<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.จุฬาฯโชว์ผลงานพัฒนาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง สำเร็จอีกขั้น เริ่มใช้เซลล์นักฆ่ากับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มัยอีลอยด์พบ ปลอดโรค 18เดือน เตรียมจัดงานวิ่งระดมทุนวิจัยต่อเพื่อวิจัยวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8พ.ย.62-&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม จุฬาฯ พร้อมด้วย ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านสื่อสารบริการสังคมและพันธกิจสากล จุฬาฯ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศ &amp;nbsp;ด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ศ.ดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้ากลุ่มวิจัยพัฒนาแอนติบอดีเพื่อการรักษามะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ &amp;nbsp; อ.นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเซลล์บำบัดมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ กรรมการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันแถลงข่าว &amp;ldquo;ก้าวอีกขั้น ! แพทย์จุฬาฯ พัฒนางานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง&amp;rdquo; การแถลงความก้าวหน้าของงานวิจัยการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม จุฬาฯ กล่าวว่าการขับเคลื่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปสู่ความเป็น &amp;ldquo;มหาวิทยาลัยแห่งชาติ ในระดับโลกที่สร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นั้น มหาวิทยาลัยต้องกล้าที่จะตอบโจทย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ยากและท้าทายอย่างมากของสังคม โดยอาศัยคนเก่งที่มีมากมายทุกศาสตร์มาร่วมคิดและร่วมทำโครงการวิจัย &amp;nbsp;และนวัตกรรมที่ท้าทายด้วยกัน อย่างมุ่งเป้า เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนงานที่ท้าทายเหล่านี้สามารถริเริ่มได้รวดเร็วทันการณ์ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทายาลัย ให้ใช้เงินจากรายได้ที่ได้จากการบริหารทรัพย์สิน &amp;nbsp;รายได้จากมาบุญครองตั้งเป็น &amp;ldquo;กองทุน ศตวรรษที่ 2 เพื่อการก้าวกระโดด ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการสนับสนุนโครงการวิจัยขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์ที่ท้าทายของสังคมอย่างจริงจังให้เกิดขึ้น โดย หวังว่าระยะยาวโครงการที่มีคุณภาพสูงเหล่านี้สามารถตอบโจทย์สังคมที่ท้าทายและยากมากได้อย่างแท้จริง และได้รับการสานต่อ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากทางรัฐบาล และจากเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไปในที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างของโครงการขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฉบับที่ 2 ได้แก่ โครงการ จุฬาอารี เป็นการวิจัยนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัย (Chula ARi : Aging Research Innovation), โครงการ ออกแบบเพื่อสังคม (Chula D4S, Design &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;for Society) และ โครงการ Cancer Cure เป็นต้น ซึ่งแต่ละโครงการ จะเป็นการทำงานร่วมกันจากคนเก่งข้ามศาสตร์จากหลายคณะ เพื่อสร้างผลผลิต และผลกระทบที่มีคุณภาพสูงได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกโครงการคือ การพัฒนางานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง หรือ Cancer Cure เป็นหนึ่งในตัวอย่าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ ของกองทุนศตวรรษที่ 2 ที่ผนึกพลังจากหลายคณะและสถาบันทั้งในด้านแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เภสัชศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ เพื่อร่วมกันทำวิจัย การพัฒนาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง เพื่อแก้ปัญหามะเร็งที่พบเพิ่มขึ้นในสังคมสูงวัย และ วัยต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จากผลงานเบื้องต้นของโครงการนี้ได้นำไปสู่การสนับสนุน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างกว้างขวางจากประชาชนและ สังคม ซึ่งโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ จะเป็นกลไกสำคัญ ในการผลิต คนเก่งคนดี นักวิจัย แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ที่มี จิตใจ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และสามารถบรรลุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามเป้าหมายสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ผอ.