<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดคึกคัก! คนนับพันแห่รับน้ำแร่โซดาเมืองกาญจน์ แจกฟรีวันแรก ผู้ค้ากว่า 200 ร้านยิ้มแก้มปริ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - ที่บริเวณบ่อน้ำพุโซดา บ้านทุ่งคูน ม.19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ร้านค้าร้านขายที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มีมากราว 200 ร้านทั้งของกินของใช้ พืชผักผลไม้มากมาย ตั้งร้านเรียงรายถึง 3 แถวยาวเหยียด ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยวนับพันคนที่เดินทางมาเพื่อนำน้ำแร่โซดาไปลองดื่มทำให้การจราจรคับคั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยกระเจาพร้อม จนท.อพปร.อำเภอห้วยกระเจา นำกำลังดูแลอำนวยการด้านจราจรบนท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณใกล้น้ำพุ ทางเจ้าหน้าที่ ได้กางเต๊นท์ พร้อมเก้าอี้นั่ง โดยมีประชาชนที่เดินทางมารับแจกน้ำพุโซดา ที่ผ่านการกรองแล้ว นั่งรอโดยทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะทำการแจกน้ำที่กรองและบรรจุขวดตราห้วยกระเจา ให้แก่ทุกคนๆละ 1 ขวด หลายคนจากจังหวัดอื่น เดินทางมารอตั้งแต่เช้า เพื่อรอรับน้ำแร่โซดาที่กรองแล้ว แม้จะรอนานกว่า 3 ชั่วโมงก็ตาม ด้วยเกรงว่าน้ำที่กรองแล้วจะหมดไม่เพียงพอ จึงต้องมารอแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.30 น.นายกุศล โชติรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง ผอ.สำนักพัฒนาน้ำบาดาล ได้เดินทางมาถึง โดยรองอธิบดี ได้เดินดูโครงการตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ ด้วยความสนใจ รวมทั้งเดินตามคันคูที่กั้นน้ำพุโซดา เพื่อสังเกตน้ำพุในระยะใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังดูโครงการนายกุศล เปิดเผยว่าสำหรับโครงการขุดเจาะน้ำบาดาลนี้ สำเร็จดังที่มุ่งหวัง น้ำมีปริมาณจำนวนมากพอที่ช่วยให้ชาวบ้านได้ใช้บริโภคและอุปโภค การเกษตร ได้อย่างเต็มที่ ส่วนในเรื่องที่มีการพูดคุยกันว่า ทางเอกชนบางรายจะขุดเจาะเอง ก็อยากจะให้ไตร่ตรองใคร่ครวญให้ดี เพราะต้องลงทุนสูงมาก ต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการเจาะขุดในชั้นดินหินที่ลึกระดับกว่า 200-300 เมตร รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบด้านธรณีวิทยา เพื่อจะทราบว่าใต้ชั้นหินมีรอยแยกที่เชื่อมต่อกับน้ำที่ขุดพบหรือไม่ อีกทั้งจะเป็นน้ำพุหรือเปล่า เป็นน้ำแร่หรือไม่ หรืออาจจะพบน้ำที่มีปริมาณน้อย และหลังพบน้ำก็ต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ ว่ามีแร่ธาตุใดบ้าง รวมถึงการขออนุญาติในการจำหน่าย นับเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะต้องใช้เม็ดเงินที่สูงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้ประชาชน เข้าแถวเป็น 2 แถว โดยเว้นระยะห่าง พร้อมแจกขวดเปล่า เพื่อไปรับน้ำที่กรองแล้วด้านในห้องของที่ทำการชั่วคราว ทำให้ประชาชนที่มารอรับน้ำแร่โซดายิ้มได้ หลังจากนั่งรอ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุ มานานกว่า 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องพื้นที่ บริเวณบ่อน้ำพุโซดาที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า อยู่ในพื้นที่ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา หรือต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ ที่กำลังตามมา ทั้งร้านค้าที่มีการเก็บค่าเช่า ตารางเมตรละ20บาทต่อวัน ที่จอดรถนักท่องเที่ยว ตลอดจนถึง อาจมีการค้าขายน้ำพุโซดาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94115</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำพุโซดา, ห้วยกระเจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036130f604cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หอมกลิ่นข้าว&quot; เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(องค์พระต้นแบบพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้เดินทางไปสัมผัสหลายแบบ ทั้งภูเขา น้ำตก เขื่อน ลงแพ ชมตลาด ไปวัด และถูกจริตสำหรับใครที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางไปเช้า-เย็นกลับจากกรุงเทพฯ เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ เอง แต่ชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่งที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันคือ อากาศร้อนและแห้งแล้ง ถึงในช่วงหน้าหนาวก็จะไม่หนาวจัดมากนัก เพราะด้วยพื้นที่อยู่ตอนกลางของประเทศ และส่วนใหญ่เป็นที่ดอน มีเทือกเขาเป็นแนวโอบล้อมในด้านทิศตะวันตก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทริปนี้ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) จึงได้พาคณะสื่อมวลชนเดินทางมาที่ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้ต่อยอดพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจาในโครงการข้าวเพื่อสุขภาพ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา&amp;rdquo; เพราะที่นี่คือหนึ่งในอำเภอที่เป็นพื้นที่แห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้มีน้ำน้อย แถมยังไม่มีคลองชลประทาน และอากาศร้อนอบอ้าว แต่ในข้อเสียต่างๆ กลับทำให้ที่นี่มีเสน่ห์และสร้างจุดแข็งของพืชผลทางเกษตรที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว อย่างข้าวหอมมะลิที่มีกลิ่นหอมเฉพาะ และผลผลิตแปรรูปอื่นๆ อย่าง น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ น้ำส้มสายชูหมักผสมน้ำเมลอน อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนที่จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการพัฒนาธุรกิจ ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้ต่อเนื่อง ให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ความเก่าแก่ของโบสถ์ วัดสระกระเบื้อง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอนก พนาอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนินโครงการ เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งแต่ที่เข้ามาทำโครงการตั้งแต่ปี 2559 ความยากในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจาคือ ปัญหาเรื่องน้ำ ความแห้งแล้งที่ทำให้ทำนาได้ปีละครั้ง จึงได้มีการทำแท็งก์น้ำให้กับชุมชน 1.200 ลิตร เพื่อให้มีน้ำได้ใช้ และจากการที่สามารถรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจาที่มีความเข้มแข็งได้อย่างรวดเร็ว สามารถผลิตข้าวที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP จากข้าวกิโลละ 20 บาท เพิ่มมูลค่าเป็น 60 บาทในแบรนด์หอมกระเจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เอนกได้เล่าต่อว่า นอกจากนี้อินทัชยังได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา ที่ยังต้องมีการพัฒนา และเพราะนี่คือการเริ่มเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนอย่างจริงจัง ที่จะแบ่งเป็น ธรรมที่ 1 ธรรมะ ที่วัดทิพย์สุคนธาราม ที่มีพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ และพระอุโบสถรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา หรือวัดโบสถ์ วัดบ้านพนมนาง ในส่วนของธรรมที่ 2 คือ ธรรมชาติ ท้าทายนักปีนเขาที่ภูเขาเปียก และธรรมที่ 3 คือ วิถีวัฒนธรรม เพราะที่นี่มีวิถีวัฒนธรรมที่น่าเรียนรู้ในเรื่องของการทำนาในพื้นที่แล้ง การปลูกเมลอน และทานอาหารพื้นถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สวนเมลอน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พัฒชรกิตติ์ สนองชาติ รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า พื้นที่ห้วยกระเจา ปกติชาวบ้านจะทำนาปี เพราะแห้งแล้งมากที่สุด แต่เพราะเป็นพื้นที่แบบนี้ทำให้ข้าวหอมมะลิของชุมชนห้วยกระเจามีเอกลักษณ์เฉพาะ กลิ่นที่จะมีความหอมอ่อนๆ หุงขึ้นหม้อ และหากหุงในตอนเช้าก็สามารถเก็บไว้ทานได้ถึงตอนเย็นไม่แข็ง ซึ่งมีครัวเรือนที่เข้าร่วมกลุ่มเพียง 13 ครัวเรือนที่มีคุณภาพ จาก 1,200 ครัวเรือน ที่คาดว่าในอนาคตจะเข้าร่วมเพิ่มขึ้น ในแต่ละปีก็จะมีการผลิตก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ นับจำนวนเฉพาะสมาชิกอยู่ที่ 30-40 ตัน/ปี ขายที่ 9,000-10,000 บาท/ตัน แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการ มีการปลูกแบบปลอดภัยไม่ใช้สารเคมี