<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อวัคซีน150ล้านโดส บิ๊กตู่สั่งเร่งจัดหาสำรองไว้/ตั้งเป้าก.ค.ฉีดวัยทำงานครึ่งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยทำงานเชิงรุกเร่งเจรจาหาวัคซีนเพิ่มให้ได้ 150 ล้านโดส ฉีดคนไทย 60 ล้านคน รับมือสถานการณ์โควิด พร้อมปรับแผนเดือน ก.ค.ต้องฉีดเข็มแรกวัยทำงานให้ได้ครึ่งประเทศ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผยไฟเซอร์ตกลงส่งวัคซีนเข้าไทยไตรมาส 3-4 กว่า 10-20 ล้านโดส เล็งฉีดให้เด็ก 12-18 ปี &amp;quot;คกก.โรคติดต่อ&amp;quot; ไฟเขียวฉีดซิโนแวคผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST ว่า เมื่อเราพิจารณาสถานการณ์ในภาพรวมที่เกิดขึ้นทั่วโลก เตือนให้เราเห็นว่าการระบาดของโควิด-19 ไม่น่าจะหายไปจากโลกนี้ได้โดยเร็ว เราต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตั้งแต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องทำเรื่องแรกคือ เราต้องเพิ่มจำนวนวัคซีนในมือของเราให้มากกว่านี้ วันนี้ตนสั่งการไปแล้วว่าประเทศไทยควรหาวัคซีนเพิ่มเติมให้เรามีถึง 150 ล้านโดสให้ได้ หรือมากกว่านั้น แม้ว่าบางส่วนอาจจะส่งมอบให้เราในปีหน้าก็ตาม เพื่อเตรียมการรับความเสี่ยงเรื่องวัคซีนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเราได้ตั้งเป้าไว้เดิมจัดซื้อวัคซีน 100 ล้านโดส เพื่อให้เพียงพอสำหรับฉีดให้ประชาชน 50 ล้านคน โดยหวังว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศได้ แต่คิดว่าเท่านั้นยังไม่พอ เพราะทุกวันนี้ถ้าเราฟังจากสถานการณ์ทั่วโลกก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จากไวรัสตัวนี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตนก็ยังมีความกังวลในเรื่องนี้ ระยะต่อไปคงต้องมีแผนสำรองตลอดเวลา แต่วันนี้เราก็ได้รับคำยืนยันแล้วทั่วโลกว่าฉีดดีกว่าไม่ฉีด และฉีดเข็มเดียวก็ดีกว่าไม่ฉีด ดังนั้นเราควรจะต้องมีวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศเรามีประชากรผู้ใหญ่อยู่ประมาณ 60 ล้านคน เท่ากับว่าเราจะต้องมีวัคซีนอย่างน้อย 120 ล้านโดส และเราต้องคำนึงแรงงานอื่นๆ ที่อยู่ในภาคธุรกิจของเรา นอกจากนั้นเราจะต้องมีวัคซีนเผื่อไว้เพียงพอสำหรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่นๆ ด้วย อาจจะต้องถึง 150-200 ล้านโดสในระยะต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงอายุการใช้งานของวัคซีนและสถานการณ์ในปีหน้าด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้การเจรจาสั่งซื้อวัคซีนของเรามีความคืบหน้าที่เร็วกว่านี้ ให้มีการเจรจากับผู้ผลิตหลายรายเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้วัคซีนเพิ่มขึ้น เราได้มีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนถึง 7 ราย และจะมีการเจรจาเพิ่มเติมอีก รวมถึงวัคซีนใหม่ๆ จากผู้ผลิตรายใหม่ด้วย โดยต้องเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่จะต้องพิจารณาให้รวดเร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับการยืนยันว่าเราจะได้วัคซีนเพิ่ม 3,500,000 โดส และจะมีการส่งมอบให้กับประเทศไทยในเดือนนี้ ตรงนี้ถือเป็นจำนวนที่เพิ่มเติมขึ้นจากยอดเดิมที่เราได้ดำเนินการไว้เพื่อใช้ในเดือน พ.