<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์บูรณะ&#039;วิหารไทลื้อโบราณ-พระธาตุเก่าแก่&#039;   อ.ท่าวังผา จ.น่าน สู่เส้นทางเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายประทีป เพ็งตะโก&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการที่ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ สำนักศิลปากรที่ 7&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจงานบูรณะโบราณสถาน อ.ท่าวังผา&amp;nbsp;จ. น่าน โดยเริ่มจากงานอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวิหารไทลื้อ วัดดอนมูล โบราณสถานที่ มีความสำคัญซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปกรรมดีเด่น ประจำปี 2553 จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่กรมศิลปากรเข้ามาดำเนินงานด้วยความวิจิตรบรรจง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปัจจุบันพบว่าตัววิหารมีความเสื่อมสภาพ และชำรุดไปตามกาลเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้ทำแผนงานบูรณะและอนุรักษ์ โดยดำเนินการซ่อมแซมเปลี่ยนไม้แป้นเกล็ดหลังคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซ่อมแซมลายแกะสลักแบบนูนต่ำบนไม้เชิงชายและการอนุรักษ์การเข้าต่อไม้ตามเทคนิคช่างไม้ชาวไทลื้อเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งมีการอนุรักษ์ปูนปั้นที่เป็นงานศิลปกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อให้คงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไว้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;นอกจากนี้ ตนยังได้ไปตรวจสอบพระธาตุจอมนาง และพระธาตุจอมพริก&amp;nbsp;มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;แหล่งรวมความศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ในการประกอบศาสนกิจทางศาสนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงให้ความร่วมมือดูแลรักษามาโดยตลอด&amp;nbsp; จากการตรวจสอบพระธาตุจอมนาง พบว่า องค์พระธาตุมีความชำรุด แตกร้าว เนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ดังนั้น ได้จัดทำแผนงานบูรณะ โดยซ่อมแซม เสริมความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังพบว่า มีการสร้างอาคารคลุมซากวิหารเก่า โดยชาวบ้านใช้เป็นสถานที่ในการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้พูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านแล้ว มีผลสรุปเห็นตรงกันว่า กรมศิลปากรจะดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อทำการบูรณะซากวิหาร อีกทั้งจะปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม&amp;nbsp;และจะมีการย้ายอาคารไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ในงานด้านศาสนา ขณะที่พระธาตุจอมพริก เป็นเจดีย์เก่าแก่&amp;nbsp;ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนาและศิลปะพื้นบ้านไทยกาว&amp;nbsp;มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีต้นพริกโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกอายุกว่า 800 ปี เคียงคู่พระธาตุ โดยหลังจากนี้จะมีการสำรวจอย่างละเอียด เพื่อทำการบูรณะ ตลอดจนจะพัฒนาแหล่งโบราณสถานของ อ.ท่าวังผา ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถานเชิงประวัติศาสตร์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71526</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ประทีป เพ็งตะโก, อ.ท่าวังผา, โบราณสถานน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0ec4d688529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
