<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามม็อบเผชิญหน้า จวกไม่จริงใจปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ บอกดูอยู่ ม็อบเตรียมกลับมา 14 ต.ค. ย้ำยอมเปิดพื้นที่แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ข้องใจคนที่ไม่เคารพกฎหมาย วันหน้าถ้าดำเนินการสำเร็จจะบริหารประเทศได้อย่างไร ความขัดแย้งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ท้ายสุดประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เตือนกลุ่มต้านขนม็อบชนสุ่มเสี่ยงเข้าทาง วงเสวนาอัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เจตจำนงอ่อนแอยื้อเวลาปฏิรูปตำรวจ ยังหวังจะมีปฏิรูปชาตินี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังที่ประชุมร่วมรัฐสภามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช... ก่อนรับหลักการจำนวน 6 ฉบับของรัฐสภา ที่จะมีการประชุม กมธ.นัดแรกวันพุธที่ 30 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ญัตติการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาและยังไม่มีการลงมติทั้ง 6 ญัตติ ยังไม่ถือว่าถูกตีตกไป โดยเรื่องนี้ยังไม่จบเพราะยังไม่มีการลงมติ ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้น ก็จะมีหน้าที่ในการพิจารณาศึกษาทั้ง 6 ญัตติ ขอยืนยันว่าญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ถูกตีตก ส่วนญัตติใดที่ไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมนี้ สามารถเสนอได้ในสมัยประชุมหน้าหากประธานสภาวินิจฉัยและอนุญาต ส่วนกรณีการตรวจสอบรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของกลุ่มไอลอว์ หากมีการเลื่อนวาระการพิจารณาญัตติใดของสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถนำขึ้นมาตรวจสอบก่อนได้ หากเรื่องที่เสนอนั้นเกี่ยวข้องกับญัตติที่บรรจุในที่ประชุมแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับก่อนหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ว่า &amp;quot;จะดูเหมือนเดิม&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายที่ชัดเจน นายกฯ จะยอมเปิดให้มีพื้นที่การเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;เรื่องนี้คงไม่ยอม กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เราไม่ยอมเขาก็ไม่ยอม เราห้ามเขาก็ฝ่าฝืน บังคับใช้กฎหมายเขาก็หาว่าไปกดดัน ทั้งๆ ที่อยากให้คนทั้งประเทศช่วยกันพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าวัตถุประสงค์นั้นคืออะไร แล้วเราจะช่วยกันได้อย่างไร เข้าใจหรือไม่ ถ้าโยนภาระมาให้เจ้าหน้าที่และรัฐบาลทั้งหมด แล้วถ้าผมสั่งให้มันเต็มที่ไปเลยจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องไปดูว่าคนที่เขาไม่ยอมเคารพกฎหมายอะไรเลย ขอถามว่าวันหน้าถ้าคนเหล่านี้ดำเนินการได้สำเร็จ แล้วเขาจะบริหารประเทศได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน ความขัดแย้งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ท้ายสุดประเทศชาติอยู่ไม่ได้&amp;quot; นายกฯ ระบุ
ไม่ให้มีการเผชิญหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สมมติว่าในอนาคตหากคนรักสถาบันลุกฮือขึ้นมาปะทะกับกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถาบัน มันจะวุ่นวายกว่าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;เราก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะทะ สื่อก็ต้องช่วยลดแรงกระทบตรงนี้ เขาก็ทำไม่ได้ และวันนี้รัฐบาลทำอย่างเต็มที่ในการเปิดพื้นที่ให้ คำว่าเปิดพื้นที่แต่ต้องเคารพกฎหมาย เข้าใจหรือไม่ วันนี้อาจจะดูว่าเราอ่อนไปหรือเปล่า ต้องดูว่าเงื่อนไขเขาคืออะไร&amp;nbsp; เขาต้องการให้เกิดผลกระทบตรงนี้ขึ้นมา เราจะไปเข้าทางเขาทำไม เราต้องป้องกันทั้งสองฝ่ายไม่ให้มีการเผชิญหน้ากัน