<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลตัส พระราม 4 เริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนเขตคลองเตยแล้ว คาดฉีดได้วันละพันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลตัส จับมือกรุงเทพมหานคร สนับสนุนพื้นที่ห้างโลตัส สาขาพระราม 4 เป็นจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในเขตคลองเตย เริ่มเปิดให้บริการวันแรก 4 พฤษภาคม 2564 คาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้วันละประมาณ 1,000 คน และฉีดเป็นระยะเวลา 10 วัน ซึ่งวัคซีนที่นำมาฉีดคือวัคซีนซิโนแวคและแอสตราเซเนกา ขึ้นอยู่กับอายุของผู้รับวัคซีน โดยบรรยากาศการฉีดวัคซีนในวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนที่มาใช้บริการได้รับบัตรคิวจากประธานชุมชน โดยสำนักงานเขตคลองเตยเป็นผู้บริหารจัดการการแจกบัตรคิวในชุมชนจุดบริการฉีดวัคซีนโลตัส สาขาพระราม 4 มีการจัดการโดยเว้นระยะห่างทางสังคมและจำกัดจำนวนผู้เข้ารอรับวัคซีนในแต่ละครั้ง โดยกระบวนการฉีดวัคซีน ผู้เข้ารับบริการจะถูกตรวจวัดอุณหภูมิก่อนได้รับอนุญาตเข้าพื้นที่ โดยอุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส จึงจะได้รับการฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากนั้นทำการตรวจวัดความดัน&amp;nbsp; ชั่งน้ำหนัก ซักประวัติ และฉีดวัดซีน หลังจากนั้นให้นั่งพักเพื่อสังเกตอาการ ก่อนเดินทางกลับ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้บุคลากร เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาใช้บริการ โลตัส และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจาก true มาไว้บริการตลอดระยะเวลาที่มีการฉีดวัคซีน 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า โลตัส พร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและร่วมมือกับภาคเอกชน ในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากสาขาพระราม 4 แล้ว โลตัส สาขามีนบุรี ยังเป็นหนึ่งใน 14 สถานที่ฉีดวัคซีนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ และเราได้เสนอโลตัสอีก 50 สาขาทั่วประเทศเป็นจุดฉีดวัคซีน เนื่องจากมีความเหมาะสมด้านสถานที่และเดินทางมาได้อย่างสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกเหนือจากการสนับสนุนพื้นที่ฉีดวัคซีนแล้ว โลตัส ยังได้บริจาคสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ และยังได้ร่วมมือกับ SCGP เปิดจุดรับบริจาคกล่องและลังกระดาษ เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงสนามกระดาษ มอบให้โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศอีกด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101743</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, ห้างเทสโก้โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60911558a006a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศ จำกัดลูกค้าเข้าร้านครั้งละไม่เกิน 15 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มีนาคม 2563 &amp;ndash; เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั้ง 1,600 สาขาทั่วประเทศ จะเริ่มดำเนินมาตรการจำกัดจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการในร้านครั้งละไม่เกิน 15 คน เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยตามหลัก social distancing ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป นอกจากนั้น เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน ลูกค้าทุกท่านต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนเข้าร้านและผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส

นายเจมส์ พาโดแวน กรรมการผู้จัดการธุรกิจเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า &amp;ldquo;ร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เป็นร้านสะดวกซื้อที่มีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในเขตชุมชน เพื่อปฏิบัติตามหลัก social distancing อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องจำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแต่ละครั้งให้ไม่เกิน 15 ท่าน เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างลูกค้าแต่ละท่านขณะที่เลือกซื้อสินค้าในร้าน นอกจากนั้น ลูกค้าจะต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และได้รับการตรวจอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าร้านทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและเพื่อนพนักงาน และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาตรการเหล่านี้อาจจะสร้างความไม่สะดวกสบายให้ลูกค้าเล็กน้อย แต่เราเชื่อว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และเชื่อว่าลูกค้าทุกท่านจะเข้าใจและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติอย่างดี&amp;rdquo;

