<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ย้ำหลัง 9 ธ.ค. ห้ามนำเข้า &#039;รถมือสอง&#039; จับได้ถูกยึดทำลาย ปรับ 5 เท่าของราคารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 2562 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร จะมีผลใช้บังคับวันที่ 10 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป โดยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วหลายชนิด โดยรถยนต์นั่งใช้แล้วส่วนตัว ได้กำหนดชัดเจนว่าห้ามนำเข้า ทำให้ใบอนุญาตนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วที่ออกตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎหมายฉบับเดิม จะมีอายุไม่เกินวันที่ 9 ธ.ค.2562 ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องนำเข้ารถยนต์ให้แล้วเสร็จภายในอายุใบอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีการนำเข้าหลังวันที่ 10 ธ.ค.2562 รถจะถูกยึดและทำลาย และยังต้องเสียค่าปรับ 5 เท่าของมูลค่ารถยนต์ใช้แล้ว จะไม่มีการนำมาเปิดประมูลแบบเดิมอีกต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ให้ระยะเวลาในการปรับตัวมาแล้ว ไม่ใช่จะมาทำเอาช่วงนี้ แล้วมาเสี่ยงว่าจะทำไม่ทัน ซึ่งปกติ แต่ละปีจะมีการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วประมาณ 200 คัน แต่ช่วงนี้เพิ่มขึ้นมากเป็นประมาณ 300 คัน ซึ่งถือเป็นปกติ เพราะต่อไปจะไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าแล้ว&amp;rdquo;นายกีรติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติกล่าวว่า สำหรับการนำเข้ารถยนต์ลักษณะพิเศษใช้แล้ว เช่น รถหัวลาก รถเครนและปั่นจั่น และการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วที่ได้รับบริจาคของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล เช่น รถพยาบาลและรถดับเพลิง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ยังคงสามารถขออนุญาตนำเข้าได้ ส่วนการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วประเภทอื่น เช่น รถยนต์ที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต รถยนต์ชั่วคราว รถยนต์ต้นแบบเพื่อวิจัยและทดสอบ รถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก รถยนต์เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และรถยนต์ที่เป็นยุทธภัณฑ์ จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ที่ต้องการนำเข้า จะต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใด เพราะกรมฯ ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาออกใบอนุญาตแล้ว เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรณีการนำเข้ารถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์ หากประสงค์จะนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมด้วยวิธีการใดๆ ให้มีสภาพใช้งานได้ในเขตประกอบการเสรี หรือเขตปลอดอากร แล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ไม่ต้องมาติดต่อที่กรมฯ แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51378</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ รัชโน, รถยนต์มือสอง, ห้ามนำเข้า, อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0805a7de1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่งเข้ม? กรอ. ดึงกฎหมายโรงงานห้ามนำเข้าขยะต่างประเทศถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรอ.เผยความคืบหน้าแนวทางจัดการซากขยะ ดึง พ.ร.บ.โรงงานห้ามนำวัตถุดิบเข้าจากต่างประเทศบังคับใช้ เสนอ ครม. เพื่อรับทราบเร็ว ๆ พร้อมเตรียมออกประกาศกระทรวงห้ามน้ำเข้าขยะจากเป็นการถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ว่าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีมติห้ามการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ทั้งนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีการนำข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โรงงาน 2535 ตามมาตรา 32 วรรค 2 ที่กำหนดห้ามใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศหรือสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้รับทราบเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน กรอ. จะมีการออกประกาศกระทรวงเพื่อห้ามการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้ามาในประเทศเป็นการถาวร โดยคาดว่าในวันที่ 25 มิ.ย. นี้จะมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่อยู่ในซากตามอนุสัญญาบาเซลด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสีย โดยปี 2560 อยู่ที่ 53,000 ตันต่อปี ขณะที่ปี 2561 นำเข้ามาแล้ว 37,000 ตันต่อปี จากผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า 7 ราย หากไทยเลิกนำเข้าไม่ถือว่าเป็นการผิดอนุสัญญาบาเซลเพราะห้ามเป็นเฉพาะรายการที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจากผู้นำเข้าทั้งหมดก็มี 5 รายที่กระทำความผิดจึงถูกพักใบอนุญาตอยู่แล้ว และอีก 1 รายที่โควต้านำเข้าครบแล้ว เหลือเพียง 1 รายคือ บริษัท ฟูจิ จีร็อกซ์ อีโค-แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่ยังเหลือโควต้านำเข้าจำนวน 2,400 ตัน หากต้องการนำเข้าจะมีคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างมีระบบ ที่มีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาเป็นกรณีๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าเร็วๆนี้ รัฐบาลจะมีการออกกฎหมาย คือ ร่างพ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น พ.ศ.... เสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้ามาควบคุม บริหารจัดการ ซากอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะแม้ไม่มีการนำเข้าแต่ไทยเองมีปริมาณซากอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆมากถึง 400,000 ตันต่อปี&amp;quot;นายมงคล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, กรอ., ขยะพลาสติก, ขยะพิษ, ห้ามนำเข้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1cbfa673949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
