<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฉ.แนะ วิ่งอย่างไร? ไม่เสี่ยงชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61- นพ.ไพโรจน์ บุญศิริชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ออกมาแนะนำในการออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างปลอดภัยว่า การวิ่งให้ปลอดภัยแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีที่หนึ่งคือการวิ่งออกกำลังกายบนท้องถนนทั่วไป ที่ไม่ใช่งานวิ่งตามเทศกาลที่เขาจัดขึ้นตามงานต่างๆ โดยทางด้านสภาพแวดล้อมในการวิ่งผู้วิ่งควรจะต้องประเมินความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมเป็นอันดับแรกโดยไม่ควรใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงในขณะวิ่ง เพราะจะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเราที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นเสียแตรรถยนต์ เสียงรถที่อาจจะทำให้เราเกิดอุบัติเหตุ และหากวิ่งตอนกลางคืนผู้วิ่งควรใส่เสื้อสะท้อนแสงหรือเสื้อสีสว่างที่จะทำให้รถยนต์หรือคนอื่นๆเห็นผู้วิ่งได้ชัดเจน และที่สำคัญคือควรพกบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรผู้ป่วยที่บอกโรคประจำตัวของเราอย่างชัดเจนพร้อมทั้งพกโทรศัพท์และเบอร์คนที่ผู้พบเห็นสามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่สอง คือการวิ่งมาราธอนหรือการวิ่งระยะยาวในสนามต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งการวิ่งมาราธอนนั้นเป็นการวิ่งที่ผู้วิ่งต้องใช้ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด เพราะการวิ่งในลักษณะนี้จะต้องใช้พลังงานในการวิ่งอย่างมากและต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้ที่จะออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาราธอนนั้นจะต้องมีการเตรียมตัวให้ดีโดยต้องประเมินสุขภาพของตนเองก่อนวิ่งเป็นอันดับแรก และหากเรายังไม่แน่ใจว่าร่างกายของเราพร้อมกับการวิ่งหรือไม่เราควรพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจสุขภาพว่าเราไม่ได้เป็นโรคที่เสี่ยงต่อการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เช่นโรคที่เกี่ยวกับการทำงานของหัวใจอาทิโรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจโต หรือ โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด เบาหวาน &amp;nbsp; และโรคที่เกี่ยวกับกระดูกหรือข้อ ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ไม่ควรออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาราธอนหรือการวิ่งในสนามระยะยาว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มโรคหัวใจอาจะทำเกิดภาวะหัวใจวายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไพโรจน์ กล่าวถึงข้อแนะนำในการปฏิบัติก่อนทำการวิ่งด้วยว่า &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอแล้วว่าตนเองไม่ได้อยู่ในโรคกลุ่มเสี่ยงต่อการออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น การปฏิบัติตัวคือ ผู้วิ่งต้องควรจะต้องมีการอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการวิ่ง รับประทานอาหารก่อนการวิ่งล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง &amp;nbsp;ควรดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนออกกำลังกาย 30 นาที เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ &amp;nbsp;แต่ที่สำคัญคือไม่ควรดื่มมากจนเกินไปเพราะอาจทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติและเกิดอาการสมองบวมตามมาได้ นอกจากนี้ในระหว่างวิ่งผู้วิ่งควรสังเกตปริมาณและสีของปัสสาวะ หากปัสสาวะน้อยและสีเข้มขึ้นแสดงว่าร่างกายยังขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเพิ่ม แต่ถ้าปัสสาวะมาก สีจางใส และบ่อยกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะ มึนงง อาจเป็นการแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำมากจนเกินพอแล้ว &amp;nbsp;และที่สำคัญที่สุดหากผู้วิ่งมีอาการหน้ามืดหรือมีอาการเจ็บหน้าอกให้หยุดวิ่งและควรรีบพบแพทย์สนามที่ผู้จัดงานวิ่งได้จัดเตรียมไว้ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19948</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเตรียมตัว, นพ.ไพโรจน์ บุญศิริชัย, ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน, วิ่ง, สพฉ., หูฟัง, ออกกำลังกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc43ca49cc58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซนไฮเซอร์ รุกหนักตลาดหูฟังเกมมิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซนไฮเซอร์ เห็นโอกาสตลาดเกม ประเทศไทยโต ทะลุ 20% ส่งหูฟังรุ่นใหม่ลงแข่งขัน เล็งเพิ่มช่องทางดการจัดจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2561 นายคริส โลว์ รองประธาน ฝ่ายการค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้บริโภค บริษัท เซนไฮเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เอเชีย จำกัด &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในปัจจุบันมูลค่าตลาดเกมมิ่งและอี-สปอร์ต ของประเทศไทย อยู่ที่ 600 ล้านเหรียญ สหรัฐ หรือราวๆ 18,000 ล้านบาท &amp;nbsp;อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนือง ทำให้บริษัทให้ความสำคัญกับตลาดเกมมิ่งเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;โดยที่่ผ่านมาบริษัทมีสินค้ากลุ่มหูฟังเกมมิ่ง เข้ามาทำตลาด ซึ่งปรากฎว่า ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา สินค้าในกลุ่มนี้มียอดขายเติบโตถึง 26%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้หูฟังเกมมิ่ง &amp;nbsp;แบรนด์ เซนไฮเซอร์ เข้ามามีบทบาทในตลาด บริษัท จึงได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่สองรุ่น คือ GSP 500 และ GSP 600 ซึ่งเป็นหูฟังเกมมิ่งระดับมืออาชีพ &amp;nbsp;โดยคุณสมบัติคุณภาพเสียงที่เป็นธรรมชาติ และเหมาะกับการใช้งานในหลายๆด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเพื่อให้ยอดขายสินค้าเป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากจะร่วมมือกับ ตัวแทนการจัดจำหน่ายกว่า 60 รายทั่วประเทศ บริษัทมีแผนจะขยายร้านค้าตัวแทนจัดจำหน่ายเพิ่มเติม พร้อมเพิ่มช่องทางออนไลน์ โดยจับมือกับพันธมิตรเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ถึง 7 เว็บไซต์ด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4476</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP 500, GSP 600, ประเทศไทย, หูฟัง, อี-สปอร์ต, เกมมิ่ง, เซนไฮเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f9d4c44a4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
