<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ หนุนปิดน่านฟ้าต่ออีกเดือน ชี้ต้องจัดการในประเทศให้เรียบร้อย แจงคนกลับจากต่างประเทศติดเชื้อแบบไม่มีอาการ สามารถแพร่เชื้อได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2563 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า ขอบคุณมากครับที่ยืดการห้ามเข้าประเทศต่อไปถึงปลายมิถุนายน และต้องสังเกตการณ์ต่อว่าจะต้องยืดต่อหรือไม่ เป็นไปตามที่พยายามนำเสนอกันไปอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกนอกนั้นจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ปลดล็อคในเวลาที่เหมาะสม ตามเงื่อนไขตัวชี้วัดการคุมโรคระบาดที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...กำหนดกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จัดการแบบเบ็ดเสร็จ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...มุ่งเน้นความปลอดภัยทั้งต่อคนไทยและต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก่อนจะทำศึกนอก เราต้องจัดการศึกในให้เรียบร้อยเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกในในที่นี้ไม่ใช่แค่การสู้กับโรคโควิด-19 ตามระยะของการปลดล็อค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่หนักหนาและมีผลต่อชะตาของประเทศอย่างยิ่งคือ &amp;quot;การจัดการปรับดุลอำนาจการเมืองและข้าราชการประจำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราวิกฤติในช่วงกุมภาถึงมีนาคมที่ผ่านมาเพราะเหตุดังกล่าวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;No more &amp;quot;ก็แค่หวัดธรรมดา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;No more &amp;quot;แข่งรถขณะประเทศวิกฤติด้วยโรคระบาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;No more &amp;quot;หน้ากากล่องหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;No more &amp;quot;ยาเสพติดรักษาทุกโรค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุขภาพ...คมนาคม...ท่องเที่ยว&amp;quot;ไม่ควรอยู่ในมือของคนหรือก๊วนใดก๊วนหนึ่ง ที่มีโอกาสคุกคามสวัสดิภาพและความมั่นคงของประเทศครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเจ็บกันมาทั้งประเทศ...เจ็บแล้วต้องจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาที่ต้องยกเครื่องแล้วครับ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หมอธีระ ยังโพสต์เกี่ยวกับ ระบบการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไม่ให้คนที่ติดเชื้อที่อาจไม่มีอาการใดๆ หลุดรอดเข้ามาในประเทศและแพร่ต่อในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ &amp;quot;มี&amp;quot; หลายรายที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ และได้รับการกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้วนตรวจพบว่าติดเชื้อแต่ &amp;quot;ไม่มีอาการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ&amp;quot;ไม่มีอาการ&amp;quot;นั้น น่ากลัว เพราะผู้แพร่ก็จะแพร่ให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ผู้รับเชื้อก็จะรับมาโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้องกันตัวเองให้ดีนะครับทุกคน เพราะผมเชื่อลึกๆ ว่าในประเทศก็ยังมีคนที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เพียงแต่ไม่รู้ตัว จึงไม่ได้รับการตรวจ และยากมากที่รัฐจะไปไล่ตรวจทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือ อยู่ห่างคนอื่นๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันแรกของการเปิดห้าง ขออย่าให้เป็น&amp;quot;วันแบ่งปันโควิดแห่งชาติ&amp;quot;เลยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาปิดน่านฟ้า, ธีระ วรธนารัตน์, ห้ามเข้าประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea4ecd810557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเริ่มปิดประเทศ สิงคโปร์ห้ามผู้มาเยือนระยะสั้นเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสิงคโปร์ประกาศมาตรการล่าสุดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่มาเยือนระยะสั้นเข้าประเทศหรือเดินทางผ่านประเทศเริ่มตั้งแต่วันจันทร์นี้ ส่วนมาตรการห้ามต่างชาติเข้าประเทศเวียดนามเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ยวดยานติดขัดขณะรอข้ามแดนเข้าสิงคโปร์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม หนึ่งวันก่อนที่มาเลเซียจะปิดพรมแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิงคโปร์มีผู้ป่วยเสียชีวิตคนแรกเมื่อวันเสาร์ โดยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยืนยันแล้ว 432 คน และเกือบ 80% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม กล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศใช้มาตรการเพิ่มเติมที่จะห้ามผู้มาเยือนระยะสั้น โดยไม่คำนึงว่าเป็นบุคคลสัญชาติใด เดินทางเข้าประเทศหรือใช้ประเทศเป็นทางผ่าน เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 23.59 น.ของวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น แต่กระทรวงแรงงานจะยังอนุญาตให้ผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานในภาคบริการที่จำเป็น เช่น คมนาคมและการสาธารณสุข เดินทางเข้าประเทศต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า มาตรการใหม่นี้บังคับใช้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการนำเชื้อโควิด-19 เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พักอาศัย, พลเมือง และผู้ถือวีซาพำนักระยะยาวที่เดินทางกลับเข้าสิงคโปร์จะต้องถูกกักกันโรค 14 วันที่บ้านของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่เวียดนาม มาตรการห้ามชาวต่างชาติทั้งหมดเข้าประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีเชื้อชาติเวียดนาม เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังพบกรณีผู้ติดเชื้อนำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก ออกคำสั่งใช้มาตรการนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้สั่งระงับเที่ยวบินที่นำผู้โดยสารต่างชาติเข้าประเทศด้วย คำประกาศไม่ได้ระบุกรอบเวลาว่าจะบังคับใช้นานเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนามใช้นโยบายควบคุมการแพร่ไวรัสโคโรนาอย่างเข้มงวดที่สุดชาติหนึ่งในเอเชีย ซึ่งรวมถึงการบังคับกักกันโรค 14 วันกับชาวต่างชาติที่เดินทางมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุกกล่าวว่า คำสั่งล่าสุดมีข้อยกเว้นให้สำหรับผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ, ผู้บริหารธุรกิจ และแรงงานทักษะสูง แต่คนกลุ่มนี้ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าปราศจากเชื้อไวรัส และต้องปฏิบัติตามกฎการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอาทิตย์ เวียดนามมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยืนยันแล้ว 94 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60507</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้มาเยือนระยะสั้น, สิงคโปร์, ห้ามเข้าประเทศ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e7700eca5e19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;ขู่ฉีกข้อตกลงให้สหรัฐใช้ฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฉุนสหรัฐปฏิเสธวีซ่าอดีต ผบ.ตร.ผู้นำสงครามปราบยาเสพติด ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ขู่จะยุติข้อตกลงว่าด้วยการให้สหรัฐใช้ฐานทัพฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการซ้อมรบร่วมกับทหารอเมริกัน เว้นแต่สหรัฐจะคืนวีซ่าให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนวนเหตุของคำขู่หนล่าสุดของผู้นำฟิลิปปินส์เกิดจากทางการสหรัฐยกเลิกวีซ่าของ ส.ว.