เข้าใจหรือไม่ คนรักสถาบันและประเทศชาติมีตั้งหลายสิบล้านคน เข้าใจหรือไม่ ทุกจังหวัดมีหมดอยู่แล้ว ฉะนั้นขอให้ช่วยกันลดกระแสความกดดันตรงนี้ไป อะไรที่ไม่ดีอย่าไปขยายความให้กับเขา ทุกคนรู้ว่าอะไรดีไม่ดีไม่ใช่หรือ การแสดงออกที่ผ่านมามันเป็นอย่างไร ใช่หรือไม่ ดังนั้นอย่าเอามาพันกันทั้งหมด กลายเป็นว่ารัฐบาลอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง เจ้าหน้าที่ไม่ทำงาน มันทำอยู่แล้ว มีระยะเวลาในการทำงานอยู่ ให้เวลาเขาทำงานหน่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;ขอให้ทุกคนช่วยกัน บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตการณ์ของโควิด-19&amp;nbsp; อะไรต่างๆ ที่ไม่ใช่ปัญหา และที่ร้อนฉ่าทุกวันๆ ก็ค่อยๆ แก้กันไปทำกันไป คิดว่าไปได้หมดถ้าทุกคนหันมาพูดจาคุยกันภาษาดอกไม้กันบ้าง การใช้ภาษาไม่ไพเราะบางทีความร่วมมือก็เกิดน้อย คนไทยละเอียดอ่อนตรงนี้ ใช้คำพูดให้เหมาะสมก็แล้วกัน อย่าไปขยายความคำพูดที่ไม่ถูกต้อง หยาบคาย ไม่มีใครรับได้หรอก&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ร่วมกับคณะกรรมการณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ จัดงานเสวนา &amp;quot;ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ-ยื้อปฏิรูป ตร. คนไทยยังรอไหวหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานสัมมนาดังกล่าวมีนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภาและอดีตคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. .... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์&amp;nbsp; เป็นประธาน, นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และนักวิชาการจากนิด้า, ดร.นิดาวรรณ เพราะสุนทร ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และพ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมร่วมเสวนา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณกล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหา ส.ว.ยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวโหวตงดออกเสียงในการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาก่อนรับหลักการในวาระ 1 แต่การตั้งคณะกรรมาธิการก่อนรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีการเสนอกฎหมายเข้าสภาถึง 6 ร่าง จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษารายละเอียดก่อน และหากโหวตไปในวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา เชื่อว่ามีแนวโน้มสูงที่ทั้ง 6 ร่างจะตก เพราะ&amp;nbsp; ส.ว.ส่วนใหญ่ต่างอภิปรายไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไข ทั้งหลักการและเห็นว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม หลังการศึกษาในกรรมาธิการเป็นเวลาครบ 1 เดือนแล้ว หากไม่มีการลงมติในร่างแก้ไขทั้ง 6 ฉบับ เชื่อว่าผู้เสนอจะต้องถอนร่างออกจากสภา โดยทุกฝ่ายเห็นร่วมกันในการเสนอร่างฉบับใหม่เข้าไปแทน
ตร.แปลงสารร่าง พรบ.ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ฉบับนายมีชัยไม่ถือว่าเป็นร่างที่ดีที่สุด แต่ถือว่าตอบโจทย์ในระดับหนึ่ง โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับการปฏิรูป ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งที่ต้องพิจารณาใน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.อาวุโสร้อยละ 45 2.ความรู้ความสามารถร้อยละ 25&amp;nbsp; และ 3.ประเมินจากคะแนนที่ได้จากประชาชนร้อยละ 30 เรื่องสําคัญคือการแยกงานสอบสวนให้มีสายการบังคับบัญชาและการสั่งคดีต่างหาก ป้องกันการแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชา ก็ถูกตัดออกไป พร้อมกับระบบประเมินผลการปฏิบัติงานของตํารวจแต่ละคนโดยภาคประชาชน ในช่วงเริ่มต้นรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หากคณะกรรมการปฏิรูปยังทำงานไม่แล้วเสร็จ ให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นไปตามหลักอาวุโส แต่ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งสำนักนายกฯ ให้การแต่งตั้งไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ต่อมาตำรวจส่วนหนึ่งจึงไปร้องต่อศาลปกครอง และไม่นานนัก พล.