<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;สอน&#039;ไอ้ไข่นุ้ย&#039;ไม่รู้จักโต-โตไม่เป็นอยากเปลี่ยนประเทศแต่ขาดความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; Suphanat Aphinyan ระบุว่า
#ไอ้ไข่นุ้ย
บอกมาตรงๆก็หมดเรื่อง...
ไม่รู้จะอ้างอะไรเยอะแยะให้มันวุ่นวายไปเพื่ออะไร ???
#อย่าทำเรื่องส่วนตัวให้เป็นเรื่องของประชาธิปไตย
เพราะไม่อย่างนั้นคุณก็แค่เผด็จการโดยการอ้างประชาธิปไตยและหลอกใช้ประชาชนที่ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของคุณเป็นเครื่องมือ เพื่อสนองกิเลสตัณหาความอยากของคุณตัวเอง
#ประชาธิปไตยดูที่พฤติกรรมไม่ใช่ที่ลมปาก
เพราะใครๆที่มีปากก็อ้างได้หมด และการอ้างแต่ไม่ปฏิบัติให้เห็น คือ การลงทุนที่มีต้นทุนต่ำที่สุด
#HiddenAgenda
#หุ้นของเอก
#กฎหมู่กดดันกฎหมาย
&amp;quot;Law is law, man&amp;quot;
&amp;quot;กฎหมาย คือ กฎหมาย นะพวก&amp;quot;
เพื่อนชาวฝรั่งเศสของผมอายุ 23 ปี ได้กล่าวไว้
หลังจากอัพเดตเรื่องราวของนักการเมืองกลุ่มหนึ่งให้เขาฟัง
พวกอายุ 40 ต้นๆ ที่ไม่มีความรับผิดชอบเข้าใจบ้างไหม?
หรือมีแต่ความอยาก...
อยากมีอำนาจ อยากเป็นใหญ่ อยากเปลี่ยนประเทศ
อยากสานต่ออุดมการณ์คณะราษฎร2475
อยากไปหมดทุกอย่าง แต่ขาดความรับผิดชอบ
กฎหมายไม่อ่าน เหมือนหนังสือไม่อ่าน ลอกเพื่อน แล้วสอบตกรึเปล่านะ?
#ไม่รู้จักโต
#โตไม่เป็น
#ไอ้ไข่นุ้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมู่กดดันกฎหมาย, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ศุภณัฐ-ธนาธร, หุ้นธนาธร, อยู่ไม่เป็น-ไม่รู้จักโต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d924d12ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผอ.อิศรา&#039;ออกบทความแฉพฤติกรรมประหลาดของ&#039;ธนาธร&#039;กรณีการบริหารจัดการหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;พฤติกรรมประหลาด? ของ &amp;#39;ธนาธร&amp;rsquo; กรณีการบริหารจัดการหุ้น&amp;quot; ผ่านสำนักข่าวอิศราโดยมีเนื้อหาดังนี้ การที่&amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือขอโทษ และชี้แจงบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้โอนหุ้นให้บริหารจัดการในลักษณะบลายทรัสต์ (Blind Trust) ตามที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU) อย่างที่นายธนาธรเคยแถลงข่าวไว้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ก่อนที่นายธนาธรจะได้รับเลือกเป็น ส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรอ้างด้วยว่า การทำหนังสือขอโทษดังกล่าว ต้องการทำเป็นส่วนตัวกับทางบริษัท แต่เนื่องจากถูกโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือจึงนำหนังสือดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ&amp;nbsp;(อ่านประกอบ :&amp;nbsp;&amp;#39;ธนาธร&amp;#39;โชว์ จม.ขอโทษบริษัทที่ยังไม่ได้ทำ blind trust เหตุศาล รธน.สั่งหยุดทำหน้าที่)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากอ่านคำชี้แจงดังกล่าวของ นายธนาธร แล้วมีข้อน่าสังเกตดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก&amp;nbsp;นายธนาธร ถูกศาลธรรมนูญสั่งพักการทำหน้าที่ ส.ส. ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2562 ระหว่างการพิจรณาของศาลเนื่องจากนายธนาธรถูกกล่าวหาว่า ยังถือครองหุ้นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมนายธนาธรเพิ่งมาทำหนังสือขอโทษบริษัทหลักทรัพย์ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2562 หลังจากที่นายธนาธรถูกสั่งพักการทำหน้าที่ ส.ส. นานถึงสามเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่นายธนาธร จะต้องยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ภายในวันที่ 22 กรกฎาคม 2562&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายธนาธรได้ขอขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปจนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นก็แสดงว่านายธนาธรเพิ่งทำหนังสือขอโทษบริษัทหลักทรัพย์ก่อนครบกำหนดที่ขอขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เพียงวันเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายธนาธรอ้างว่า ขอยกเลิกการโอนหุ้นไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการในลักษณะบลายทรัสต์ (Blind Trust)&amp;nbsp; เพราะถูกพักการทำหน้าที่เป็น ส.