ค. จากจำนวนที่ได้รับการยืนยันมาก่อนหน้านี้ ขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข ทุกกระทรวง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ผ่านช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศโดยรัฐบาลด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การตัดสินใจในภาพใหญ่อีกเรื่องคือ เรื่องการปรับแนวทางการฉีดวัคซีน ซึ่งจะมีการเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนเข็มแรกหลังจากการหารืออย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และสาธารณสุข เราก็ต้องปรับมาให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากทางการแพทย์มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า หลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เพียงเข็มแรก ก็จะสามารถช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อลดความรุนแรงของอาการและลดโอกาสในการเสียชีวิตไปได้อย่างมาก ถึงแม้จะมีผลข้างเคียงอยู่บ้างก็จะดำเนินการแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อพวกเรารู้อย่างนี้แล้วเราควรจะต้องร่วมมือกันช่วยกันเร่งเครื่องเดินหน้าให้เร็ว ปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ได้จำนวนมากที่สุดให้กับประชาชน โดยประมาณเดือน ก.ค.นี้ เราควรจะมีประชากรผู้ใหญ่จำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว และได้รับการปกป้องจากอันตรายของโควิด-19 ในระดับที่มากพอสมควร&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
วัคซีนไฟเซอร์เข้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ไฟเซอร์มาแล้ว ประชุมแผนการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์มาให้ประชาชน คาดว่าจะได้รับวัคซีนจำนวน 10-20 ล้านโดส เริ่มส่งได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3-4 ปีนี้ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย เป็นไปด้วยดี อย.จะอำนวยความสะดวกการขึ้นทะเบียนวัคซีนไฟเซอร์ให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นๆ หากมีความพร้อมด้านการจัดส่งวัคซีนให้ประเทศไทยแบบกำหนดเวลาที่แน่ชัดได้ สามารถติดต่อเข้ามาได้ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมรับข้อเสนอ และพร้อมให้ความร่วมมือ&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอนุทินแถลงอีกครั้งยืนยันบริษัทไฟเซอร์มีนโยบายขายวัคซีนผ่านภาครัฐบาลก่อน โดยเรามีแผนจะกระจายวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กที่มีอายุ 12-18 ปี เพื่อครอบคลุมประชากร เพราะเป็นวัคซีนเดียวในขณะนี้ที่มีการอนุมัติใช้ในผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนราคาจัดซื้อยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ตามข้อตกลงของบริษัทผู้ผลิต แต่ยืนยันว่าจะเจรจาให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตอาจมีปัญหากับคู่ค้าประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ ครม.ได้อนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินการจัดซื้อวัคซีน เพื่อนำมาฉีดให้กับคนไทยครอบคลุมประชากรในประเทศ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ประวิงเวลาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาในประเทศ เพราะที่ผ่านมามีการเจรจาหารือกับบริษัทมาโดยตลอด&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 รวมกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยนายอนุทินกล่าวหลังประชุมว่า ในปลายเดือน พ.ค.นี้จะมีการกระจายวัคซีนฉีดจำนวนมาก ดังนั้นคณะกรรมการมีมติให้ สธ.ร่วมกับมหาดไทย, สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สภาอุตสาหกรรม, สภาหอการค้าและภาคเอกชน จะมาร่วมในการฉีดวัคซีนในประชากรวัยแรงงานรวม 16 ล้านคน โดยมีสํานักงานประกันสังคม และทางจังหวัดเป็นผู้รวบรวมจำนวนและรายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนในโอกาสต่อไป รวมทั้งเพิ่มจุดฉีดวัคซีนที่นอกเหนือจากสถานพยาบาลของรัฐ ในกรุงเทพฯ 82 แห่ง และต่างจังหวัดประมาณ 300 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีมติเห็นชอบแนวทางในการฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้กับผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผลการศึกษาของต่างประเทศจีนมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว จากนี้จะส่งเรื่องให้ อย.