<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนโอดห้ามขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ตัดแขนขารายย่อย&#039;ดีอีเอส&#039;ยอมรับไม่ได้คุยกับ&#039;สรรพสามิต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึง กรณีการประกาศเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 เนื่องจากปัจจุบันมีวิฒนาการใช้เทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการและร้านค้าบางส่วนใช้ช่องทางในการซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุม ซึ่งขณะนี้กระบวนการดำเนินงานของกระทรวงหลังจากที่มีการออกกฏหมาย ห้ามขายเหล้า ขายเบียร์ ออนไลน์ เป็นผู้รับนโยบายโดยตรง &amp;nbsp;ซึ่งต้นเรื่องของการออกกฏหมายนี้ กรมสรรพสามิต และยังไม่ได้หารืออย่างเป็นทางการกับกรมฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะมีการหารือถึงกระบวนการขั้นตอนหลังจากนี้กับกรมฯ ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีผู้ประกอบการและประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง และได้รับความเดือดร้อน ทำให้กระทรวงดีอีเอส จะต้องมีการพูดคุยกับกรมฯ ในรายละเอียดถึงการกระทำรูปแบบไหนบ้างที่เข้าข่ายความผิดกฏหมายนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวปาณิสรา ปาลาศ ผู้ประกอบการร้านอาหาร และบาร์ เปิดเผยว่า กฏหมาย ที่ออกมาล่าสุดเกี่ยวกับการห้ามขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ โดยใช้คำว่า &amp;ldquo;ห้ามผู้ใด&amp;rdquo; และใช้คำว่า &amp;ldquo;วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; รวมถึงการตีขลุมคำว่า &amp;ldquo;การดำเนินการใดๆ ทั้งเชิญชวน เสนอขาย การขาย หรือการให้บริการ&amp;rdquo; เป็นการตัดแขนขา และกำจัดการทำธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยอย่างสิ้นเชิง &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทั้งหมดถูกโยกไปอยู่บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว การที่มาออกประกาศโดยใช้คำที่กว้างแบบนี้กลายเป็นว่าใครทำอะไรก็ผิดหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่าจะ &amp;ldquo;ดำเนินการใดๆ&amp;rdquo; ก็คือเข้าข่ายผิดกฎหมายแล้ว แบบนี้เรียกว่าให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐมากจนเกิดขอบเขต ถอยหลังกลับไปใช้ระบบยี่ปั๊ว คนต้องเดินทางออกมาซื้อหน้าร้าน ทั้งที่ตามวิสัยของการซื้อสินค้าออนไลน์ ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนมีการศึกษา ใช้วิธีการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อน และเสริชหาว่ามีเว็บไซต์ใดที่มีสินค้าดังกล่าว จึงจะเข้าไปสอบถาม ทำการซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่การชำระเงินต้องผ่านบัตรเครดิตหรือโอนเงิน และรอสินค้า 3-5 วัน ซึ่งไม่ใช่วิสัยของการบอกว่าเพื่อป้องกันเยาวชนเข้าถึง เพราะที่ๆ เยาวชนเข้าถึงได้ทันทีและง่าย คือ ตามร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ ยี่ปั๊ว ซาปั๊วในชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกฏหมายดังกล่าว ยังไม่ชัดเจนถึงการกระทำความผิดและมีความไม่เข้าใจในหลายๆ กรณี เข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฏหมายฉบับนี้หรือไม่ อาทิ กรณีร้านอาหารโพสต์เกี่ยวกับร้าน แต่ในร้านมีขายเครื่องดื่มด้วย เว็บไซต์ที่ถูกกฎหมาย ที่มีการซื้อขายตัดบัตรเครดิต มีถามอายุผู้ซื้อก่อน เป็นแพลทฟอร์มลักษณะเดียวกับการ Shopping Online จะผิดกฏหมายนี้ด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;เช่น Wishbeer.com ซึ่งพวกนี้จะมีสินค้า Limited บนหน้าเว็บไซต์ &amp;nbsp;รวมถึงการทำงานของพนักงานขาย เช่น เซลส์เบียร์ ไวน์ พนักงานหน้าร้าน ที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง และการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน ทำได้ทั้งแบบอนุญาตเฉพาะตัดบัตรเครดิตเท่านั้น หรือชำระก่อน และวันรับสินค้าผู้รับต้องแสดงบัตรประชาชนว่าอายุเกิน 20 ปีก็ยังได้ รวมถึงยังมีเว็บไซต์บริษัทนำเข้า ต่างๆ ที่มีการแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ เพื่อจัดจำหน่าย เข้าข่ายผิดกฏหมายหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการออกกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ ออกมาแบบคนที่ไม่มีความรู้ ไม่ศึกษาข้อมูลปัจจุบัน ถอยหลังลงคลอง และล้าหลังเข้าไปทุกวัน ถ้ารัฐอยากจะแทร็คหรือห้ามตามช่วงเวลาและอายุ การกำหนดให้ซื้อออนไลน์ จะยิ่งเป็นตัวแทร็คที่ทำได้ง่าย เพียงออกกฎมาก็เชื่อว่าผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมือ แต่กับการสั่งห้ามล่าสุดที่ออกมา คือความบิดเบี้ยว ของการแก้ปัญหา ที่ไม่มีประเทศไหนในโลกที่บอกว่าตัวเองเป็นประเทศเสรีทำกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลกระทบขณะนี้ทางเราในฐานะผู้ประกอบการยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ขณะนี้ที่ทางร้านต้องปรึกษาทนาย และผู้มีความรู้ทางกฎหมายในการตีความราชกิจจาฯ ฉบับนี้ ว่าสรุปคนทำมาค้าขายทำได้แค่ไหน เพราะไม่เช่นนั้นก็จะผิดกฎหมายไปหมด อีกทั้งในฝั่งของผู้ที่ทำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรงเช่น ผู้นำเข้า ธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ที่ต้องมีการอัพเดทรายการสินค้า การให้ข้อมูลสินค้าแต่ละประเภทแต่ละชนิด บนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก็จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22929abc618.