<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบสถิติ! ซีพีเอฟขายหุ้นกู้ แบบออนไลน์ 100% วงเงิน 1.5 หมื่นล้านเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2564 นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน &amp;nbsp;CPF กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ลงทุนที่ไว้วางใจและให้ความสนใจจองซื้อหุ้นกู้ ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) ทำให้การเสนอขายครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมทั้งขอขอบคุณ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเฉพาะระบบ Online ของธนาคารผู้จัดจำหน่ายที่สามารถรองรับการจองซื้อของผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีจำนวนมากได้ &amp;rdquo; นายไพศาล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่ายเปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ CPFTH เมื่อวันที่ 20 &amp;ndash; 22 กันยายน 2564 ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี ทำให้ CPFTH สามารถออกหุ้นกู้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการเสนอขายให้ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดาเป็นการจองซื้อผ่านระบบ Online และโทรศัพท์บันทึกเสียง ซึ่งมีขนาดธุรกรรมใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ CPFTH สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในศักยภาพการเติบโตและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ CPFTH ซึ่งการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของ CPFTH โดยทริสเรทติ้งที่ระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; นั้นสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมรอบด้านและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพดำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ รวม 3 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 6 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.50 % ต่อปี จำนวน 4,470 ล้านบาท อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.18 % ต่อปี จำนวน 6,010 ล้านบาท และอายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70 % ต่อปี จำนวน 4,520 ล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117620</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุบสถิติ, หุ้นกู้, เสนอขายหุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6143fb9a1adf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปตท. จ่อออกหุ้นกู้ AAA วงเงิน 47,000 ล้านบาท ใช้เป็นทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 64 บมจ.ปตท ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าได้มีมติอนุมัติแผนการจัดหาเงินกู้ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 61-65 โดยการออกหุ้นกู้ภายในวงเงินเทียบเท่า 150,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป เพื่อทดแทนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทางบริษัทฯ แจ้งให้ทราบว่าได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 ประเภทไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 47,000 ล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ (ไม่รวมบุคคลธรรมดา) ซึ่งการออกหุ้นกู้ครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการออกตราสารหนี้ MTN Program ของ ปตท. พ.ศ. 2563 วงเงินรวม 130,000ล้านบาท ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์เรทติ้งส์(ประเทศไทย) จำกัด ที่ระดับ AAA(tha) และมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และมีธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และนายทะเบียนหุ้นกู้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท., หุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60701915062b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนต้องไม่พลาด &#039;บ้านปู&#039; เปิดจองหุ้นกู้เคาะดอกเบี้ยสูง 2.90-3.80% ต่อปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ส.ค. 2564 นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า บ้านปูเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้กับผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม และวันที่ 2-3 สิงหาคมนี้ ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โดยการจองซื้อผ่านสาขาปกติและระบบออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หุ้นกู้ฯ ดังกล่าวมีจำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้ฯ อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.90% ต่อปี หุ้นกู้ฯ อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี และหุ้นกู้ฯ อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.80% ต่อปี หุ้นกู้ฯ ทั้ง 3 รุ่น กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยบริษัทฯ และหุ้นกู้ฯ ได้รับการจัดอันดับความเชื่อถือที่ระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; แนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; จากบริษัท ทริส เรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เชื่อว่าการเสนอขายหุ้นกู้ฯ ครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ในระยะเวลาและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A+ ที่สามารถเสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเห็นถึงความแข็งแกร่งในภาพรวมของบริษัทฯ และความสามารถในการรักษาวินัยทางการเงินและการบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความน่าสนใจของธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่บ้านปูยังมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์พลังงานแห่งโลกอนาคต &amp;nbsp;โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนขับเคลื่อนธุรกิจของบ้านปูตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี และทำให้หุ้นกู้ฯ บ้านปูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมฤดีกล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;ในปัจจุบัน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ภาวะวิกฤติที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ผลการดำเนินธุรกิจของบ้านปู ยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินมาตรการลดต้นทุน และบริหารงบลงทุนอย่างรัดกุมเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก ตลอดจนการเดินหน้าเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Banpu Transformation) &amp;nbsp;สู่โลกยุค Never Normal เพื่อต่อยอดกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนภารกิจในการส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน &amp;nbsp;ผ่านการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตฟอลิโอพลังงานสะอาด พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงด้วยระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เข้าดำเนินธุรกิจครอบคลุม 10 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยสร้างการเติบโตจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ประกอบด้วย ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตลาด การค้า โลจิสติกส์ การจัดหาเชื้อเพลิง และสายส่ง กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน ครอบคลุมโรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป และจากพลังงานหมุนเวียน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ประกอบด้วยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและทุ่นลอยน้ำ ธุรกิจจัดเก็บพลังงาน ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจพัฒนาชุมชนอัจฉริยะที่กำลังเร่งสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งการพัฒนาโซลูชันและขยายการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนธุรกิจ 5 ปี ฉบับใหม่ สำหรับปี 2564-2568 เพื่อต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ผู้จัดการการจัดจำหน่ายจึงได้เพิ่มช่องทางการจองซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อหุ้นกู้ฯ ทั้ง 3 รุ่น ผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรือการจองซื้อหุ้นกู้ฯ ผ่านทางโทรศัพท์บันทึกเสียงโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจองซื้อหุ้นกู้ฯ ที่สาขา หรือ หน่วยงานขายของผู้จัดการการจัดจำหน่ายดังกล่าว นักลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 4 แห่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSDE01.aspx?TransID=344146 &amp;nbsp;หรือติดต่อผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ฯ ทั้ง 4 แห่ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110280</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองซื้อหุ้นกู้, บ้านปู, หุ้นกู้, อัตราดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4f29cd39ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKPower ยิ้มยอดจองหุ้นกู้สูงกว่าที่ต้องการขาย 2 เท่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง CKPower ได้เสนอขายหุ้นกู้ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมากจนมียอดจองเกินกว่า 2 เท่าของจำนวนที่ทางบริษัทฯ เสนอขายแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อกิจการและความสามารถในการบริหารงานของบริษัทฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มีจำนวน 3 ชุด แบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 3 ปี จำนวน 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.74% ต่อปี หุ้นกู้อายุ 5 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.45% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี จำนวน 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.02% ต่อปี โดยหุ้นกู้อายุ 7 ปี ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนวันครบกำหนด ทั้งนี้ หุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ &amp;ldquo;A-&amp;ldquo; แนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; โดย บริษัท ทริสเรตติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินบางส่วนไปชำระคืนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2564 และมีแผนที่จะใช้เงินส่วนที่เหลือเพื่อซื้อสินทรัพย์หรือลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ การลงทุนเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;CKPower ต้องขอขอบคุณผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ทุกท่าน ที่ยังคงเชื่อมั่นต่อกิจการและความสามารถในการบริหารงานของบริษัทฯ รวมถึงมองเห็นศักยภาพและความสามารถในการบริหารกิจการของผู้บริหาร ที่จะนำพากิจการของกลุ่ม CKPower ให้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการแข่งขันและการขยายธุรกิจ Renewable Energy ด้วย&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการสร้างรายได้ กำไร และกระแสเงินสด รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้อย่างประสิทธิภาพ ซึ่งในไตรมาส 1/2564 CKPower มีรายได้รวม 2,101.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 339.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 114.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 454.1 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 133.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทริสเรทติ้ง ยังคงอันดับเครดิตองค์กรที่อันดับ &amp;ldquo;A&amp;rdquo; แนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; ในปี 2564 ด้วย&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มเติมอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อหุ้นเพิ่มเติมสัดส่วนร้อยละ 5 ในบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ใน สปป.ลาว จำนวนประมาณ 1,826.55 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3/2564 จะทำให้ CKPower มีสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 37.50 เป็นร้อยละ 42.50 ซึ่งการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาตามสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นอีกครั้ง
&amp;nbsp;
โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 0.66 เท่า ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดของหุ้นกู้ที่ให้คงอัตราส่วนไม่ให้เกิน 3.00 เท่า อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีวงเงินกู้ยืมที่ยังไม่ได้เบิกใช้จากสถาบันการเงินอีกรวม 9,500 ล้านบาท ทำให้บริษัทสามารถรองรับการลงทุนในโครงการต่างๆ ตามแผนการลงทุนของบริษัทฯ ที่ตั้งเป้างบลงทุนสำหรับปี 2564 ที่ประมาณ 4,000-6,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์, บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower), หุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5c4479efe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKPowerแกร่งนักลงทุนแห่สนใจหุ้นกู้น้ำงึม2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2563 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; หรือ CKPower และในฐานะกรรมการ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CKPower และเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขายไฟทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินบาท ชนิดไม่ด้อยสิทธิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ รวมมูลค่า 1,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.20% ต่อปี และอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.60% ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในอันดับ &amp;ldquo;A แนวโน้มคงที่&amp;rdquo; จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนตุลาคม 2563 จำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนของบริษัทฯ

ทั้งนี้ ภายหลังจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดแล้ว จะทำให้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด มียอดหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายแล้ว ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2563 ทั้งสิ้นจำนวน 13,900 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีวงเงินที่ได้รับการอนุมัติให้สามารถออกและเสนอขายหุ้นกู้คงเหลืออีก 2,100 ล้านบาท โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการที่จะออกและเสนอหุ้นกู้ส่วนที่เหลือดังกล่าว