ส.&amp;nbsp;นายธนาธรน่าจะคิดได้และทำหนังสือขอโทษตั้งแต่ช่วงก่อนหน้าที่จะยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน&amp;nbsp;มิใช่ทำหลังจากที่เลยระยะเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง&amp;nbsp;เมื่อสื่อมวลชนตรวจบัญชีทรัพย์สิน ของนายธนาธรที่ยื่นไว้กับ ป.ป.ช.พบว่า นายธนาธรมิได้ทำตามที่ได้แถลงข่าวไว้ จึงย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนได้&amp;nbsp;เพราะถือว่ามิได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นายธนาธรกลับอ้างว่า การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวเป็นการโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือ จึงจำเป็นต้องเอาหนังสือที่ทำขอโทษบริษัทหลักทรัพย์เป็นการส่วนตัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องน่าประหลาดอย่างมาก ที่ในช่วงการทำบันทึกความเข้าใจ(MOU) นายธนาธรแถลงข่าวเรื่องนี้อย่างใหญ่โตเพื่อ &amp;rsquo;สร้างภาพ&amp;rsquo; ให้กับตนเองในทางการเมือง โดยอ้างว่า ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่และความโปร่งใสไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการทำหน้าที่ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอถึงคราวจะยกเลิกการโอนหุ้นไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกลับทำอย่างเงียบเชียบ ไม่ยอมแถลงข่าวต่อสาธารณะ เหมือนกับตอนช่วงที่ทำ MOU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่ถูกตรวจสอบพบว่า มิได้ทำตามที่แถลงข่าวไว้ กลับออกมาโวยวายว่าถูกโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม&amp;nbsp;ถ้าดูเนื้อหาในหนังสือที่อ้างว่า ทำขอโทษบริษัทหลักทรัพย์เป็นการส่วนตัว ถือว่าเป็นการทำหนังสือในลักษณะการติดต่อทางธุรกิจระหว่างนายธนาธรกับบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือลักษณะเช่นนี้ แค่เพียงแต่อธิบายถึงเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่สามารถดำเนินการตาม MOU ได้ ก็น่าจะเพียงพอ เช่น การถูกพักทำหน้าที่ของ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่ออ่านหนังสือขอโทษที่นายธนาธรอ้างว่าทำเป็นการ &amp;lsquo;ส่วนตัว&amp;rsquo; ระหว่าง นายธนาธรกับบริษัทหลักทรัพย์ กลับพบข้อความในลักษณะหาเสียงซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับสัญญาในลักษณะธุรกิจการค้ากับบริษัทหลักทรัพย์แต่อย่างใดในย่อหน้าที่สอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร ความตั้งใจแต่แรกเริ่มของผมยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ การพยายามสร้างบรรทัดฐานใหม่ของความโปร่งใสตรวจสอบได้ สำหรับนักธุรกิจที่หันมาทำงานการเมือง ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าการเข้าสู่การเมืองของผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตน แต่มีเป้าหมายสูงสุดคือการรับใช้ประชาชนของประเทศอันเป็นที่รักของเรา และสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนสถาพรให้กับคนรุ่นต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหา ในลักษณะนี้ทำให้ เชื่อได้ยากว่าหนังสือของนายธนาธรต้องการทำในลักษณะ &amp;rsquo;ส่วนตัว&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีความมุ่งหมายจะใช้ในการสร้างภาพเพื่อบรรเทาผลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มิได้ทำตามสัญญากับประชาชนในเรื่องการโอนหุ้นให้บริษัทหลักทรัพย์ไปจัดการในลักษณะ&amp;nbsp;Blind Trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่เห็นมีความจำเป็นใดๆ ที่นายธนาธรต้องไปประกาศอุดมการณ์ของตนเองเป็นการ &amp;lsquo;ส่วนตัว&amp;rsquo; กับบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะนิติบุคคลทางธุรกิจให้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทำดังกล่าวยิ่งทำให้คนสงสัยในพฤติกรรมของนายธนาธรในเรื่องการไม่ยอมโอนหุ้นไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการในลักษณะ Blind Trust มากยิ่งขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47132</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์, สำนักข่าวอิศรา, หุ้นธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94439070aa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิศราสาวลึก!บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ทฯผู้รับโอนหุ้น &#039;ธนาธร&#039; 11 แห่งรวด 644.3 ล้านช่วง มี.ค.-ต้น พ.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ในช่วงระหว่าง วันที่ 21 มี.ค.2562 , 5 เม.ย.2562 , 8 พ.ค.2562 และ 10 พ.ค.2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โอนหุ้นบริษัทเครือไทยซัมมิท 13 บริษัท (เท่าที่ตรวจพบ) ซึ่งบริษัทดังกล่าวจดแจ้งวัตถุที่ประสงค์ประกอบกิจการสื่อโดยตรงและไม่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อ ไปให้ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด จำนวน 11 บริษัท รวม 49,693,670 หุ้น มูลค่า 644,395,000 บาท (มูลค่าตามทุนจดทะเบียน) และ โอนให้นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย จำนวน 2 บริษัท 83,800 หุ้น รวมมูลค่า 8,380,000 บาท ในจำนวนนี้ 10 บริษัทระบุ เลขหมายใบหุ้น และ วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น วันที่ 8 ม.ค.2562 &amp;nbsp;(อ่านประกอบ:เปิดข้อมูลใหม่ &amp;lsquo;ธนาธร&amp;rsquo; โอนหุ้น 13 บริษัทรวด 652.7 ล. ให้&amp;lsquo;ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท-น้องชาย&amp;rsquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพบว่า บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นดังกล่าว เป็นบริษัทของครอบครัวและมีนายธนาธรถือ 72,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท มูลค่า 72 ล้านบาท (18%ของทุนจดทะเบียน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 1 ก.พ.2520 ทุน 2 ล้านบาท นายสรรเสริฐ จุฬางกูร นายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ นายเสรี จึงรุ่งเรืองกิจ นายอาฮง แซ่จึง น.ส.อริสดา จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.สมพร แซ่ตั้ง และ น.ส.หทัยรัตน์ ธนสมุทร เป็นผู้ถือหุ้นชุดแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.2532 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาร่วมถือหุ้นจำนวน 11,100 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.2538 นายสรรเสริฐ จุฬางกูร และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถอนหุ้นออก และมีชื่อนายธนาธร ถือ 6,600 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 62,000 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.2547 นายธนาธรได้โอนหุ้นให้นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2557 มีผู้ถือหุ้น 4 คน นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 280,000 หุ้น น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือคนละ 40,000 หุ้น จำนวนหุ้นทั้งหมด 400,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท ไม่มีชื่อนายธนาธรร่วมถือหุ้น &amp;nbsp;และไม่เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเรื่อยมาจนถึงปี 2561 &amp;nbsp;(เอกสาร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2562 นางสมพร นำส่งสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ชุดใหม่ ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ ณ วันที่ 20 มี.ค.2562 มีผู้ถือหุ้น 6 คน นางสมพร ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นจาก 280,000 หุ้น เหลือเพียง 40,000 หุ้น หุ้นที่ลดลง จำนวน &amp;nbsp;240,000 หุ้น ได้โอนให้บุตรทั้ง 5 คน ได้แก่ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนละ 32,000 หุ้น โอนให้ นายธนาธร และนายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนละ 72,000 หุ้น เท่ากับบุตรทั้ง 5 คนถือครองเท่าๆกันคนละ 72,000 หุ้น (มูลค่า 72 ล้านบาท) (ดูเอกสารและตาราง) และยังคงถือครองอยู่จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด แจ้งวัตถุที่ประสงค์ล่าสุด 30 ข้อ ไม่มีข้อใดที่ระบุ ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ เพียงระบุ ข้อ (18) ประกอบกิจการบริการจัดเก็บ รวบรวม จัดทำ จัดพิมพ์และเผยแพร่สถิติ ข้อมูลในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การเงิน การตลาด รวมทั้งวิเคราะห์และประเมินผลในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นได้ว่า การโอนหุ้น 13 บริษัทของนายธนาธร