<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กูรูศิลปะร่วมสมัย 9 สาขา แชร์ความรู้-ประสบการณ์บนโซเชียล กระตุ้นไอเดียปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 เม.ย ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สศร. ได้ให้ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ ของ สศร. ทำงานที่บ้านและสลับเลื่อนเวลาการทำงาน รวมทั้งให้ใช้การสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ในการประชุม ประสานงานด้านต่างๆ เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ ได้ประสานเครือข่ายวงการศิลปะร่วมสมัยทั่วประเทศให้พิจารณางดเว้นหรือเลื่อนกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่มคนออกไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ในระหว่างนี้ สศร. มุ่งการดำเนินงานนำศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาจิตใจ สร้างพลังทางสังคม และสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 &amp;ndash; 2565) ซึ่งอย่างน้อย เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายศิลปะร่วมสมัยทุกสาขา ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ ผลงาน กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และแลกเปลี่ยนการทำงานผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ขยายความรู้ให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สศร. กล่าวอีกว่า ตนได้มอบหมายให้กลุ่มงานประชาสัมพันธ์รับผิดชอบการประสานงานและสร้างเนื้อหาเพื่อเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊ก: สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ในหัวข้อ &amp;quot;#ร่วมสมัยวันละคำ&amp;rdquo; นำเสนอบทความเชิงสารคดีจากการสัมภาษณ์ศิลปิน ศิลปาธร ศิลปินแห่งชาติ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนผู้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเป็นที่ประจักษ์ในงานศิลปะร่วมสมัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;9 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ ดนตรี ศิลปะการแสดง ภาพยนตร์ สถาปัตยกรรม มัณฑนศิลป์ เรขศิลป์และการออกแบบ โดยมุ่งหวังให้ความรู้ ประสบการณ์และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินผู้มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ นำเสนอเป็นความรู้ในเชิงศิลปะ สามารถกระตุ้นความคิดให้เกิดแรงผลักดันในเชิงบวกแก่ผู้อ่าน ทั้งยังช่วยสรรค์สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ยุวศิลปิน ตลอดจนสมาชิกแฟนเพจที่ให้ความสนใจติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพจ สศร. ซึ่งมีกว่า 26,000 คน ตลอดจนเพื่องานศิลปะร่วมสมัยสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ให้คนในชุมชนต่างๆ และนำความยั่งยืนสู่ชุมชนได้ ล่าสุดมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เนื้อหาได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางและเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; สำหรับหลักการสร้างเนื้อหาของ &amp;ldquo;#ร่วมสมัยวันละคำ&amp;rdquo; เช่น บทความจากการสัมภาษณ์ วัชระ กล้าค้าขาย ศิลปินผู้มีชื่อเสียงในศิลปะเรียลลิสติก มีหลักการทำงานศิลปะในเชิงประจักษ์ บนพื้นฐานของความจริง ตลอดจนงานศิลปะของ พัชรี ทิพยเนตร นักจัดสวนผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ทำงานศิลปะสื่อผสม สะท้อนภาพงามแห่งธรรมชาติ ด้วยริบบิ้น ไหมและเส้นด้าย สามารถต่อยอดเพื่อสร้างรายได้และนำความยั่งยืนสู่ชุมชน นอกจากนี้ ยังมี ศิลปะการออกแบบฯ สู่งานจิตรกรรมสีน้ำมันในรูปแบบแกะสลักไม้ของวิระศักดิ์ มนต์แก้ว เจ้าหน้าที่ออกแบบและแกะแม่พิมพ์ชำนาญงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนการนำเสนอขลุ่ยไทยร่วมสมัย จิตวิญญาณไทยในความเป็นสากล จาก อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งได้อุทิศตนเพื่อพัฒนาขลุ่ยไทยให้มีขีดความสามารถทางดนตรีเทียบเท่ากับเครื่องดนตรีสากลมากถึง 23 รุ่น สิ่งเหล่านี้เป็นแบบอย่างของความล้ำค่าที่ปรากฏชัด เป็นมรดกทางภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมของคนไทย ที่ควรแก่การยกย่องและเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์ &amp;quot; ดร.วิมลลักษณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99965</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัชรี ทิพยเนตร, ร่วมสมัยวันละคำ, วิระศักดิ์ มนต์แก้ว, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d342172b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชีวิตคิดบวกให้อภัยคนรอบข้าง สูตรสร้างสุข &quot;ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเสียงบรรเลงขลุ่ยที่แสนไพเราะจากปรมาจารย์ด้านดนตรีไทย อย่าง อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี แล้ว แง่มุมการใช้ชีวิตในวัยเฉียดหลัก 7 ของศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี พ.ศ.2559 อย่างการเตือนสติตัวเองให้ระลึกถึงความตายจากการสูญเสียลูกและภรรยาเมื่อหลายสิบปีก่อน และการใช้ชีวิตในทุกวันให้มีความสุขจากการได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม และให้อภัยผู้อื่น ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวทำหลายบทบาทหน้าที่ ทั้งการเป็นนักบรรยายด้านดนตรีไทยอย่างขลุ่ยให้กับเด็กๆ ที่สนใจ ตลอดจนการบรรเลงขลุ่ยตามงานโอกาสสำคัญๆ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมขลุ่ยให้เชื่อมโยงกับโลกโซเชียล เพื่อให้ตามทันโลกของการเปลี่ยนแปลง โดยที่เด็กๆ ไม่ลืมเลือนดนตรีไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ธนิสร์ บอกว่า สำหรับตัวเองนั้น เรื่องการดูแลสุขภาพต้องมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องของ &amp;ldquo;อารมณ์&amp;rdquo; โดยเจ้าตัวจะไล่อารมณ์ที่ไม่ดีออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อให้ไม่ค้างคา ซึ่งวิธีการละลายอารมณ์ที่ไม่ดีของผม คือการนึกถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่เคยประสบมา เช่น การที่ผมต้องสูญเสียภรรยาและลูกจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และการที่เราสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ผมเสียใจมาก เป็นทุกข์ ไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นอารมณ์ด้านลบจากความสูญเสีย กระทั่งเราตั้งสติได้และก็คิดว่าสุดท้ายแล้ว เราก็ต้องไปเหมือนกับเขา ตรงนี้ทำให้เราขับไล่อารมณ์เศร้าและเสียใจออกไป ที่สำคัญเมื่อมีเหตุการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ด้านลบ ก็เตือนใจตัวเองโดยการคิดถึงบุคคลอันที่รักที่จากไปทั้ง 2 คน โดยเฉพาะการรู้สึกดีและให้อภัยกับทุกคน ในขณะที่เรายังอยู่บนโลกใบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลายคนอาจจะรู้สึกกลัวกับการที่เราพูดถึงเรื่องความตาย ว่าเป็นสิ่งที่อัปมงคล แต่สำหรับผมถือว่าเป็นที่ดี เพราะนั่นทำให้เรารู้สึกดีกับคนทุกคน ที่สำคัญกระแสของโลกโซเชียลในปัจจุบัน ที่คนสามารถเห็นกันและกันได้ง่าย ตรงนี้จะทำให้คนกระทบกันได้ง่าย ดังนั้นผมจะเตือนใจตัวเองโดยการคิดถึงภรรยาและลูกที่เสียไป ว่าอันที่จริงแล้วเราก็ต้องไปเหมือนกับเขา ดังนั้นเราต้องใช้ชีวิตในวันนี้ให้ดีที่สุด และทำดีต่อผู้อื่นและสังคมในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ มีคำกล่าวที่ว่ายิ่งสูงก็ยิ่งหนาว เมื่อเราอยู่ในจุดนี้ก็จะมีประโยชน์ต่อคนอื่นมากขึ้น ซึ่งบางครั้งถ้าเราไม่ยอมและรู้ทันเขา เขาก็จะโกรธเรา สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมหันกลับไปสงสารเขา เพราะผมจะคิดอยู่เสมอว่าชีวิตของเรานั้นไม่ได้อยู่ที่ผลประโยชน์ หรือความร่ำรวย แต่ชีวิตของเราอยู่ที่ความสุข