<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;แจงมติอ.กพ.ปลด&#039;ชัยวัฒน์&#039;ต้องทำตามปปท. ชี้ช่องอุทธรณ์ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (อ.ก.พ.) มีมติลงโทษปลดออก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหาร พื้นที่อนุรักษ์ ที่ 9 อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ชี้มูลลงโทษ ว่า หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีมติและส่งเรื่องมาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเห็นว่ามีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง จากนั้น อ.ก.พ.ของกระทรวงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายภายใน 30 วัน จึงได้มีการประชุม และได้ตัดสินออกมาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อ.ก.พ. กระทรวง ไม่สามารถย้อนคำตัดสินหรือเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของ ป.ป.ท. ได้ สิ่งที่ทำได้จากนี้ คือนายชัยวัฒน์ สามารถไปยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของ ป.ป.ท. แต่ในส่วนของกระทรวงรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่แต่ละคนที่ทำงานด้วยความยากลำบาก ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อมีคำตัดสินดังกล่าวออกมา หาก อ.ก.พ.กระทรวง ไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของ ป.ป.ท.ที่ออกมานั้น อ.ก.พ. กระทรวงก็จะมีความผิด ฐานไม่ปฏิบัติตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีจะเรียกขวัญข้าราชการในกระทรวงอย่างไร เพราะบางกลุ่มได้ตั้งกลุ่มเซฟชัยวัฒน์ขึ้น นายวราวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าข้าราชการทุกคนจะเข้าใจถึงกลไกการทำงานของกระทรวงของ ป.ป.ท. และ อ.ก.พ.กระทรวง เพราะเมื่อ ป.ป.ท. มีมติออกมาในระดับของกระทรวงคงทำอะไรได้ไม่มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้ นายชัยวัฒน์ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่ออนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของกระทรวง แล้วหรือยัง รมว.ทส. กล่าวว่า นายชัยวัฒน์ จะต้องไปยื่นอุทธรณ์กับ ป.ป.ท. เพราะไม่สามารถยื่นอุทธรณ์กับ อ.ก.พ.กระทรวงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีอาจมีข้าราชการบางส่วน ที่รู้สึกว่า ทำงานดีมาตลอด แต่เมื่อเจอคดีนายชัยวัฒน์เช่นนี้ อาจรู้สึกใจฝ่อไปนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า คดีเช่นนี้มีเกิดขึ้นหลายครั้ง และเมื่อไปยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp; หรือบางครั้งก็มีคำสั่งศาลปกครองกลับคำสั่ง ซึ่งทางออกก็ต้องคืนตำแหน่งให้กับข้าราชการคนนั้นๆ ซึ่งข้าราชการทุกคนก็ได้เห็นกลไกดังกล่าวมาโดยตลอด คงจะเข้าใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ล่าสุดมีกลุ่มบุคคลหรือเอกชน เช่น แอ๊ด คาราบาว ตั้งกลุ่มขึ้นมาเซฟชัยวัฒน์นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของแต่ละท่านที่จะดำเนินการ&amp;nbsp; แต่ทุกอย่างดำเนินการตามระเบียบ และข้อบังคับของกระทรวง เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะเกิดปัญหาอีกหลายกรณี เราจึงต้องทำตามระเบียบที่มีอยู่ ซึ่งสามารถยื่นอุทธรณ์ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ปลดออก, วราวุธ ศิลปอาชา, อ.ก.พ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60614ad1df030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วิษณุ&#039;แจงรับ&#039;น้องแบม&#039;เข้าป.ป.ท.ตามเกณฑ์กพ.เป็นบุคคลที่มีคุณงามความดีพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31ส.ค.61-นายวิษณุ เครืองาม &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา &amp;nbsp;หรือ &amp;#39;น้องแบม&amp;#39; ในการเข้ารับราชการ ว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ตนได้ให้หน้าห้องโทรศัพท์ไปสอบถามน.ส.ปณิดา เพื่อสอบถามรายละเอียด ทราบว่า น.ส.ปณิดา สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์ และขณะนี้ได้เรียนต่อแบบออนไลน์ที่มหาวิทยาลัยรังสิต โดยทุนของ ม.รังสิต แต่ตัวน.ส.ปณิดานั้นอยู่จ.