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป จึงจะดำเนินการฉีดในกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนในกลุ่มวัยแรงงานจะทำคู่ขนานกับผู้สูงอายุ เนื่องจากขณะนี้การลงทะเบียนฉีดวัคซีนในหมอพร้อมมีจำนวนไม่มาก โดยคาดว่าจะเริ่มฉีดในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งในส่วนของการฉีดจะให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มนัดหมาย จากนั้นกำหนดวันฉีด ส่งเรื่องมายังประกันสังคมเพื่อประสานกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ความเชื่อมั่นนโยบายของรัฐบาล เราจะจัดหาวัคซีนให้ประชาชนคนไทยโดยที่ไม่คิดมูลค่า อย่างน้อย 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 50 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยด้วย&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ชี้แจงกรณีบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้ให้ข้อมูลทางสื่อต่างๆ ถึงปัญหากระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุตนิก วี ว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้เข้าหารือเพื่อขอยื่นเอกสารแบบต่อเนื่อง และได้ยื่นเอกสารเพื่อขอขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุตนิก วี กับ อย. โดยผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มประเมินข้อมูลที่ยื่นมาแล้ว แต่สามารถประเมินได้เพียงบางประเด็นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทาง อย.จึงได้ทำหนังสือแจ้งทางบริษัท คินเจนฯ เพื่อขอให้จัดส่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทแจ้งแก่ อย.ว่าจะดำเนินการส่งข้อมูลที่ขาดให้ครบถ้วนภายในเดือน พ.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้สรุปการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมสำหรับภาครัฐ ประกอบด้วย ไฟเซอร์, สปุตนิก วี และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งในการจัดหาวัคซีนของสถานพยาบาลเอกชนนั้น ที่ประชุมคณะทำงานมีความเห็นว่าควรเป็นวัคซีนโควิด-19 ในรายการอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้บริการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภาครัฐ เช่น โมเดอร์นา, ชิโนฟาร์ม หรือวัคซีนอื่นที่มีการขึ้นทะเบียนต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้มีการควบคุมราคาการให้บริการในการฉีดวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชนในสถานพยาบาลเอกชนให้สมเหตุสมผล และมีราคาที่เหมาะสม โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย และสถานพยาบาลเอกชน/ภาคเอกชนที่ประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง&amp;quot; โฆษกรัฐบาลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102144</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาสำรองไว้, ซื้อวัคซีน, รับมือสถานการณ์โควิด, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาวัคซีนเพิ่ม, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_609542d634eaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อเพิ่ม35ล้านโดส ‘บิ๊กตู่’เร่งหาวัคซีนอีก2-3ยี่ห้อ/สธ.โต้6รายอัมพฤกษ์ชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,458 ราย เสียชีวิต 2 ราย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งหาวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดส จากเดิม 65 ล้านโดส&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมเร่งกระจายฉีดให้ครบภายใน ธ.ค.64 พอใจตรวจ รพ.สนามเอราวัณ 2 จี้แก้ปัญหาสายด่วนไร้คนรับสาย เพิ่มรถทหารเสริมรับผู้ป่วยกักตัว เผยขอ 2 สัปดาห์ประเมินคุมโควิด ลั่นหากหนักขึ้นต้องใช้ยาแรง &amp;quot;สธ.