<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักษุแพทย์ชี้ช่วงวิกฤตฝุ่นอาจทำให้เกิด&quot;ตากุ้งยิง&quot;พวกใส่คอนแทกซ์เลนส์ ต้องหยอดน้ำตาเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ม.ค.62- ปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5ทำให้คนมักจะกังวลเกี่ยวกับเชื้อโรคและอันตรายที่อาจก่อให้เกิดขึ้นต่อร่างกาย แต่ลืมผลกระทบเรื่องของดวงตา นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ &amp;nbsp;จักษุแพทย์ แว่นท็อปเจริญ กล่าวว่า จากหลายสถาบันวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศได้วิเคราะห์ว่า ฝุ่นละอองเหล่านี้ที่มีค่า PM2.5 ส่งผลทำให้ร่างกายของมนุษย์มีปฏิกิริยากับมลภาวะฝุ่นได้ชัดเจน ทั้งระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา และควรระมัดระวังในกลุ่มเสี่ยงวัยเด็กเล็ก ผู้สูงวัย หรือผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ ฯลฯ อย่างช่วงเวลายามเช้าหรือช่วงเย็นจะรู้สึกหายใจลำบาก แสบคันจมูก คันคอ เมื่อสูดฝุ่นเข้าไปสะสมในหลอดลมหรือปอดนานๆ จะส่งผลต่อสุขภาพและเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดได้ ที่สำคัญบริเวณรอบดวงตา อาจเกิดอาการระคายเคืองตา แสบคันตาได้ เนื่องจากฝุ่นมีอนุภาคเล็กมากกว่า 2.5 ไมครอนที่ลอยอยู่ในอากาศจนเราไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ฝุ่นละอองจึงสามารถเข้าสู่ร่างกายและดวงตาได้มากกว่าฝุ่นขนาดใหญ่หลายเท่า ซึ่งมีความอันตรายต่อสุขภาพดวงตาด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีการดูแลดวงตาในช่วงนี้ จักษุแพทย์แนะนำว่า ฝุ่นนอกจากจะทำให้เราเกิดอาการระคายเคืองตา คันตา แล้ว ยังสามารถก่อให้เกิดอาการตาขาวอักเสบแดง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ตา หรือผู้ใช้คอนแทคเลนส์ประจำ รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะตาแห้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นประเภทนี้มีเชื้อโรคปนเปื้อนเป็นสาเหตุการติดเชื้อที่ดวงตาและเปลือกตาจนเกิดเป็นตากุ้งยิงได้ โดยหากเกิดอาการดังกล่าวขึ้น &amp;nbsp; ให้หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ให้ใช้วิธีการหยอดน้ำตาเทียมหรือน้ำยาล้างตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและชำระล้างฝุ่น หากเกิดอาการคันตามากจากการแพ้ฝุ่นหรือตาแดงอักเสบมาก ควรรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและรักษาได้ทันท่วงที
วิธีการป้องกัน คือ ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเพื่อกันฝุ่น สวมเสื้อผ้าที่มิดชิดและทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ กรณีจำเป็นต้องออกจากบ้าน ไม่ว่าเวลาเดินหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะขณะอยู่ริมถนน ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 หรือสวมใส่หน้ากากธรรมดาซ้อนกันหลายๆ ชั้นก็สามารถช่วยได้ เลือกแว่นตาที่สามารถกันลมและกันฝุ่นได้ โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรสวมใส่แว่นตากันลมกันฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ และกรณีขับรถเดินทางไกลๆ อาจมีอาการตาล้าได้ง่ายจากทัศนวิสัยการมองที่ไม่ดีเนื่องจากมีหมอกควัน ควรพักสายตาหรือผ่อนคลายเพื่อลดอาการล้าตา ดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย และเพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีและการมองเห็นที่ชัดเจนอีกด้วย&amp;rdquo; หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26747</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5กระทบดวงตา, นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์, ฝุ่นทำให้เกิดตากุ้งยิง, ฝุ่นทำให้เกิดภูมิแพ้ที่ตา, ห้างแว่นท็อปเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3f0dc2e95d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โครงการแว่นตาผู้สูงวัย คืนโอกาสการมองเห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ห้างแว่นท็อปเจริญ&amp;rdquo; ร่วมมือกับ &amp;ldquo;มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย&amp;rdquo; ฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 10 ปี &amp;ldquo;โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ&amp;rdquo; ภายใต้พระราชประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดารที่มีปัญหาด้านสายตาให้กลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 โครงการประสบความสำเร็จในการให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดาร ที่มีปัญหาด้านสายตากว่า 50,000 ราย รวม 124 พื้นที่ ครบทุกจังหวัดของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยล่าสุด &amp;ldquo;ห้างแว่นท็อปเจริญ&amp;rdquo; ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่องเพิ่มอีก 5 ปี จนถึงปี 2567 พร้อมเชิญชวนคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงวัยในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการดูแลสายตาของผู้สูงวัย และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย ภายในงานยังได้มีการบริจาคแว่นตาให้กับตัวแทนผู้สูงอายุ 20 