ขอนแก่น ดังนั้น เมื่อได้ข้อมูลมาเช่นนี้จึงถามว่าสนใจหรือไม่ เขาบอกว่าสนใจ แต่ขอให้ได้ทำงานที่ จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ธนาคารกรุงไทยได้ไปติดต่ออยากให้มาทำงานที่ธนาคารกรุงไทย เพียงแต่ขอให้ น.ส.ปณิดา มาทำงานที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเขาไม่สะดวก ตนจึงให้เจ้าหน้าที่ประสานไปว่าถ้าเช่นนั้นก็เอาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แล้วกัน เพราะที่ จ.ขอนแก่นมี ซึ่ง น.ส.ปณิดายินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ตนได้นำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมคณะกรรามการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พบว่ามีช่องทางที่สามารถทำได้โดยถูกกฎหมาย คือ กรณีที่บุคคลใดเป็นความต้องการของทางราชการ และเป็นผู้ที่มีคุณงามความดีพิเศษ เช่นเดียวกับที่เราบรรจุนักกีฬาหรือใครก็ตามที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศสามารถทำได้ โดยการให้สำนักงาน &amp;nbsp;ป.ป.ท. เสนอเรื่องมาที่ ก.พ. และขอพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งสามารถทำได้ และทำได้กับทุกรายถ้าเป็นกรณีเดียวกับน.ส.ปณิดา อีกทั้งในอดีตก็เคยทำมาแล้ว คือ 1.ต้องมีอัตราว่าง 2.เป็นความต้องการของทางราชการ และ3.บุคคลนั้นต้องเป็นบุคคลที่มีคุณงามความดี มีชื่อเสียงที่สมควรจะได้รับการสนับสนุนเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้น จึงไม่ได้เป็นการลำเอียงหรือเลือกปฏิบัติ เพราะนี่เป็นเกณฑ์หนึ่งในการเสาะแสวงหาบุคคลบางประเภทเข้ามาทำงานราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.ปณิดา ไม่จำเป็นต้องสอบ ก.พ.ให้ผ่านก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องสอบ เพียงแต่ต้องทำอีกแบบหนึ่ง และไม่ต้องไปยุ่งกับเรื่องโควตาหรืออะไรทั้งสิ้น ขณะที่ถ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการคงต้องใช้วิธีรอมีอัตราว่างตำแหน่งว่างตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ ป.ป.ท.มีตำแหน่งว่างคือ นักสืบสวนสอบสวนใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มี โดยตนได้เรียกเลขาธิการ ป.ป.ท.มาพบแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการการพิจารณาตามขั้นตอนไม่นาน แต่จะช้าตรงนำเข้า ก.พ. แล้วก็เสร็จ ไม่ต้องผ่านกระบวนการเหมือนการสอบอย่างอื่น ยืนยันว่าไม่ใช่การลำเอียง เป็นเกณฑ์ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนในกระบวนการ ก.พ.นั้นไม่นาน โดย ก.พ.จะมีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง ถ้ามีเรื่องนี้เข้ามาอาจจะมีการพิจารณาโดยให้ คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) เป็นคนพิจารณาไปก่อนได้ ซึ่ง อ.ก.พ.ชุดนี้คือ อ.ก.พ.สรรหาคนเข้ารับราชการ ซึ่งตั้งมาหลายสิบปีแล้ว มีนายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ เป็นประธาน ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ได้พูดคุยกันแล้ว นายธีรยุทธ์รับว่าจะพิจารณาให้ เพียงแต่ขอให้ดูเรื่องวุฒิการศึกษา ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับ น.ส.ปณิดา ต้องผ่านขั้นตอนการสอบและการสัมภาษณ์ เพียงแต่ทำคนเดียว ไม่ต้องไปแข่งกับคนเป็นหมื่น และจะมีการบรรจุที่ ป.ป.ท.ที่ จ.ขอนแก่นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีข้อเปรียบเทียบกับลูกข้าราชการตำรวจทหารที่เสียชีวิตที่เขารอสอบอยู่เช่นกัน เพียงแต่สอบเฉพาะกลุ่ม นายวิษณุ กล่าวว่า เรามีหลายแบบหลายเกณฑ์ บางทีสอบเฉพาะกลุ่มสอบเฉพาะคน แต่ทุกอย่างมีหลักเกณฑ์ของมันอยู่ ไม่ใช่มากำหนดขึ้นใหม่สำหรับใคร มีมานานแล้ว และราชการก็รับคนแบบนี้ไปหลายคนแล้ว เราไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ เพื่อไม่ให้มีการบรรจุลูกท่านหลานเธอ วิ่งเต้นเส้นสายกัน ทำทีหนึ่งก็ต้องออกข่าวให้คนรู้ว่าเหมาะหรือไม่และในการให้เขาบรรจุ เราต้องพิจารณาด้วยว่าจะให้เขาไปบรรจุที่ไหน กระทรวงใด เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเขาด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16535</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรรการข้าราชการพลเรือน, น.ส.ปณิดา  ยศปัญญา, นายวิษณุ เครืองาม, ป.ป.ท., อ.ก.พ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8fc3e8cd3a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉอาชญากร&#039;พม.