<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ขู่ฟ้องกราวรูด!พวกไล่ช่วงหาเสียงบอกมีบ้านใหญ่ลงขันสกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 - &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีมวลชนบางกลุ่มออกมาต่อต้านการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ทำให้หนักใจหรือไม่ ว่าเวลาไปที่ไหนก็แล้วแต่เราจะเห็นผู้ที่เข้ามาให้ดอกไม้ มาขอจับมือ มาขอถ่ายรูปจำนวนมาก กลุ่มคนที่คิดเห็นต่างต้องยอมรับว่ามีอันนี้เป็นข้อเท็จจริง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนมาสนับสนุนเราทั้งหมด โดยกลุ่มที่เห็นต่างจะมีอยู่ 2 แบบ คือ มีลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มนี้จะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจตลอดว่าพวกเราไม่ได้เข้ามาเพื่อล้มล้างสถาบัน เราไม่ได้ชังชาติ เราทำตรงนี้ด้วยความหวังดี ประสบความสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างแล้วแต่กรณีไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรกล่าวว่า ส่วนที่มีปัญหามันจะไม่ใช่แบบธรรมชาติ ซึ่งมี 2 เหตุผลหลัก คือ 1.พยายามที่จะสร้างเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติ พยายามที่จะสร้างทฤษฎีสมคบคิด นายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ร่วมกับอเมริกา ร่วมมือกับจอร์จ โซรอส ไปอยู่ข้างหลังนักศึกษา วางแผนจะล้มล้างสถาบัน คือมันต้องมีแพะ มันต้องมีปีศาจตัวหนึ่งเพื่อให้เขาจัดการได้ เพราะเขาเอานักเรียน นักศึกษาเป็นปีศาจไม่ได้ ก็เลยต้องเอาตนเอานายปิยบุตรมาเป็นปีศาจ &amp;nbsp;ดังนั้นในทางหนึ่งมันเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ ในสถานการณ์แบบนี้ทุกคนก็น่าจะเห็นความพยายามที่จะเห็นสังคมที่ปั่นป่วน เห็นสังคมที่แตกแยกเพื่อที่จะนำไปสู่ความชอบธรรมของการแทรกแซงการเมืองโดยอำนาจที่มาจากประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การเมืองระดับท้องถิ่น คิดว่านี่เป็นการลงขันกันจากบ้านใหญ่ เพื่อหยุดตนไม่ให้เดินหาเสียง คือเราเห็นชัดเจนหลายครั้ง ในหลายกรณีเข้ามา 3-5 นาทีเพื่อถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แล้วเดินกลับ เพื่อเอาไปปล่อยลงโซเชียล เพื่อที่จะบอกว่าจังหวัดนี้ไม่ต้อนรับตน แบบนี้เราไม่ว่า ไม่เป็นไร 3 นาทีเราก็เดินหาเสียงต่อ แต่แบบที่เป็นปัญหาจริงๆ คือมีลักษณะคุกคามจริง ตั้งใจมาคุกคามให้เราหยุดเดิน ไม่ต้องการให้เราพบประชาชน มีการเดินตามแล้วตะโกนเพื่อให้เกิดความวุ่นวายดูแล้วเกิดความปั่นป่วนไม่สงบสุข เป็นการคุกคามชัดเจน คุกคามสิทธิเสรีภาพของเราในการเดินทาง คุกคามสิทธิเสรีภาพของเราในการรณรงค์เลือกตั้ง ถ้ามายืนชูป้ายเฉยๆ ตนไม่ติดใจ เราเรียกร้องให้ฝ่ายหนึ่งเปิดใจให้กว้างสำหรับข้อเสนอที่อาจจะทำร้ายจิตใจเขา เราเองก็ต้องรับฟังเขาเหมือนกัน ดังนั้นใครจะมายืนชูป้ายด้วยความสงบไม่ระรานไม่คุกคามกัน ตนคิดว่าเป็นสิทธิ์ และก็ให้ไปเดินรณรงค์เลยว่าไม่ให้เลือกคณะก้าวหน้า ต่างคนต่างรณรงค์ ไม่ต้องมาคุกคาม ไม่ต้องมาระรานกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวต่อว่า ดังนั้นกลุ่มนี้จะมีปัญหา ซึ่งกลุ่มนี้สัปดาห์หน้า เราจะเริ่มดำเนินคดี เราต้องปกป้องสิทธิ์ในการรณรงค์การเลือกตั้งของเรา เรามีเรคคอร์ดชัดเจน หลายกลุ่มแทบจะทั้งหมดเรารู้ว่าใครเป็นใคร ผมยกตัวอย่างล่าสุด เมื่อ 2 วันที่แล้วตนกลับจากระยอง กลุ่มคนที่เข้ามาเป็นเลขาของบ้านใหญ่ ของคู่แข่งของเรา มากัน 3-4 คน แล้วก็มาตะโกน แต่คนที่มายืนกำกับคือเลขาของคู่แข่งของเรา ดังนั้นเราก็เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็ไม่ได้กังวล แน่นอนศักยภาพในการพบปะประชาชนอาจจะเสียไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้เราท้อถอย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการทางกฎหมายไม่ได้ตั้งใจจะเอาผิดกันจริงๆ แต่ในใจจริงไม่คิดอยากจะดำเนินคดีกับใคร เพียงแต่จะปรามไม่ให้คนอื่นมาทำตาม ถ้าอยากจะยืนก็ควรจะใช้โอกาสนั้นพูดกับสังคมมากกว่าว่าถ้าไม่เห็นด้วยกับพวกเราก็รณรงค์อย่างสันติ ยืนแสดงออกอย่างสันติ โดยจะร้องเรียนทั้งต่อ กกต. ส่วนไหนที่มีลักษณะคุกคามชัดเจนซึ่งหน้าอาจจะไปที่สถานีตำรวจเลย โดยเบื้องต้นดูไว้ประมาณ 4 จังหวัดที่มีหลักฐานชัดเจน&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากิจกรรมที่เราคิดว่าเราโดนคุกคาม กกต.