อ.ประยุทธ์จึงออกคำสั่งมาตรา 44 รับรองคำสั่งดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้นปี 2562 ร่างฉบับนายมีชัยกลับมาสู่สำนักเลขาฯ ครม.โดยที่ สตช.ไม่เห็นด้วย ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ตั้งรัฐบาลใหม่และกำกับดูแล สตช.เอง พร้อมตั้งนายมีชัยขึ้นมาพิจารณากฎหมายอีกครั้ง จากนั้นวันที่ 15 มิ.ย.63 สตช.ทำหนังสือถึงร่างฉบับนายมีชัย ตั้งข้อสังเกตไม่เห็นด้วย 14 ประเด็นหลัก 100&amp;nbsp; ประเด็นย่อย ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์จึงให้ สตช.นำร่างดังกล่าวไปปรับปรุง ก่อนที่ ครม.จะเห็นชอบในวันที่ 15 ก.ย.63 โดยตัดหัวใจสำคัญของการปฏิรูป 2 ประเด็นไป ทั้งการประเมินจากประชาชนและการทำงานของพนักงานสอบสวน จึงไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ง (4) เกี่ยวกับการแต่งตั้ง และมาตรา 260&amp;nbsp; ที่ตำรวจไม่น่าจะมีอำนาจเสนอกฎหมายนี้เอง ร่างฉบับดังกล่าวจึงเป็นการแปลงสาร ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ผมก็จะเสนอแปรญัตติให้กลับไปเป็นร่างของนายมีชัย ถ้าสามารถทำได้&amp;quot; นายคำนูณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชายกล่าวว่า ถ้าถามว่าใครยื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องบอกว่าพรรคพลังประชารัฐ โดยมีการวางแผนมาก่อน เพราะเห็นว่า ส.ว.จะไม่ให้ร่างกฎหมายผ่านรัฐสภา นอกจากนี้พรรค พปชร.อาจไม่อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและตั้ง ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จึงพยายามหาวิธีการเลื่อนออกไป&amp;nbsp; และหากโหวตเพื่อรับหลักการในวันที่ 24 ก.ย.ก็จะเกิดกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปด้วยเสียงข้างน้อย&amp;nbsp; ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวนอกสภาอันมีชนวนจาก ส.ว.เป็นผู้ขัดขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นว่าการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาในเวลา 1 เดือนนั้น ยังเป็นการซื้อเวลาเพื่อกล่อมพรรคร่วม ให้เห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยอาจมีการเสนอร่างแก้ไขฉบับใหม่เข้าสภา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แสดงออกว่าอยากให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภา นั่นเท่ากับว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลจากการเลื่อนโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลพอสมควร และยังผลักปัญหาออกนอกสภา ถือเป็นการตัดโอกาสการแก้ไขปัญหาในระบบ ทำให้คนไม่ไว้วางใจระบบรัฐสภาอย่างรุนแรง จึงขอให้การยื้อครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย&amp;quot; ประธาน ครป.ระบุ
&amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ไม่จริงใจปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชายกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการปฏิรูปตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ยื้อเวลาด้วยหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์มีเจตจำนงที่อ่อนแอในการปฏิรูปตำรวจ แม้มีการตั้งคณะกรรมการแล้วก็ไม่ได้ลงไปกำกับผลักดัน เป็นเพียงการทำตามกระแสข้อเรียกร้องของสังคม และ พล.อ.ประยุทธ์อาจมองว่าหากเปลี่ยนแปลง เช่นปรับระบบโยกย้ายใหม่ ก็จะกระทบนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาที่กำลังจะได้รับตำแหน่ง&amp;nbsp; ทำให้การแต่งตั้งตำรวจเป็นไปแบบเดียวกับทหาร ทั้งที่อำนาจหน้าที่และพื้นฐานต่างกันมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ดร.