&#039;ผอ.ศูนย์ฯโร่ฟ้อง&#039;บิ๊กตู่&#039; ฟันอดีตปลัดโกงคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟันจริง พส.ไล่ออก! ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นพ่วงหัวหน้าฝ่ายงาบเงินคนจน 4 พ.ค.เตรียมถกเรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหาย ลั่นเป็นเรื่องทุจริตไม่ใช่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ &amp;ldquo;ผอ.สมุทรปราการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;หัวร้อนส่งเรื่องถึง &amp;ldquo;ประยุทธ์-ดีเอสไอ&amp;rdquo; ไล่เบี้ยอดีตปลัด พม. ชี้เป็นกระบวนการมิจฉาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ว่าได้ดำเนินการทางวินัยกรณีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น โดยคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงได้สอบสวนเสร็จเมื่อวันที่ 27 เม.ย. และเตรียมเสนอคณะอนุกรรมการสามัญ (อ.ก.พ.) ประจำกระทรวงพิจารณาโทษไล่ออกจากราชการกับนางพวงพยอม จิตรคง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัด พส. และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคม สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวม 2 คน ส่วนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงได้เริ่มสอบสวนแล้ว คาดว่าจะสรุปรายงานสอบสวนเสนอพิจารณาโทษได้ภายในเดือน พ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อ.ก.พ.ประจำกระทรวงจะประชุมวันที่ 4 พ.ค.นี้ โดยมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.เป็นประธาน จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบทางละเมิด เพื่อคำนวณความเสียหายที่ผู้ถูกกล่าวโทษต้องชดใช้ โดยอาจต้องใช้เวลาพิจารณา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;rdquo; นางนภากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนภาแถลงอีกว่า สำหรับพฤติการณ์การทุจริตของนางพวงพยอมนั้น คือการปลอมแปลงเอกสาร และจ่ายเงินให้กลุ่มเป้าหมายไม่ครบ ซึ่งเป็นเรื่องทุจริตไม่ใช่การไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ส่วนเงินที่ทุจริตไปไหนหรือส่งให้ใครเป็นเงินทอนนั้น ผลสอบไม่ได้ชี้ชัด เพียงระบุถึงชาวบ้านได้เงินไม่ครบ คงต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงชุดใหญ่ที่สอบระดับผู้บริหาร พม. ทั้งนี้ ทั้ง 2 รายได้ถูกพักราชการไปตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. ไม่ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการใดๆ ตั้งแต่นั้น และโทษไล่ออกจากราชการก็ทำให้ไม่ได้รับอะไรเลย ส่วนพนักงานราชการอีก 2 คนของศูนย์ขอนแก่นที่ถูกสอบวินัยไม่ร้ายแรง ขณะนี้ผลสอบยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี พส.แถลงอีกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ส่งข้อมูลบุคคล ซึ่งถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ พส. 2 ครั้ง จำนวน 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 156 คน โดยใน 156 คน มีบุคคลที่อยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย 20 คน ส่วนบุคคลที่เหลือ 136 คน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พส.ได้ย้ายข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในปีงบประมาณ 2560 ออกจากพื้นที่ตามข้อมูลที่ ป.ป.ท.จัดส่งให้ครั้งที่ 1 จำนวน 19 คนแล้ว และสั่งตรวจสอบข้อมูลที่ ป.ป.ท.จัดส่งให้เพิ่มเติมครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาสั่งย้ายข้าราชการออกจากพื้นที่เพิ่มเติม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนางฐณิฎฐา จันทนฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สมุทรปราการ ไปยื่นข้อมูลเปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ให้นายกรัฐมนตรีนั้น นางนภากล่าวว่า ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล เท่าที่ทราบก็เป็นข้อมูลทั่วไป กว้างๆ คงอยากออกมาขยายความผ่านสื่อให้รับรู้และเรียกร้องความเป็นธรรม แต่จริงๆ แล้วก็มีช่องทางเสนอข้อมูลหรือข้อร้องเรียนผ่านกระทรวงและกรมได้อยู่แล้ว
โวใครผิดฟันไม่เลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้เชื่อมั่นตามที่ พล.อ.อนันตพรย้ำว่า ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก เพราะมีกระบวนการดำเนินการทางกฎหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ ป.ป.ท.พบการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรีสูงเกินราคากลางนั้น ได้สอบถามทางโทรศัพท์ไปยังผู้อำนวยการศูนย์สิงห์บุรี ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าเป็นการเร่งรัดการจัดซื้อด้วยความจำเป็น โดยได้ให้รายงานถึงเหตุผลที่ต้องจัดซื้อราคาสูงกว่าราคากลาง และทำไมต้องจัดซื้อเร่งด่วน เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา&amp;quot; นางนภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางฐณิฎฐาได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เพื่อให้ลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอดีตปลัด พม.ที่ขณะนี้กำลังถูกตรวจสอบเรื่องทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนางฐณิฎฐาระบุว่า การกระทำผิดของอดีตปลัด พม. ไม่ใช่เชิงทุจริตแบบทั่วไป แต่เป็นรูปแบบกระบวนการแก๊งมิจฉาชีพ เช่น กรณีหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีประชาชนที่มีสิทธิ์ได้รับเงิน 2,541 คน แต่ได้รับจัดสรรงบประมาณถึง 23 ล้านบาท และเมื่อโอนเงินและเบิกจ่ายเงินแล้ว ข้าราชการลาออกทันที ซึ่งถือเป็นคดีอาญา เช่นเดียวกับศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ ที่โอนเงินไปให้กลุ่มเครือญาติ ซึ่งในศูนย์ดังกล่าวมีประชากรประมาณ 3 แสนคน แต่เบิกจ่ายเงินถึง 67 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางฐณิฎฐากล่าวอีกว่า หลักฐานที่นำมายื่นจะมีการสรุปข้อมูลงบประมาณที่มีการโอนลงไปในแต่ละพื้นที่ และเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่ต้องได้รับบริการ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ท.นั้น เริ่มจากปลายทาง จึงอยากให้เริ่มจากต้นทาง เพราะการกระทำลักษณะนี้เป็นลักษณะอาชญากร มีการยักยอกเงินแผ่นดิน ส่วนของ จ.สมุทรปราการที่ถูก ป.ป.ท.ตรวจสอบอยู่นั้น สมุทรปราการมีประชาชน 1.2 ล้านคน ต้องได้งบประมาณเฉลี่ย 7-8 ล้านบาท แต่ได้รับเพียง 7 แสนบาท รวมถึงมีบางประเด็นที่พบว่าผู้ใหญ่บ้านบางคนรับเงินนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มีรายได้น้อย แต่เมื่อไปตรวจสอบแล้ว พบว่าบ้านมีฐานะ แต่ได้จ่ายเงินให้คนพิการในพื้นที่จริง ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นการบกพร่องทางเอกสาร ยืนยันว่าไม่อยากแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ท. และการตรวจสอบต่างๆ ได้รายงานผู้ว่าฯ จ.สมุทรปราการแล้วว่าเป็นอย่างไร ยินดีให้ ป.ป.ท.เข้ามาตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีกระบวนการไปกล่าวว่าเขาโกงกันทั้งประเทศ &amp;nbsp;เป็นกระบวนการที่เราฟังแล้วเราไม่อยากจะเปิดเผย คิดว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ต้องระเบิดจากข้างใน ที่ดิฉันกล้าออกมาพูดในวันนี้ เพื่อเรียกร้องว่าข้าราชการของดิฉันมีหลายคนที่ดี และปฏิเสธการทำงานแบบนี้ และยอมรับว่าคนที่ปฏิเสธจะได้งบประมาณที่น้อยผิดปกติจนไม่สามารถทำงานได้ ถ้าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นเท็จ ขอให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงบ้าง&amp;rdquo; นางฐณิฎฐากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางฐณิฏฐาได้นำหลักฐานพร้อมหนังสือคำร้องยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้สอบสวนการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งของ พม. เป็นคดีพิเศษ โดยระบุในท่วงทำนองเดียวกับที่ไปยื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน โดยเรียกร้องให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะการดำเนินคดีของ ป.ป.ท.ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้ดำเนินการกับเงินงบประมาณที่สูญเสียไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการสงเคราะห์คนยากจนมีมานานกว่า 20 ปี เคยมีการทุจริตแล้วหายไปช่วงหนึ่ง เนื่องจากอดีตปลัดกระทรวงถูกไล่ออกจากราชการ ก่อนกลับมาทุจริตอีกครั้ง เพราะคนที่ถูกไล่ออกได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่ศูนย์อื่นๆ พร้อมยื่นให้ดีเอสไอเป็นหลักฐาน&amp;rdquo; นางฐณิฏฐากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ กล่าวภายหลังรับคำร้องว่า จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนเสนอให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พิจารณาว่าคดีดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่