รพ.จุฬาฯ กล่าวถึงความมุ่งมั่นของคณะแพทย์ และ รพ.จุฬาฯ ในการแก้ปัญหาโรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการในการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยว่า ในปัจจุบันรพ.จุฬาฯ &amp;nbsp;ประสบกับจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นทางคณะแพทย์ และ โรงพยาบาล จึงมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ ในปีที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รักษามะเร็งด้วยโปรตอนแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้มีพิธีนำเครื่องไซโคลตรอน ที่ใช้ผลิตโปรตอนเข้าศูนย์โปรตอน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไปเรียบร้อยแล้ว และจะเปิดบริการให้กับประชาชนได้ในเดือนกันยายน ปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ โครงการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด &amp;nbsp;และโครงการเซลล์บำบัดด้วยเซลล์นักฆ่าเพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่รักษายาก เป็นต้น และยังให้การสนับสนุนศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันมะเร็งร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ให้ทำวิจัยทั้งในด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและการวิจัยทางคลินิกโดยมีเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การรักษาจริงที่ให้ชาวไทยทุกระดับเข้าถึงได้ ตามพันธกิจของสภากาชาดไทยโดยเร็วที่สุด ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นรูปธรรม คือ การลงทุนสร้างและปรับปรุงห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อพิเศษสำหรับการผลิตเซลล์ เพื่อใช้ทางคลินิกที่ ตึกภูมิสิริมังคลานุสรณ์ชั้น 8 ตามแบบและข้อกำหนดซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)สำหรับการผลิตเซลล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อทำการวิจัยทางคลินิกและให้บริการภายในสถาบัน และทางศูนย์ฯ ได้เริ่มทำการปรับปรุงกระบวนการผลิต &amp;nbsp; &amp;nbsp; และการควบคุมคุณภาพของการผลิตเซลล์ตามมาตรฐานที่อย. &amp;nbsp;กำหนด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อรองรับการรับรองมาตรฐาน Good Production Practice และ Good Manufacturing Practice &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เหมาะสมในการนำไปใช้รักษาผู้ป่วยทางคลินิกและภายนอกสถาบันต่อไปในอนาคตอันใกล้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังมีแผนการขยายเพื่อให้มีการบริการได้เพียงพอ โดยมีการสร้างห้องปลอดเชื้อพิเศษ อีกทั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อการผลิตเซลล์และวัคซีนเฉพาะบุคคลต่อมะเร็งเพิ่มเติม ในตึกบูรณาการวิจัยใหม่ร่วมกับตึกรักษาพยาบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เน้นการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างครบวงจร รวมกันเป็น &amp;ldquo;ศูนย์บูรณาการวิจัยและรักษาโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย&amp;rdquo; โดยคาดว่าจะเสร็จในปี 2566
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านอายุรศาสตร์โรคมะเร็งศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง กล่าวว่า ปัจจุบัน มีความก้าวหน้าของการรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างรวดเร็ว ยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งโดยองค์การอาหารและ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาของสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอีกหลายประเทศทั่วโลก เป็นแอนติบอดี ที่ปลดล็อค สิ่งที่เซลล์มะเร็งสร้างขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันตัวเอง &amp;nbsp;ทำให้ภูมิคุ้มกันต้านมะเร็งของผู้ป่วยกลับมาทำงานต่อสู้กับมะเร็งได้ ขณะนี้มีข้อบ่งชี้ในการรักษามะเร็งมากถึง 21 ชนิด &amp;nbsp;โดยมีทั้งที่ให้เป็นการรักษาเป็นยาเดี่ยว หรือให้ร่วมกับยาหรือการรักษาอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ทำให้มีผลเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิดได้ยาวนานขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งบางชนิด