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ซุ่มเงียบออกประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางอิเล็กทรอนิกส์อีก90วันมีผลบังคับใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 &amp;ndash; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ออกประกาศ
สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ.2563 ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 204 ง แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาประกาศดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีวิวัฒนาการของการใช้เทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาผู้ประกอบการและร้านค้าบางส่วน ใช้ช่องทางในการซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุมเกี่ยวกับเรื่องวัน เวลา สถานที่ และบุคคลตามที่
กฎหมายกำหนด ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่ายและลดผลกระทบอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงมีความจำเป็นในการออกประกาศ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 30 (6) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551นายกรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อผู้บริโภคโดยตรง หรือเป็นการดำเนินการใด ๆ ในลักษณะการเชิญชวนให้ซื้อ การเสนอขายหรือการขายสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคโดยตรงด้วยการตลาดหรือบริการการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ขายและผู้บริโภคซื้อขายได้โดยไม่ต้องพบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่กรณีการซื้อขายและการชำระราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ ร้านค้า ร้านอาหาร หรือสถานที่ที่ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76890</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อิเล็กทรอนิกส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางอิเล็กทรอนิกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง &amp;quot;ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ เนื่องจากในป้จจุบันมีวิวัฒนาการของการใช้เทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและร้านค้าบางส่วน ใช้ช่องทางในการซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยผ่านทางสี่ออิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ทำให้ยากต่อการควบคุมเกี่ยวกับเรื่องวัน เวลา สถานที่ และบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย&amp;nbsp;และลดผลกระทบอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงมีความจำเป็นในการออกประกาศ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๓๐ (๖) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๑ ห้ามผู้ใดขายครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการขายครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;หรือเป็นการดำเนินการใด ๆ ในลักษณะการเชิญชวนให้ซื้อ การเสนอขายหรือการขายสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภค
โดยตรงด้วยการตลาดหรือบริการการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ขายและผู้บริโภคซื้อขายได้โดยไม่ต้องพบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒&amp;nbsp;ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่กรณีการซื้อขายและการชำระราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ ร้านค้า ร้านอาหาร หรือสถานที่ที่ให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์, ราชกิจจานุเบกษา, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8d77ebf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สมชาย&#039;หนุน&#039;ลุงตู่&#039;ถ้าจะเอาอยู่สงกรานต์นี้ห้ามขายเครื่องดื่มมึนเมาทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 เม.ย.63 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสตฺข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังกรุงเทพมหานคร(กทม.)ออกประะกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดระหว่างวันที่10-20เม.ย.นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขอบคุณผู้ว่ากทมและผู้ว่าราชการจังหวัด10จังหวัดที่ประกาศห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มมึนเมาแล้ว