รายที่มีปัญหาสุขภาพดวงตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการห้างแว่นท็อปเจริญ กล่าวว่า &amp;ldquo;ห้างแว่นท็อปเจริญดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาที่ว่า &amp;ldquo;เพราะเราห่วงใยดวงตาของคุณ เฉกเช่นดวงตาของเรา&amp;rdquo; จึงมุ่งมั่นในการจัดทำโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ในการช่วยเหลือด้านสายตาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง &amp;ldquo;โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ&amp;rdquo; ที่ได้ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ภายใต้พระราชประสงค์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อช่วยเหลือผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดารที่มีปัญหาด้านสายตาทั่วประเทศ ให้สามารถกลับมามีสายตาที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาโครงการ พบว่าปัญหาด้านสายตาส่วนใหญ่ของผู้สูงวัยคือ อาการสายตายาวตามอายุ ซึ่งโครงการได้ทำการตรวจวัดสายตา ประกอบแว่นใหม่ และส่งมอบให้กับผู้สูงวัยที่ต้องการความช่วยเหลือฟรีเป็นจำนวนรวมกว่า 5 หมื่นอัน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายตาอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีก 3 ปีข้างหน้า ในโอกาสครบรอบ 10 ปีแห่งความสำเร็จนี้ ห้างแว่นท็อปเจริญจึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสานต่อโครงการต่อเนื่องเพิ่มอีก 5 ปี ในปี พ.ศ.2563-2567 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงวัยที่มีปัญหา และต้องการรับความช่วยเหลือด้านสายตาที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปในพื้นที่ทุรกันดารต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งโครงการได้รับความร่วมมือจาก &amp;ldquo;กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;rdquo; ในการรับหน้าที่คัดกรองกลุ่มผู้สูงวัยดังกล่าว เพื่อเข้ารับการบริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญของห้างแว่นท็อปเจริญที่ได้ลงพื้นที่นั้นๆ อาทิ การบริการตรวจวัดสายตา ตรวจสุขภาพดวงตาและประกอบแว่นใหม่ฟรีเป็นประจำทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ หากพบว่ามีผู้สูงวัยที่เป็นโรคตา และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่นตา ทางโครงการจะนำส่งผู้ป่วยเหล่านี้เข้ารับการรักษาอาการต่อที่ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญอีกด้วย จากเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของทั้ง 3 พันธมิตรในการร่วมดำเนินโครงการต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ เราคาดว่าโครงการจะสามารถให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีปัญหาด้านสายตาได้อีกกว่า 3 หมื่นราย สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ www.topcharoen.co.th ไลน์ @top_charoen หรือ โทร.0-2612-4170&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาล กรรมการอำนวยการและเลขาธิการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย มีหน้าที่ให้การสงเคราะห์เด็กและผู้เยาว์ที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งยังให้ความสำคัญด้านสุขภาพและการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบในกลุ่มผู้สูงวัย คือความเสื่อมประสิทธิภาพของดวงตา ซึ่งปัญหานี้ส่งผลให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพและในบางรายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่ห่างไกล ในโอกาสการสานต่อโครงการต่อเนื่องอีก 5 ปี สภากาชาดไทยจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันให้การช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีปัญหาด้านสายตาได้เพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ผู้สูงวัยกลับมามีสายตาที่ดีขึ้น และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ทั้งยังสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและบุตรหลานได้ และไม่เป็นภาระต่อสังคมอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านผู้สูงวัย อายุ 69 ปี ผู้รับบริจาคแว่นตา บอกว่า &amp;ldquo;ลุงมาจากชุมชนประชานิเวศน์ 2 ระยะ 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับเลือกให้รับแว่นสายตาจาก&amp;ldquo;กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;rdquo; ซึ่งลุงมีปัญหาสายตาสั้นและเอียง วันนี้ได้มารับบริจาคแว่นสายตาก็รู้สึกดีใจ และขอบคุณแว่นท็อปเจริญมากครับ ที่ให้บริการตรวจวัดและตัดแว่นฟรีให้กับคนสูงวัยที่มีปัญหาสายตา ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มากๆ ครับ ในอนาคตถ้าลุงมีกำลังทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นก็อยากที่จะเป็นผู้ให้บ้าง โดยอาจจะช่วยบริจาคเงินให้กับแว่นท็อปเจริญ หากว่ามีกิจกรรมต่างๆ ที่มีการขอรับบริจาค เพื่อช่วยเหลือสังคมในอนาคตครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23111</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย, รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาล, ห้างแว่นท็อปเจริญ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bffd9b9d50a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
