<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่อง!&#039;วัชระ&#039;แฉบิ๊กขรก.สภาหื่น จี้ประธานสภาฯสอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;แถลงว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการสาวที่ทำงานในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า ถูกผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศหลายลักษณะที่มีเป็นพยานหลักฐานคือ ข้อความที่ส่งทางไลน์ส่วนตัวจากข้าราชการระดับสูงในสภาฯที่มีชื่ออักษรย่อ &amp;ldquo;ส&amp;rdquo; ส่งมาให้ในเชิงชู้สาวและคุกคามทางเพศตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งที่บุคคลดังกล่าวมีภรรยารับราชการอยู่ในสำนักงานเลขาธิการาภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วด้วย ทำให้ข้าราชการสตรีเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ได้นำภาพหลักฐานที่เป็นข้อความส่งในแอพลิเคชั่นไลน์ ที่ข้าราชการระดับสูง ส. ส่งมาให้กับข้าราชการหญิงที่ร้องเรียน จำนวน 4 หน้าข้อความแสดงต่อสื่อมวลชนได้รับทราบ &amp;nbsp;โดยส่งจากมือถือในช่วงเดือน พฤศจิกายนปี 2561 ถึงปีพฤษภาคม 2562 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าว ยังมีพฤติกรรมการนัดแนะข้าราชการสตรีคนอื่นตามมุมตึกในสภาฯเพื่อนัดแนะให้มาขึ้นรถไปด้วยกันจนเป็นที่ครหาในหมู่ข้าราชการสภาฯ ตนจึงขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อข้อเท็จจริงในกรณีนี้จากบุคคลภายนอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ &amp;nbsp;สำนักงานอัยการสูงสุด &amp;nbsp;สำนักงาน กพ. และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะถ้าตั้งบุคคลภายในสภาฯสอบสวนด้วยกันเองจะมีการช่วยเหลือกัน เนื่องจากข้อความที่ส่งในไลน์บางส่วน มีการส่งเป็นภาพโป๊ที่ไม่สมควรและยังมีข้อความพาดพิงถึงสตรี ที่มีเชื้อชาติอื่นในตะวันออกกลาง โดยระบุพาดพิงด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมจะกระทบกระเทือนทางการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ขอให้สั่งพักราชการในระหว่างที่ถูกสอบสวนด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.ระดับสูง, ข้าราชการสภา, วัชระ เพชรทอง, หื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d7341d592608.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งทวงหนี้นอกระบบฉวยจังหวะลูกหนี้ไม่อยู่บ้านบุกข่มขืนลูกสาววัย 14</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 61 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณตลาดหนองมน &amp;nbsp;ถนนสันติเกษม ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในบ้านเลขที่ 204 หลังได้รับการร้องเรียนมีเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกละเมิดทางเพศ ที่ได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแสนสุขไว้แล้ว แต่หวั่นเกรงคดีไม่คืบ โดยได้พบกับเด็กหญิงเอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี อยู่ในอาการซึมเศร้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กหญิงเอ เล่าว่าวันที่ 5 เมษายน 2561 กำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ ได้มีนายกีรติ หรือปลื้ม คำมี อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นคนเก็บเงินกู้นอกระบบ ได้เดินเข้ามาหาเพื่อจะมาเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ และชวนคุย จากนั้นอยู่ๆก็ดึงเข้าห้องนอนแล้วตรงเข้ากอดปลุกปล้ำ ตนพยายามที่จะขัดขืน แต่สู้แรงไม่ไหว ทำให้ถูกข่มขืนจนสำเร็จ ตอนแรกไม่กล้าบอกแม่ แต่เกรงว่าจะเข้ามาหาอีกจึงได้ตัดสินใจให้แม่พาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแสนสุข ในวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
นางบี อายุ 43 ปี ผู้เป็นแม่เล่าว่า ได้รู้จักกับนายปลื้มมาประมาณ 2 เดือน &amp;nbsp;เนื่องจากจะมาเก็บดอกเงินกู้กับตนวันละ 200 บาท วันเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน ออกไปวิ่งจักรยานยนต์รับจ้าง ไม่คิดว่าจะเข้ามาข่มขืนลูกสาวตนที่ยังเป็นเด็ก อายุไม่ถึง 15 ปี จึงจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ก็หวั่นกลัวว่าจะย้อนมาอีก เลยต้องการให้ทางมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้ามาดูแลช่วยเหลือ พร้อมให้ให้ตำรวจคอยเวียนมาดูแลจับคนก่อเหตุมาลงโทษให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขื่น, หื่น, เด็กอายุต่ำกว่า15, แก๊งทวงหนี้, แก๊งเงินกู้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae03e3be38df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก1ปี6เดือนไม่รอลงอาญา ข้าราชการหื่นในกระทรวงสธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;5 ก.