<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.อยากร่วมเทศกาลวิ่ง ต้องรู้จักเตรียมร่างกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่เลือกออกกำลังด้วยการวิ่งแข่งขัน หรือวิ่งเพื่อสุขภาพแข็งแรง ควรวอร์มอัพร่างกายทั้งก่อนและหลังวิ่ง โดยการทำท่ายืดเหยียดจากด้านบนลงล่าง และจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน เช่น หมุมคอ หมุนไหล่ แกว่งขาและแขน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทรนด์การวิ่งเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง งานนี้จึงทำให้คนหนุ่มสาว หรือแม้แต่คนวัยเก๋าหลัก 4 หลัก 5 หันมาออกกำลังด้วยการวิ่งเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากลักษณะกายภาพของผู้สูงวัยนั้นค่อนข้างจำกัด ดังนั้นหากต้องการเริ่มที่จะวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วไป หรือเริ่มต้นสู่การวิ่งเพื่อการกุศลที่หน่วยงานต่างๆ ได้จัดขึ้น เพื่อร่วมสนุกกับเพื่อนฝูงวัยเดียวกัน หรือแม้แต่กับลูกหลาน อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่ง มีข้อมูลการเตรียมพร้อมร่างกายของคนวัยเก๋าก่อนออกกำลังด้วยการวิ่งไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์ บอกว่า &amp;ldquo;ในกรณีของคนวัยเก๋านั้นถ้าเริ่มต้นการวิ่ง อันดับแรกต้องดูว่าร่างกายตัวเองนั้นเหมาะกับการวิ่งมากน้อยเพียงใด ซึ่งวิธีสังเกตว่าตัวเองเหมาะกับการวิ่งนั้น อันที่ 1.ต้องดูว่าตัวเองอ้วนเกินไปหรือไม่ เพราะผู้ที่มีภาวะร่างกายดังกล่าวอาจต้องรับน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ซึ่งตรงนี้อาจส่งผลต่อข้อกระดูกต่างๆ ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดข้อหลังจากการวิ่งได้ 2.ต้องดูว่าสามารถเดินได้อย่างเป็นปกติมากน้อยแค่ไหน ถ้าเดินได้อย่างกระฉับกระเฉง ตรงนี้ก็จะทำให้การวิ่งเป็นเรื่องที่ธรรมดา พูดง่ายๆ ว่าสามารถออกกำลังด้วยการวิ่งได้เลย เพราะถ้าคุณเดินได้ปกติ คุณก็สามารถวิ่งได้ หรือเลือกเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยวิ่งเพื่อสุขภาพก็จะดีที่สุด เพราะอันที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเน้นการแข่งขัน หรือไปวิ่งในสนามแข่ง เพราะนั่นจะทำให้ผู้สูงอายุไม่ต้องเสียเงินค่าสมัคร ไม่ต้องตื่นตี 2 ตี 3 ไม่ต้องเดินทางไกล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เพื่อสุขภาพคนวัยเก๋าเลือกออกกำลังด้วยการวิ่งจะดีที่สุด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับผู้สูงวัยที่นึกอยากสนุกกับงานวิ่งที่ปีหนึ่งจัดครั้งเดียว และอยากไปสนุกกับลูกหลาน หรือคนหนุ่มสาวก็สามารถไปได้ แต่ถ้าไปวิ่งในสนามแข่งก็ต้องเตรียมตัวให้มากขึ้น เช่น เคยเดินหรือวิ่งอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็อาจจะต้องเพิ่มไปไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และให้เดินสลับวิ่งเหยาะๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นวิ่งเหยาะๆ มากขึ้น อีกทั้งควรเดินให้น้อยลง กระทั่งร่างกายแข็งแรงมากขึ้น และวิ่งได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ต้องวิ่งเร็วเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(หลังออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แนะนำให้ผู้สูงวัยจิบน้ำช้าๆ เพื่อปรับสมดุลให้กับร่างกาย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;ldquo;ท่าวอร์มอัพร่างกาย&amp;rdquo; ของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะออกกำลังกายปกติ หรือออกกำลังเพื่อการแข่งขันก็ตาม ต้องมีการวอร์มอัพ เช่น ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ส่วนที่บริหารคือให้เริ่มจากจุดบนสุดคือ ศีรษะ และไล่ลงมาสู่ด้านล่าง ดวงตา คอไหล่ แขน ลำตัว หน้าขา กระทั่งถึงปลายเท้า ทั้งนี้ ท่าการวอร์มอัพนั้นได้แก่ การโยกตัว การแกว่งแขน หมุนคอ แกว่งขาทีละข้าง จากนั้นให้ผู้สูงอายุลองวิ่งเหยาะๆ เพื่อให้ชีพจรทำงานมากขึ้นจากชีพจรเดิม กระทั่งชีพจรเต้นในระดับ 60 ไปจนถึง 70 แล้วหยุดพักสักครู่ (10 นาที) ก่อนที่เริ่มต้นการวิ่งจริงๆ ก็จะทำให้การวิ่งคล่องขึ้น พอจบการวิ่งแล้วก็กลับมาที่การบริหารร่างกาย &amp;ldquo;ท่าคูลดาวน์&amp;rdquo; หรือการยืดเหยียดให้ร่างกายรู้ตัว และกลับเข้าสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ การทำท่า &amp;ldquo;คูลดาวน์&amp;rdquo; คือการทำจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน เพราะตอนที่เราวิ่งนั้นเลือดมักจะไหลลงไปข้างล่าง ด้วยการฝึกท่ายืดเหยียดต่างๆ ตั้งแต่การยกขา บิดขี้เกียจ ยกไหล่ หมุนคอ เป็นต้น เพราะนั่นคือการบริหารกล้ามเนื้อทุกมัด ทั้งมัดหน้าและมัดหลัง ลำตัว หัวไหล่ ส่วนการดื่มน้ำหลังการวิ่ง แนะนำว่าให้เริ่มจากการจิบน้ำช้าๆ ค่อยๆ จิบกลั้วคอ แล้วค่อยๆ กลืนลงไป โดยเฉพาะหากดื่มน้ำเย็นที่ประมาณ 20 องศา ในขณะที่ร่างกายของผู้สูงอายุหลังการวิ่งจะอยู่ที่ประมาณ 40 องศา ก็ยิ่งจิบน้ำช้าลง เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลได้ทันครับ&amp;rdquo;. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50568</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd28f3db4522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาสุขภาพด้วย“กิจกรรมทางกาย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะเข้าสู่วัยหลัก 7 แล้ว แต่ภารกิจการงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย จึงทำให้ไลฟ์สไตล์ของ อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นตัวอย่างการหันมาดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการวิ่ง ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา เจ้าตัวเป็นโต้โผในการวิ่งจอมบึงมาราธอน ที่ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการจัดงานวิ่งออกกำลังกายมาถึงจนปัจจุบันนี้ ตลอดจนการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ อย่างการเลือกกินอาหารที่ปลอดสารพิษ การลงมือปลูกผักสวนครัวปลอดภัยรับประทานเอง ก็ถือเป็นการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และทำให้เจ้าตัวได้ขยับเขยื้อนร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์ ในวัย 73 ปี บอกว่า การดูแลสุขภาพของตัวเองเริ่มจาก การเลือกรับประทานอาหารที่พอเหมาะพอดี และการกินในแต่ละครั้งนั้นจะต้องไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญต้องคำนึงอยู่เสมอว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้นควรต้องปลอดสารพิษ และที่บ้านก็จะปลูกทั้งผักสวนครัวได้รับประทานเอง รวมถึงผลไม้ &amp;ldquo;ตระกูลมะ&amp;rdquo; ที่ดีต่อสุขภาพช่วยย่อยและป้องกันโรคหวัดได้ค่อนข้างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากการเลือกรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว อาหารที่ดีต่อสุขภาพจะต้องปลอดจากสารเคมีด้วย ส่วนตัวผมปลูกผักและผลไม้รับประทานเองที่บ้าน ทุกวันนี้สวนหน้าบ้านจึงเต็มไปด้วยผักผลไม้ตระกูลมะ เช่น มะละกอ, มะม่วง, มะพร้าว, มะขาวหวาน, มะขาวเปรี้ยว, มะอึ๊ก (สำหรับตำน้ำพริก) กะเพราะแดง, กะเพราเขียว, ตำลึง, กระถิน โดยเฉพาะผักกระถินที่สามารถนำไปทำเป็นเมนูชุบไข่ ที่ถือว่าเป็นเมนูปลอดสารเคมีสำหรับตัวเองและครอบครัว ส่วนเนื้อสัตว์ก็จะประทานสัตว์ใหญ่ที่ย่อยยากน้อยที่สุด นานๆ จะกินเนื้อหมูและเนื้อวัวสักครั้ง แต่จะเลือกกินปลาเป็นประจำ ส่วนการปรุงอาหารก็จะเลี่ยงรับประทานหวาน เค็ม แต่เน้นปรุงให้จืดที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการขยับเขยื้อนร่างกายนั้น อ.ณรงค์ เน้นยำว่า การเอกเซอร์ไซส์ที่เรียกว่า &amp;ldquo;การมีกิจกรรมทางกาย&amp;rdquo; ถือเป็นการออกกำลังกายของตัวเอง เพราะถ้าพูดถึงการออกกำลังกาย ทุกคนจะต้องโฟกัสไปที่ชนิดของกีฬา เช่น การเล่น โยคะ การเต้นแอโรบิก การว่ายน้ำ เป็นต้น ที่สำคัญหากมีเวลาว่าง เจ้าตัวก็จะสลับออกไปวิ่งเพื่อสุขภาพอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน อีกเช่นกัน ซึ่งเป็นการวิ่งกับภาคีเครือข่ายที่จัดงานวิ่งทุกวันอาทิตย์ ภายในระยะทาง 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางมาตรฐาน ที่งานนี้เจ้าบอกว่านอกจากได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้ทำงานที่ช่วยส่งเสริมการวิ่งเพื่อสุขภาพภายใต้บทบาทหน้าที่จาก &amp;ldquo;สสส.&amp;rdquo; อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การรักษาสุขภาพด้วยการมีกิจกรรมทางกายจะครอบคลุมไว้ทุกการเคลื่อนไหวที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การจอดรถยนต์ทิ้งไว้ที่บ้านและเดินไปทำงาน หากบ้านใกล้ที่ทำงาน หรือถ้าต้องไปซื้อของใกล้บ้านประมาณ 500 เมตร ก็แนะนำว่าให้เดินไปจะดีที่สุด หรือการเดินขึ้น-ลงบันไดชั้น 2 3 และ 4 และถ้ามีเวลาว่างขณะอยู่กับบ้าน เช่น หากดูทีวีก็แนะนำให้ยืนดูพร้อมกับยืนแกว่งแขนให้ได้ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อรายการทีวีที่รับชม นอกจากนี้ วันไหนที่ผมมีเวลาว่างก็ออกไปวิ่ง เพราะเป็นการเอกเซอร์ไซส์ที่ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ชีพจรเต้นเป็นปกติ เลือดลมไหลเวียนสูบฉีดได้ดีขึ้น หัวใจทำงานเป็นปกติ ซึ่งการวิ่งของผมจะวิ่งในสนามที่ภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมการวิ่งทุกวันอาทิตย์ เนื่องจากหน้าที่การงานปัจจุบันที่สสส.นั้น ก็คือการส่งเสริมการวิ่งเพื่อสุขภาพ ที่สำคัญหลักการวิ่งของผมคือ ผมเน้นวิ่งเพื่อสุขภาพ ดังนั้นก็มักจะ &amp;ldquo;วิ่งช้าๆ วิ่งนานๆ วิ่งไกล&amp;rdquo; อีกทั้งการวิ่งที่ดีต้องมีการฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์ บอกอีกว่า จุดเริ่มต้นของการวิ่งนั้น เริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยจะมีทรายปกคลุมอยู่ทั่ว ดังนั้นเวลาที่เดินบนทรายจะค่อนข้างร้อน เลยต้องวิ่งเนื่องจากที่บ้านสมัยก่อนยังไม่มีรถยนต์ เรียกได้ว่าวิถีชีวิตสมัยก่อนนั้น คือการเดินและวิ่งเท่านั้น กระทั่งโตมาได้เรียนหนังสือ เล่นกีฬาตั้งแต่ระดับปฐมและมัธยมกระทั่งจบมหาวิทยาลัย ก็ได้ใช้การวิ่งเป็นทั้งกิจกรรมสันทนาการ และปัจจุบันก็มีกลุ่มออกกำลังกายจากการวิ่งเช่นเดียวกัน เพราะข้อดีของการเอกเซอร์ไซส์ดังกล่าวนั้นไม่ต้องปะทะกับผู้อื่น เช่น กีฬาฟุตบอล หรือไม่ต้องรอใครแบบกีฬาตีเทนนิส ที่ต้องเล่นเป็นทีม 2 คน เนื่องจากการวิ่งสามารถออกกำลังเพียงลำพังได้นั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าหากย้อนกลับไปเมื่อ 35 ปีก่อนหน้านี้ อ.