ซึ่งวันนี้เรามีความสุขได้ล้วนมาจากการที่เราทำประโยชน์และให้อภัยคนอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ธนิสร์ บอกอีกว่า จากเหตุการณ์สูญเสียภรรยาและลูก 1 คน ไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ทำให้ตัวเองช็อกกับชีวิตมาก และไม่เคยทุกข์หนักอย่างนี้มาก่อน และการที่สูญเสียคู่ชีวิตนั้นก็ทำให้ตัวเองหันมาดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพของผมเริ่มจากการไล่อารมณ์ด้านลบออกไปให้เร็วที่สุด ส่วนการเลือกอาหารนั้นจะรับประทานอาหารเย็นให้น้อยลง และกินผักผลไม้เป็นหลัก เนื่องจากผมเป็นต่างจังหวัด เป็นคน จ.สิงห์บุรี ตั้งแต่เด็กจนโตก็คลุกคลีกับวัวควาย และกินน้ำพริกกับผักเป็นอาหารหลักมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ส่วนการออกกำลังกายก็จะเดินแกว่งแขนเป็นประจำ สลับกับการเล่นโยคะในท่ารับแสงพระอาทิตย์ เพื่อช่วยยืดเส้นยืดสาย นอกจากนี้ การที่เราใช้การฝึกลมหายใจเข้า-ออก เพื่อช่วยให้เรามีสติ หรือการรู้เท่าทันลมหายใจเข้าออกพุท-โธ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมทำเป็นประจำ เพราะลมปราณจะทำให้เรามีสติ และมีประโยชน์ในทางสุขภาพมาก อีกทั้งให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี จากการที่ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายอย่างถูกวิธีโดยการกำหนดลมหายใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการทำงานทั้งก่อนและหลังอายุ 60 ปี ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีไทยอย่างการ &amp;ldquo;เป่าขลุ่ย&amp;rdquo; นั้น อ.ธนิสร์ บอกว่า การทำงานในปัจจุบันค่อนข้างต่างไปจากเดิม ส่วนหนึ่งโชคดีที่มีรายได้ประจำจากภาครัฐและมีบริษัทเอกชนในการดูแล และเลือกรับงานที่ตรงกับความสามารถของตัวเอง ซึ่งงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้มีอยู่ 3 อย่าง คือ การเป็นนักบรรเลงขลุ่ยตามโอกาสสำคัญ เช่น งานด้านกุศล หรืองานเสวนาวิชาการต่างๆ นอกจากนี้ก็มีงานที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมขลุ่ย เพื่อให้เชื่อมโยงกับโลกโซเชียลในการถ่ายทอดไปสู่เด็กรุ่นใหม่ ไม่ให้ลืมเลือนดนตรีไทยอย่างการ &amp;ldquo;เป่าขลุ่ย&amp;rdquo; รวมถึงงานบรรยายเกี่ยวกับเครื่องดนตรีไทยอย่าง &amp;ldquo;ขลุ่ย&amp;rdquo; ให้กับหน่วยงานและองค์กรที่สนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อไม่นานมานี้ผมแอบไปสอนดนตรีให้กับเด็กชาวเขา ก็ไปอย่างเงียบๆ ไม่ได้บอกใคร เพราะเวลาที่เราได้เห็นแววตาของเด็กที่ใสซื่อ มันทำให้เรารู้สึกว่าเรามีความสุขกับการที่เราได้ความงามที่มาจากการไม่ปรุงแต่ง และได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตลอดจนความอยากรู้เรื่องดนตรีของเด็กๆ กลุ่มนี้ ทำให้เรายิ่งมีพลังงานในการมอบสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น นอกจากนี้มีไปทำกิจกรรมในการสอนดนตรีให้เด็กๆ ในอีกหลายพื้นที่ครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40734</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d272e2266a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกอย่างคือกำไรชีวิต  คติมีสุขของคนวัยเก๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;หลักการพึ่งตนเอง&amp;rdquo; คติธรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุอยู่ลำพังใช้ชีวิตได้แบบมีความสุข โดยไม่เป็นทุกข์เมื่อต้องอยู่โดดเดี่ยว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาของผู้สูงอายุฆ่าตัวตายที่ปัจจุบันพบได้บ่อยขึ้น หรือแม้แต่ปัญหาด้านสุขภาพจิตที่หลายคนมองข้ามอย่างความเหงา ทั้งจากถูกลูกหลานถูกทอดทิ้ง หรือผู้สูงวัยที่อยู่ลำพังไร้คนดูแล และก่อนหน้าเราคงคุ้นเคยกันดี เกี่ยวกับสุภาษิตที่บอกถึงเรื่อง &amp;ldquo;การพึ่งตัวเอง&amp;rdquo; ถือได้ว่านำมาปรับใช้ในชีวิตได้ไม่น้อย สำหรับปัญหาสุขภาพของคนสูงวัยที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะไม่เพียงทำให้ชีวิตได้คิดบวก