นอกจากยาที่ปลดล็อคระบบภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง &amp;nbsp; ยังมีความพยายามพัฒนานวัตกรรมการรักษามะเร็งด้วยการใช้วัคซีนกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อบำบัดมะเร็งอีกด้วย โดยออกแบบ &amp;nbsp; และสร้างวัคซีนที่จำเพาะกับโปรตีนของเซลล์มะเร็ง แล้วนำมาให้ผู้ป่วยมะเร็งเพื่อให้ผู้ป่วยสร้างภูมิต้านทานมะเร็งต่อโปรตีนแปลกปลอมบนเซลล์มะเร็ง ทำให้มีการทำลายเซลล์มะเร็งด้วยระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยคล้ายกับการต่อสู้เชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายผู้ป่วยโรคติดเชื้อ สำหรับงานวิจัยของเรามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวัคซีนเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งแต่ละราย ให้เหมาะสมกับความหลากหลายของมะเร็งในแต่ละบุคคล และมีแผนที่จะพัฒนา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไปใช้ร่วมกับยาแอนติบอดีที่ปลดล็อคการต่อต้านระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์มะเร็ง โดยมีขั้นตอนการทำงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลักๆ 3 ขั้นตอน ดังนี้
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นที่ 1 : นำเนื้อเยื่อมะเร็งจากผู้ป่วยแต่ละรายมาตรวจหาโปรตีนของเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อหาโปรตีนที่เป็นเป้าหมายเฉพาะของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นที่ 2 : ผลิตวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนที่เป็นเป้าหมาย &amp;ldquo;เฉพาะบุคคล&amp;rdquo; เพื่อให้มีผล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการรักษาเฉพาะผู้ป่วยรายนั้นๆ อย่างเหมาะสมที่สุด
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นที่ 3 : นำวัคซีนฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย และติดตามผลการรักษามะเร็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในปีที่ผ่านมาเราได้ทำวิจัยขั้นตอนที่ 1 และ 2 ได้สำเร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเริ่มวิจัยทางคลินิกในขั้นตอนที่ 3 ตามข้อกำหนดในการใช้วัคซีน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเซลล์บำบัดมะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง กล่าวถึงภารกิจของกลุ่มวิจัยภูมิคุ้มกันด้านเซลล์บำบัด (Cancer Cellular Immunotherapy) โดยพันธกิจของศูนย์ฯ มุ่งเน้นไปยังงานวิจัย 2 เรื่อง คือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การพัฒนา NK cell (Natural Killer cell หรือ เซลล์นักฆ่า ในระหว่างปี 2561-2562 ทางศูนย์ฯ ได้ดำเนินโครงการนำร่องเพื่อศึกษาความเป็นไปได้แ ละความปลอดภัยของการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอิลอยส์ ที่ความเสี่ยงสูง ด้วยเซลล์นักฆ่าจากผู้บริจาค แก่ผู้ป่วยจำนวน 10 ราย จากการดำเนินโครงการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำร่อง ทางศูนย์ฯ ประสบความสำเร็จในการผลิตเซลล์นักฆ่าจากผู้บริจาคให้มีจำนวน คุณภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และความปลอดภัย ผ่านเกณท์มาตรฐา &amp;nbsp;นของการใช้เซลล์ทางคลินิกภายในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อพิเศษสำหรับการผลิตเซลล์เพื่อใช้ทางคลินิก และยังพบว่าการรักษาด้วยเซลล์นักฆ่า จากผู้บริจาคในผู้ป่วยกลุ่มนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความปลอดภัยสูงและมีผลข้างเคียงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยผู้ป่วยรายแรกที่เข้าร่วมโครงการนั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีระยะปลอดโรคนานถึง 18 เดือนแล้ว หลังจากได้รับเซลล์นักฆ่า โดยทางศูนย์มีความมุ่งหวังจะดำเนินโครงการวิจัยทางคลินิกในระยะที่ 1 และ 2 ต่อไปในปี 2563 เพื่อศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาดังกล่าวแก่ผู้ป่วยกลุ่มที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางศูนย์ฯ ได้เริ่มพัฒนา การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดลิมฟอยส์ด้วย Chimeric Antigen Receptor T cell ร่วมกับ มหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น โดย Chimeric Antigen Receptor T cell นี้คือเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีความจำเพาะต่อมะเร็ง ซึ่งทำให้สามารถควบคุมมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดลิมฟอยส์ที่กลับเป็นซ้ำ &amp;nbsp; หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานได้สูงถึง 80-90% การรักษาดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วในสหรัฐอเมริกาและยุโรป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 10-15 ล้านบาท ศูนย์ฯ จึงได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการพัฒนาผลิต Chimeric Antigen Receptor T cell ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนการผลิตต่ำเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาดังกล่าวแก่ผู้ป่วยชาวไทย ซึ่งการทดสอบในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลองพบว่าเซลล์ที่ผลิตด้วยวิธีใหม่นี้ &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพสูงในการทำลายเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมีความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง ทางศูนย์ฯ มีความมุ่งหวังจะเริ่มต้นดำเนินการวิจัยทางคลินิกในระยะที่ 1 แก่ผู้ป่วยจำนวน 12 รายตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ซึ่งในปัจจุบันโครงการวิจัยดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้ากลุ่มวิจัยพัฒนาแอนติบอดีเพื่อการรักษามะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง และ ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ จุฬาฯ กล่าวถึงความก้าวหน้าในการพัฒนายาแอนติบอดี เพื่อทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวสามารถกลับมาทำงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและกลับมากำจัดเซลล์มะเร็งได้ตามธรรมชาติ ในราคาที่เข้าถึงได้มากที่สุดสำหรับคนไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่ากระบวนการพัฒนายาแอนติบอดีนั้นมีความซับซ้อน ต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ซึ่งขั้นตอนทั้งหมด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบ่งได้ 5 ระยะ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull;ระยะที่ 1: การผลิตยาแอนติบอดีต้นแบบจากหนู ทำการผลิต เลือก และทดสอบยาต้นแบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของหนูมากกว่าหนึ่งแสนแบบ ซึ่งในขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 ซึ่งทางศูนย์ฯ ทำสำเร็จได้ยาต้นแบบตัวแรกที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงยาในท้องตลาดจากต่างประเทศ
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะที่ 2: ปรับปรุงแอนติบอดีต้นแบบจากหนู ให้คล้ายกับโปรตีนของมนุษย์มากที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท ระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งปัจจุบันงานวิจัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของกลุ่มอยู่ในระยะที่ 2 นี้ และมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะที่ 3: เมื่อได้ยาต้นแบบที่ปรับปรุงแล้ว จึงทำการผลิตยาจากโรงงานในปริมาณมากให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยสูงสุดเพื่อนำไปใช้ทดสอบในระยะต่อไป ขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท ระยะเวลา 24 เดือน
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะที่ 4: ทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะทดสอบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในมนุษย์ต่อไป คาดว่าจะใช้งบประมาณ 100-200 ล้านบาท และระยะเวลา 24 เดือน
&amp;bull;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะที่ 5 : การทดสอบในมนุษย์ เป็นการทดสอบตัวยาในผู้ป่วยมะเร็งในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการทดสอบต่าง ๆ อาทิ ปริมาณการให้ยา ประสิทธิภาพการรักษา ผลข้างเคียง เป็นต้น คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1000 ล้านบาท และระยะเวลา 48 - 60 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวปิดท้ายว่าถึงแม้ว่างานวิจัย จากทั้ง 3 พันธกิจของศูนย์จะมีความก้าวหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอย่างมาก และได้รับความสนับสนุนจากหลากหลายหน่วยงานและประชาชนโดยทั่วไป แต่การศึกษาและวิจัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังต้องใช้เวลาและเงินทุนในการทำงานวิจัยในขั้นต่อๆ ไปอีกเป็นจำนวนมาก จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งทุนทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อสนับสนุนการวิจัยเพื่อให้เกิดความสำเร็จต่อไปอย่างยั่งยืน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องทั้งเพื่อระดมทุนสนับสนุนและเพื่อให้ความรู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถูกต้องแก่ประชาชน ล่าสุดที่อยากจะฝากประชาสัมพันธ์คือ &amp;ldquo;กิจกรรมงานวิ่งการกุศล &amp;quot;Chula Cancer Run &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก้าว...