ณรงค์ เริ่มทำงานที่เกี่ยวกับการวิ่งอย่างจริงจัง โดยการจัดวิ่งจอมบึงมาราธอน จ.ราชบุรี ที่ถือได้ว่าเป็นการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพนำร่องที่ทำต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และถือเป็นการสิ่งเสริมการออกกำลังเพื่อสุขภาพอย่างง่ายๆ ด้วย &amp;ldquo;การวิ่ง&amp;rdquo; นั่นเอง ประกอบกับช่วงอายุก่อน 60 ปีนั้น งานที่ทำคือการเป็นทั้งอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย โดยสอนในคณะครุศาสตร์ นอกจากนี้ก็มีงานด้านการบริหารอย่างการเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี แต่งานปัจจุบันที่ทำหลังเกษียณ คือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมกิจกรรมทางกายของ &amp;ldquo;สสส.&amp;rdquo; ซึ่งทำงานมาประมาณ 17 ปี ที่เน้นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;งานที่ทำปัจจุบันก็ยังมีความเกี่ยวเนื่องกับการออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพอยู่เช่นเคย เนื่องจากงานที่ สสส.นั้น ผมอยู่ที่นี่มา 17 ปี ตั้งแต่ สสส.เริ่มก่อตั้ง ซึ่งตอนแรกภารกิจนั้นคือการส่งเสริมการออกกำลังกาย แต่ปัจจุบันได้ทำควบคู่กับการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย นอกจากนี้ผมก็เป็นประธาน &amp;ldquo;มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังคปริณายก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จอมบึง&amp;rdquo; และเป็นกรรมการและรองประธาน &amp;ldquo;มูลนิธิวิทยา หมู่บ้านจอมบึง&amp;rdquo; ซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงที่ตั้งมา 36 ปี ด้วยการส่งเสริมเรื่องการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42491</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42e16ca4c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาความสุขจากสิ่งรอบตัว เทคนิคสร้างคุณภาพวัยเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(วิธีสร้างความสุขให้กับวัยเก๋าอย่างง่ายๆ คือการเข้าวัดปฏิบัติธรรมะ และปล่อยวางให้กับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตสามารถพบได้ทั้งวัยรุ่น หนุ่มสาวออฟฟิศ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และที่มาของปัญหาหนีไม่พ้นเรื่องความเครียด ตลอดจนการที่คาดหวังในเรื่องต่างๆ มากจนเกินไป เมื่อไม่ได้ที่ตั้งใจไว้ก็ทำให้ผู้ป่วยหมดกำลังและรู้สึกท้อแท้ในการใช้ชีวิต กระทั่งเลือกตัดช่องน้อยแต่พอตัวในที่สุด แต่อย่าลืมว่าทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขเสมอ หากเรามีสติและรู้จักที่มองปัญหาให้เป็นปัญญา โดยเฉพาะการมีความสุขกับตัวเองในแบบง่ายๆ ที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะในการซื้อความสบายใจให้กับตัวเรา มีคำแนะนำจากคนรุ่นใหญ่ที่เลือกสุขภาพดีทั้งกายและใจด้วยวิธีคิดในแบบของตัวเอง ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งคนวัยเก๋าและลูกหลานที่ต้องการทางสายกลางในการดำเนินชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มกันที่ อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. บอกว่า &amp;ldquo;คำว่ามีความสุขนั้นมันอยู่ที่ใจของเรา โดยจากการแสวงหาความสุขจากตัวเราเอง อย่าหลอกตัวเอง และอย่าคาดหวังในสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม เพราะการตั้งเป้าหมายสูงเท่าไหร่ เมื่อไม่ได้มันก็จะทุกข์ใจมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องลดความทะยานอยากในชีวิตลง ที่สำคัญต้องรู้จักกินใช้เท่าที่มี นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่มักชอบตั้งเป้าหมายกับลูกหลาน ไม่ว่าจะอยากให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือคอยเป็นกังวลและเป็นห่วงเขามากจนเกินไป สิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้ชีวิตเป็นทุกข์เช่นกัน หรือการเป็นทุกข์จากความห่วงใยนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดังนั้นจึงควรคิดเสียว่า อันที่แล้วเราไม่สามารถที่จะไปควบคุมชีวิตของใครได้ ขณะเดียวกันก็ให้มองความเป็นห่วงที่เกินเหตุ ให้เป็น &amp;ldquo;ความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา&amp;rdquo; เพราะถ้าว่ากันตามจริงแล้ว การไปฉุดรั้งไม่ให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวก็เป็นเรื่องยาก เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุผลและปัจจัยเป็นตัวกำหนดเสมอ ดังนั้นสุดท้ายแล้วจึงทำได้แค่การปล่อยวางนั่นเอง เมื่อนั้นความเครียดและความไม่สบายใจมันก็จะน้อยลงตามไปด้วยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ การสร้างความสุขอย่างง่ายๆ ของคนวัยหลัก 5 หลัก 6 ในฐานะพุทธศาสนิกชน&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเข้าวัด&amp;rdquo; ก็ช่วยทำให้เกิดความปีติสุขใจได้ทางหนึ่ง แต่ต้องพิจารณาถึงจุดประสงค์ในการเข้าวัดเช่นกัน เพราะถ้าหากไปวัดเพื่อหาวัตถุมงคล หรือไปเพื่อเป่าเสก หรือร้องขอสิ่งต่างๆ ตรงนี้ก็จะไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเราไปหาธรรมะจริงๆ เช่น การสวดมนต์ หรือปฏิบัติธรรม และแผ่เมตตา วิธีนี้ย่อมทำให้จิตของผู้สูงอายุสงบนิ่ง และลดความฟุ้งซ่านอันเกิดจากสภาพแวดล้อมใกล้ตัวได้ หรือแม้แต่การที่เราอยู่บ้าน แต่เรามีธรรมะในใจ และรู้จักการบริหารศีล สมาธิ อีกทั้งปัญญาได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยดับทุกข์ แต่ยังเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกับสิ่งที่เรามีและเราเป็นได้ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ป้าแป๋ว-กาญจนา พันธุเตชะ กับความสุขอย่างง่ายๆ คือการอ่านหนังสือท่องเที่ยว และการท่องโลกเพื่อเปิดประสบการณ์ชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดมาที่เจ้าของฉายา &amp;ldquo;ป้าแป๋วแบ็กแพ็ก&amp;rdquo; หรือ ป้าแป๋ว-กาญจนา พันธุเตชะ ข้าราชการเกษียณอายุที่รักการท่องเที่ยวผจญภัยในต่างแดน และเจ้าของเพจ &amp;ldquo;ป้าแบ็กแพ็ก&amp;rdquo; บอกถึงวิธีการสร้างความสุขที่ได้จากการท่องเที่ยวอย่าง &amp;ldquo;การอ่านหนังสือคู่มือเดินทาง&amp;rdquo; ที่ถือเป็นการสร้างความสงบในใจที่ไม่ยุ่งยาก และสามารถสร้างสุขภาพจิตที่ดีได้แม้อยู่บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความสุขของป้าในวัย 66 ปี คิดว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถมันได้ด้วยตัวเอง อย่างการอ่านหนังสือที่เป็นข้อมูลท่องเที่ยว เพราะป้าเป็นคนที่ชอบการเดินสไตล์แบ็กแพ็ก ดังนั้นก่อนที่จะไปเที่ยวที่ไหนก็จำเป็นต้องอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น เพื่อให้รู้ความเป็นมาเป็นไปของเขา เนื่องจากเป็นคนชอบเที่ยวในสถานที่เชิงประวัติศาสตร์ เพราะสิ่งที่ได้จากการศึกษาข้อมูล จะทำให้เรารู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยขณะเดินทางไปสัมผัส ที่สำคัญการอ่านหนังสือในสไตล์ที่เราชอบก็สามารถทำให้สมองของเราได้ทำงาน และมีความรู้เพิ่มพูนขึ้นอีกด้วย สิ่งสำคัญที่นอกจากการอ่าน แต่การได้มาเห็นของจริง ก็จะยิ่งทำให้เราอิ่มเอมใจค่ะ ดังนั้นวิธีการสร้างสุขของคนวัยเกษียณแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป แต่ขอให้ทุกคนทำในสิ่งที่รักและชอบ แน่นอนว่าสิ่งนั้นจะสร้างทั้งพลังกายและพลังใจให้เราได้ค่ะ ซึ่งนั่นจะทำให้เราเป็นคนวัยเกษียณที่มีคุณภาพค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้าแป๋ว บอกอีกว่า สิ่งที่เจ้าตัวได้จากท่องเที่ยว อย่างแรกคือความสุขด้านจิตใจจากการที่ได้ออกไปเห็นโลกกว้าง และได้ความรู้ ได้ฝึกสมองจากการอ่าน ที่สำคัญเวลาไปท่องเที่ยว ในต่างแดนเพียงลำพัง ยังเป็นการฝึกสมองในแง่ของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อขณะที่เราเดินทาง ซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีจุดสิ้นสุด ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมในการใช้ชีวิตอยู่เสมอและทุกๆ เรื่องค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าการสร้างสุขของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือการตั้งมั่นอยู่กับความพอดี รู้จักการสร้างความปีติจากสิ่งใกล้ตัวที่สนใจ และไม่ประมาทในการใช้ชีวิต...เห็นด้วยไหมค่ะ. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา พันธุเตชะ, คุณภาพชีวิต, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c485d5397acf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมั่นขยับร่างกาย&quot;เทคนิคอย่างง่าย  สร้างความอบอุ่นรับมืออากาศเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(สร้างความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ อย่างการ &amp;ldquo;ก่อไฟผิง&amp;rdquo; พร้อมหน้าลูกหลาน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แค่ขยับเท่ากับออกกำลัง&amp;rdquo; สโลแกนสามารถได้ดีกับผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่หนาวเย็นทั้งต่างจังหวัด กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อุณหภูมิขยับมาเล็กน้อย ทำให้ได้สัมผัสกับอากาศเย็นๆ หรือแม้แต่อากาศที่หนาวจัดในชนบทที่อยู่ห่างไกลบางพื้นที่ ดังนั้น &amp;ldquo;การสร้างความอบอุ่น&amp;rdquo; ให้กับร่างกายของวัยเก๋าจึงนับเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้ปราศจากโรคภัย ที่หลายคนมักจะมองข้ามเรื่องการรักษาระดับอุณหภูมิในร่างกายให้พอเหมาะ โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น เพราะโดยปกติแล้วมักจะเคลื่อนไหวน้อยลง จึงทำให้เกิดอาการหนาวสั่นได้ง่าย ถึงขนาดแม้สวมเสื้อผ้าตัวหนาและถุงมือถุงเท้าก็เอาไม่อยู่ อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. มาแนะนำถึง &amp;ldquo;การแอคทีฟ&amp;rdquo; เพื่อสร้างความอุ่นสบายให้กับร่างกายของผู้สูงอายุไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์ เทียมเมฆ บอกว่า &amp;ldquo;หากผู้สูงวัยต้องการสร้างความอบอุ่นอย่างง่ายๆ ให้กับตัวเองเพื่อรับมือกับอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท ขอให้นำทุกคนหมั่น &amp;ldquo;แอคทีฟร่างกาย&amp;rdquo; ซึ่งในที่นี้คือการที่หมั่นขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวบ่อยๆ เพราะการอยู่นิ่งๆ ก็จะยิ่งทำให้เกิดภาวะหนาวสั่น ทั้งนี้ ประโยชน์ของการขยับร่างกายก็จะทำให้ได้ทั้งทำงานบ้าน