&amp;ldquo;หุ้นกู้ของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ยังคงเป็นหุ้นกู้ที่ได้รับความสนใจของนักลงทุนเช่นเดียวกับที่เสนอขายไปก่อนหน้านี้ เพราะมียอดจองเกินจำนวนที่เสนอขาย และยังขายได้หมดในเวลาอันรวดเร็วเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในขณะนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นกู้ของบริษัทฯ แต่อย่างใด โดยในปีนี้มั่นใจว่าบริษัทฯ ยังคงสามารถผลิตไฟส่งให้ กฟผ.ตามสัญญาได้อย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในประสิทธิภาพการบริหารจัดการ อีกทั้งยังคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเช่นเดิมเสมอมา&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78948</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower), หุ้นกู้, ไฟฟ้าน้ำงึม 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9531073a455.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. ปลื้มยอดจองหุ้นกู้ทะลุกว่า 65,000 ล้านบาท ย้ำนักลงทุนยังเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 กรกฎาคม 2563 - ปตท. เผยผลสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ ภายใต้โครงการออกตราสารหนี้ (MTN Program) ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ เพื่อใช้เป็นเงินลงทุน เงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนด ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท หรือ 4.2 เท่าของมูลค่าการเสนอขาย ขณะที่อายุหุ้นกู้สูงสุดยาว 25 ปียังเป็นที่นิยมอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจพลังงานครบวงจร โดยหุ้นกู้นี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA (tha) จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดสำหรับตราสารหนี้ที่ออกในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า แม้ว่า ปตท. จะห่างหายจากการออกหุ้นกู้มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ ปตท. ก็ยังคงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดียิ่งในการเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีความต้องการจากนักลงทุนสูงมากกว่า 65,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.2 เท่าของมูลค่าการเสนอขาย ส่งผลให้ ปตท. เพิ่มหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติม (Exercise Greenshoe) อีก 5,000 ล้านบาท จากมูลค่าการออกหุ้นกู้เดิม 15,000 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการเสนอขายทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อ ปตท. โดยการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ประกอบด้วย หุ้นกู้จำนวน 5 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 25 ปี ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ ที่ 1.21% 2.05% 2.84% 3.20% และ 3.74% ต่อปี ตามลำดับ มีนักลงทุนที่ให้ความสนใจจองซื้อครอบคลุมทุกประเภท อาทิ กองทุนภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิต กลุ่มสหกรณ์ ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงผู้ลงทุนรายใหญ่ (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดา) และมีกำหนดการออกหุ้นกู้ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกและเสนอขายหุ้นกู้ของ ปตท. แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ ในครั้งนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะสม หลังจากภาวะตลาดเริ่มกลับมาเอื้ออำนวย ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนักลงทุนยังคงมองหาช่องทางการลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสถานะการเงินที่มั่นคง ทำให้หุ้นกู้ของ ปตท. ได้รับอัตราดอกเบี้ยและอายุหุ้นกู้ที่เหมาะสม โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีอายุยาวที่สุด 25 ปี ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยเห็นหุ้นกู้ระยะยาวในตลาดมากนัก ซึ่งปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีมาก ดังนั้น การนำเสนอหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นที่มีความหลากหลายของทั้งอายุหุ้นกู้และผลตอบแทน จึงเป็นโอกาสของ ปตท. ในการบริหารจัดการต้นทุนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA (tha) จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของสถานะการเงินของ ปตท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดจำหน่ายครั้งนี้ มีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท., หุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd5fff734e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยออยล์ปลื้มขายหุ้นกู้1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯหมดภายใน 10 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย. 2563 นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ประสบความสำเร็จ ในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐอเมริกา ชนิดไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ เมื่อเร็วๆ นี้ จำนวนรวม 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการลงทุนของบริษัทฯ โดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด หรือ โครงการ CFP (Clean Fuel Project) และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัทฯ ในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว อันเนื่องมาจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rdquo;

&amp;ldquo;หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard and Poor&amp;rsquo;s และ Moody&amp;rsquo;s ที่ระดับ BBB+ และ Baa2 ตามลำดับ โดยประกอบด้วยหุ้นกู้จำนวน 2 ชุด หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 10 ปี จำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี โดยหุ้นกู้ชุดนี้ถือเป็นหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปี ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่สามารถออกและเสนอขายได้โดยบริษัทไทย และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 30 ปี จำนวน 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.75 ต่อปี หลังจากประกาศเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวของไทยออยล์ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันในต่างประเทศ ผลปรากฎว่าได้รับความนิยมสูงมาก โดยมียอดจองซื้อเต็มจำนวนภายใน 10 นาทีที่ออกเสนอขาย และมียอดจองสูงสุดกว่า 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 7.5 เท่าของวงเงินที่ตั้งไว้ การออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวจัดจำหน่ายโดยธนาคาร BofA Securities, Citigroup (B&amp;amp;D), Standard Chartered Bank, ANZ, BNP PARIBAS, and Deutsche Bank โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย (Pricing Date) เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2663 และจะดำเนินการ settlement แล้วเสร็จวันที่ 18 มิถุนายน 2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัตน์ กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และมีแนวโน้มชะลอตัวจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้บริษัทต่างๆ ทั่วโลกอยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อม และทางเลือกการจัดหาเงินโดยการเข้าถึงตลาดเงินระหว่างประเทศ ผ่านโปรแกรม Global Medium Term Note (โปรแกรม GMTN) ซึ่งเป็นโปรแกรมเตรียมความพร้อมในการจัดหาเงินทุนของบริษัทฯ ทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงนักลงทุนได้อย่างกว้างขวาง รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ตลาดการเงินที่ผันผวน บริษัทฯ จึงสามารถจัดหาเงินทุนผ่านการออกพันธบัตรสกุลเหรียญสหรัฐอเมริกา ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง&amp;nbsp;แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะความกดดันของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68890</URL_LINK>
                <HASHTAG>หุ้นกู้, ไทยออยล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8cc2fd260a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