ทันมะเร็ง&amp;quot; ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562 ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจัดให้มีการวิ่ง 3 ระยะทาง ได้แก่ 2.2 กม. 5.2 กม. และ 10.2 กม. ซึ่งเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองเพื่อห่างไกลโรคมะเร็ง งานนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ศิษย์เก่าอย่างพี่ตูน จากมูลนิธิก้าวคนละก้าวมาร่วมวิ่ง 10.2 กม.กับเราด้วย ผู้สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมัครกันได้ที่ https://race.thai.run/chulacancerrun นอกจากนี้จะมีกิจกรรม Virtual Run พร้อมกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2562 จนไปถึงวันมะเร็งโลกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปีหน้า เพื่อให้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการออกกำลังกายต่อเนื่อง ติดตามได้ใน LINE: @chulacancerrun (มี @) หรือสำหรับผู้ที่ต้องการจะร่วม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริจาคเพื่อการวิจัยสามารถบริจาค เข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ &amp;ldquo;คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เงินบริจาคเพื่อการวิจัย) เลขที่ 045-304669-7 (กระแสรายวัน) ผู้ที่ต้องการใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษี ขอให้กรอกข้อมูลขอใบเสร็จมาทาง online http://canceriec.md.chula.ac.th/donation/
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49829</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.จุฬาฯ, ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, ศ.ดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์, ศูนย์ความเป็นเลิศ  ด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง, อ.นพ.กรมิษฐ์ ศุภพิพัฒน์, อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, เซลล์นักฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc519703b25f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไข่ใจบุญ&quot;ระดมทุน&quot;วิจัยยาแอนติบอดิรักษามะเร็ง จุฬาฯ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.61-จากสถานการณ์ปัญหาโรคมะเร็งที่คุกคามคนทั้งโลก &amp;nbsp;ถึงระดับที่ว่าใน 3 คน มีโอกาสเป็นมะเร็ง 1 คน &amp;nbsp;ซึ่งสถิติดังกล่าว หมายรวมถึงคนไทยด้วย &amp;nbsp;และในกระบวนการรักษามีทั้งผลข้างเคียง และต้องใช้เงินจำนวนมาก ทำให้วงการแพทย์หลายประเทศ กำลังพยายามคิดค้นหาวิธีการรักษาที่ได้ผลที่สุด &amp;nbsp;รวมทั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้เริ่มการคิดค้นยารักษา โดยต่อยอดจากผู้คิดค้นที่ได้รับรางวัลโนเบล ที่เรียกว่า&amp;quot;ยาแอนตีบอดี้รักษามะเร็ง&amp;quot; &amp;nbsp;หรือการใช้ภูมิคุ้มกันในร่างกายมาเป็นตัวรักษาต่อสู้มะเร็ง &amp;nbsp; ทั้งนี้ การวิจัยดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะให้ยาแอนติบอดีรักษามะเร็ง ที่มีราคาเข็มละ200,000 บาท &amp;nbsp;เหลือเพียง 20,000 บาท &amp;nbsp;ส่งจะผลให้การเข้าถึงการรักษามะเร็งของคนไทยเพิ่มมากขึ้นไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด บริษัท เกษมชัยฟู้ด จำกัด หรือ KCF ได้ร่วมกับ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ พรีเมี่ยม ซูเปอร์มาเก็ต ได้ผุดโครงการ &amp;quot;ไข่ใจบุญ&amp;quot; เพื่อสนับสนุน&amp;quot;กองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งจุฬาฯ&amp;quot; ที่กำลังอยู่ระหว่างการทำวิจัยยาแอนตี้บอดีรักษามะเร็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ รองคณบดี ฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันการวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษาโรค มีบทบาทในการรักษามาก ขณะเดียวกันก็มีค่ารักษาแพงมากด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องสร้างนวัตกรรมของตัวเองขึ้นมา จะรอใช้นวัตกรรมของต่างประเทศทั้งหมดไม่ได้ เพราะบางอย่างอาจจะเหมาะกับคนไทย จึงทำให้เป็นที่มาการวิจัยยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง &amp;nbsp; สำหรับ โครงการวิจัยยาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ได้รับเงินทุนสนับสนุนแรกเริ่มจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 160 ล้านบาท แต่ก็ไม่เพียงพอกับการทำวิจัยให้สำเร็จ &amp;nbsp;ทำให้ต้องมีการเปิดรับบริจาคเงินทุนจากประชาชน เนื่องจาก ที่ผ่านมา การบริจาคของประชาชน มักจะบริจาคให้โรงพยาบาลให้รูปของการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ยังไม่มีการบริจาคเพื่อสนับสนุนการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คนไทยอายุยืนขึ้น 70-80ปี แต่โรคมะเร็งก็เป็นโรคที่มีคนไทยป่วยเป็นอันดับ1 การรักษามีความก้าวหน้าขึ้น ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง หรือใช้เคมีบำบัด แต่วิธีการพวกนี้มีผลข้างเคียง ทำให้ต้องหาวิธีการรักษาใหม่ และการรักษาโดยภูมิคุ้มกัน เกิดผลกระทบข้างเคียงน้อยกว่า ให้ผลการรักษาที่ดีกว่า &amp;nbsp;เป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องมีการวิจัยยาภูมิคุ้มกันขึ้นมา และยังถือว่าการวิจัยโครงการนี้ ยังเป็นเหมือนการทำโครงสร้างพื้นฐานของยาอีกหลายๆตัว และจะนำไปสู่การวิจัยยารักษาโรคอื่นๆ เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคข้ออักเสบ ซึ่งยาใหม่ๆมีราคาแพงมาก &amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ &amp;nbsp; หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ธรรมชาติของโรคมะเร็งเกิดจากเชื้อมะเร็งได้เจาะเอาชนะภูมิคุ้มกันของร่างกาย &amp;nbsp;และจากผลงานของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล 2 คนที่ค้นพบว่าภูมิคุ้มกันของเราสามารถชนะมะเร็งได้ &amp;nbsp;และมีการผลิตยาตั้งแต่ปี 2011 ผลการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันได้ผลดี &amp;nbsp;แต่ก็ใช่ว่าจะต้องปฎิเสธการรักษาอื่นๆทั้งผ่าตัด หรือใช้เคมีบำบัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุฬาฯ ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งมาได้ 1ปี &amp;nbsp;เพื่อวิจัยหายาที่ปลดล็อก สร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยมีทีมงานถึง 13ทีม กลางปีหน้าเราจะมีการแถลงข่าว การพัฒนาเริ่มทดลองรักษาในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยให้ยาที่มีเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้าไป หรือการเอาเซลล์มะเร็งมากระตุ้นภูมิคุ้มกัน คล้ายกับการผลิตวัคซีน &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ การระดมทุนจากประชาชนเพื่อสนับสนุนการวิจัย ดร.พญ.ณัฏฐิยา กล่าวว่า ปัจจุบันการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันกำลังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทั่วโลกให้ความสนใจ อย่างสหรัฐอเมริกามีการตั้งศูนย์วิจัยระดับชาติ รัฐบาลทุ่มงบประมาณมหาศาล &amp;nbsp;แต่ก็ยังไม่พอ และต้องมีการขอรับบริจาคจากประชาชน &amp;nbsp;รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยภูมิคุ้มกันและรับบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อดีตนักวิทยาศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ผู้วิจัยยาต้นแบบภูมิคุ้มกัน ฯกล่าวว่า ขณะนี้ มีการวิจัยตัวต้นแบบภูมิคุ้มกัน 1ตัวเสร็จแล้ว และกำลังต่อยอดไปตัวต้นแบบที่ 2 &amp;nbsp;สำหรับตัวต้นแบบที่ 1 รอเพียงการตรวจสอบว่าจะไปตรงกับสิทธิบัตรในต่างประเทศหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนที่จดสิทธิบัตรในต่างประเทศ คาดว่าก็จะต้นแบบที่1 จะเสร็จในเดือนม.ค.-มี.ค.ปี62 &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าผ่านเฟสแรก ของการวิจัยที่มี 5เฟส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฟสที่ 1 &amp;nbsp;เป็นการผลิตยาแอนติบอดิ ต้นแบบจากหนู ทำการผลิต &amp;nbsp;เลือก และการทดสอบยาต้นแบบจากซลล์เม็ดเลือดขาวของหนูมากกว่าหนึ่งแสนแบบ ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟส &amp;nbsp;2 ปรับปรุงแอนติบอดิ ให้มีความคล้ายโปรตีนมนุษย์ และเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟส3 เมื่อได้ยาต้นแบบที่ปรับปรุงแล้ว จะต้องนำมาทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นในวัตว์ทดลอง แล้วทำการผลิตยาจากโรงงานในปริมาณมาก ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยสูงสุด ในขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ 200ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟส 4 ทดสอบยาที่ผลิตได้ในสัตว์ทดลอง เช่น หนู ลิง โดยทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะทดสอบในมนุษย์ต่อไป คาดว่าจะใช้งบประมาณ 100-200 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;5 การทดสอบในมนุษย์ เป็นการทดสอบตัวยาในผู้ป่วยมะเร็งในรพ.