แต่ถ้าจะเอาให้อยู่สงกรานต์นี้ ต้องให้นายกลุงตู่ประกาศข้อกำหนดศบคห้ามพร้อมกันทั้งประเทศครับ
จึงจะเอาอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62688</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาย แสวงการ, สะกัดไวรัสโควิด-19, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c385e137260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนรัฐบาลงดขายน้ำเมา ปล่อยตัวผู้ต้องขังลดแออัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; หนุนรัฐบาลใช้ยาแรงสกัดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เสนอห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงนี้ &amp;quot;ครป.&amp;quot; ชงปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขังบางส่วนลดแออัดเสี่ยงเชื้อแพร่ระบาด &amp;quot;เพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;quot; ประสานเสียงตัดงบซื้ออาวุธ เพิ่มงบให้ สธ. พร้อมเยียวยาพระสงฆ์ไร้กิจนิมนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 เม.ย.63 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้กล้าใช้ยาแรงในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ระบุว่า โดยปกติมีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. และพบว่าตัวเลขนักดื่มตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปมีไม่น้อยกว่า 17 ล้านคน ในเมื่อจะใช้ยาแรง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลกล้าไหมที่จะเพิ่มยาแรงอีกหนึ่งขนาน และน่าจะได้ผลสูงมาก คือห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงแพร่ระบาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการรวมตัวกัน และมีความเสี่ยงต่อการระบาดในช่วงนี้ เหลือเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เป็นเหตุให้รวมตัวกันคือแอลกอฮอล์ เพราะช่วงเวลาเย็นหลังเลิกงาน ตามซอกซอย ใกล้ร้านสะดวกซื้อ จะเห็นการรวมกลุ่มนั่งดื่มแอลกอฮอล์ และมีความเสี่ยงสูงมากของการแพร่ระบาด ที่สำคัญจะช่วยลดปัญหาช่วงสงกรานต์ด้วย อยู่ที่รัฐบาลจะกล้าใช้ยาแรงตัวนี้หรือไม่&amp;quot; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง ความยุติธรรมในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านฉุกเฉิน ตอนหนึ่งระบุว่า ปัจจุบันบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องมาร่วมปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อต่อต้านภัยพิบัติจากโรคโคโรนาร่วมกับบุคลากรด้านสาธารณสุขด้วย ดังนั้นควรมีการบูรณาการการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิผล เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะที่ภายในเรือนจำภายใต้กรมราชทัณฑ์มีนักโทษล้นคุกจำนวนมาก และต้องอยู่กันอย่างแออัด จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาได้ในหมู่ผู้ต้องขังซึ่งมีหลายระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครป.เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยต้องรองรับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างเป็นระบบ แม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะมีมาตรการคัดกรองผู้ป่วยและแยกกักกันสำหรับผู้ขังรายใหม่ สั่งใช้กฎเหล็กคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า รวมทั้งเร่งสร้างห้องกักโรคและห้องน้ำ การงดการเยี่ยมญาติและงดการทำงานฝึกอาชีพในสถานประกอบการนอกเรือนจำก็ตาม แต่สภาพแออัดของสถานที่คุมขังและจำนวนนักโทษที่ล้นเกินยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศไทย ขึงขอสนับสนุนข้อเสนอของ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่เสนอมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ Covid-19 โดยถือเป็นวิกฤติของเรือนจำที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ซึ่งเป็นปัญหาความไม่สมดุลของระบบ เมื่อเจอกับสถานการณ์โรคระบาด จึงทำให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่รอไม่ได้อีกต่อไป ความแออัดของผู้ต้องขังที่ล้นเกินตามสถิตินับแสนคนไม่สามารถใช้มาตรการระยะห่างทางสังคมได้ และมาตรการตั้งรับอื่นๆ มักจะนำมาซึ่งการก่อจลาจลดังเช่นในหลายประเทศที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น มาตรการเชิงรุกที่สำคัญ รัฐบาลควรพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยการให้ประกันตัวหรือปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วนที่อยู่ในข่ายสมควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษตามข้อเสนอของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นนักโทษเด็ดขาด (หมายถึงคดีถึงที่สุดแล้ว) ที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี กลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 72,000 คน, ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา ซึ่งหมายถึงผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีต้องถูกคุมขังทั้งๆ ที่คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะไม่ได้รับประกันตัว รวมทั้งมีบางรายถูกกักขังแทนค่าปรับเนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ กลุ่มนี้มีประมาณ 67,000 คน นับเป็นสถิติที่สูงมากแห่งหนึ่งของโลก ผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับอันตรายถึงชีวิต หากโควิดระบาดทุกเรือนจำมีผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปีที่คดีถึงที่สุดแล้วรวมกันราว 5,800 คน, กลุ่มผู้ต้องขังคดีลหุโทษ หรือความผิดเล็กน้อย เช่น กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ กระทำผิด พ.ร.บ.การพนัน หรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มนี้มีอีกกว่า 9,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับระยะยาว ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องหารือระดมสมองสู่การปฏิบัติเชิงนโยบายอย่างจริงจังถึงการใช้มาตรการอื่นแทนการคุมขังเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสภาพที่เป็นอยู่ประเทศไทยมีบทกำหนดลงโทษจำคุกที่มากจนเกินไป และบางส่วนไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดจนมีปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำติดอันดับสูงสุดของโลก&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงการเสนอแนวทางให้รัฐบาลออกพระราชกำหนดโอนงบประมาณจากงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยพิจารณาจากรายการที่ไม่ใช่รายจ่ายประจำ เพื่อตัดงบประมาณจากโครงการที่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ งบไอโอ งบอบรมสัมมนา งบดูงานทั้งในและต่างประเทศ งบอีเวนต์ต่างๆ ตลอดจนงบจัดซื้อเรือดำน้ำ รวมถึงงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ แล้วโอนย้ายมาใช้ในกิจการสาธารณสุขและการเยียวยาประชาชนก่อนว่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม เพราะระยะที่เหลืออาจใช้งบปี 63 ไม่ทัน อีกทั้งไม่กระทบกรอบวงเงินหนี้สาธารณะอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอตัดงบประมาณ 10% จากทุกกระทรวงเท่ากันหมด &amp;nbsp;อาจไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มจะต้องต่อสู้กันอีกยาว ควรพิจารณางบ&amp;#39;63 ให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าขาดเหลืออย่างไร กระทรวงสาธารณสุขไม่ควรจะถูกตัดงบประมาณเท่ากระทรวงอื่น เพราะข้าศึกที่มาประชิดรั้วบ้านวันนี้ไม่ใช่ข้าศึกทางการทหาร แต่คือโควิด-19&amp;quot; โฆษก พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความระบุว่า ขณะนี้นิยามความมั่นคงของชาติไม่ใช่การทหาร แต่เป็นความมั่นคงด้านสาธารณสุข เมื่อไรก็ตามที่มีประเทศไหนเริ่มผลิตวีคซีนขึ้นมาใช้ได้ผล กำลังการผลิตเพื่อใช้ในประเทศเขาเองนั้นจะไม่พอสำหรับการส่งออกมาขายนอกประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่หนึ่งประเทศจะผลิตวัคซีนเพื่อมาขายทั้งโลก ดังนั้นประเทศไทยต้องติดตาม พัฒนาการวิจัยควบคู่กันไปกับระดับนานาชาติ ผมอยากเน้นย้ำให้รัฐบาลไทยคำนึงถึงงบประมาณในด้านนี้ด้วย เพราะนี่คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับวิกฤติโควิด ประเทศไทยต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ช้าไม่ได้ ในฐานะผู้แทนราษฎร เมื่อเปิดประชุมสภาในปลายเดือน พ.ค.นี้ สัปดาห์แรกจะเป็นวาระงบประมาณปี 2564 พรรคก้าวไกลจะเสนอจัดงบประมาณใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันมากขึ้น เราต้องเปลี่ยนงบกระสุนมาเป็นงบวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โลก ณ ปัจจุบันนี้ อธิปไตยของชาติอาจไม่ใช่ว่าใครมีอาวุธ มีแสนยานุภาพกองทัพขนาดไหน แต่เป็นใครสามารถผลิตวัคซีนเพื่อช่วยชีวิตประชาชนของตนได้มากกว่ากัน&amp;quot; นายพิธานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรค พท. เสนอว่า ปัญหาไวรัสโควิดไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะประชาชนและภาคธุรกิจเท่านั้น แต่วัดและพระสงฆ์ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดอย่างหนักเช่นกัน ประชาชนไม่มีเงินไปทำบุญ ไม่มีกิจนิมนต์ เพราะไม่มีใครจัดงานบุญ แม้กระทั่งคนออกมาใส่บาตรในแต่ละวันก็แทบไม่มี ทั้งกลัวโรคไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจวิกฤติกระทบหนักต่อรายได้ ในขณะที่แทบทุกวัดมีรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ หรือแม้แต่ค่าอาหารสำหรับพระภิกษุสงฆ์ จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่านอกจากการเยียวยาประชาชน และภาคธุรกิจแล้ว รัฐบาลต้องเยียวยาวัดและพระสงฆ์ที่ประสบปัญหาด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61873</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัดงบซื้ออาวุธ, ผู้ต้องขังแออัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอวรงค์, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, โควิด 19, โควิด-19, ใช้ยาแรงสกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85e9ce9a0d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประกาศแล้ว!