นิดาวรรณกล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีล่าสุด ไม่ถือเป็นการปฏิรูป เป็นเพียงการปรับปรุงแก้ไขเท่านั้น ทั้งนี้อำนาจของการสอบสวนที่เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการยุติธรรมแทบจะไม่ถูกปรับปรุงแก้ไขเลย ในช่วงยุครัฐบาล คสช.อำนาจในการสอบสวนเป็นปัญหามาก โดยมีการออกคำสั่ง คสช. 7/59 ปรับกระบวนการพนักงานสอบสวน มีการข้ามสายงานจากปราบปรามมาเป็นพนักงานสอบสวน เป็นยุคที่มีพนักงานสอบสวนฆ่าตัวตายจำนวนมาก เชื่อว่าการปฏิรูปตำรวจจะไม่เกิดขึ้นในยุคนี้อย่างแน่นอน แต่หวังว่าจะได้มีการปฏิรูปตำรวจกันในชาตินี้ การปฏิรูปตำรวจควรเน้นไปที่การลดดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยมีระบบที่สามารถตรวจสอบได้ พนักงานสอบสวนต้องมีอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ตํารวจ ฉบับที่ สตช.เสนอต่อนายกฯ ไม่สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 260 ซึ่งกําหนดให้การปฏิรูปต้องดําเนินการโดยคณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามองค์ประกอบของบุคคลที่กําหนด โดยจํากัดสัดส่วนผู้เป็นตํารวจไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตํารวจผู้ใหญ่ทั้งในปัจจุบันและอดีตมีบทบาทครอบงําทิศทางปฏิรูปเช่นที่ผ่านมา จึงถือว่าการที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฉบับนายมีชัยยังถูกตัดออกไป เช่น การกําหนดให้ตํารวจบางประเภทไม่มียศเพื่อลดความเป็นศักดินาของตํารวจ, การแยกสายงานสอบสวนออกจากหัวหน้าสถานีตำรวจ และหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายที่ชัดเจนโดยให้ยึดหลักอาวุโส เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งานสอบสวนปัจจุบันขาดการตรวจสอบจากภายนอกโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นโดยฝ่ายปกครอง,&amp;nbsp; ผวจ.และนายอำเภอ หรือแม้กระทั่งพนักงานอัยการตามหลักสากล ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้เลย หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวนหรือคดีไม่คืบหน้า อย่างไรก็ตาม คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา&amp;nbsp; ที่เป็นการร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะซ่องโจร ซึ่งการดำเนินคดีตามกฎหมายก็เป็นไปอย่างล่าช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ทำให้การปฏิรูปตำรวจกลับมาอยู่ในความสนใจของประชาชนอีกครั้ง&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวอีกว่า ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จริงใจในการปฏิรูปตำรวจหรือไม่ แนวทางการปฏิรูปที่ถูกต้องทำให้ตำรวจอยู่ภายใต้การตรวจสอบควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นหัวหน้าสูงสุดของจังหวัด ซึ่งผู้ว่าฯ จะทราบดีว่าปัญหาในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบัน ผบก.ตำรวจจังหวัด ส่วนใหญ่ไม่เข้าประชุมกับจังหวัดที่ผู้ว่าฯ เป็นประธานด้วยซ้ำ และ ผกก.สถานีก็ไม่เข้าร่วมประชุมกับนายอำเภอ เพราะกลัวถูกหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมประชุมซักถามปัญหาต่างๆ ที่ตอบไม่ได้หรือไม่อยากตอบ จึงไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น แล้วบ้านเมืองเราจะอยู่กันอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78920</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ต.ค., ปฏิรูปตำรวจ, ม็อบเผชิญหน้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามม็อบเผชิญหน้า, ไม่เคารพกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71ec3f3be1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