&amp;quot; แจง 6 รายเกิดอาการอัมพฤกษ์หลังฉีควัคซีนซิโนแวค ระบุแค่อาการชั่วคราว หายในเวลา 1-3 วัน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แย้มกำลังคุยไฟเซอร์หาวัคซีนฉีดกลุ่มวัยรุ่นไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 21 เม.ย. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,458 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,454 ราย มาจากการระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,346 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 108 ราย นอกจากนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 46,643 ราย หายป่วยสะสม 29,371 ราย อยู่ระหว่างรักษา 17,162 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรายแรกเป็นหญิงไทย อายุ 56 ปี อยู่ กทม. มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน วันที่ 10 เม.ย. เริ่มมีอาการไข้ ไอ ไปตรวจเชื้อวันที่ 13 เม.ย. ผลยืนยันติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 14 เม.ย. จากนั้นวันที่ 17 เม.ย.เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล มีอาการเหนื่อยหอบ ปอดอักเสบรุนแรง ต่อมาวันที่ 19 เม.ย. ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในวันเดียวกัน ส่วนรายที่สองเป็นชายไทย อายุ 32 ปี อยู่ จ.นนทบุรี มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 เม.ย. จากนั้นวันที่ 8 เม.ย. มีอาการไข้ต่ำ ไอ มีเสมหะปนเลือด วันที่ 15 เม.ย.มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต่อมาวันที่ 16 เม.ย. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล มีอาการปอดอักเสบรุนแรง อาการแย่ลง และเสียชีวิตในวันที่ 19 เม.ย. ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 110 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 143,542,550 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 3,057,541 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ขณะนี้มีข่าวว่าทางการมาเลเซียเตรียมผลักดันคนไทยกลับประเทศ เราได้เตรียมมาตรการรองรับคนกลุ่มนี้ไว้แล้ว พร้อมกับมีการเฝ้าระวังและจัดสรรให้เข้าระบบที่ถูกต้อง นอกจากนี้ในที่ประชุมอีโอซีของกระทรวงสาธารณสุขได้หารือถึงการตรวจหาเชื้อแบบหาภูมิคุ้มกัน หรือ Rapid Test ที่มีประชาชนบางส่วนไปตรวจกันเอง จึงขอเน้นย้ำว่า สถานที่ตรวจต้องได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ เพราะบางครั้งไปตรวจในที่ที่ไม่ได้มาตรฐานแล้วผลเป็นลบ จากนั้น 4-5 วันไปตรวจอีกครั้ง ผลจึงเป็นบวก จะทำให้ระหว่างนั้นมีการแพร่เชื้อหรือทำให้การช่วยเหลือล่าช้า อาการทรุดลงและเป็นอันตรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ขอให้เคร่งครัดในเรื่องของการกักกันตัว ห้ามเดินทาง ห้ามสัมผัสผู้ใกล้ชิด แยกห้อง แยกของใช้ส่วนตัว ไม่ไปที่ชุมชน งดกิจกรรมสังคม และสวมหน้ากากตลอดเวลา และเมื่อได้รับผลตรวจยืนยันให้ติดต่อไปที่สถานที่ตรวจ โดยจะได้รับคำแนะนำว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร โดยโรงพยาบาลจะมีการคัดแยกว่าจะมีอาการระดับไหน แต่อย่างไรตาม ระหว่างรอเข้ารับการรักษาตัว ให้สังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเหนื่อยหอบ ถ่ายเหลว ต้องรีบโทรศัพท์หาสายด่วน 1669 เพื่อประสานเข้ารับการรักษาตัวโดยเร็ว&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ยอมรับกรณีที่ประชาชนโทร.หาสายด่วนต่างๆ เพื่อประสานเรื่องเตียงรักษาและต้องรอเป็นเวลานาน แต่ไม่มีคนรับสาย หรือสายไม่ว่าง หรือรอเป็นเวลานาน เราเห็นใจประชาชน เพราะทุกคนเป็นห่วงอาการป่วยไข้ของตัวเองและคนในครอบครัว แต่ก็เห็นใจบุคลากรที่ต้องพยายามบริหารจัดการเตียงเหมือนกัน และสายด่วนแต่ละเบอร์นั้น วันๆ หนึ่งเขาต้องรับเกิน 1,000 สายต่อวัน ตรงนี้เราน้อมรับคำติง และพร้อมรับข้อเสนอแนะจากประชาชนที่ส่งมายัง ศบค.