พ. 61&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีกระทำอนาจาร หมายเลขดำที่ อ.4200/2560 &amp;nbsp;ที่ พนักงานอัยการ จ.นนทบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนาย อัศม์เดช รัตนวรประเสริฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ 40 หัวหน้ากลุ่มภารกิจกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารหญิงอายุเกินกว่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278&amp;nbsp;ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;อัยการโจทก์ยื่นฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่&amp;nbsp;5 ก.ค.&amp;nbsp;2560 เวลากลางวัน นายอัศม์เดช จำเลยได้กระทำอนาจาร&amp;nbsp;พนักงานหญิง วัย 30 ปี ลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการใช้แขนทั้งสองข้าง โอบกอดรัดตัวผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายไม่สามารถขัดขืนได้ และไม่ยินยอมให้จำเลยกระทำดังกล่าว และวันที่&amp;nbsp;31 ก.ค.&amp;nbsp;2560 &amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;18.00 น.&amp;nbsp;จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย โดยใช้มือสอดมาใต้รักแร้ของผู้เสียหายและใช้มือจับที่หน้าอก โดยผู้เสียหายอยู่ในสภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ และต่อเมื่อวันที่&amp;nbsp;7 ส.ค.&amp;nbsp;2560 เวลากลางวัน จำเลยยังได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย ด้วยการใช้มือข้างซ้ายโอบไหล่ของผู้เสียหาย แล้วดึงตัวผู้เสียหายเข้าไปหาจำเลย แล้วตัวจำเลยได้โอบกอดรัดตัวผู้เสียหาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ทั้งนี้ จำเลยได้กระทำอนาจารผู้เสียหายในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในลักษณะเปิดเผยให้พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำงานอยู่ในสถานที่ดังกล่าวสามารถเห็นการกระทำได้ และเป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัลอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&amp;nbsp;ศาลพิพากษาว่า นายอัศม์เดช จำเลย มีความผิดจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง รวมจำคุกเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี &amp;nbsp;และรายงานการสืบเสาะแล้ว พบว่าจำเลยเป็นชายซึ่งมีภรรยาและบุตรอยู่แล้ว อีกทั้งยังเคยปฏิบัติราชการในหน่วยงายต่างๆ หลายแห่ง โดยขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งถึงหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปในหน่วงงานราชการที่เกิดเหตุ และเป็นบุคคลที่มีอายุ 40 ปี ซึ่งเป็นวิญญูชนมีคุณวุฒิและวัยวุฒิ และอยู่ในฐานะผู้มีตำแหน่งราชการสูงกว่าผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ผู้อื่น สมควรจะต้องมีสำนึกในการเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในการดำรงตนให้อยู่ในกฎระเบียบ และจริยธรรมของการเป็นข้าราชการที่ดีในอันที่จะสร้างความเลื่อมใส ศรัทธาให้แก่ประชาชนทั่วไป และย่อมต้องมีวุฒิภาวะรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีมากแล้ว แต่จำเลยยังกระทำความผิดในคดีนี้ถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในสถานที่ราชการ อันเป็นสถานที่เปิดเผย และอาจมีคนเห็นได้ โดยอาศัยโอกาสในฐานะที่จำเลยมีตำแหน่งหน้าที่สูงกว่าผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเพียงลูกจ้างตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการแสวงประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองอันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ในชีวิตและร่างกาย รวมทั้งเป็นการไม่เคารพศักดิ์ความเป็นมนุษย์ในการดำรงชีพ และความเป็นส่วนตัวของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหญิงมีสามีแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำที่มิได้คำนึงถึงความเสียหายอันจะเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อผู้เสียหาย รวมทั้งครอบครัวของผู้เสียหายและครอบครัวของตนเอง ซึ่งต้องอับอายและเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรมอันดีต่อประชาชน และเป็นภัยต่อสังคมส่วนรวม แม้จำเลยไม่เคยมีประวัติกระทำความผิดมาก่อน นิสัยและความประพฤติไม่ปรากฏก็เสียหายร้ายแรง และหลังจากคดีเสร็จการพิจารณาแล้ว จำเลยนำเงินจำนวน 30,000 บาท มาวางต่อศาลเพื่อมอบให้แก่ผู้เสียหายอันเป็นการพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่ตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่&amp;nbsp;4 ธ.