ผลผลิตที่ได้ประมาณ 20-25 ตัน/ปี ซึ่งรายได้ก็เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5000 บาท ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เมื่อนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้และได้ลิ้มรสข้าวของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ขายในตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำความรู้และงานวิจัยมาสร้างนวัตกรรม โดยนำข้าวหอมมะลิที่ปลูกในชุมชนมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจนออกมาเป็นสินค้าใหม่ที่เหมาะกับคนรักสุขภาพ ทั้งน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิที่มีกลิ่นเฉพาะตัว (Jasmin Rice Vinegar) และเครื่องดื่มน้ำส้มสายชูหมักผสมน้ำเมลอน (Melon Vinegar Drink) ใช้ผลิตภัณฑ์ตั้งต้น คือ ข้าวหอมมะลิ และเมลอนของชุมชนที่ไม่ได้ขนาด นำมาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัยทำให้ได้เครื่องดื่มสุขภาพ ช่วยการทำงานของระบบลำไส้ ให้ความสดชื่นสำหรับผู้ที่เสียเหงื่อ และคนที่เล่นกีฬา นอกจากนี้โดยรอบชุมชนยังมีอาหารพื้นถิ่นอย่าง ไก่กระทอก แกงหน่อไม้ดองถั่วเขียว และน้ำพริกมะสัง เป็นต้น และวัดที่มีถึง 11 วัด ซึ่งทางชุมชนก็จะพัฒนากันอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงทางผ่านอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วัดทิพย์สุคนธาราม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เที่ยว 3 ธรรม วิถีห้วยกระเจา เริ่มด้วยการเสริมสิริมงคลที่วัดทิพย์สุคนธาราม สักการะพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่ตั้งเด่นตระหง่านด้วยความสูง 32 เมตร ซึ่งจุดประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์พระพุทธรูปแห่งบามิยันในประเทศอัฟกานิสถาน ที่ถูกระเบิดทำลาย พอสายๆ แดดเริ่มร้อน ใครมีหมวก มีร่ม เสื้อแขนยาวก็เอาออกมาสวมใส่ กางกำบังไอแดด นั่งรถรางต่อไปยังพระอุโบสถสวยงามด้วยบันไดนาคสีทอง ด้านในมีองค์พระต้นแบบพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ข้าวหอมกระเจ้า และผลิตภัณฑ์แปรรูป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แวะช็อปตลาดเกษตรโรงเรียนชาวนา วิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา อยู่ใกล้ๆ กับวัดทิพย์สุคนธาราม เดินแป๊บเดียวถึง ที่นี่จะมีสินค้าทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ราคาประมาณ 160 บาท ซึ่งได้ลองชิมน้ำนี้ผสมกับโซดา ตอนแรกคิดว่าจะไม่อร่อย แต่ผิดคาดมาก เพราะมีทั้งกลิ่นของข้าวและความซ่าของโซดา ทำให้สดชื่นได้อย่างดีเลย ยังมีเครื่องดื่มน้ำส้มสายชูหมักผสมน้ำเมลอน ราคา 35 บาท ข้าวหอมกระเจา 1 กิโลกรัม ราคาเพียง 60 บาท แหนมเห็ด พืชผักสวนครัวต่างๆ เรียกได้ว่าราคาย่อมเยา ช็อปเพลินๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เจดีย์ราย 2 องค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไปต่อที่วัดสระกระเบื้อง วัดโบราณเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย-ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ที่ตั้งของโบสถ์มหาอุดที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นที่ใช้สำหรับทำพิธีปลุกเสกและงานสำคัญต่างๆ ซึ่งมีสภาพเก่าไปตามกาลเวลาแต่ก็มีร่องรอยของการบูรณะ ด้านในประดิษฐานองค์พระประธาน 3 องค์ ด้านหลังโบสถ์มีเจดีย์ทรงปรางค์ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงอยุธยาตอนปลาย ในบริเวณเดียวกันยังมีเจดีย์ราย 2 องค์ที่เหลือเพียงร่องรอยบางส่วนไว้ให้ชม &amp;nbsp;เช่นเดียวกับกำแพงแก้วที่ตั้งใกล้ๆ กัน เวลาที่จำกัดเราไม่ได้เดินทางไปครบทุกที่ แต่หากใครอยากได้ประสบการณ์ มาเที่ยวชุมชนที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(องค์พระประธาน 3 องค์ ด้านในวัดสระกระเบื้อง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49769</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), พัฒชรกิตติ์ สนองชาติ, ห้วยกระเจา, เอนก พนาอภิชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc412edebdc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
