<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ ชี้หินปูนเกาะกระดูกหู เป็นโรคใกล้ตัว ปล่อยไว้อาจหูหนวกถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่าโรคหินปูนเกาะกระดูกหู เป็นโรคที่เกิดจากหินปูนมีการเจริญเติบโตผิดปกติในหูชั้นกลาง ทำให้เสียงไม่สามารถผ่านหูชั้นกลางเข้าไปในหูชั้นในได้ตามปกติ ทำให้เกิดอาการหูอื้อหรือหูตึง และอาจเกิดเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุนได้ เนื่องจากมีหินปูนเจริญผิดที่ในหูชั้นใน หรือหินปูนที่ผิดปกติในหูชั้นกลางปล่อยเอนไซม์บางชนิดเข้าไปในหูชั้นใน สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่าโรคนี้มีแนวโน้มถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากคนในครอบครัว พ่อ แม่ มีประวัติเป็นโรคนี้ และพบในคนอายุ 30 &amp;ndash; 40 ปี โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และคนผิวขาวมากกว่าคนผิวดำ นอกจากนี้ยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดอาการหูอื้อมากขึ้นได้ หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการของโรคหินปูนเกาะกระดูกหู คือ ผู้ป่วยจะมีอาการหูอื้อมากขึ้นเรื่อยๆ การได้ยินลดลง ไม่สามารถได้ยินเสียงกระซิบ และอาจถึงขั้นหูหนวก ไม่ได้ยินแม้เสียงตะโกน บางรายอาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ หรือมีเสียงดังในหู โดยเริ่มจากหูข้างเดียวก่อนจนกระทั่งเป็นทั้ง 2 ข้าง วิธีการรักษาแพทย์จะทำการวินิจฉัยซักประวัติ และระยะเวลาที่เป็น ตรวจหู แยกโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการทางหูที่คล้ายกัน ส่งตรวจการได้ยินในระดับความถี่ต่างๆ และการทำงานของหูชั้นกลาง ซึ่งแพทย์จะรักษาตามอาการ โดยผู้ป่วยที่มีการสูญเสียการได้ยินไม่มาก จะใช้เครื่องช่วยฟังเพื่อช่วยขยายเสียงที่ได้ยิน ทำให้ผู้ป่วยได้ยินเสียงดีขึ้น แต่หากพบว่าผู้ป่วยหูอื้อมากจนทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดมี 2 ลักษณะ คือ การผ่าตัดเพื่อนำกระดูกโกลนที่หินปูนเกาะออกทั้งหมด แล้วใส่กระดูกเทียมแทน เพื่อทำหน้าที่ในการส่งผ่านเสียงแทนกระดูกที่มีหินปูนยึดติด ทำให้การได้ยินดีขึ้น และการผ่าตัดเอาบางส่วนของกระดูกโกลนออก ทั้งนี้การผ่าตัดมักจะทำเพียงข้างใดข้างหนึ่ง โดยแพทย์จะผ่าตัดหูข้างที่มีปัญหามากกว่าก่อน อย่างไรก็ตามโรคหินปูนเกาะกระดูกหู เป็นโรคใกล้ตัว หากพบว่ามีอาการหูอื้อมากขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงในหู ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตั้งแต่ต้น อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจทำให้สูญเสียการได้ยิน และกลายเป็นคนหูหนวกถาวร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20943</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, หินปูเกาะหู, หูหนวกถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b6941b65b7dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