โดยตรง หรือส่งผ่านสื่อ เพราะทุกคนถือว่ามีส่วนในการร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีหลังการฉีดวัคซีนพบมีคนไทย 6 คนมีอาการอัมพฤกษ์นั้น ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ที่ประชุม สธ.มีการรายงานเคสที่มีผลตามมาจากการฉีดวัคซีนแล้ว และมีคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อายุรแพทย์โรคสมอง โดยเบื้องต้นที่มีการรายงานในเช้าวันเดียวกัน พบว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ แต่ใช้คำว่ามีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ หรือสโตรก เป็นเรื่องของกล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกชา หรือประสาทสัมผัสไม่รู้สึก และพบว่าในเช้าวันเดียวกันทุกคนที่มีอาการฟื้นตัวดีขึ้น
สั่งวัคซีนเพิ่ม 35 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า คณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งประกอบด้วย คณะแพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน นำโดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ได้รายงานว่า จากการหารือทุกฝ่าย ได้ข้อยุติว่าประเทศไทยจะจัดหาวัคซีนอีก 2-3 ยี่ห้อเพิ่มเติมอีกประมาณ 35 ล้านโดส นอกเหนือจากที่ดำเนินการไว้แล้วประมาณ 65 ล้านโดส ในจำนวน 35 ล้านโดส ภาคเอกชนนำโดยสภาหอการค้าไทย ก็จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วยประมาณ 10-15 ล้านโดส ซึ่งก็จะช่วยลดงบประมาณของรัฐบาลลงไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระบวนการต่อไปให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการโดยเร่งด่วน และเป็นไปตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ผมได้สั่งการให้วางแผนการกระจายและฉีดวัคซีนที่จัดหามาทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในธันวาคม 2564 นี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศบค.ศปก. ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก กทม. เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. ได้บรรยายสรุปความพร้อมในการรับผู้ป่วย รวมถึงดูระบบกล้องวงจรปิดในการเฝ้าดูแลผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนกำหนดการทำงานล่วงหน้า รองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดในอนาคต โดยให้มีการประสานงานในส่วนของโรงพยาบาลสนามกับโรงพยาบาลอื่นๆ กรณีที่ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วย หรือจัดเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง ให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และมีความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ส่วนเรื่องรถรับคนป่วย ตนรู้รถโรงพยาบาลเอกชนไม่ค่อยรับ อาจจะเป็นเพราะว่าเตียงเต็ม ตนได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมนำรถพยาบาลจากโรงพยาบาลทหารออกมาช่วยทำงานแก้ไขสถานการณ์ในขณะนี้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เป็นปัญหาปัจจุบันคือการให้บริการ ซึ่งวันนี้ถูกต่อว่ามาอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาในการรับแจ้งผ่าน 1669 โดยผมให้คนโทร.ไป แต่กลับไม่มีคนรับ ซึ่งไม่ได้จับผิด แต่ไม่มีคนรับจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้น จึงต้องไปแก้ตรงนี้ และผมจะให้กระทรวงกลาโหมช่วยด้วย ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้รวบรวมรถพยาบาลของทหารจากโรงพยาบาลและค่ายทหารมารับ-ส่งผู้ป่วยโควิด เพื่อไปร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างตรวจสถานที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่ามีรถพยาบาลให้บริการเท่าใด พร้อมเสนอว่าถ้าไม่เพียงพอจะให้นำรถพยาบาลของทหารเสนารักษ์มาช่วย