<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; อ.ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 กลับมาบรรยายพิเศษอีกครั้ง เรื่อง &amp;quot;ประชาชน พรรคการเมือง ทหารไทย ติดกับดัก ก่อวิกฤติใหม่ประเทศไทย&amp;quot; โดยมองว่าสังคมไทยไม่มีเป้าหมายจนกลับมาติดกับดักตัวเองนับจากยุคพัฒนา 2505 จนถึงปัจจุบัน โดยบอกว่าทุกภาคส่วนต้องระวังก่อวิกฤติใหม่ของประเทศ จากกระบวนทัศน์แบบใหม่ที่เรียกว่า &amp;quot;ความเมือง&amp;quot; ที่มองพวกอื่นเป็นศัตรูที่ต้องล้มล้าง ซึ่งกำลังขยายตัวและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับชี้ว่ายุคปฏิรูปช่วงปี 2535-2557 ถือว่าล้มเหลว สะท้อนว่าพลังอนุรักษ์ ระบบราชการ และกองทัพ ไม่พร้อมและไม่สามารถทำการปฏิรูปใดๆ และเตือนว่าหากรัฐบาลและกองทัพมองปัญหาใจกลางผิดอาจนำไปสู่ปัญหาใหม่ที่ร้ายแรง ถือว่าเป็นการตีแสกหน้าทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายการเมือง ภาคประชาชน กองทัพ และชนชั้นนำ ที่ต้องตระหนักและหาทางออกจากวิกฤติประเทศร่วมกันให้ถูกต้อง...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกณี บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. บรรยายพิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง&amp;rdquo; บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกว่า &amp;quot;เอาสาระสำคัญมาดูแล้วทั้งหมด เห็นว่าเป็นเรื่องของการปลูกฝังความรักชาติ ให้เข้าใจประวัติศาสตร์ว่าบ้านเมืองของเรามีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการแก้ปัญหาภาคใต้ ก็ไม่อยากให้ทุกอย่างเกิดความขัดแย้ง หรือทำให้นโยบายเกิดการขับเคลื่อนไม่ได้ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ก็ขอให้ทุกคนระมัดระวังเท่านั้นเอง&amp;quot; เป็นการเตือนแต่คนอื่นให้ระมัดระวัง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไปยื่น ป.ป.ช.ให้ไต่สวนว่าการกระทำของ ผบ.ทบ.อาจเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ ที่น่าสนใจ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะโฆษก กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.มีมติทำหนังสือเชิญ พล.อ.อภิรัชต์เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคง ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ถ้า ผบ.ทบ.มาเอง งานนี้คงเดือดระอุแน่...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การบรรยายดังกล่าว ผบ.ทบ.ก็พูดถูกในหลายประเด็น แต่อาจจะย้อนแย้งกันบ้าง โดยเฉพาะที่ระบุว่ายังมี พวกคอมมิวนิสต์ ฝังชิปอยู่ในหัว ในขณะที่รัฐบาลไทย-กองทัพไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศจีนที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวสต์ ข้อเท็จจริงคือกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีอคติกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้จะออกจากเข้าป่า-วางอาวุธมาต่อสู้ในระบบรัฐสภาแล้วก็ยังต้องการลดบทบาทสถาบันฯ แต่ก็ไม่ใช่จะหันไปใช้ระบอบคอมมิวนิสต์แบบเดิม แต่ฝักใฝ่ ระบอบสาธารณรัฐ มากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าระบอบใดก็ไม่น่ากลัว หากผู้นำเหล่าทัพและชนชั้นนำไทยไม่สร้างเงื่อนไขขึ้นเอง การที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับการตอบรับจากคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะความเบื่อหน่ายต่อระบบการเมืองแบบเก่า เนื่องจาก &amp;quot;พลังอนุรักษ์ ระบบราชการ และกองทัพ ไม่พร้อมทำการปฏิรูปใดๆ&amp;quot; นั่นเอง ดังนั้นอย่ามัวแต่ชี้หน้าด่าคนอื่น ต้องสำรวจความบกพร่องของตัวเอง และจะขจัดเงื่อนไขอย่างไร...