โรนัลด์ เดลา โรซา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ โดยไม่ชี้แจงเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดลา โรซา เคยเป็นผู้กำกับดูแลปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดที่นานาชาติประณาม โดยตำรวจระบุว่าได้วิสามัญฆาตกรรมผู้ค้ายาและเสพยามากกว่า 5,500 รายนับแต่ดูเตร์เตเริ่มแคมเปญนี้เมื่อปี 2559 แต่นักสิทธิมนุษยชนเชื่อว่ายอดที่แท้จริงสูงกว่านั้น 4 เท่า และอาจถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและสถานทูตประจำกรุงมะนิลายังให้ทัศนะเรื่องวีซ่าของเดลา โรซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตกล่าวเมื่อคืนวันพฤหัสบดี พาดพิงถึงเรื่องนี้ว่า อเมริกาไม่ยอมให้บาโต (ชื่อเล่นของเดลา โรซา) เข้าประเทศ ถ้าหากอเมริกาไม่แก้เรื่องนี้ภายในเวลา 1 เดือนนับจากนี้ เขาจะยกเลิกข้อตกลงกองกำลังผู้มาเยือน (วีเอฟเอ) ซึ่งว่าด้วยการใช้ฐานทัพฟิลิปปินส์ของกองทัพสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีเอฟเอมีอำนาจทางกฎหมายที่ครอบคลุมถึงการอนุญาตให้สหรัฐและฟิลิปปินส์รื้อฟื้นการซ้อมรบร่วมได้ ภายหลังสหรัฐปิดฐานทัพในฟิลิปปินส์ยุคทศวรรษ 1990 ท่ามกลางกระแสต่อต้านสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่วิจารณ์สงครามยาเสพติดของเขา และเคยขู่จะยกเลิกข้อตกลงฉบับนี้เมื่อปี 2559 แต่ความสัมพันธ์กับสหรัฐดีขึ้นตามลำดับในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนสงครามยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกเมื่อสมาชิกสภาคองเกรสพุ่งเป้าวิจารณ์รัฐบาลของดูเตร์เต กรณีการดำเนินคดีกับ ส.ว.เลลา เดอ ลิมา ผู้วิจารณ์ดูเตร์เตตัวยงแต่โดนจับกุมคดียาเสพติดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งเธอโต้แย้งว่าเป็นการสร้างเรื่องเพื่อปิดปากเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ดูเตร์เตตอบโต้ที่สหรัฐห้ามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมคุมขัง ส.ว.หญิงรายนี้เข้าสหรัฐ ด้วยการห้าม ส.ว.อเมริกัน 2 คนที่อยู่เบื้องหลังมาตรการดังกล่าว เดินทางเข้าฟิลิปปินส์เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงกองกำลังผู้มาเยือน, ฟืลิปปินส์, วีซาเข้าสหรัฐ, ห้ามเข้าประเทศ, โรดริโก ดูเตร์เต, โรนัลด์ เดลา โรซา, ให้สหรัฐใช้ฐานทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b078b20c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนทันยาฮู&#039; สั่งห้าม ส.ส.หญิงเดโมแครตคู่ปรับ &#039;ทรัมป์&#039; เข้าอิสราเอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล สนองความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสั่งห้าม ส.ส.หญิงมุสลิมจากพรรคเดโมแครต 2 คนที่เป็นคู่ปรับของทรัมป์เดินทางเข้าประเทศ อ้างทั้งคู่สนับสนุนการบอยคอตอิสราเอล แต่ภายหลังเปลี่ยนใจให้ ส.ส.หนึ่งในนี้มาเยี่ยมญาติชาวปาเลสไตน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อิลฮาน โอมาร์ (ซ้าย) และราชิดา ทลาอิบ สอง ส.ส.หญิงพรรคเดโมแครต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมกล่าวว่า ผู้นำอิสราเอลยืนกรานว่า การตัดสินใจของเขาที่ไม่อนุญาตให้อิลฮาน โอมาร์ และราชิดา ทลาอิบ สอง ส.ส.หญิงพรรคเดโมแครต เดินทางเข้าอิสราเอลนั้นเป็นความจำเป็น เนื่องจากเธอทั้งสองมีจุดมุ่งหมายทำร้ายอิสราเอลและยุยงปลุกปั่นการต่อต้านอิสราเอลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนทันยาฮูอ้างถึงกฎหมายฉบับปี 2560 ที่ห้ามชาวต่างชาติที่สนับสนุนการคว่ำบาตรอิสราเอลเดินทางเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอมาร์และทลาอิบเป็น ส.ส.หญิง 2 คนแรกในสภาคองเกรสที่เป็นมุสลิม โดยโอมาร์นั้นมีเชื้อสายโซมาเลีย เธอติดตามครอบครัวอพยพเข้าสหรัฐตอนยังเด็ก ส่วนทลาลิบมีเชื้อสายปาเลสไตน์ มุฟเตีย ทลาอิบ ย่าของเธอที่มีอายุ 85 ปีใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ทั้งคู่มีแผนเดินทางมาอิสราเอลสุดสัปดาห์นี้ เพื่อเดินทางเข้าดินแดนปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่อิสราเอลจะประกาศห้ามทั้งคู่เข้าประเทศ ญาติๆ ของทลาอิบที่หมู่บ้านเบตอูร์อัลโฟกาในเขตยึดครองเวสต์แบงก์กล่าวกันว่า พวกเขากำลังเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับเธอ เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า พวกเขากำลังพิจารณาคำร้องด้านมนุษยธรรมของทลาอิบที่ขอไปเยี่ยมครอบครัวของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันศุกร์ อาร์เยห์ เดรี รัฐมนตรีมหาดไทยของอิสราเอล ตัดสินใจอนุญาตให้ทลาอิบไปเยี่ยมคุณย่ามุฟเตียได้ หลังจากเธอให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเคารพเงื่อนไขของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศผลตัดสินใจของรัฐบาลอิสราเอลเมื่อวันพฤหัสบดีนั้นมีออกมาคล้อยหลังเสียงเรียกร้องของทรัมป์ ที่ต้องการให้อิสราเอลห้าม ส.