ถ้ายังไม่เพียงพออีกก็จะนำรถสิบล้อทหารมาช่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจในการเตรียมการ ซึ่งทราบว่าอีกหลายพื้นที่อยู่ระหว่างการเตรียมการและสามารถรองรับได้เกือบ 3,000 เตียง และขอให้เข้าใจตรงกันว่า เรามีผู้ป่วย 3 ระดับคือ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาอยู่โรงพยาบาลสนามนั้นคือผู้ป่วยสีเขียว เพื่อมากักตัว 14 วัน ก็ขอให้อดทนกันสักนิด เพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยสีแดงกับสีเหลือง จะต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งวันเดียวกันนี้มีการเตรียมไว้ประมาณ 500 คน เพื่อเข้าสู่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งพบว่ามีปัญหาเล็กน้อยในเรื่องของจำนวนเตียง จึงได้เตรียมในส่วนของฮอสพิเทลเพิ่มขึ้น ก็ขอความร่วมมือ หากโรงแรมใดมีความประสงค์ที่จะร่วมในการเป็นฮอสพิเทล ขอให้เสนอความต้องการเข้ามา
ประเมินคุมโควิด 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันรัฐบาลมีความพร้อมในการรับสถานการณ์ แม้จะดูแรงขึ้น เราก็ขอดูซักระยะหนึ่งกราฟจะขึ้นหรือลง ถ้าเราสามารถควบคุมได้ ก็จะเป็นไปตามขั้นตอนที่เราวางแผนไว้ สำหรับโรงพยาบาลสนาม ถ้าผมป่วย ผมก็มาอยู่ เพราะน่าอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราก็ดูแลดีที่สุดแล้ว บางประเทศที่ติดโรคกันเยอะๆ นอนเตียงละ 2 คนก็มี&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจะมีการประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าถ้าสามารถควบคุมได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ หากตัวเลขดีขึ้นถือว่าควบคุมได้ ก็ไม่ต้องมีมาตรการที่หนักขึ้นกว่านี้ ใครอยากจะทำ เพราะถ้าทำไประยะแรกก็ดี แต่ต้องถามว่าวันนี้สมควรหรือยัง ทุกอย่างจะต้องพิจารณาเป็นระยะไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเสนอตัวประสานเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนโควิดกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ถาม ไม่ตอบ อย่ามาถามถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย อย่ามาถาม ผมไม่รู้จัก ผมไม่รู้เรื่องเขา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ขณะนี้พบมีผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้วเกิดอาการแพ้ 6 ราย นายกฯ กล่าวว่า ก็บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีความเสี่ยงอยู่ ก็ต้องดูแลรักษา ถ้ามันรุนแรงก็ว่าไปตามขั้นตอนและมาตรการทางการแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะชี้แจงเอง ตนเห็นข่าวดังกล่าวแล้วก็เสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค พร้อมด้วย ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการดูแลเรื่องความปลอดภัยจากการใช้วัคซีน และ พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธิศักดิ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แถลงชี้แจงกรณีพบบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 6 รายที่โรงพยาบาลระยอง เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนโคโรนาแวค (CORONAVAC) ของบริษัทซิโนแวค ประเทศจีน เลขที่ผลิต Lot No.J202103001 ในล็อตเดียวกัน โดยทั้งหมดมีอาการภายหลังรับวัคซีนประมาณ 5-30 นาที ส่วนใหญ่มีค่ากลางประมาณ 5-10 นาที โดยได้รับวัคซีนเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 1 ราย, วันที่ 6 เม.ย. 1 ราย,&amp;nbsp; วันที่ 8 เม.ย. 2 ราย และวันที่ 9 เม.ย.