ค.&amp;nbsp;2560 ผู้เสียหายแถลงต่อศาลแล้วว่าไม่ประสงค์จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย โดยประสงค์ให้จำเลยได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อให้จำเลยเข็ดหลาบ และมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิให้ใช้อิทธิพลในฐานะผู้มีตำแหน่งหน้าที่เหนือกว่า ฉวยโอกาสกระทำความผิดเช่นเดียวกับจำเลย ประกอบกับพนักงานคุมประพฤติเห็นว่าการใช้วิธีคุมความประพฤติน่าจะไม่เหมาะสมกับจำเลย ตามพฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามคดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 30 วัน&amp;nbsp;นับจากวันที่ 2 ก.พ. 2561 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.หื่น, จำคุก, สธ., หื่น, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7855792e53d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก 175 ปีหมอหื่นล่วงละเมิดนักยิมนาสติกทีมชาติสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แลร์รี แนสซาร์ ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต่างกับโทษประหารชีวิต &amp;quot;แลร์รี แนสซาร์&amp;quot; อดีตแพทย์ดูแลนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติสหรัฐ ถูกศาลตัดสินจำคุก 175 ปี ฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวและหญิงสาวกว่า 160 คน ซึ่งรวมถึงนักยิมนาสติกเหรียญทองโอลิมปิกหลายราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 ว่า ผู้พิพากษาโรสแมรี อากีลีนา ประกาศจากบัลลังก์ในห้องพิจารณาคดีที่เมืองแลนซิง รัฐมิชิแกน เมื่อวันพุธที่ 24 มกราคม 2561 ตามเวลาสหรัฐ เปรียบเทียบคำพิพากษาลงโทษจำคุกเขาตั้งแต่ 40 ปี ถึง 75 ปีว่า &amp;quot;ศาลเพิ่งลงนามคำสั่งประหารชีวิตคุณ&amp;quot; และว่า &amp;nbsp;&amp;quot;คุณไม่สมควรได้ออกไปเดินนอกคุกอีกเลย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตแพทย์ร่างเล็กสวมแว่นตาดูไม่น่าเป็นพิษเป็นภัยวัย 54 ปี ถูกเหยื่อราว 160 คน กล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ที่เปิดเผยตัวว่าเคยตกเป็นเหยื่อของเขารวมถึงนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติหญิงของสหรัฐที่เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหรียญทองโอลิมปิก เช่น ซิโมน ไบลส์, อาลี ไรส์แมน, แก็บบี ดักลาส และแม็กเคลา มาโรนีย์ และอีกจำนวนมากเป็นนักกีฬาหญิงของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่แนสซาร์ทำงานประจำอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนสซาร์ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำทีมชาติสหรัฐในโอลิมปิกเกมส์ 4 ครั้ง ได้แถลงขอโทษต่อหน้าเหยื่อของเขา ไม่กี่นาทีก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา โดยกล่าวว่า เขาไม่สามารถบรรยายความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสิ่งที่ทำลงไปได้ และเขาจะจดจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำพูดของพวกเธอเหล่านี้ไปตลอดชีวิต แต่ผู้พิพากษาอากีลีนาหาได้คล้อยตาม เธอบอกว่าคำขอโทษของแนสซาร์ไม่มีความจริงใจ และได้นำจดหมายถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของเขามาอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจดหมายนี้ แนสซาร์อ้างว่าเขาเป็นหมอที่ดี แต่ถูกล่อลวงให้สารภาพผิด อดีตแพทย์รายนี้ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 60 ปีคดีภาพลามกอนาจารเด็ก ยังกล่าวโทษพวกที่กล่าวหาเขาด้วยว่า กุเรื่องขึ้นเพื่อให้ได้เงินและชื่อเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพิจารณาคดีนี้ได้รับความสนใจทั่วสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศในแวดวงต่างๆ จำนวนมาก ออกมาเปิดโปงบุคคลที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ในวงการบันเทิง ไปจนถึงนักการเมืองระดับชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ที่กล่าวหาเขาประมาณ 160 คนมาให้การต่อศาล ทั้งด้วยตนเอง และให้การโดยปกปิดตัวตน บอกเล่าความบอบช้ำทางจิตใจจากประสบการณ์ที่ถูกลวนลามและข่มขืน เหยื่อรายสุดท้ายที่ขึ้นให้การเมื่อวันพุธคือ ราเชล เดนโฮลแลนเดอร์ ซึ่งเป็นคนแรกที่กล่าวหาแนสซาร์ต่อสาธารณะเมื่อปี 2559 และแจ้งความดำเนินคดีกับเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดนโฮลแลนเดอร์กล่าวว่า การล่วงละเมิดทางเพศอย่างไม่เกรงกลัวของแนสซาร์ เกิดขึ้นตอนที่เธออายุ 15 ปีและแม่ของเธอก็อยู่ในห้องนั้นด้วย โดยไม่ระแคะระคายเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้พิพากษาอากีลีนาได้กล่าวชมเชยเดนโฮลแลนเดอร์ที่เปิดโปงพฤติกรรมของอดีตนายแพทย์รายนี้ ว่าเธอเป็นคนกล้าหาญที่สุดที่ท่านเคยพบพานในห้องพิจารณาคดีแห่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แนสซาร์รับสารภาพผิด 7 กระทงในคดีอาชญากรรมทางเพศที่เทศมณฑลอินแกม และอีก 3 กระทงที่เทศมณฑลอีตัน ซึ่งศาลนัดพิพากษาโทษสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการฟ้องกล่าวโทษหมอจอมหื่นรายนี้แล้ว เหยื่อราว 140 คนยังได้ยื่นฟ้องร้องสถาบันยิมนาสติกแห่งสหรัฐ (ยูเอสเอจี) และมหาวิทยาลัยมิชิแกน (เอ็มเอสยู) &amp;nbsp;กล่าวโทษว่าสถาบันเหล่านี้รู้เรื่องคำกล่าวหาเมื่อหลายปีก่อนแต่กลับไม่ดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีอื้อฉาวนี้ทำให้คณะกรรมการบริหาร 3 คนของยูเอสเอจีลาออกเมื่อวันจันทร์ ส่วนประธานเอ็มเอสยูถูกบีบให้ลาออกเมื่อวันพุธ คณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐ (ยูเอสโอซี) ยังเรียกร้องให้ยกเครื่องคณะกรรมการยูเอสเอจีทั้งหมด และเปิดการสอบสวนอย่างอิสระด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1747</URL_LINK>
                <HASHTAG>สหรัฐ, หื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69b098f2406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประจาน &#039;ผอ.ฉาว&#039; ประวัติหื่น - ตำรวจเร่งคดีคบเด็กม.2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเรียกประชุมพนัก​งานเร่งสอบ​ข้อเท็จจริง &amp;quot;ผอ.ฉาว&amp;quot;คบเด็กม.2 เผยประวัติแสบเคยถูกลงโทษวินัย-ตัดเงินเดือน 5 เปอร์เซ็นต์ฐานลวนลามเด็กนักเรียนหญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 &amp;nbsp;ม.ค. 61 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.คารม บุญสด ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม.2 อายุเพียง 14 ปี โดยจะเร่งดำเนินการหาพยานหลักฐานข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัดภายในกรอบระยะเวลา 3 วัน ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.คารม &amp;nbsp;กล่าวว่าหากมีพยานหลักฐานปรากฏชัดว่า ผอ.โรงเรียนรายดังกล่าวทำผิดจริง ก็ให้ประสานผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี แต่ถ้าหากผู้ปกครองไม่ยอมแจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเอง ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก และเยาวชน ฐานความผิดข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่ออนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณฐาภพ บุญทองโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี ยังไม่เดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ที่ตกเป็นข่าวด้วยกัน ก็ยังไม่ยอมเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายศุภพงษา จันทรังษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ภายในสัปดาห์หน้าก็คงจะสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นได้ว่า ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ากระทำผิดคณะกรรมการก็จะส่งเรื่องไปให้ทางศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ ผอ.โรงเรียนรายนี้ต่อไป ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้นไล่ออกจากราชการ และไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ โดย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ ผอ.โรงเรียนรายนี้เคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเด็กนักเรียนหญิงที่โรงเรียนเก่ามาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นถูกกล่าวหาว่าลวนลามเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 &amp;nbsp;และทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีบทลงโทษทางวินัย ด้วยการตัดเงินเดือน 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ก่อนที่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาจะมีคำสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวออกจากโรงเรียนเก่า ไปอยู่ที่โรงเรียนป่าตองท่าเนินสามัคคีในปัจจุบัน&amp;quot;นายศุภพงษา กล่าว.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1725</URL_LINK>
                <HASHTAG>หื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a6964dd45948.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