ปัจจุบันร้านเทสโก้ โลตัส ทุกสาขาเปิดบริการจำหน่ายอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมทั้งอาหารสดที่มีคุณความและความปลอดภัย เพื่อบริการลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ห้างเทสโก้โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f236da42ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทสโก้ แจงยังไม่สรุปเรื่องขายกิจการในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 62 : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีกระแสข่าวของการขายกิจการโมเดิร์นเทรดชื่อดัง จากประเทศอังกฤษ ที่อยู่ในประเทศไทยและมาเลเซียนั้น ได้มีแถลงการณ์จากกลุ่มเทสโก้ โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;กลุ่มเทสโก้ (Tesco PLC) ขอแจ้งว่า ตามที่มีผุ้สนใจในธุรกิจของเทสโก้ในเอเชีย กลุ่มเทสโก้จึงได้เริ่มทำการศึกษาความเป็นไปได้ของกลยุทธ์รูปแบบต่างๆ สำหรับธุรกิจในประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งรวมถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจทั้งสองแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม การศึกษาความเป็นไปได้ของกลยุทธ์รูปแบบต่างๆยังอยู่ในระยะเบื้องต้น และยังไม่มีการตัดสินใจใดๆสำหรับอนาคตของธุรกิจของเทสโก้ในประเทศไทยและมาเลเซีย รวมทั้งไม่มีการยืนยันว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในที่สุด ทั้งนี้ จะมีการประกาศข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม&amp;quot;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ห้างเทสโก้โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5deddac8892e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กรุงไทย” ยันระบบชิมช้อปใช้ไม่ล่ม โบ้ยเทสโก้โลตัสบริหารไม่ดีเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ย. 62 - ธนาคารกรุงไทย ได้ออกหนังสือชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์ข่าวในโซเชียลมีเดีย ว่าระบบชิมช้อปใช้ล่ม ทำให้ประชาชนทิ้งรถเข็นที่มีสินค้าในห้างเทสโก้โลตัส หลัก 4 เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2562 นั้น ธนาคาร ขอยืนยันว่าเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมาแอปพลิเคชันชิมชอปใช้ ทั้งเป๋าตังและถุงเงิน ไม่ได้ล่มตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ปัญหาที่เกิดความไม่สะดวกในห้างดังกล่าว เป็นเพราะการบริหารจัดการของห้างเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามเงื่อนไขการลงทะเบียนร้านค้าถุงเงิน 1 ร้านค้าขนาดใหญ่ ธนาคารกำหนดให้สามารถเข้าใช้งานพร้อมกันได้ 20 จุด ใน 1 จังหวัด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เงินกระจายไปสู่เศรษฐกิจฐานราก ให้ร้านค้าชุมชนได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับห้างเทสโกโลตัส ได้ลงทะเบียนที่กรุงเทพฯ และให้สาขาจำนวนมากถึง 20 สาขาใช้ ทำให้ห้างเทสโก้โลตัสแต่ละสาขา มีจุดรับชำระเงินเพียง 1 จุด ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในบางสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ห้างเทสโก้โลตัส สามารถบริหารจัดการจุดรับชำระเงินของตนเองได้ดีกว่านี้ หากลดจำนวนสาขาลง และเพิ่มจุดรับชำระต่อ 1 สาขาให้มากขึ้น เช่นเดียวกับห้างอื่น ๆ ที่มีการบริหารจัดการที่ดีกว่า เช่น ห้างเดอะมอลล์ ใช้เพียง 3 สาขา ในกรุงเทพฯ ห้างบิ้กซีใช้ 7 สาขา ในจังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;ทำให้มีจำนวนจุดรับชำระเงินต่อสาขามากกว่า 1 จุด สามารถบริการลูกค้าได้ดีมากกว่า โดยไม่ได้ฉกฉวยประโยชน์ แต่คำนึงถึงความสะดวกสบายของประชาชนเป็นที่ตั้ง
โดยเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ออกมาตรการชิมช้อปใช้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก เพื่อให้เงินได้หมุนไปสู่ชุมชน ประชาชนในจังหวัดต่างๆได้ประโยชน์อย่างแท้จริงจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จากมาตรการนี้ เดินทางไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายตามจังหวัดต่าง ซึ่งมีสิ่งดี ๆให้ได้สัมผัสมากมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, ธนาคารกรุงไทย, ห้างเทสโก้โลตัส, ไม่ล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d917891d1eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดตู้เอทีเอ็มเมืองจันท์ ตร.ตั้งทีมล่า‘โจรกระจอก’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โจรเมืองจันท์เล่นหนัก ใช้ระเบิดบึ้ม! ตู้เอทีเอ็ม หวังโกยเงินให้เกลี้ยง แต่พลาดต้องเผ่นหนีมือเปล่า เผยก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง ตร.ตั้งทีมล่า เปิดวงจรปิดแกะรอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.00 น. ตำรวจภูธรขลุงรับแจ้งเกิดเหตุคล้ายถูกลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน บริเวณหน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาขลุง พื้นที่หมู่ที่ 1 ต.วันยาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ประจักษ์พงษ์ ประดับ ร้อยเวร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดจักรยานยนต์ ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ บริเวณตู้เอทีเอ็มหน้าห้างสรรพสินค้า พบนายศักดิ์ศรี มุ่งงาม อายุ 45 ปี ผู้จัดการสาขา ตลอดจนพนักงานยืนดูเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด ก่อนแจ้งชุดตรวจสอบวัตถุระเบิด ชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพบตู้เอทีเอ็มฉีกแยกออกจากกันเป็น 3 ส่วน กระจกแตก ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนชิ้นส่วนพลาสติกของตู้เอทีเอ็ม ชิ้นส่วนสินค้าของร้านกาแฟ ร้านลูกชิ้นย่าง พร้อมทั้งชิ้นส่วนของเหล็กเส้นที่ถูกตัดเป็นท่อนๆ กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบในลานจอดรถ พบชิ้นส่วนของตู้เอทีเอ็ม ชิ้นส่วนของเหล็กเส้นที่ถูกตัดเป็นท่อนๆ กระจายเกลื่อนลานจอดรถ คาดว่าน่าจะมาจากชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นระเบิด ที่มีอำนาจทำลายล้างสูง เนื่องจากเป็นเหล็กเส้นขนาดใหญ่ แต่ถูกตัดเป็นท่อนๆ ส่วนความเสียหายบริเวณโดยรอบ น่าจะเกิดจากแรงระเบิด แต่จะเป็นชนิดใดต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายศักดิ์ศรี มุ่งงาม อายุ 45 ปี ผู้จัดการสาขาเล่าว่า ทางสาขาเพิ่งเลิกจ้างยามไปได้ระยะหนึ่ง เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้หลายจุด ซึ่งโดยปกติระบบจะแจ้งเข้าไปยังมือถือหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ แต่คราวนี้ระบบเกิดไม่ทำงาน ซึ่งทางห้างจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมรอชุดพิสูจน์หลักฐาน ชุดอีโอดี ชุดสืบสวน เข้าทำการตรวจสอบหาหลักฐานเพื่อเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าคนร้ายได้เงินภายในตู้เอทีเอ็มไปหรือไม่ อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง และชุดสืบสวน สภ.ขลุง นำโดย พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.ขลุง, พ.ต.ท.พิสุทธิ์ สังฆวัตร รอง ผกก.ชุดพิสูจน์หลักฐาน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี พร้อมหน่วยงานความมั่นคง ชุดเจ้าหน้าที่ทหาร ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบชิ้นส่วนที่นำมาประกอบระเบิดหลายรายการ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายจำนวน 2 คน โดยผู้ก่อเหตุรูปร่างสันทัด สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีหมวก มีผ้าปกคลุมใบหน้า เดินเข้ามาบริเวณตู้เอทีเอ็มช่วงเวลาประมาณตี 3 ก่อนที่ 1 ใน 2 คนร้ายจะเดินเข้าไปวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม ส่วนคนร้ายอีกคนจะรออยู่ด้านนอกเพื่อดูลาดเลา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไม่นานระเบิดก็ทำงานขึ้น และคนร้ายที่วางระเบิดก็วิ่งออกมาลื่นล้ม และวิ่งกลับเข้าไปบริเวณตู้เอทีเอ็มอีกครั้งเพื่อดูผลงาน ซึ่งคนร้ายเห็นว่าระเบิดที่วางนั้นไม่สามารถทำลายล้างตู้เก็บเงินได้ และไม่สามารถนำเงินออกจากตู้เอทีเอ็มได้ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าระเบิดที่คนร้ายนำมาวางเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง &amp;nbsp;และคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่ก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าสหกรณ์ยูเนี่ยน ในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะรู้ว่าบริเวณห้างค้าปลีกปิดเวลาไหน และจะปลอดคนช่วงไหน ก่อนจะลงมือดังกล่าวขึ้น นอกจากนี้ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดกระจายส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมลงพื้นที่แกะรอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี มาเป็นเบาะแสในการเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ ความโกรธแค้น ความขัดแย้ง และชิงเงินในตู้เอทีเอ็ม ทั้งนี้ ความแน่ชัดของเรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเงินที่อยู่ในตู้เอทีเอ็มที่คนร้ายวางระเบิดนั้น คนร้ายไม่สามารถนำเงินไปได้แม้แต่บาทเดียว และล่าสุดเงินที่อยู่ในตู้เอทีเอ็มเจ้าหน้าที่ธนาคาร และผู้จัดการธนาคารออมสินก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดกล่องใส่เงินได้ เนื่องจากสลักของกล่องใส่เงินถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 ได้เดินทางลงพื้นที่ โดยเดินทางมาร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรขลุง เพื่อขอทราบความคืบหน้า โดยมีหัวหน้าชุดสืบสวนจากตำรวจภูธรภาค 2 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี ชุดสืบสวน สภ.ขลุง ตำรวจสันติบาล ทหารมณฑลทหารบกที่ 19 ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างค้าปลีกที่จับภาพ 2 คนร้าย เศษวัตถุพยานต่างๆ ที่เก็บได้ในจุดเกิดเหตุมาเปิดให้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ดู จากการตรวจสอบพบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแรงดันต่ำ ทำจากดินปืนผสมกับเศษเหล็กต่างๆ ซึ่งคาดว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์มากกว่าการสร้างสถานการณ์ และคาดว่าคนร้ายเป็นคนในพื้นที่ที่รู้เส้นทางการหลบหนีเป็นอย่างดี และน่าจะเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่ก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าสหกรณ์ยูเนี่ยน ในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายทั้ง 2 คนแล้ว และคาดว่าคนร้ายน่าจะยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ส่วนคนร้ายจะเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการนำภาพจากกล้องวงจรปิดครั้งที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มหน้าสหกรณ์ยูเนี่ยนมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายจะคล้ายๆ กัน ในเบื้องต้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและหาชนวนการก่อเหตุที่แท้จริงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดตู้เอทีเอ็ม, หนังสือพิมพ์, ห้างเทสโก้โลตัส, โจรเมืองจันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20a382a0e63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
