<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว-ค้าปลีกพุ่งรับกระแสวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.2564 น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวผันผวน แม้ได้รับปัจจัยบวกจากกระทรวงสาธารณสุขกำลังติดตามประกาศมาตรฐานกลางขององค์การอนามัยโลก (WHO) เกี่ยวกับมาตรการวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) เพื่อออกมาตรการเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากทั่วโลกเริ่มรับวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 รวมถึงไทยที่ทยอยฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก ได้แก่ AWC-MINT- CENTEL-CPN-CRC-SPA และ AOT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประเมินตัวเลข GDP ของสหรัฐว่ามีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง 6% ในปี 64 และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านความเห็นชอบแผนบรรเทาทุกข์ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ช่วงต้นปีทีผ่านมา เงินของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องกว่า 29,000 ล้านบาท ประกอบกับการประกาศงบการเงินที่สิ้นสุดลง ทำให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไรออกมา จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระดับ 1,485-1,530 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาประเด็นที่สำคัญ เช่น การประชุมของคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ในวันที่ 3 มี.ค. และกระทรวงพาณิชย์แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการในวันที่ 5 มี.ค. ส่วนปลายเดือนมีนาคมจะมีการประชุม กนง.ครั้งที่ 2 และการเมืองในประเทศมีความไม่แน่นอนอีกครั้งจากปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกระแสข่าวปรับครม. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนเดือน มี.ค.64 มองว่าตลาดหุ้นไทยจะผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ ประเมินดัชนีที่แนวรับ 1,450-1,480 จุด โดยธีมการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่พุ่งแรง และคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น &amp;nbsp;แนะนำลงทุนในหุ้นที่น่าสนใจ 7 กลุ่ม 13 หุ้น ได้แก่ 1.กลุ่ม Hard commodities หุ้นที่เลือกคือ &amp;nbsp;PTTGC, TOP, SPRC, ESSO 2.กลุ่ม Soft commodities หุ้นที่เลือกคือ STA &amp;nbsp;3.กลุ่มธนาคารหุ้นที่เลือกคือ KBANK, BBL &amp;nbsp;4.กลุ่มอาหารหุ้นที่เลือกคือ &amp;nbsp;CPF, TU &amp;nbsp;5.กลุ่มอสังหาฯ หุ้นที่เลือกคือ AP, ORI &amp;nbsp;6.กลุ่มเดินเรือ หุ้นที่เลือกคือ RCL 7.กลุ่มสินค้า Consumer หุ้นที่เลือกคือ STGT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับช่วงครึ่งหลังของเดือนมี.ค.นี้ น่าจะเริ่มเป็นช่วงเวลาที่ดีของหุ้นขนาดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะเริ่มหมดลง ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานเริ่มเห็นประมาณการกำไรของหุ้นใหญ่ทรงตัวได้แล้ว จึงเป็นที่มาที่หุ้นแนะนำส่วนใหญ่ประจำเดือนนี้ค่อนข้างโน้มเอียงไปยังหุ้นขนาดใหญ่มากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94763</URL_LINK>
                <HASHTAG>บล.โกลเบล็ก, วิลาสินี บุญมาสูงทรง, หุ้นค้าปลีก, หุ้นท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afb9254e3e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