เป็นการโอนให้บริษัทในครอบครัวที่ตนเองเป็นผู้ถือหุ้นอยู่นั่นเอง&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36601</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทเครือไทยซัมมิท, สำนักข่าวอิศรา, หุ้นธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda5dd98c82f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆกับ &#039;คำนูณ&#039; คลี่ปมหุ้นสื่อมวลชนของ &#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.62 - นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kamnoon Sidhisamarn &amp;nbsp;โดยมี เนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นสื่อมวลชนของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ !
___________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมที รัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ไว้ในมาตรา 48 หมวดสิทธิเสรีภาพ ต่อท้ายมาตราว่าด้วยคลื่นความถี่ และย้ำอีกทีไว้ในมาตรา 265 - 268 ว่าด้วยการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ห้ามทั้งส.ส., ส.ว. และรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่าถ้ามีหุ้นดังกล่าวอยู่ก็ให้จัดการเสียให้เรียบร้อยก่อนเมื่อจะดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนมาสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโทษของการกระทำต้องห้ามนั้น ถ้ายังคงมีหุ้นกิจการดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะโดยเหตุใด ถือเป็นเหตุที่จะทำให้ขาดจากสมาชิกภาพและพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 106, 119 และ 182 ทั้งนี้โดยกระบวนการที่จะไปจบที่การวินิึจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ยกระดับขึ้นไปอีกในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือห้ามตั้งแต่ขั้นตอนสมัครรับเลือกตั้ง !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) ลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งก็ถูกโยงไปเป็นลักษณะต้องห้ามของการเป็นส.ว.และรัฐมนตรีด้วยตามมาตรา 108 และ 160&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพ.ร.ป.เลือกตั้งฯนำมาเขียนรับไว้ในมาตรา 42 (3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้แตกต่างจากเดิมชัดเจน คือห้ามถือหุ้นฯตั้งแต่ก่อนสมัครรับเลือกตั้งเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนวันไปยื่นใบสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น โทษของการกระทำการอันมีลักษณะต้องห้ามประการนี้ยังไม่ใช่แค่ขาดสมาชิกภาพและพ้นจากตำแหน่งเหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้ารู้อยู่แล้วยังคงกระทำไป มีโทษหนักทั้งทางอาญาและทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญญัติอยู่ในพ.ร.ป.เลือกตั้งฯมาตรา 151&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จำคุก 1 - 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ปรับ 20,000 - 200,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจกล่าวโดยสรุปคือเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 สำนักข่าวอิสรารายงานว่าเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 มีการแจ้งวันเปลี่ยนแปลงทะเบียนผู้ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดียอันเป็นกิจการผลิตนิตยสารที่เขากับภรรยาเคยถืออยู่จำนวนหนึ่งไปให้มารดาของเขาต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้งส.ส. 6 กุมภาพันธ์ 2562 จึงตั้งคำถามว่าจะเข้าลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.isranews.org/isranews&amp;hellip;/74945-report00-74945.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ชี้แจงในวันรุ่งขึ้นโดยมีเอกสารประกอบว่าความจริงแล้วเขาขายหุ้นให้มารดาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ก่อนวันสมัครรับเลือกตั้งประมาณ 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือกำลังบอกว่าโอนหุ้นก่อนสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. แต่บริษัทแจ้งต่อนายทะเบียนฯหลังวันสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้ไปร้องเรียนต่อก.ก.ต.