จุฬาฯ อาทิ ปริมาณการให้ยา ประสิทธิภาพของยา ผลข้างเคียง คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยทั้ง 5เฟสคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10ปี &amp;nbsp;ในการวิจัย ซึ่งถือว่าเป็นการวิจัยระยะยาวที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน &amp;nbsp; แต่ระยะเวลาดังกล่าวรวมถึง การขอขึ้นทะเบียนยาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) พิจารณาการขึ้นทะเบียนยาด้วย &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ผู้วิจัย กล่าววอีกว่า &amp;nbsp; นอกจากยาต้นแบบตัวแรกที่ทำสำเร็จแล้ว ทางโครงการมีแผนที่จะสร้างยาต้นแบบให้ครบ 10 ตัว เป็นการทะยอยทำเรื่อยๆ ซึ่งจากการประเมิน คาดว่า ยาต้นแบบ 1ตัว จะให้ผลสำเร็จประมาณ 10% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำวิจัยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บางครั้งก็จะไม่ได้ผล 100% แต่ถ้าเราไม่ทำ เราก็จะไม่มีอะไร ที่เป็นของคนไทย แต่การวิจัยรูปแบบนี้ ต้องใช้เงินมหาศาล และต้องใช้เวลาด้วย งานวิจัยในอดีตใช้เวลาเพียง 2-3ปีก็จบ จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจบริบทของการทำงาน &amp;nbsp;และเข้าใจว่าเหตุใดเราจึงต้องขอการสนับสนุน &amp;nbsp;ต้องมีการร่วมแรงร่วมใจคนในชาติ &amp;nbsp;ถ้าสำเร็จคนไทยทุกคนก็จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.นพ.ไตรรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนาย โกญจนาท ศรมยุรา รองประธานกรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เกษมชัยฟู้ด จำกัด กล่าวว่า โครงการ&amp;quot;ไข่ใจบุญ&amp;quot; เพื่อสนับสนุนการวิจัยภูมิคุ้มกันรักษามะเร็ง เกิดจากบริษัท มีเป้าหมายที่จะทำกิจกรรมเพื่อสังคมอยู่แล้ว และพอได้ยินชื่อโครงการนี้ &amp;nbsp;จึงยินดีที่จะสนับสนุนโดยผู้บริโภคที่ซื้อไข่ของKCF วางขายในร้านท็อปส์ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาแพ็กละ 49บาท แต่ละแพ็ก ทางบริษัทจะหักเงิน 5บาท เข้ากองทุนฯ &amp;nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาโครงการ 9เดือน &amp;nbsp;นับจากเดือนธ.ค.2561-31สิงหาคม 2562 &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะดูกระแสตอบรับและ ความจำเป็นของโครงการวิจัยฯอีกครั้งว่า ต้องการความช่วยเหลืออีกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมศรัทธา ในความคิดของโครงการที่หวังลดค่ายารักษามะเร็งจากเข็มละ 200,000 บาทให้เหลือ 2หมื่นบาท จึงคิดช่วยโครงการนี้ และหวังให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงการรักษา ซึ่งห้างฯที่เข้าร่วมขายไข่ใจบุญมี 4พันสาขา ขายได้สาขาละ 10แพ็ก ตกวันละ40,000 ต่อวัน เท่ากับได้เงินบริจาค วันละ 2แสนบาท เดือนละ 6ล้าน หรือตลอด9เดือนจะได้เงินประมาณ 54 ล้านบาท &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางโสภาพรรณ &amp;nbsp;จุ้ยเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล &amp;nbsp;จำกัด กล่าวว่า โครงการ&amp;quot;ไข่ใจบุญ&amp;quot; เพื่อสนับสนุนกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งของจุฬาฯ ถือว่าเป็นโครงการที่ดีมาก บริษัทฯจึงยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และมีสต็อกไข 1.2ล้านแพ็ก ไว้รองรับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24227</URL_LINK>
                <HASHTAG>KCF, ดร.พญ.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล  จำกัด, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์, ระดมทุนสนับสนุนกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งจุฬาฯ, อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, เกษมชัยฟู้ด จำกัด, โกญจนาท ศรมยุรา, โสภาพรรณ  จุ้ยเจริญ, ไข่ใจบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c137f9884354.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