อีก 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีทรัพย์กล่าวว่า อาการที่เกิดขึ้นมีทั้งอาการคล้ายคลึงกับโรคระบบทางเดินสมอง คือชาครึ่งซีก บางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง ในจำนวน 6 ราย มี 1 รายเกิดเฉพาะอาการชา แต่ไม่มีอาการอ่อนแรง ซึ่งใน 6 รายนี้มีผู้ที่มีโรคประจำตัวคือ โรคมะเร็ง 1 ราย, โรคไขมันในเลือดสูงและน้ำหนักเกิน 2 ราย มีประวัติการกินยาคุมกำเนิด 4 ราย โดยในขณะนี้ทั่วประเทศฉีดวัคซีนแล้วกว่า 6 แสนราย และได้มีระบบเฝ้าระวังติดตามอาการทุกราย ทั้งอาการน้อย อาการปานกลาง และอาการรุนแรง ซึ่งหากอาการผิดปกติรุนแรง ทุกรายจะได้รับการสอบสวนและนำเข้าสู่คณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พญ.กุลกัญญากล่าวว่า ทันทีที่ได้รับการรายงานเข้ามา ก็มีการลงพื้นที่สอบสวนอย่างละเอียด พบทั้ง 6 รายมีอาการทางระบบประสาทมากน้อยต่างกัน แต่เป็นอาการชั่วคราวและหายไปใน 1-3 วัน บางรายอาการคล้ายกับอาการของหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก สิ่งที่เกิดขึ้นยังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากเมื่อสอบสวนโรคด้วยการสแกนผ่าน MRI พบว่าปกติ แต่จากการสอบสวนตัวโรคแล้วมีอาการเกิดขึ้นจริง ดังนั้นจึงบอกได้เบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มอาการคล้ายหลอดเลือดสมองและเกิดชั่วคราว เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้หญิงอายุไม่มาก ไม่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างปนกัน ทั้งอาการง่วง ชา อ่อนแรง บางรายไม่ชัดเจน โดยรวมจึงเรียกว่าเป็นกลุ่มอาการทางระบบประสาทที่บางรายคล้ายอาการหลอดเลือดสมอง เราคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน เพราะเกิดภายใน 5-10 นาทีหลังฉีด หรือมีบางรายอาจจะเกิดอาการช้ากว่านั้น เราจำเป็นต้องเฝ้าติดตามต่อไป โดยสิ่งที่คณะกรรมการฯ ทำอันดับแรกคือตรวจสอบคุณภาพวัคซีนที่นำมาใช้ในล็อตดังกล่าว ซึ่งไม่พบความผิดปกติ โดยล็อตนี้กระจายไปทั่วประเทศกว่า 5 แสนโดส ฉีดแล้วกว่า 3 แสนโดส ซึ่งยังไม่พบปัญหาที่เหมือนกันนี้ในที่อื่นๆ รวมถึงกองชีววัตถุตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติในคุณภาพวัคซีน ทางคณะกรรมการฯ ลงความเห็นว่าสามารถใช้วัคซีนล็อตนี้ต่อไปได้ เนื่องจากประโยชน์ของวัคซีนมากกว่าอาการข้างเคียง ซึ่งเป็นเพียงชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นได้&amp;quot; พญ.กุลกัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปธ.คกก.ดูแลความปลอดภัยจากการใช้วัคซีนฯ กล่าวว่า สำหรับคำถามว่าในกลุ่มบุคลากร 6 ราย สามารถรับวัคซีนเข็มที่ 2 ได้หรือไม่ คำตอบคือสามารถฉีดได้ในยี่ห้อเดิม โดยขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้รับวัคซีนด้วย
เจรจาซื้อไฟเซอร์ฉีดวัยรุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.ทัศนีย์เสริมว่า ทั้ง 6 รายที่ จ.ระยอง มีอาการคล้ายกลุ่มอาการโรคหลอดเลือดสมอง คือแขนขาอ่อนแรง ชา บางรายชาครึ่งซีก อ่อนแรงร่วมด้วย เป็นทันทีหรือฉีดวัคซีนไม่นาน ซึ่งแพทย์ที่ จ.ระยอง ได้มีการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ซึ่งไม่พบความผิดปกติ หลังให้การรักษาทั้ง 6 รายอาการดีขึ้น และกลับมาเป็นปกติ โดยรายที่ช้าสุดคือ 3 วัน เมื่อมีการทำสแกนสมองด้วยเอ็มอาร์ไอ ก็ไม่พบเนื้อสมองผิดปกติ ตาย ขาดเลือด หรือหลอดเลือดสมองตีบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าสมองไม่ผิดปกติแล้วทำไมต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด พญ.ทัศนีย์กล่าวว่า กรณีอาการเข้าได้กับโรคหลอดเลือดสมองตามมาตรฐานจะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4-5 ชั่วโมง เพื่อช่วยชีวิตและลดความพิการ เป็นการรักษาฉุกเฉิน แล้วมาพิจารณาสาเหตุภายหลัง หากมาตรวจพบทีหลังว่าไม่ใช่โรคหลอดเลือดสมองก็ไม่เป็นไร และการรักษาไปก่อนนั้นไม่ได้อันตราย เป็นไปตามมาตรฐานการรักษา ต้องช่วยชีวิตคนไข้ เพราะจำกัดด้วยเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการจัดหาวัคซีนว่า นายกฯ สนับสนุน สธ.