<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สงครามโรค-โควิด คนไทยคงยังต้องสู้กันอีกยาว เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงสูงอยู่ แม้บางวันผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วจะมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่ถือเป็นเรื่องดี ขณะเดียวกันหลังข่าวกระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดจะออกพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร โดยเฉพาะประเด็นมีการพ่วงเรื่องการไม่ให้เอาผิดกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวัคซีนเข้าไปด้วย ขณะที่ก็มีเสียงทักท้วงว่า หากบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมอ พยาบาล ทำหน้าที่โดยสุจริตใจ และทำเต็มที่แล้ว แม้อาจจะมีคนไข้หรือญาติผู้ป่วยโควิดไม่พอใจแล้วฟ้องร้อง ยังไงก็มีกฎหมายว่าด้วยการรับผิดทางละเมิดฯ คอยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่โดยสุจริตไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายอะไรเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจตนาของกฎหมายคือ คุ้มครองคนทำงานที่ทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งที่ทำให้คนทำงานกลัว เพราะเขาต้องเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ ทั้งส่วนที่รักษา ทั้งส่วนที่ควบคุมโรค ทั้งส่วนที่ดูแลเรื่องทรัพยากรต่างๆ ในการรับมือกับโรคนี้มันไม่มีสูตรตายตัว ทุกอย่างใหม่หมด ทราบว่าทุกท่านตั้งใจทำให้มันดี แต่ก็มีความกังวลในการทำงาน ต้องหาอะไรมาปกป้องคนทำงานบ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วใครจะกล้าทำงานให้ ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงเมื่อคนทำงานรู้สึกว่าเสี่ยง มันก็ต้องหาทางออก&amp;quot; ...
อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มมีเสียงทักท้วง ถามหาเหตุผล ความจำเป็นในการออกกฎหมายดังกล่าว และมีทีท่าว่าฝ่ายการเมืองในรัฐบาลอาจจะถอยในการออกกฎหมายคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ด้วยเหตุผลทางการเมือง ก็ปรากฏว่าเมื่อวันพุธที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหาร อาทิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีทุกกรม-แพทยสภา-สภาการพยาบาล-แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ร่วมประกาศแถลงการณ์ขอให้คุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งนายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวว่า &amp;quot;กระทรวงสาธารณสุขและสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ เห็นพ้องต้องกันว่า โรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ร้ายแรงที่มีผลกระทบในวงกว้างทุกมิติ ทำให้มีผู้คนเจ็บป่วยจำนวนมาก และบางครอบครัวต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ระบบสาธารณสุขของไทยได้ต่อสู้กับโรคนี้มานานเกือบ 2 ปี ด้วยสรรพกำลังทั้งภาครัฐ เอกชน จิตอาสา ประชาสังคม และประชาชน ด้วยสถานการณ์ทุกด้านที่มีความเร่งด่วน ต้องการความร่วมมือร่วมใจในการควบคุมป้องกันโรค การรักษาพยาบาลในทุกวิถีทางที่จะทำได้ รวมทั้งการจัดหายา เวชภัณฑ์และวัคซีน ซึ่งการตัดสินใจและการทำงานในภาวะเร่งด่วน รวมทั้งมีข้อจำกัดในเรื่องขององค์ความรู้และทรัพยากร อาจก่อให้เกิดความไม่สมบูรณ์ หรืออาจเกิดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานโดยสุจริตใจได้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพข้างต้น ขอเสนอให้รัฐบาลได้โปรดพิจารณาดำเนินการหามาตรการในการปกป้องคุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนนักวิชาการต่างๆ เพื่อลดความวิตกกังวล และสร้างความมั่นใจในการทำงานที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป ...ถือเป็นท่าทีความเคลื่อนไหวของบุคลากรทางการแพทย์ที่น่าสนใจ ซึ่งว่าไปแล้ว เรื่องการให้หลักประกันความคุ้มครองกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้หมอ พยาบาล ทำงานด้วยความสบายใจ ไม่ต้องเกรงจะมีปัญหาโดนฟ้องร้องภายหลัง ไม่มีใครติดใจสงสัย เพราะแค่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อวันละกว่าสองหมื่นคน ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้อยู่แล้วว่าบุคลากรทางการแพทย์ก็ดูแลไม่ไหว เพียงแต่ที่เป็นประเด็นก็เพราะพ่วงเรื่องการป้องกันความรับผิดของคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัคซีน ที่โยงไปถึงนักการเมือง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ศบค. และอนุทิน รมว.สาธารณสุข อันนี้ต่างหากที่หลายคนข้องใจ ซึ่งหากตัดส่วนนี้ออกแล้วฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาทางออกเพื่อให้การทำงานของหมอ พยาบาลมีความสบายใจมากขึ้น ก็น่าจะเป็นเรื่องที่สังคมพร้อมรับฟังและสนับสนุน ....
เปิดตัว เตรียมพร้อมลงทำศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.มาหลายเดือนสำหรับ บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. แต่แล้วจู่ๆ มีข่าวออกมาว่าถูก ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.พร้อมพวก คือ พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง เป็นต้น กรณีถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตในโครงการจัดซื้อไบโอเมตริกซ์ หรือการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วงเงิน 2,100 ล้านบาท&amp;nbsp;หลังมีคนไปร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบโครงการเนื่องจากพบเครื่องไม่สามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ในทีโออาร์ รวมถึงเอกชนซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด... ก็ไม่รู้ว่า แบบนี้จะทำให้คู่แข่งขันหรือฝ่ายตรงข้ามที่จะต้องสู้กันในศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. นำไปดิสเครดิตตอนหาเสียงหรือไม่ ซึ่งบิ๊กแป๊ะคงต้องเตรียมรับมือต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย หินกลิ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113107</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า 4, หินกลิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้รอดพ้นคดียุบพรรคอนาคตใหม่จากเรื่องคำร้องคดีล้มล้างการปกครองไปแล้ว แต่พรรคอนาคตใหม่ยังต้องลุ้นต่อกับคดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ล่าสุดพรรคอนาคตใหม่ยื่นเรื่องขอขยายเวลาการส่งเอกสารคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาล รธน. จากเดิมที่ต้องส่งภายในไม่เกินจันทร์ที่ 27 มกราคม กระนั้นถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุญาต พรรคอนาคตใหม่ก็เตรียมพร้อมสำหรับส่งเอกสารภายในจันทร์นี้ เรื่องการเตรียมพร้อม แผนหนึ่ง แผนสอง แผนสาม พรรคนี้ไม่เป็นรองใคร อย่างวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ข่าวบอกว่าวันนั้นพรรคอนาคตใหม่เตรียมแถลงการณ์ไว้สองชุด&amp;nbsp; ชุดแรกคือ กรณีอนาคตใหม่ไม่โดนยุบพรรค กับชุดที่สอง กรณีโดนยุบพรรค ทำเสร็จไว้สองแบบ เพื่อแถลงท่าทีหลังศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จ แต่พอไม่โดนยุบ ก็เลยต้องใช้รูปแบบการแสดงความเห็นที่เตรียมไว้สำหรับกรณีพรรคไม่โดนยุบ ขณะเดียวกัน วันนั้นจริงๆ แล้วแกนนำพรรคเตรียมประกาศทันทีหากพรรคโดนยุบว่าจะให้สมาชิกพรรค และ ส.ส.ของพรรคย้ายไปสังกัดพรรคไหน เรียกว่าเปิดชื่อพรรคสำรองกันวันนั้นเลย แต่เมื่อพรรคไม่โดนยุบ ชื่อพรรคสำรองก็เลยยังไม่ถูกเปิดออกมา แต่ข่าวว่ามีไว้แล้ว ไม่ใช่แค่พรรคเดียว แต่เตรียมไว้ถึง 3-5 พรรคกันเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ปัญหาเสียบบัตรแทนกัน ลามจากพรรคภูมิใจไทยมาถึงพลังประชารัฐ ล่าสุด ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐและเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมด้วย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ส.ที่ร่วมปรากฏภาพข่าวในสื่อมวลชนว่าได้กดบัตรลงคะแทน ส.ส.คนอื่นในระหว่างที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ร่วมกันแถลงข่าว นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในวิปรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐไม่มีแนวทางให้ ส.ส.กดบัตรลงคะแนนแทนกัน ถ้าใครไม่มาก็จะไม่มีการลงคะแนนแทนกัน อย่างไรก็ตาม มีปัญหาในเรื่องของสถานที่ประชุม เนื่องจากช่องลงคะแนนของพรรคมี 68 ช่อง แต่พรรคมี ส.ส. 117 คน ในหนึ่งช่องย่อมมีการเสียบสองสามใบเป็นปกติอยู่แล้ว ส.ส.จะลงมาเสียบกันเอง แต่ภาพที่เกิดขึ้นอาจเป็นอุบัติเหตุ &amp;quot;ไม่มีการเสียบแทนกัน แต่เพียงครั้งเดียว ถ้าไม่ได้เข้าไปนั่งด้วยตัวเองจะไม่มีทางรู้เลยว่าการกดมันยากจริงๆ เป็นเรื่องอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องของการตีความ เราไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนแทนกันแต่เป็นการช่วยกันลงคะแนน&amp;quot; ส่วน น.ส.ภริม แจกแจงว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นไปในลักษณะที่เมื่อตนเองได้ลงคะแนนไปแล้ว ปรากฏว่านายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในห้องประชุมได้นำบัตรของตัวเองมาให้กดลงคะแนน เพราะไม่สามารถเข้าไปที่นั่งเพื่อกดบัตรคะแนนด้วยตัวเองได้ ซึ่งยืนยันได้ว่าการลงคะแนนได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายทวิรัฐ โดยไม่ได้ลงคะแนนไปตามเจตนารมณ์ของตนเองแต่อย่างใด ต่อมา ปรากฏว่า น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยแฉ ส.ส.เพื่อไทย เสียบบัตรแทนกัน ในยุครัฐบาลเพื่อไทยมาแล้ว แถลงข่าวในประเด็นเดียวกันว่า ขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯ เปลี่ยนระบบการลงคะแนนด้วยการใช้บัตรมาเป็นการแสดงอัตลักษณ์ควบคู่ไปด้วย เช่น การสแกนม่านตาและลายนิ้วมือ ซึ่งคิดว่ายังน่าจะเปลี่ยนแปลงระบบได้เนื่องจากอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยเธอย้ำว่าสภาของเรามีช่องกดบัตรจำนวนน้อยมีเพียง 300 ช่อง แต่มี ส.ส. 500 คน ทำให้ต้องการมีดึงบัตรออกและเสียบบัตรเข้าไปใหม่ โดยกรณีที่เจ้าตัวอยู่ในห้องแล้วให้คนอื่นเสียบแทน เช่นนี้ยอมรับได้เพราะตัวยังอยู่ แต่หากตัวไม่อยู่ย่อมผิดแน่นอน พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นกับฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะช่องการลงคะแนนไม่พอจริงๆ ...สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ทั้งในส่วนของสภาและพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ เรื่องการแก้ปัญหา ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร สรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ รัฐสภาถูกออกแบบสำหรับแก้ไขปัญหาการกดบัตรแทนกัน โดยตั้งใจจะใช้เครื่องลงคะแนนแบบสแกนลายนิ้วมือ แทนการเสียบบัตรแบบเดิม ซึ่งไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือแทนกันได้ แต่ปรากฏว่าในปี 2560-2561 เมื่อถึงเวลาต้องตั้งงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลกลับตัดลดงบประมาณจากที่เสนอขอไป 8 พันล้านบาท เหลือเพียง 3 พันล้านบาท จึงจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องดังกล่าว ประกอบกับมีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปร้องเรียนถึงการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ทำให้สภาต้องตัดงบประมาณส่วนนี้ออกไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หินกลิ้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55345</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า 4, หินกลิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