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีโฆษกสถานเอกอัครทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ตำหนินักการเมืองไทย หรือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถ่ายรูปคู่กับ นายโจชัว หว่อง แกนนำม็อบในฮ่องกง ซึ่งมีท่าทีเชิงสนับสนุนการแยกฮ่องกงออกจากจีน ว่า &amp;quot;เวลานี้จีนกับไทยไม่มีปัญหา เป็นความสัมพันธ์ที่เรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ และหลังจากที่ไทยออกแถลงการณ์ไปแล้ว ทางการจีนก็ไม่ได้ส่งสัญญาณแถลงการณ์อะไรอีก&amp;quot; ขณะที่บรรดาสาวกสีส้มก็ยังแก้ตัวให้ &amp;quot;พ่อฟ้า&amp;quot; ต่างๆ นานา เอารูปคู่ธนาธรไปเปรียบกับเคสอื่นๆ ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีนี้เขากำลังทำศึกชิงบ้านชิงเมืองกันอยู่ นักการเมืองจากประเทศอื่นไม่ควรเข้าไปจุ้น เว้นแต่มีวาระซ่อนเร้นอย่างอื่น...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ลุ้น 17-19 ต.ค.นี้ การประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า การอภิปรายในวันแรก คือ วันที่ 17 ต.ค. จนถึงวันที่ 19 ต.ค. ไม่เกินเวลา 18.00 น. รวม 3 วัน แต่ 7 พรรคฝ่ายค้านยังจะขอเวลาอภิปราย 3 วันอีก ก็ไม่ทราบว่าวิปประสานงานกันอย่างไร ก็หวังว่าบรรยากาศการอภิปรายจะสร้างสรรค์เหมือนที่ 2 ฝ่ายคุยไว้...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พีรเดช คำสมุทร, วิรัช รัตนเศรษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ.ธีรยุทธ บุญมี, แซมซาย, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมค่ารักษาพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกมาทีไรก็สร้างความสะเทือนทุกที สำหรับ อ.ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการ และนักวิพากษ์วิจารณ์ด้านการเมือง ล่าสุดก็ออกมาขยี้เรื่องความเหลื่อมล้ำได้เห็นภาพมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย อ.ธีรยุทธชี้ว่า &amp;quot;20 ปีหลังวิกฤติเศรษฐกิจภาพที่ปรากฏชัดเจนขึ้น คือ ไทยมีความต่างทางรายได้สูงเป็นลำดับนำของโลก คนรวยรวยล้นพ้น คนจนพอมีอยู่มีกินมีมากที่สุด ส่วนหนึ่งมีรายได้ดีขึ้นจากผลผลิตเกษตรบางประเภท จากการขยับเป็นผู้ประกอบการอิสระ แต่มีส่วนน้อยที่ก้าวไปเป็นชนชั้นกลางได้ ส่วนชนชั้นกลางที่คาดว่าจะขยายตัวมีรายได้สูงขึ้น จนนำพาประเทศพ้นจาก &amp;ldquo;กับดักรายได้ปานกลาง&amp;rdquo; ไปเป็นประเทศร่ำรวย ก็เป็นเพียงความฝันกลางวัน เพราะคนชั้นกลางไม่มีทั้งทุนเศรษฐกิจและทุนเครือข่ายสังคมเหมือนครอบครัวคนรวย ช่วงเวลาที่ว่ารายได้ชนชั้นกลางอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 60-70% แต่ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือที่พัก ค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นหลายเท่า จนอาจกล่าวได้ว่า ปัจจุบันมีแต่ชนชั้นกลางบนคือคนทำงานด้านการเงิน ครีเอทีฟ หรืออาชีพหมอ วิศวกร ฯลฯ ส่วนชั้นกลาง-กลางยุบตัวลงไปเป็นชั้นกลางล่าง ทับซ้อนกับชนชั้นล่างที่ขยายตัวขึ้นบนสังคมไทยปัจจุบันมีโครงสร้างเพียงสองชนชั้นครึ่ง และต้องเปลี่ยนคำขวัญเป็น &amp;ldquo;รวยกระจุก