<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงขัดแย้งเดือดกระทบศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์ความขัดแย้งที่เดินหน้าสู่ความรุนแรงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ภายหลังการลอบสังหารนายพลกาเซ็ม โซไลมานี ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะก้าวไปสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่มุมมองด้านเศรษฐกิจ ก็เริ่มมีคำถามตามมามากมายว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรกับภาพรวมเศรษฐกิจโลก ที่เดิมๆ ก็ยังคงเผชิญกับปัญหาการกีดกันทางการค้าจนเป็นผลทำให้ภาพรวมการค้าโลกชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในส่วนของกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดว่าเหตุการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด &amp;ldquo;อุตตม สาวนายน&amp;rdquo; รมว.การคลัง ระบุว่า ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น จึงยังพูดไม่ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง แต่ความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลกระทบนั้นมีอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแค่กับไทยเท่านั้น เป็นกับทั้งโลก ขณะที่ปัจจัยบวกก็ยังมีอยู่ จากการคาดการณ์แนวโน้มว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2563 จะขยายตัวได้ดีขึ้น หลังสถานการณ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่คาดกันว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับภาคเอกชนที่ยังมองว่า อาจจะเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบที่เกิดจากความขัดแข้งของ 2 ประเทศ คือ สหรัฐและอิหร่าน ว่าจะรุนแรงและลุกลามบานปลายไปในทิศทางใด โดยอาจจะต้องรอดูท่าทีของทั้ง 2 ประเทศก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เอง โดย &amp;ldquo;พิมพ์ชนก วอนขอพร&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค และสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงิน ไปจนถึงตลาดทุนทั้งของไทยและทั่วโลก โดยในระยะสั้นที่เห็นชัด คือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย อีกทั้งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้จะเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนส่วนใหญ่หันไปถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากกว่า ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ระยะกลางและระยะยาว ประเมินว่าเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุน รวมถึงอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเล็กน้อย แต่คาดว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมในปีนี้น่าจะปรับตัวได้ดีขึ้น ด้วยเพราะยังมีปัจจัยบวกด้านอื่นๆ ที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบจากความรุนแรงระหว่าง 2 ประเทศ แต่หากเกิดการตอบโต้กันรุนแรงมากขึ้น จนมีการปิดเส้นทางเดินเรือ ก็อาจจะเป็นผลทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานการณ์ความไม่สงบจะเพิ่มความท้าทายในการฟื้นฟูตลาดส่งออกในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิรัก อิหร่าน และตลาดแอฟริกาที่มีประเทศในตะวันออกกลางเป็นช่องทางการค้าให้สินค้าไทย แต่ก็ยังเชื่อว่าจะอยู่ในวิสัยที่สามารถหาแนวทางขยายการค้าได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ภาคเอกชน โดย &amp;ldquo;กลินท์ สารสิน&amp;rdquo; ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความผันผวนของค่าเงิน อีกทั้งยังมีปัจจัยลบใหม่จากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากกรณีสหรัฐและอิหร่าน ที่หากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงดังกล่าวตึงเครียดและยืดเยื้อ ก็อาจมีผลทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ได้ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า นโยบายการเงินเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยข้อมูล ณ วันที่ 6 ม.ค.2563 พบว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 7% แตะระดับ 70.5 สหรัฐต่อบาร์เรล และจากสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อว่า สหรัฐและอิหร่านจะมีแผนปฏิบัติการทางทหารต่อจากนี้ในรูปแบบใด ซึ่งไม่ว่าสหรัฐหรืออิหร่านจะช่วงชิงความได้เปรียบในการโจมตีกองกำลังทหารของอีกฝ่ายก่อน&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าวก็มีทีท่าว่าจะไม่ยุติลงง่ายๆ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยยังขึ้นอยู่กับระดับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และระยะเวลาที่ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี จากการประเมินเบื้องต้น หากราคาน้ำมันดิบดูไบยืนที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้น 0.75% นั่นหมายถึงเงินเฟ้อทั่วไปจะขยับขึ้นมาเป็น 1.15%-1.65% ในขณะที่จะมีผลต่อจีดีดีประมาณ 0.08%.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, ห่วงขัดแย้งเดือดกระทบศก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
