsp;ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp;356&amp;nbsp;ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 18&amp;nbsp;ราย อยู่ใน กทม.&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย สมุทรปราการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย นนทบุรี เชียงใหม่ สมุทรสาคร จังหวัดละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ปทุมธานี ยะลา สิงห์บุรี จังหวัดละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย เป็นชาย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย หญิง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย มี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายที่อายุ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี สาเหตุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;336&amp;nbsp;ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;155,820,246&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;3,255,270&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101960</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., หายป่วยโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78c2cbdd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