แต่ยังสามารถเป็นต้นแบบให้กับคนวัยเกษียณที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว เพราะทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีทางออกเสมอ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติและนักบรรยายพิเศษ ได้มาให้มุมเกี่ยวกับดำเนินชีวิตมีความสุขในผู้ใหญ่วัยหลัก 6 ไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ธนิสร์ให้มุมมองว่า &amp;ldquo;สำหรับผู้สูงอายุแล้วนั้น ต้องนำเอาหลักคำสอนของพระพุทธองค์มาใช้อย่าง &amp;ldquo;อัตตา หิ อัตตโน นาโถ&amp;rdquo; มันจะรวมไว้ทั้งหมด ฉะนั้นต้องอยู่ด้วยการช่วยเหลือตัวเองเป็นสำคัญ เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ดูที่สุด สิ่งสำคัญอีกอย่าง &amp;ldquo;สุขภาพร่างกายก็ต้องดี&amp;rdquo; เราต้องรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และสามารถทำอะไรได้แค่ไหน นอกจากนี้ &amp;ldquo;อารมณ์ต้องดี&amp;rdquo; ต้องปล่อยวางให้ได้ เมื่ออายุมากแล้วเราจะไปคิดแบบเดิมหรือทำแบบเดิมไม่ได้ ต้องปล่อยวางให้ได้ และต้องคิดอยู่เสมอว่าทุกเวลา ทุกนาทีที่เราหายใจอยู่นั้น นั่นคือ &amp;ldquo;กำไรชีวิต&amp;rdquo; แล้ว และสิ่งสำคัญก็ต้องทำชีวิตให้มี &amp;ldquo;กำไร&amp;rdquo; อีกด้วย โดยการทำทุกวันให้มีความสุข เช่น เรายิ้ม เราพูดคุยกับคนอื่นด้วยความจริงใจ ก็เป็นไปด้วยความสุขใจ เราอย่าคาดหวังอะไรมาก และอย่าคิดว่าเราจะต้องรวยล้นฟ้า ตรงนี้อาจจะเป็นแนวคิดที่ผิด และบั่นทอนกำลังใจของเราได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรา &amp;ldquo;ต้องปล่อยวาง&amp;rdquo; แต่ไม่ใช่ไม่เอาอะไรเลย เพียงแต่ว่าเมื่อมีเงินเท่าไรก็ใช้เท่านั้น เราต้องภูมิใจในความเป็นเรา ยิ้มกับตัวเองให้ได้ ยิ้มทุกวัน และต้องคิดดี สำนึกดี เพราะมันจะทำให้เราไม่เครียด ผู้สูงอายุอย่าลืมว่า &amp;ldquo;ความเครียด&amp;rdquo; ก่อปัญหาทั้งอารมณ์และร่างกาย และทำให้เกิดโรคทุกอย่าง โดยเฉพาะ &amp;ldquo;โรคซึมเศร้า&amp;rdquo; เราต้องมองโลกในแง่ดีว่า เราอายุยืนมาขนาดนี้ก็ดีแล้ว สำหรับบางคนที่อายุ 70-80 นี่กำไรชีวิตเรามากมายแล้ว เพราะถ้ามองต้องร่ำรวย มันจะทำร้ายจิตใจของเรา เพราะคนวัยนี้ไม่ใช่วัยที่จะไปเริ่มต้นอะไรได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ลูกเขาจะเลี้ยงหรือไม่เลี้ยงเราก็ไม่เป็นไร แต่เราต้องเตรียมตัวและใจให้แข็งแรงจนถึงวันสุดท้าย แม้กระทั่งว่าเรานั่งวีลแชร์อยู่ เราก็มีความสุข ยิ้มกับทุกคนทุกวัน คิดดีกับคนทุกคน แม้แต่ผู้ที่ไม่ชอบเราก็ต้องคิดดีกับเขา ถ้ามีโอกาสก็ควรเข้าวัด และเข้าหาหลักธรรมที่แท้จริง แต่ในยุคโซเชียล การศึกษาธรรมะมีอยู่มากมาย และมีหลากหลายครูบาอาจารย์ให้ได้เลือกปฏิบัติตาม เช่น วิธีง่ายที่ผมทำเป็นประจำ ในการมีสติรู้ตัวและอยู่กับเอง คือการทำสมาธิง่ายๆ เช่น จับหายใจเข้า ลมหายใจออก โดยที่ขณะนั้นเราก็มีสติและรู้ว่าขณะนั้นเรากำลังทำอะไรอยู่ และความสงบจะเกิดขึ้นในใจเราเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งสำคัญอีกอย่างของคนวัยเก๋านั้น เราต้อง &amp;ldquo;นึกถึงความตายเป็นประจำ&amp;rdquo; สุดท้ายเราก็ต้องไป ชีวิตมาได้ขนาดนี้แล้ว ถือว่าเป็นกำไรแล้ว คิดบวก เราดำเนินชีวิตมาได้ขนาดนี้มันดีแค่ไหนแล้ว แสดงว่าคนนั้นต้องเก่ง และอีกแง่หนึ่งในชีวิตของเราก็ได้ทำสิ่งดีๆ มากมาย สิ่งไม่ดีอย่าไปคิดถึง แต่ขอ &amp;ldquo;ให้นึกถึงสิ่งดีๆ&amp;rdquo; อย่าง เช่นวันนี้เราให้ข้าวหมาจรจัด หรือวันนี้เราเคยบริจาคเงินช่วยเหลือคนอื่น ขอให้คุณจำอารมณ์ตรงนั้นมาคิด และก็นอนยิ้มกับมัน&amp;nbsp; หายใจให้สบาย หรือวันไหนที่คุณฟังเพลงสบาย ก็ขอให้ยิ้มอย่างมีความสุข นี่คือการทำชีวิตให้มีความสุขทุกวันครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20231</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc8799075f8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