และได้ยืดแข้งยืดขาหรือออกกำลังกายไปด้วยในตัว สำหรับการแอคทีฟร่างกายนั้น แนะนำให้ &amp;ldquo;ทำงานบ้านเบาๆ&amp;rdquo; เช่น การปัด กวาด เช็ด ถู, การจัดบ้านให้เป็นระเบียบ, จัดหนังสือบนชั้นวางให้เข้าที่, เปลี่ยนน้ำแจกัน, ให้อาหารปลาที่เลี้ยงไว้, รดน้ำต้นไม้ หรือหากเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ต่างจังหวัด ก็สามารถใช้งานประจำอย่าง การทำไร่ทำนา หรือถอนหญ้าหน้าบ้าน ที่สามารถเป็นทั้งอาชีพและออกกำลังไปในตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ทำงานบ้านเบาๆ&amp;rdquo; เทคนิคสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ที่อาศัยการแอคทีฟช่วยคลายหนาว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;ldquo;การออกกำลังกาย&amp;rdquo; ที่ผู้สูงอายุเคยทำอยู่เป็นประจำ เช่น บางคนที่ออกกำลังด้วยการวิ่งอยู่แล้วก็แนะนำให้วิ่ง แต่ถ้าถนัดเอกเซอร์ไซส์ด้วยการเดินก็สามารถทำได้ หรือแม้แต่การเดินรอบบ้านเพื่อรดน้ำต้นไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายในช่วงอากาศเย็นได้ดี แต่หากพื้นที่ไหนมีหมอกลงจัด ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นหวัด ก็ควรเลือกช่วงเวลาของการเดินออกกำลังให้มีแสงแดดออกรำไร ก็จะดีต่อสุขภาพไม่น้อย แต่ถ้าหากเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในเมืองแนะนำให้เดินเอกเซอร์ไซส์ช้าๆ ในสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่กลางเมือง โดยให้ได้อย่างน้อยๆ ประมาณ 1-2 กิโลต่อวัน ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปออกกำลัง เพราะอาจทำให้เสียเวลาในการหาที่จอด แต่แนะนำให้ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(น้ำขิงอุ่นๆ และน้ำเต้าหู้ร้อนๆ เครื่องดื่มสำหรับพื้นที่หนาวเย็น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่การสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายด้วย &amp;ldquo;วิธีแบบธรรมชาติ&amp;rdquo; อาทิ การดื่มน้ำต้มสมุนไพรเพื่อขับไล่อาการหนาวเย็นอย่าง น้ำตะไคร้, น้ำขิงอุ่นๆ, น้ำเต้าหู้, นมร้อน ที่ใส่น้ำตาลน้อยๆ หรือแม้การนั่งผิงไฟ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด เวลาที่อากาศหนาวเย็น เสื้อผ้าและผ้าห่มเอาไม่อยู่ เขาก็จะนิยมก่อกองไฟไว้หน้าบ้าน และชวนสมาชิกในบ้านมานั่งล้อมวงผิงไฟเพื่อขับไล่ความหนาวเย็น ก็เป็นความเติมความอบอุ่นให้กับปู่ย่าตายายและลูกหลานได้ทางหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ควรระวังเรื่องไฟไหม้ด้วยเช่นกัน กล่าวโดยสรุปการสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ก็สามารถเลือกได้ตามลักษณะความพร้อมของแต่ละพื้นที่ครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26171</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, น้ำขิง, น้ำเต้าหู้, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35eb77b16f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกกำลังด้วย &quot;ท่าฟ้อนรำ&quot; ช่วยพัฒนาร่างกายและสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(การเอกเซอร์ไซส์ด้วยการฟ้อนรำ จะช่วยฝึกการทรงตัว และป้องกันผู้สูงอายุหกล้มได้รับบาดเจ็บ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันรูปแบบของการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ มีอยู่หลากหลายประเภท ล่าสุด &amp;ldquo;การฟ้อนรำ&amp;rdquo; ตามท่วงทำนองดนตรีพื้นบ้าน ก็ถูกนำมาใช้ในการเอกเซอร์ไซส์ เพื่อสร้างความแข็งแรง ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้กับคนสูงวัย ที่สำคัญยังเป็นรูปแบบของการโยกย้ายส่ายสะโพก ที่คนรุ่นปู่ย่าตายายค่อนข้างถนัดและไม่รู้สึกขัดเขิน เมื่อต้องมายืนออกกำลังในที่สาธารณะ แถมบางรายยังบอกว่าดีเสียอีก เพราะอย่างน้อยลูกๆ หลานๆ จะได้ชื่นชมท่าร่ายรำที่เป็นภูมิปัญญาของคนรุ่นตายายยังสาว เพื่ออนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญหาย อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. มีข้อมูลเกี่ยวกับการเอกเซอร์ไซส์ด้วยท่าฟ้อนรำ ที่ช่วยลดโรค &amp;ldquo;NCD&amp;rdquo; หรือโรคไม่ติดต่อรื้อรังในคนสูงวัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์ อธิบายว่า &amp;ldquo;สำหรับการเลือกออกกำลังกาย ด้วยการ &amp;ldquo;ฟ้อนรำ&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะร่างกายตามจังหวะเสียงเพลง แน่นอนจะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ข้อต่อต่างๆ ตลอดจนกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้ทำงานเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นท่าทางฟ้อนรำแบบไหน เช่น การฟ้อนรำที่ประยุกต์เรื่องนาฏศิลป์เข้าไป ซึ่งเรียกได้ว่าทุกๆ รูปแบบของการออกกำลังกายด้วยท่าร่ายรำ ล้วนมีประโยชน์ต่อผู้สูงวัยแทบจะทั้งสิ้น เพราะแน่นอนว่าคนวัยเก๋าจะได้ใช้ทั้งหัว ตา ไหล่ แขน มือ นิ้ว ลำตัวที่ต้องโยกย้ายไปตามเสียงเพลง รวมถึงการเคลื่อนไหวหัวเข่า ขณะที่ต้องสลับขาเปลี่ยนท่า เรียกว่าได้ออกกำลังแทบทุกส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญยังมีการศึกษาวิจัย &amp;ldquo;การรำไทย&amp;rdquo; จะมีผลต่อสมอง