ห้ามร้านสะดวกซื้อขายเบียร์สดมีผลพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61- เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวิธีการหรือลักษณะห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการใช้เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่หรือบริเวณร้านค้าสะดวกซื้อ พ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในร้านค้า สะดวกซื้อ อันเป็นการจูงใจให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ทาให้เด็ก เยาวชนและประชาชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย ก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุ และอาชญากรรมโดยรวมของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การกำหนดวิธีการหรือลักษณะห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (8) และมาตรา ๓๐ (๖) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ
ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ในประกาศฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;rdquo; หมายความว่า อุปกรณ์ หรือหัวจ่าย หรือสิ่งอื่นใด ที่ใช้ระบบหรือกลไกจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สามารถบริโภคได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร้านค้าสะดวกซื้อ&amp;rdquo; หมายความว่า ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าหรือบริการโดยตรง เพื่อความสะดวก และสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีลักษณะของสถานประกอบการขายสุราของผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุรา ประเภทที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒ ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยวิธีการใช้เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ในสถานที่หรือบริเวณ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโดยบุคคลธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโดยนิติบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการประกอบกิจการ โดยได้รับความยินยอมให้ใช้สิทธิในการประกอบกิจการจากผู้ให้สิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21019</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจานุเบกษา, ร้านสะดวกซื้อ, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เครื่องจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มร้านค้า-สถานีบริการ ฝ่าฝืนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษาคุก6เดือนปรับ1หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.61-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษา ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับสั่งการให้ บช.น., ภ.1-9, และ บช.ก. กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการจำหน่ายและการดื่มในสถานที่ห้าม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นการลงพื้นที่ตรวจตราตามร้านอาหาร คาราโอเกะ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด บริเวณถนนสายหลัก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยมุ่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ในการออกตรวจจับผู้กระทำความผิดเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บังเกิดผลอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานบริการทุกประเภทที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งการขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ ตั้งแต่เวลาหลัง 24.00 น. ของคืนวันที่ 23 ต.ค.2561 ถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 24 ต.ค.2561 หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ มาตรา 59 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับพี่น้องประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านทางหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20497</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก6เดือนปรับ1หมื่นบาท, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รอง โฆษก ตร., วันออกพรรษา, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5aba6f1dd09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