โอนเข้าบัญชีโดยตรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561 เป็นต้นไป ส่วนราชการในสังกัดของ พม.จะเริ่มจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้มีสิทธิโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้มีสิทธิเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์ภาครัฐ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเงินสงเคราะห์ที่จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิ ประกอบด้วย เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉินของสำนักงานปลัด พม., เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง, ค่าใช้จ่ายโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันเอดส์, เงินทุนประกอบอาชีพ, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวชาวเขา, เงินอุดหนุนช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ของ พส.,&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินช่วยเหลือสตรีหรือครอบครัวที่ประสบปัญหาทางสังคมของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, เงินอุดหนุนสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, เงินสงเคราะห์เด็กครอบครัวยากจน/ขาดแคลน/ฝากเลี้ยงตามบ้านของกรมกิจการเด็กและเยาวชน และเงินที่จ่ายให้แก่ผู้สูงอายุตามความจำเป็นของกรมกิจการผู้สูงอายุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินแบบเดิมเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิโดยตรง ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดความโปร่งใส และลดความซ้ำซ้อน ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และคาดว่าจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง&amp;rdquo; น.ส.สุทธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวก่อนเป็นประธานมอบรางวัลการประกวดแผนการจัดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระดับอาชีวศึกษา และแนวทางการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ว่า ป.ป.ช.ต้องการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับอาชีวศึกษา ในการทำแผนไม่ทนต่อการทุจริต โดยนำแผนที่นักศึกษาอาชีวะชนะการประกวดมาจัดทำเป็นแนวทางเพื่อกระจายไปยังสถานศึกษาอาชีวะทั่วประเทศ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ ในการแทรกแนวทางการมีส่วนร่วมป้องกันการทุจริตในหลักสูตร นอกจากนี้ ยังต้องมีการประเมินด้วยว่าแผนดังกล่าวเป็นไปตามที่คาดหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.บุณยวัจน์ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการให้และรับเงินแป๊ะเจี๊ยะโรงเรียน ว่า ป.ป.ช.ได้ออกมาตรการหรือแผนระยะสั้นไปแล้ว ส่วนแผนระยะยาวจะประชุมอนุกรรมการเพื่อจัดเตรียมแผนต่อไป โดยต้องการกำหนดมาตรการในโรงเรียนเพื่อป้องกัน ซึ่งทุกโรงเรียนต้องมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำ เพราะทุกคนล้วนต้องการให้ลูกหลานเข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ดังนั้นจึงต้องทำให้ทุกโรงเรียนมีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งวันนี้คนไทยต่างตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าวมาก หากมีการร้องเรียนเข้ามา ป.ป.ช.จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบทันที จึงอยากให้คนไทยเปลี่ยนค่านิยมใหม่ ต้องไม่มีการให้แป๊ะเจี๊ยะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8384</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางฐณิฎฐา จันทนฤกษ์, ป.ป.ท., ผอ.สมุทรปราการ, ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง, พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าฝ่ายงาบเงินคนจน, อ.ก.พ., เรื่องทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cc6c1d0ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