คือ ทำให้สมองได้ใช้งาน ในการจดจำท่าการเดิน และการย่างก้าวขณะฟ้อนรำ เป็นต้นว่าท่านี้จะเดินหน้ากี่ก้าว และต้องถอยหลังกี่ก้าว เมื่อสมองได้ใช้งานก็จะช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้ เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังที่พัฒนาทั้งร่างกายและสมองไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งยังทำให้รูปร่างและทรวดทรงของคนสูงอายุกระชับ มีการทรงตัวที่ดีเพื่อป้องกันการหกล้มบาดเจ็บ อีกทั้งการเคลื่อนไหวร่างกายก็ยังสามารถช่วยเผาพลาญไขมันที่เรากินเข้าไป จะช่วยลด &amp;ldquo;โรค NCD&amp;rdquo; หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง ฯลฯ ในคนสูงวัยได้ นอกจากนี้ยังช่วยคลายเครียด ในกลุ่มของผู้สูงวัยที่ใช้สมอง อยู่กับการครุ่นคิด หรือติดโซเชียล ถ้าท่านได้ออกมาฟ้อนรำ ก็จะทำให้ทิ้งอุปกรณ์สมาร์ทโฟนไปชั่วคราว และอย่าลืมว่ากิจกรรมออกกำลังตามจังหวะเสียงเพลงดังกล่าว ผู้สูงอายุจะได้พบเจอกลุ่มคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นได้ ก็จะทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ออกกำลังกายด้วย &amp;ldquo;การฟ้อนรำ&amp;rdquo; ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ข้อต่อ และช่วยลดโรคไม่ติดต่อรื้อรังในคนสูงวัยได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนระยะเวลาของการฟ้อนรำเพื่อสุขภาพที่เหมาะสม อันดับแรกก็ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของผู้สูงวัยแต่ละท่าน หรือถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำให้ออกกำลังสัปดาห์ละ 150 นาที (คิดเป็นวันละ 30 นาที) หรือจะออกกำลังกายแบบสะสมก็ได้เช่นกัน เช่น ออกกำลังครั้งละ 10 นาที จากนั้นก็เปลี่ยนอิริยาบถไปทำงานบ้านอย่างอื่นและมาออกต่อก็ได้ และจะเอกเซอร์ไซส์แบบรวดเดียว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน หรือจะใช้วิธีง่ายๆ ว่าควรออกกำลัง เพื่อให้ชีพจรในร่างกาย ทำงานมากกว่าปกติ หรือชีพจรเต้นให้ได้ 80-90 ครั้งต่อนาที จากที่เคยเต้นอยู่ที่ 50-60 ครั้งต่อนาที เพราะจะทำให้หัวใจทำงานได้มากขึ้น ก็จะทำให้เลือดลมสูบฉีดและไหลเวียนได้ดี ก็จะไปเลี้ยงส่วนต่าง รวมถึงสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนั้นร่างกายก็จะแข็งแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ฟ้อนรำ, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วนลงพุง, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5beac33b27a93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดหลัก&quot;พอเพียง&quot;เคล็ดลับอายุยืนร้อยปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(สุขภาพดี อายุยืนยาว แข็งแรง ด้วยท่าออกกำลังกายอย่างง่ายภายใต้ความพอเพียง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าพูดถึงเคล็ดลับอายุยืนของคนสูงวัยอาจจะมีอยู่ร้อยแปดพันเก้า แต่ทว่าการเลือกมีสุขภาพที่ดีและยืนยาวที่เหมาะกับตัวเองบนหลัก &amp;ldquo;ความพอเพียง&amp;rdquo; นับเป็นสิ่งที่ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจได้อย่างไม่ต้องใช้เงินทอง หรือพึ่งตัวช่วยด้านอาหารและเวชภัณฑ์ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ยืนยงคงกระพัน ที่ต้องใช้เงินซื้อ ซึ่งแข่งกันพัฒนารูปแบบให้ทันสมัย กินง่าย ใช้ง่าย เพราะนั่นอาจช่วยได้เพียงประเดี๋ยวประด๋าว อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. ให้แนวทางอายุยืนไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์ บอกเล่าผ่านเสียงตามสายว่า &amp;ldquo;หลักการมีอายุยืนยาวที่สำคัญนั้น คือการใช้วิถีของ &amp;ldquo;ธรรมชาติ&amp;rdquo; ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของ &amp;ldquo;ความธรรมดา&amp;rdquo; ไม่ต้องไปแสวงหาสิ่งที่เกินธรรมชาติและเกินธรรมดา อะไรลดได้ก็ควรลด ละ เลิก หรืออะไรที่เป็นสิ่งแปลกปลอมก็ไม่ควรรับเข้าร่างกาย แต่ให้ยึดหลักคำว่า &amp;ldquo;พอเพียง&amp;rdquo; ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกโอกาสและทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ การจับจ่ายใช้สอยที่เรียบง่าย มาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นความพอเพียงตามสภาพของแต่ละคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าพูดถึงเรื่องความพอเพียงด้าน &amp;ldquo;กาย&amp;rdquo; ก็คือสุขภาพทางกายที่ควรมีความแข็งแรงตามแต่อัตภาพ หรือตามอายุจริง ส่วนเรื่อง &amp;ldquo;จิตใจ&amp;rdquo; เนื่องจากวัยสูงอายุมักจะมีความถดถอยด้านจิตใจ เพราะโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดังนั้นควรทำจิตใจให้สวนกลับกัน คือใจเราจะต้องไม่ป่วย ซึ่งมาจากการฝึกจิตภายใต้คำว่าพอเพียง โดยการหมั่นนั่งสมาธิและถือศีล นั่นจะทำให้จิตของเราไม่ทะเยอะทะยาน ไม่วิ่งหาสิ่งนั้นสิ่งนี้ ท้ายที่สุดเราก็จะรู้จักคำว่าพอ รู้จักปล่อยวางและไม่ยึดติด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ร่างกายที่แข็งแรงย่อมเกิดจากจิตใจที่แจ่มใส เบิกบาน ด้วยการฝึกสมาธิอยู่เป็นประจำ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญ &amp;ldquo;การมีสังคม&amp;rdquo; หรือมีเพื่อนมีกัลยาณมิตรที่ดีที่เริ่มจากในครอบครัว เช่น สามีและภรรยาที่ดี เพื่อน และเพื่อนร่วมงานที่ดี ดังนั้นผู้ที่จะอายุยืนยาวจำเป็นต้องมีสังคมนั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องไปงานเลี้ยงอยู่เสมอไป ทุกอย่างต้องอยู่พื้นฐานของคำว่าพอดี แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้ในการมีอายุยืนยาวที่จะทำให้ครบองค์รวมด้านสุขภาวะที่ดี คือ &amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo; การที่เรารู้จักคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น โดยใช้สติในการดำเนินชีวิต ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีครบถ้วนทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา ซึ่งจะทำให้เราเป็นคนชราที่ไม่เป็นภาระของสังคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;quot;ผักจิ้มน้ำพริก&amp;quot;&amp;nbsp;อาหารดี มีประโยชน์ เคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ณรงค์บอกอีกว่า สำหรับการดูแลสุขภาพร่างกายให้ปราศจากโรคภัยก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับเฮลตี้ที่ทำให้อายุยืนยาว โดยเริ่มจากกินอยู่ที่ดี หรืออยู่เป็น และกินเป็น ในที่นี่คือเลือกอาหารที่ปลอดภัยและครบ 5 หมู่ อีกทั้งให้ลดหวาน มัน เค็ม รวมถึงลดปัจจัยเสี่ยงอย่างการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ขาดไม่ได้คือการเบิร์นไขมันด้วยการหมั่นออกกำลังกาย หรือให้คิดง่ายๆ ว่า เรากินเข้าไปเท่าไหร่ ก็ควรที่จะเผาผลาญพลังงานออกมาเท่านั้น และต้องไม่ลืมว่าทุกอย่างควรทำอยู่บนพื้นฐานของคำว่าธรรมดาและธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ยาโด๊ปขนาดไหนก็ไม่สู้ใช้ชีวิตให้ยืนยาวด้วยพื้นฐานของความเรียบง่ายและพอเพียง ว่าไหมค่ะ ถ้าสังเกตให้ดีคุณตาคุณยายที่อายุยืนหลัก 100 ปี ก็เน้นออกกำลังด้วยการทำไร่ ทำสวน กินผัก-ผลไม้ตามฤดูกาล และหมั่นเข้าวัดเข้าวา...เห็นด้วยไหมค่ะ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;/////////////////////////////////////////////////////////////&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;1.อ.ณรงค์ เทียมเมฆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;2.สุขภาพดี อายุยืนยาว แข็งแรง ด้วยท่าออกกำลังกายอย่างง่ายภายใต้ความพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;3. ร่างกายที่แข็งแรงย่อมเกิดจากจิตใจที่แจ่มใส เบิกบาน ด้วยการฝึกสมาธิอยู่เป็นประจำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;4. &amp;ldquo;ผักจิ้มน้ำพริก&amp;rdquo; อาหารดี มีประโยชน์ เคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18419</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผักจิ้มน้ำพริก, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5baa26aef3887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยเก๋าสอนลูกหลานโตมาไม่เป็นหนี้ ยึดหลักพอเพียง พอดี พอประมาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ไม่อยากเป็นวัยรุ่นติดหนี้ ชีวิตติดลบ ก่อนใช้ของฟุ่มเฟือยให้พิจารณาว่าสิ่งนั้น เราอยากมี อยากได้ หรือเป็นสิ่งที่จำเป็น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าให้เลือกได้คงไม่มีใครอยากเลือกเป็น &amp;ldquo;หนี้สิน&amp;rdquo; ที่หลายคนอาจประสบพบเจอได้ ทั้งคนธรรมดา วัยรุ่น วัยทำงาน และคนดังมีชื่อเสียง ที่หากใช้ชีวิตไม่พอดีก็อาจทำให้ต้องไปหยิบยืมทรัพย์สินของผู้อื่น ที่สำคัญปัญหาการมีหนี้สินยังส่งผลต่อทั้งเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต ลามไปจนถึงโรคซึมเศร้าและการคิดฆ่าตัวตาย นี่เองจึงทำให้หลายคนยกให้การ &amp;ldquo;ไม่เป็นหนี้คือลาภอันประเสริฐ&amp;rdquo; ...เพื่อเป็นการเตือนสติคนรุ่นลูกหลานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบัตรเครดิต ที่สามารถรูดเงินสดได้แบบไม่อั้น หรือเป็นหนี้โดยการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน ที่อาจพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งชดใช้ไม่หมด ตลอดจนเป็นหนี้เพราะอยากมี อยากได้แบบเพื่อน หรือแม้แต่การยกย่องคนที่มีฐานะร่ำรวย ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นความไม่รู้จักพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;หัวใจสำคัญในการไม่เป็นหนี้ให้ยึดหลักความ พอเพียง พอดี และ พอประมาณ แต่สิ่งที่กล่าวมาอาจจะทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นก็อยากให้พ่อแม่เป็นแบบอย่างให้ลูกรู้จักความพอดี พอประมาณ รู้จักที่จะอดได้ รอได้ และหากอะไรก็ตามที่ยังไม่ถึงเวลาก็ต้องไม่ตีอกชกตัว ในส่วนของโรงเรียนต้องเป็นเบ้าหลอมที่ดีให้กับเยาวชน เพราะถือเป็นสถานที่ซึ่งเด็กๆ มักจะอวดความมั่งมี เช่น เอาโทรศัพท์มือถือมาอวดเพื่อนๆ หรือการที่พ่อแม่ฐานะดีขับรถหรูมาส่งลูกหลาน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครูอาจารย์สามารถช่วยป้องกันค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อให้กับเด็ก เพื่อโตไปไม่เป็นหนี้สิน โดยการที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความดีและความถูกต้องมาก่อนเสมอ เช่น