<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สนธิรัตน์”สั่งการทูตพาณิชย์เร่งทำงาน ห้ามเกียร์ว่างช่วงสุญญากาศทางการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สนธิรัตน์&amp;rdquo;สั่งการทูตพาณิชย์ลุยหาตลาดส่งออก ห้ามเกียร์ว่างช่วงสุญญากาศทางการเมือง เพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสทางการค้า ก่อนรายงานแผนและเป้าหมายการส่งออกให้ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo;พิจารณา 18 ต.ค.นี้ เผยตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง พร้อมอัดฉีดงบเพิ่ม ส่วนตลาดที่ชะลอตัว ต้องวางแผนแก้ไข ย้ำต้องเร่งขยายตลาดสินค้าเกษตร ร้านอาหารไทย และช่วย SMEs ส่งออกให้ได้เพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานมอบนโยบายให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ จาก 64 ประเทศทั่วโลก ว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อประเมินวิกฤตและโอกาสทางการตลาดของไทยในพื้นที่ที่ทูตพาณิชย์รับผิดชอบดูแล พร้อมให้วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ทั้งสงครามการค้า ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ และให้จัดทำแผนการรับมือ รวมถึงแผนผลักดันการส่งออกอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อผลักดันการส่งออกของไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2561 และให้เร่งวางแผนการขับเคลื่อนการส่งออกของปี 2562 เพื่อรายงานและกำหนดเป้าหมายการส่งออกในการประชุมในวันที่ 18 ต.ค. 2561 ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้ขอให้ทูตพาณิชย์ทำงานกันอย่างเต็มที่ แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยช่วงนี้จนถึงต้นเดือนธ.ค.2561 เป็นช่วง 90 วันที่ปลอดการเมือง ถึง 13 ธ.ค. 2561 หลังจากนั้น ก็จะเข้าสู่ช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2562 และกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะเป็นช่วงเดือนเม.ย. 2562 เมื่อนับรวมเวลาแล้ว ก็คิดเป็นครึ่งปีของปีงบประมาณ 2562 ดังนั้น ทูตพาณิชย์ต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียโอกาสทางการค้า&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังได้ขอให้น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งจัดเกรดสำนักงานทูตพาณิชย์ในแต่ละตลาด โดยตลาดไหนมีโอกาสสูง ขับเคลื่อนส่งออกได้ดี จะสนับสนุนงบประมาณทำตลาดเพิ่มเติม มีเงินจากกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่พร้อมสนับสนุน ส่วนตลาดใดที่มีปัญหา ต้องหารือเป็นพิเศษว่าเกิดจากสถานการณ์ของตลาดหรือการส่งออกชะลอตัวเพราะอะไร และหากแก้ไขได้ จะมีมาตรการพิเศษอะไรดำเนินการ ก็ให้เสนอมา
&amp;nbsp;
ส่วนแผนผลักดันการส่งออกปี 2562 ให้เน้นการขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อช่วยยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรไทย และเร่งผลักดันสินค้าบริการ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร โดยให้แต่ละประเทศเร่งสรุปจำนวนร้านค้าที่เป็นของคนไทย และประเภทร้านอาหารภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อนำไปกำหนดแผนที่จะผลักดันให้มีการจัดตั้งร้านอาหารไทยในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะหากมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารและวัตถุดิบ รวมถึงผักและผลไม้ไทย
&amp;nbsp;
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะฝาก คือมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายจิ๋ว (MSMEs) ที่จะต้องทำงานเชื่อมโยงกันมากขึ้น ระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อช่วยผลักดันให้ SMEs ส่งออกได้เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมา งานหรือกิจกรรมมีความซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก แต่ผลประโยชน์ไม่ตกถึง SMEs ซึ่งได้เสนอนายกรัฐมนตรีปรับบทบาทของ สสว. แล้ว ให้เป็นหน่วยงานดูแลยุทธศาสตร์ภาพรวมของประเทศ และกำหนดทิศทางการพัฒนา SMEs&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมฑูตพาณิชย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ห้ามเกียร์ว่างช่วงสุญญากาศทางการเมือง, เร่งหาตลาดส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc415edcd2e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