ในการจัดหาวัคซีนทุกชนิดที่มีความปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ไม่มีการระบุว่าต้องเป็นบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และได้ให้แนวทางจัดหาเพิ่มให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร จากเดิมที่กำหนดไว้ตามทฤษฎีคือร้อยละ 60 ของประชากรก็สามารถสร้างภูมิต้านทานหมู่ได้ เราจึงพยายามหาวัคซีนให้ได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้ไทยสั่งซื้อจากแอสตร้าเซนเนก้าได้ 60 ล้านโดส ได้รับในเดือนมิถุนายน บริษัทอื่นก็เริ่มเข้ามาเจรจา และสามารถจัดส่งได้เร็วขึ้น จากเดิมส่งได้สิ้นปี 64 เลื่อนเป็นไตรมาส 3 ปี 64 อยู่ที่การเจรจา โดยพรุ่งนี้จะมีการเจรจากับตัวแทนผู้ผลิตวัคซีน 2-3 ราย สิ่งสำคัญที่สุดคือจะได้รับวัคซีนเมื่อไหร่ เราต้องทำให้เกิดความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับวัคซีนของไฟเซอร์ ยังเจรจาอยู่ และรอใบเสนอราคา หากส่งมอบ 10 ล้านโดสได้ภายใน มิ.ย.-ก.ค. จะจัดซื้อ เนื่องจากสามารถฉีดให้ได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป และเพิ่งได้รับข้อมูลเรื่องการจัดเก็บ เดิมเก็บที่อุณหภูมิ -70 องศา ขณะนี้เก็บได้ที่ -20 องศา และที่ 2-8 องศา&amp;nbsp; จะเก็บไว้ได้ 2 เดือน เท่ากับแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวคเก็บได้ 3 เดือน รวมทั้งนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศได้เปิดให้บริษัทวัคซีนสปุตนิกมาเจรจา มีตัวแทนเข้ามาก่อนหน้านี้ให้มาขึ้นทะเบียน แต่ต้องให้รัฐบาลยืนยันสั่งซื้อก่อน และจะส่งให้สิ้นปี 64 ยืนยันนายกฯ ไม่เคยไม่สนับสนุนให้คนไทยไม่ได้รับวัคซีน มีแต่ให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (รองเลขาธิการ อย.) กล่าวว่า คาดว่ายาฟาวิพิราเวียร์จะมาถึงไทย 1 ล้านเม็ด อย่างช้าวันที่ 29 เม.ย. โดยสต๊อกยาที่ใช้อยู่ในขณะนี้รวมกับอัตราการป่วยที่เริ่มทรงตัว เชื่อว่าการบริหารจัดการยาไม่น่าจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา (ส.ว.) ชี้แจงทางโทรศัพท์หลังมีข่าวติดเชื้อโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ผู้ที่ติดเชื้อคือเจ้าหน้าที่หน้าห้อง ทั้งนี้ เนื่องจากวันศุกร์ที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ได้ไปร่วมประชุมวุฒิสภา โดยมีเจ้าหน้าที่ 2 คน ที่ติดเชื้อเดินทางมาทำงานในวันดังกล่าว แต่ไม่ได้เข้ามาภายในห้องทำงานของตน ซึ่งหลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวติดโควิด-19 ตนและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอยู่หน้าห้องได้กักตัวที่บ้าน รวมทั้งได้ไปตรวจหาเชื้อที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์แล้วด้วย ยืนยันไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 เพียงแต่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จึงต้องกักตัวเพื่อดูอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ยืนยันกรณีไปร่วมงานเลี้ยงแล้วมีผู้ติดโควิดในงานดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ได้ให้เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และสาธารณสุขโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้ามาที่บ้าน เพื่อตรวจคัดกรองตนและบุคคลในบ้านทั้งหมด ซึ่งต่อมาในวันที่ 20 เม.ย. ผลตรวจทั้งหมดออกมาเป็นลบ แต่จากนี้คงต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน 14 วันไม่ไปไหน และจะนัดตรวจโควิดอีกครั้งในวันที่ 27 เม.ย.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100262</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีนซิโนแวค, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาวัคซีนเพิ่ม, อาการอัมพฤกษ์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_60804208aa1ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