ให้สอบสวนเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม 2562 สำนักข่าวอิสราได้เผยแพร่เอกสารลงวันที่ 22 มีนาคม 2562 ที่บริษัทวี-ลัคมีเดียแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 มีนัยให้เข้าใจได้ว่าวันที่ 19 มีนาคม 2562 มีการประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 10 คน ซึ่งน่าจะรวมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและภรรยาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือถ้าทั้งสองโอนหุ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 แล้วจะมาเข้าร่วมประชุมในวันที่ 19 มีนาคม 2562 อีกทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.isranews.org/isranews/75047-report00-75047.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เจ้าตัวชี้แจงว่าตนและภรรยาไม่ได้ร่วมประชุมในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ส่วนทำไมมีเอกสารแจ้งไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯเช่นนั้นไม่ทราบ และเปิดประเด็นใหม่ว่าสาเหตุที่ขายหุ้นให้มารดาเพราะบริษัทกำลังจะเลิกกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาคือ ในกรณีสมัครรับเลือกตั้งโดยปราศจาก &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยึดวันที่บริษัทฯแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ - วันที่ 21 มีนาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่อ้าง - วันที่ 8 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อกฎหมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีนี้คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 1129 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 1129 อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่งตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนเช่นนี้จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นตามวรรคสามนี้ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าโดยตัวบทแล้วหมายถึงการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นหมายถึงสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่ตั้งอยู่ ณ บริษัทเท่านั้น ไม่ใช่ต้องไปแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะไปแจ้งต่อนายทะเบียนฯปีละ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต้อีกฝ่ายเห็นว่าสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัท คนภายนอกจะรู้ได้อย่างไรหากไม่แจ้งต่อนายทะเบียนฯที่กระทรวงพาณิชย์ เอกสารโอนหุ้นทำกันโดยลงวันที่ใดก็ได้ คนภายนอกจะรู้ได้อย่างไรว่าโอนจริงตามวันที่ในเอกสารหรือทำขึ้นย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; เป็น &amp;#39;ก.ก.ต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่จะสกรีนบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามออกไปจากการอาสามาเป็นผู้แทนประชาชน !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ก.ต.จะรู้ได้อย่างไรว่าหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังถือหุ้นปัญหาอยู่หรือไม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะเอกสารที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจะได้แนบสำเนาตราสารโอนหุ้นวันที่ 8 มกราคม 2562 ต่อก.ก.ต.เสียในวันสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ก็น่าจะจบปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ไม่ได้ยื่น เพราะก.ก.ต.ไม่ได้กำหนดให้ยื่น โดยใช้วิธีเพียงให้ผู้สมัครทุกคนลงนามรับรองคุณสมบัติโดยรวมของตนเองไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 นี้ให้เทียบเคียงหลายคดี
_______________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการสอบสวนจะเริ่มต้นจากก.ก.ต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าก.ก.ต.เห็นว่าเข้าข่ายขัดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องจะไปจบที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#หุ้นสื่อมวลชนของธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32560</URL_LINK>
                <HASHTAG>จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, หุ้นธนาธร, เจ้าของสื่อ, โอนหุ้นสื่อให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1d9c5ef506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