ไม่ยกย่องพ่อแม่ที่มีฐานะ หรือผู้ที่มียศมีตำแหน่งงานใหญ่โตว่าเป็นคนดี หรือควรเลียนแบบ แต่ให้ชื่นชมผู้ปกครองที่ทำความดี เช่น การที่ขี่จักรยานพาลูกมาส่งโรงเรียนเป็นระยะเวลาหลายกิโลเมตร ว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ชื่นชม และยังมีประโยชน์ในแง่ของการออกกำลังกาย รวมไปถึงเด็กๆ ที่ต้องขี่จักรยานมาโรงเรียนเอง และไม่ยกย่องคนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รวมถึงคนที่ชอบแข่งขันอวดศักดิ์ศรีกันด้วยความมั่งมีหรือความมีหน้ามีตาในสังคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญอยากบอกว่าผู้ที่เป็นหนี้สินเป็นความทุกข์ที่แสนจะยั่งยืน และปัจจุบันคนไม่กลัวการเป็นหนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นนโยบายจากภาครัฐที่กระตุ้นให้คนมีบัตรเครดิต หรือแม้แต่นโยบายรถคันแรก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ หรือเป็นแรงกระตุ้นให้คนอยากมี อยากได้ ที่สำคัญไม่ใช่คนไม่กลัวการเป็นหนี้สินเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้คนไม่คิดถึงอนาคต คิดถึงแต่วันนี้ โดยไม่คิดถึงวันพรุ่งนี้ ในที่สุดก็เป็นหนี้ล้นพ้นตัว ทำให้ชีวิตอับปางลง รวมถึงครอบครัวก็พังทลายลงเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากเด็กๆ ยุคใหม่ไม่อยากเป็นหนี้ก็ต้องรู้จัก &amp;ldquo;ยับยั้งชั่งใจ&amp;rdquo; ตลอดจน &amp;ldquo;ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างเรื่องการประหยัด อดออม และประมาณตน&amp;rdquo; รวมถึงสังคมเองก็ต้องร่วมกันเสนอแนวทางที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้คนรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เช่น &amp;ldquo;การยกย่องเชิดหน้าชูตาผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียง&amp;rdquo; เพื่อให้เป็นไอดอลของเด็กยุคใหม่ ลดการฟุ้งเฟ้อและเป็นหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้ามะลิ พูนสวัสดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ป้ามะลิ พูนสวัสดิ์ คลังปัญญาผู้สูงอายุ จ.สมุทรปราการและครูเกษียณราชการ ให้แนวคิดว่า หลักการสอนลูกหลานไม่ให้เป็นหนี้สินก่อนวัยอันควร คือ &amp;ldquo;ความพอเพียง&amp;rdquo; และที่สำคัญจะต้อง &amp;ldquo;ไม่ตามเพื่อน&amp;rdquo; เมื่อเห็นเพื่อนใช้โทรศัพท์มือถือราคาแพง แต่เราสามารถคบเพื่อนได้ ที่สำคัญเด็กๆ ต้องรู้ฐานะของตัวเอง โดยเฉพาะการเก็บเงินไปใช้ในการเรียนหนังสือ หรือซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น สิ่งเป็นสิ่งที่ต้องมาก่อนเสมอ แต่ไม่ได้หมายความเด็กจะใช้มือถือไม่ได้ แต่อาจเป็นราคาที่ไม่สูงมาก และก็ต้องรู้จักใช้อุปกรณ์เหล่านี้ให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตกเป็นเหยื่อของโซเชียล ทั้งการถูกหลอกให้โอนเงิน หรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กวัยรุ่น คือการมุ่งเน้นการศึกษาหาความรู้ให้มากกว่าระดับปริญญาตรี การใช้ของแพงตามเพื่อน ตรงนี้อยากเห็นเด็กๆ ลองคิดใหม่ว่า เราอายุแค่นี้ยังหาเงินเองไม่ได้ ดังนั้นหากอยากได้อะไรที่ราคาสูง ก็อยากให้มองว่าพ่อแม่ที่ส่งเสียเราอาจต้องทำงานหนักและยากลำบาก แต่จะดีที่สุดหากว่าเด็กๆ อยากได้อะไรแล้วเก็บเงินซื้อเอง หรือน้องๆ ที่อยู่ในวัยมหาวิทยาลัยซึ่งต้องขอเงินจากผู้ปกครอง สามารถฝึกการอดทนอดกลั้นในการไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัวได้โดยการหยอดเงินในกระปุกออมสิน เช่น หากได้รับเงินค่าขนมวันละ 200 บาท ขั้นต่ำให้เก็บวันละ 20 บาทไปเรื่อยๆ ตรงนี้มันจะเป็นการฝึกวินัยเรื่องการใช้เงินอย่างพอประมาณ และจะไม่ก่อหนี้เมื่อโตขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนาคปรก ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;อันที่จริงแล้วหลักของการโตมาไม่ฟุ่มเฟือยคือ &amp;ldquo;หาได้มาก แต่ใช้ให้น้อย&amp;rdquo; และสิ่งสำคัญเด็กๆ เยาวชนต้องถามตัวเองว่าเราต้องการอะไร และเรามีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร ทั้งนี้ เราสามารถที่จะไปถึงจุดประสงค์ที่เราตั้งไว้ด้วยความพยายามได้ด้วยตัวเราเองหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ ในฐานะที่เราเป็นเด็กและเยาวชนก็ต้องรู้จักความพอเพียงและความประมาณตน ที่สำคัญต้องรู้จักฐานะของตัวเราดี หากเด็กๆ อยากได้โทรศัพท์มือถือราคาแพงเหมือนเพื่อน ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าที่เราต้องการมีนั้นเพราะความอยากได้หรือความจำเป็น เนื่องจากวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะอยากได้สิ่งของฟุ่มเฟือยตามเพื่อนมากว่าเรื่องอื่น และหากใครที่ไม่มีเหมือนคนอื่นก็จะถูกมองว่าเป็นคนที่เชย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคือเขารู้จักตัวเองและรู้จักประมาณตนนั่นเอง ดังนั้นหากเด็กไม่อยากเป็นหนี้ หรือใช้ชีวิตแบบติดลบตอนโต ก็ให้ยึดหลักความพอเพียง พอดี และพอประมาณ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16724</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ, มะลิ พูนสวัสดิ์, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d29206898f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