ส.หญิงคู่นี้เข้าประเทศ โดยทรัมป์ทวีตว่า การปล่อยให้โอมาร์และทลาอิบไปอิสราเอลจะเป็นการแสดงความอ่อนแออย่างยิ่ง &amp;quot;พวกหล่อนเกลียดอิสราเอลและชาวยิวทุกคน และไม่มีคำพูดหรือการกระทำใดที่จะเปลี่ยนความคิดพวกหล่อนได้&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอมาร์, ทลาอิบ พร้อมด้วย อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ และอยานา เพรสลีย์ เป็นกลุ่ม ส.ส.หญิงผิวสี 4 คน ที่ทรัมป์เคยไล่ส่งพวกเธอกลับประเทศบ้านเกิด อ้างว่าพวกเธอรักศัตรูของอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43581</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชิดา ทลาอิบ, ส.ส.หญิงเดโมแครต, ห้ามเข้าประเทศ, อิลฮาน โอมาร์, อิสราเอล, เบนจามิน เนทันยาฮู, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5683e187d51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐห้าม &#039;พล.อ.มิน อ่อง หล่าย&#039; เข้าประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศห้ามพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.เมียนมา และนายพลอีก 3&amp;nbsp; คน พร้อมครอบครัวของนายทหารเหล่านี้เดินทางเข้าสหรัฐ สืบเนื่องจากบทบาทของนายพลทั้ง 4 ในการ &amp;quot;กวาดล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ชาวมุสลิมโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอ้างว่าใช้มาตรการลงโทษนายพลเมียนมาทั้ง 4 คนในครั้งนี้ หลังจากมีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงเมื่อ 2 ปีก่อน ที่ทำให้ชาวโรฮีนจาประมาณ 740,000 คนหนีข้ามพรมแดนเข้าสู่บังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารว่า การสั่งห้ามบุคคลเหล่านี้เข้าสหรัฐ ทำให้รัฐบาลสหรัฐเป็นรัฐบาลแรกในโลกที่ดำเนินการอย่างเปิดเผยกับผู้นำระดับอาวุโสที่สุดของกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังคงกังวลว่ารัฐบาลพม่าไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อนำตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบต่อการล่วงละเมิดและการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาลงโทษ และยังคงมีรายงานต่อเนื่องด้วยว่ากองทัพพม่าก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนและล่วงละเมิดทั่วประเทศ&amp;quot; ปอมเปโอกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาแล้ว อีก 3 คนได้แก่ พลเอกโซ วิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลจัตวาถั่น อู และพลจัตวาอ่อง อ่อง รวมไปถึงครอบครัวของนายพลทั้งสี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอซึ่งออกแถลงการณ์ครั้งนี้ระหว่างการประชุมกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนา ตอกย้ำผลการสอบสวนเมื่อปี 2560 ของเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐว่า การเข่นฆ่าชาวโรฮีนจาในพม่าเป็น &amp;quot;การกวาดล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; โดยเขาเลี่ยงใช้คำ &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ตามที่ผู้แทนสอบสวนขององค์การสหประชาชาติเรียกขานเหตุการณ์ที่เกิดในรัฐยะไข่ของเมียนมา ขณะที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ได้เริ่มการไต่สวนเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแซงก์ชันของสหรัฐไม่ส่งผลถึงนางอองซาน ซูจี แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อบอกว่า&amp;nbsp; สหรัฐหวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลพลเรือนแข็งแกร่งขึ้น และลดความชอบธรรมของผู้นำกองทัพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอริน เมอร์ฟี อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เคยทำงานใกล้ชิดด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเมียนมา กล่าวว่า คำสั่งห้ามเข้าสหรัฐแม้จะไม่กระทบพวกนายพลโดยตรงเท่าใดนัก แต่จะส่งผลถึงลูกหรือหลานของพวกเขาที่ต้องการเดินทางมาสหรัฐเพื่อท่องเที่ยวหรือศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้นแม้เธอจะเห็นว่าการห้ามเข้าสหรัฐเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็ไม่มั่นใจว่ามันจะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อชาวโรฮีนจาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41246</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างเผ่าพันธุ์, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, สหรัฐ, ห้ามเข้าประเทศ, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f23e6d25a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ห้ามเจ้าหน้าที่พรรคยุโรปเข้าประเทศ ฉุนวิจารณ์ &#039;ดูเตร์เต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์ห้ามรองเลขาธิการพรรคสังคมนิยมยุโรปเข้าประเทศเนื่องจากเคยวิจารณ์สงครามปราบยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวปราศรัยกับชุมชนชาวฟิลิปปินส์ในฮ่องกง เมื่อวันที่ 12 เมษายน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองฟิลิปปินส์และพรรคสังคมนิยมยุโรป (พีอีเอส) ซึ่งเป็นพรรคในสหภาพยุโรป (อียู) เผยว่า จาโคโม ฟิลิเบค ชาวอิตาลี ซึ่งเป็นรองเลขาธิการพรรคพีอีเอส โดนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวขณะเดินทางมาถึงสนามบินเซบูเมื่อวันอาทิตย์ เขาถูกห้ามเข้าประเทศและส่งตัวกลับ ในข้อหามีกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มหัวรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิเบคบินมาฟิลิปปินส์ตามคำเชิญของพรรคอัคบายาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ประจำปีของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ฟิลิเบคเป็นหนึ่งในตัวแทนของนักการเมืองของยุโรปที่เริ่มต้นภารกิจค้นหาความจริงในเรื่อง &amp;quot;การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; ในสงครามปราบยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตร์เต ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทอม วิลาริน ส.ส.พรรคอัคบายาน เผยกับเอเอฟพีว่า&amp;nbsp; การสั่งห้ามนักการเมืองจากพรรคอียูเข้าฟิลิปปินส์ครั้งนี้&amp;nbsp; แสดงให้เห็นถึงคำสั่งของรัฐบาลที่มีไปยังทุกคนว่า คุณไม่สามารถตรวจสอบสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ การกระทำของรัฐบาลของดูเตร์เตแสดงให้เห็นถึงการไม่นำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ซึ่งไม่ต่างจากการปกครองแบบเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรียุติธรรมฟิลิปปินส์ เมนาร์โด เกวาร์รา กล่าวว่า ฟิลิเบคอยู่ในแบล็กลิสต์ของกองตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากเขาฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามคนต่างด้าวในฟิลิปปินส์ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ส่วนแฮร์รี โรเก โฆษกของดูเตร์เต กล่าวว่า ผู้นำพรรคสังคมนิยมผู้นี้เป็นหนึ่งในบุคคลที่ฟิลิปปินส์ไม่ต้องการให้อยู่ในประเทศของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอร์เก สแตนนิเชฟ ประธานพรรคพีอีเอส แถลงทางเว็บไซต์ของพรรคว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างยิ่งที่ตัวแทนทางการเมืองของพรรคได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากอาชญากรด้วยคำสั่งของรัฐบาลฟิลิปปินส์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7226</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาโคโม ฟิลิเบค, พรรคสังคมนิยมยุโรป, ฟิลิปปินส์, สงครามยาเสพติด, ห้ามเข้าประเทศ, อียู, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad4b36599eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