จนกระจาย กลางกระจ้อน (แปลว่าไม่โต แคระแกร็น)&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้คือเรื่องจริง โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน จากข้อมูลย้อนหลัง พบได้ชัดเจนว่า มีการปรับขึ้นเฉลี่ย 7-10% ขณะที่รายได้เฉลี่ยของคนไทยมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-4% ต่อไป เท่ากับค่ารักษาแพงแซงรายได้ไปล่วงหน้า 2-3 ปีเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวแพงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แบบนี้ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไทยเราเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องพึ่งพาการรักษาพยาบาลในช่วงที่แก่ตัวลง แต่จากการศึกษา ระบุว่าหากคนไทยจะมีชีวิตบั้นปลายที่ดี และได้รับการรักษาที่เหมาะสมนั้น จะต้องมีเงินเก็บหลังเกษียณสูงถึง 4-5 ล้านบาท ถามว่าจะมีซักกี่คนที่สามารถเก็บเงินสะสมได้ขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับด้านสาธารณสุข อย่างกรณีมนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในระบบประกันสังคม ก็กำลังต้องเจอปัญหาใหญ่ ที่โรงพยาบาลเอกชนเริ่มทยอยออกจากระบบ เพราะมองว่าทำไปแล้วไม่คุ้ม ส่งผลให้มีผู้ประกันตนจำนวนมาก เคว้งคว้าง ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลรักษาตัวทุกปี แถมทางเลือกก็มีน้อยลง เหลือแต่เพียงโรงพยาบาลขนาดเล็ก ซึ่งการรักษาก็ไม่สามารถสู้กับเครื่องไม้ เครื่องมือของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้ จนบางครั้งมีผู้ประกันตนก็ตั้งคำถามว่า กองทุนประกันสังคมที่มีเงินจำนวนมหาศาล ไม่นำเงินมาลงทุนเปิดโรงพยาบาลเองบ้าง เพื่อให้เป็นทางเลือก และสร้างมาตรฐานใหม่ทางการรักษาสำหรับผู้ประกันตน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาก็เห็นทางกระทรวงพาณิชย์พยายามที่จะทำให้ค่ายาและการรักษาพยาบาลเป็นสินค้าควบคุม แต่หลังจากลงมือปฏิบัติแล้ว มันก็เป็นไปได้ยาก ตอนนี้สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทำได้ เพียงแค่ขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ ในการประกาศราคายา และค่ารักษาพยาบาลขึ้นในเว็บไซต์ โรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการตรวจสอบราคาก่อนไปใช้บริการ ส่วนที่จะไปลดค่ายา ค่ารักษา ทำไม่ได้ เพราะต้นทุนต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือคำชี้แจงสิ่งที่รัฐทำได้ ส่วนประชาชนก็ต้องดิ้นรนกันเอาเอง อย่างนั้นสิ่งที่รัฐควรจะทำก็คือ เพิ่มสถานพยาบาลของราชการให้มากขึ้น ยกระดับสถานีอนามัย ที่เป็นโรงพยาบาลชุมชม ให้เป็นโรงพยาบาลจริงๆ คือ มีแพทย์ประจำทุกวัน ไม่ใช่มีแค่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำ เพราะอย่างนั้นโรงพยาบาลชุมชมก็เหมือนเปิดให้บริการแค่สัปดาห์ละวันสองวัน &amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีหมอประจำการ แบบนี้น่าจะพอลดปัญหาการเข้าถึงการรักษาของประชาชนไปได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ถ้าไม่ใช่คนรวย หรือข้าราชการที่มีสวัสดิการในการรักษาพยาบาล ชีวิตเกษตรกร มนุษย์เงินเดือน ต่างก็ต้องพึ่งพาตัวเองต่อไป และต้องเก็บเงินไว้รักษาตัว ถ้ามีไม่พอก็ต้องกู้ยืม กลายเป็นปัญหาสังคมต่อไปอีก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, อ.ธีรยุทธ บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