ได้เข้ามาดูแลหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีการเข้ามาดูแล และไม่มีท่าทีอะไร อย่างไรก็ตามเคสที่มันไม่ได้เข้ามาป่วนให้เราทำงานไม่ได้ เราก็ไม่ว่ากัน ไม่ถือสา ก็พยายามจะทำให้น้อยที่สุด แต่เป็นการทำในลักษณะเพื่อป้องกันตัวเองมากกว่า ไม่ให้ถูกระรานต่อไป เพราะเวลามันเหลือน้อยแล้ว ทุกวันของตนนั้นมันมีค่า.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; อ่วมสุด! 12 แกนนำม็อบ 3 นิ้วโดนคดี 112 จ่อโดนอีก 5 ราย
	ชี้คนที่ไปร่วมม็อบ 3 นิ้ว นับวันจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาของสังคม
	คณะราษฎร เผยชุมนุม 5 วันติด!
	คุก 1 ปี-ตัดสิทธิ์การเมือง 20 ปี จงใจใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์
	ชี้ช่อง SCB งัด ม.420 ฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายปิดหนีม็อบ
	สุดๆ &amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84979</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บ้านใหญ่, ประธานคณะก้าวหน้า, หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbca6c8ed4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุยันหน้าที่ตรวจสอบคณะก้าวหน้าเป็นเรื่องของกกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (อบจ.) ซึ่งมีกลุ่มคนใส่เสื้อเหลืองไปล้อมรถขัดขวาง ว่า ทุกคนต้องระมัดระวัง การที่กกต. ออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นเรื่องดี เพราะทำให้หลายคนที่จะลงไปก็ไม่กล้าลงและไม่เกิดการปะทะกัน ทางที่ดีคือทุกคนควรทำตามคำแนะนำของกกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังรวบรวมข้อมูลตรวจสอบคณะก้าวหน้า หลังมีผู้ยื่นร้องเรียนว่ามีลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ว่า ถ้ากกต. กังวลเรื่องนี้ให้เขาไปจัดการเอง ซึ่งตนไม่แน่ใจว่า กกต.กังวลจริงหรือไม่ กกต.ฝ่ายเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้ คนอื่นไม่มีสิทธิ์ไปกางกติกาแล้วออกมาพูด ส่วนที่มีคนไปยื่นร้องเรียนกรณีของคณะก้าวหน้าก็เป็นเรื่องของ กกต. พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การดำเนินการในฐานะกลุ่มการเมืองกับพรรคการเมืองมีความก้ำกึ่งกันใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยอมรับว่ามีความก้ำกึ่งกัน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบปัจเจกบุคคล แบบกลุ่ม หรือพรรคการเมือง ทั้งหมดมีความก้ำกึ่งกัน อย่างไรก็ตามอย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องของกลุ่มหรืออะไร เพราะเมื่อกกต. บอกว่า พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครได้ พรรคนั้นก็สามารถช่วยคนของเขาหาเสียงได้ ก็ไม่แปลกอะไร เพียงแต่ยกเว้นว่า ข้าราชการการเมือง และสมาชิกสภา ห้ามไปหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น เขาแค่ห้ามคน ไม่ได้ห้ามพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงบางฝ่ายยังมีข้อสงสัยว่า กรณีที่พ่อเป็น ส.ส. แต่ลูกไปลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น พ่อไม่สามารถไปช่วยลูกหาเสียงได้ รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนลูกไปสอบไม่เห็นพ่อต้องไปช่วยลูกสอบเลย ไม่มีอะไรต้องงง เราอย่าไปหยิบเรื่องความเป็นลูกเป็นพ่อ แต่ต้องหยิบเรื่องความเป็นสมาชิกสภา หรือความเป็นรัฐมนตรีที่สามารถให้คุณให้โทษ หรือก่อให้เกิดอิทธิพลได้ เราต้องแยกหมวกให้ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อสม. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า อสม. ช่วยหาเสียงได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83601</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, คณะก้าวหน้า, วิษณุ เครืองาม, หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa279ae3e4c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
