<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำท่วมขอนแก่นเริ่มคลี่คลาย ถนนมิตรภาพสัญจรได้ตามปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 ก.ย.2562 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในเขต อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พบว่าขณะนี้น้ำลดลงมากแล้ว แต่น้ำในลำห้วยจิก ยังคงมีปริมาณน้ำมากและไหลเชี่ยว หลายครอบครัวที่อยู่ในชุมชนสุมนามัยพัฒนา ชุมชนสะพานขาวและชุมชน ม.1 พัฒนา และชุมชนมิตรภาพ 4 เก็บข้าวของในบ้าน เพื่อเข้าอยู่อาศัย บางครอบครัวยังไม่สามารถเข้าบ้านตัวเองได้ แม้ว่าน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังไม่สู่ภาวะปกติ เพราะยังมีน้ำท่วมขัง เพราะเป็นพื้นที่ต่ำและอยู่ติดกับลำห้วยจิก ที่น้ำไหลผ่าน จึงไม่สามารถเข้าบ้านตัวเองได้ บางครอบครัวไม่มีบ้านอยู่ เพราะถูกกระแสน้ำพัดบ้านหายไปทั้งหลัง จึงยังต้องอาศัยอยู่ริมถนนใกล้บ้านตัวเองและพักในจุดพักพิงชั่วคราวที่ทางราชการจัดให้ 6 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพรนภา ปัดเส อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 366/16 ม.20 ชุมชนสุมนามันพัฒนา กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมนั้นมาเร็วมาก ทั้งที่คนในครอบครัวเตรียมความพร้อมเก็บสิ่งของในบ้านแล้ว แต่ก็ไม่ทัน เพราะน้ำมาเร็วและเชี่ยว พัดเอาบ้านหายไปทั้งหลัง จึงทำได้เพียงการช่วยเหลือพ่อกับแม่ออกมาก่อนและลูกหลานออกมาจากบ้านเท่านั้น เมื่อวานที่ผ่านมาแทบเอาชีวิตไม่รอดไม่เสียดายสิ่งของ คิดเพียงว่าต้องช่วยเหลือพ่อแม่ให้รอดชีวิตออกจากน้ำก่อน โชคดีที่ช่วยพ่อแม่ออกมาได้ จากนั้นบ้านก็ถูกน้ำพัดหายไปทั้งหลัง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือในเรื่องการทำบ้านพักอาศัย หรือให้การช่วยเหลือตามความเหมาะสอ เพื่อที่พ่อกับแม่จะได้มีบ้านอยู่อาศัย แต่สิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือ อาหาร ยารักษาโรค ยาแก้ไข เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังพบว่าถนนมิตรภาพ จากสี่แยกเกียรติสินไปถึงสี่แยกไฟแดงบ้านเกิ้งระยะทางประมาณ 2 กม.นั้นกลับสู่ภาวะปกติแล้ว รถทุกชนิดสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ เช่นเดียวกับถนนแจ้งสนิท ตั้งแต่ทางรถไฟไปถึงสี่แยกไฟแดงถนนมิตรภาพ(เกียรติสิน)ระยะทางประมาณ 2 กม.ซึ่งเป็นจุดที่มีสะพานขาว ข้ามลำห้วยจิก ซึ่งวิกฤติที่สุดในเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านไผ่ครั้งนี้ ขณะนี้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผู้มีจิตศรัทธานำข้าวกล่องพร้อมน้ำ มาแจกให้ผู้ประสบภัย บางคนนำสัตว์เลี้ยง เช่นไก่ชน ออกมาอาบแดดข้างทาง ซึ่งถึงแม้จะเจอวิกฤติในครั้งนี้ แต่หลายคนกลับมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสหลังสถานการณ์คลี่คลายลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44734</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, น้ำท่วม, อ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b4b3648c9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวสร้างรถไฟทางคู่บ้านไผ่-นครพนม คาดลงเสาเข็มได้ ม.ค. 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม วงเงินลงทุน&amp;nbsp;6.68หมื่นล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี (ปีงบประมาณ&amp;nbsp;61 - 68)&amp;nbsp;โดยดำเนินการประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e- bidding)&amp;nbsp;ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560&amp;nbsp;หรือที่ประกาศใช้ล่าสุด และเพื่อความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณของ รฟท. และให้ รฟท. มีอำนาจในการปรับปรุงรายละเอียดด้านงบประมาณ ค่าก่อสร้าง ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเวนคืนที่ดิน และรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญภายใต้กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติ

สำหรับแหล่งเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการนั้น ให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณประจำปีให้กับ รฟท. เป็นค่าที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเวนคืน ค่าเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และค่าจ้างที่ปรึกษาประกวดราคา วงเงินรวม&amp;nbsp;1.02&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ตามความเหมาะสมและจำเป็นสำหรับค่าก่อสร้าง วงเงิน 5.54 หมื่นล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง วงเงิน 1.13 พันล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558 - 2565&amp;nbsp;ในแผนงานการพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง (การพัฒนาเส้นทางสายใหม่) ระยะที่&amp;nbsp;3และอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน พ.ศ.2560 (Action Plan)&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งตามแนวตะวันออก - ตะวันตก (East-West Corridor)&amp;nbsp;การพัฒนาโครงข่ายรถไฟตามแนวระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันออก - ตะวันตกตอนบน (Upper East &amp;ndash; West Economic Corridor)&amp;nbsp;ช่วงแม่สอด&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;มุกดาหาร

นายณัฐพร กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทาง ความกว้างของรางขนาด&amp;nbsp;1เมตร ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;355&amp;nbsp;กิโลเมตร มีสถานีใหม่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมทาง ลานบรรทุกตู้สินค้า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง และย่านกองเก็บตู้สินค้า&amp;nbsp;3แห่ง ผ่านพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือน ม.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และจะเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค.&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;โดยจะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟ ช่วงชุมทางจิระ - ขอนแก่น ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ และศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และโครงการรถไฟ ช่วงแม่สอด - ตาก - กำแพงเพชร - นครสวรรค์ บ้านไผ่ ที่อยู่ระหว่างการศึกษา/ออกแบบโครงการ

นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดการเชื่อมโยงจากท่าเรือย่างกุ้ง และท่าเรือละแหม่งในประเทศเมียนมา ไปยังท่าเรือดานัง และท่าเรือไฮฟอง ในประเทศเวียดนาม และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีนได้ด้วย โดยกระทรวงคมนาคมคาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร&amp;nbsp;3.83&amp;nbsp;ล้านคน ในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ซึ่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;2.37%&amp;nbsp;ต่อปี และมีปริมาณการขนส่งสินค้า&amp;nbsp;7.48&amp;nbsp;แสนตัน ในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ซึ่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;1.19%&amp;nbsp;ต่อปี โครงการนี้จะมีผลตอบแทนทางการเงินที่&amp;nbsp;0.42%&amp;nbsp;และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ที่&amp;nbsp;13.49%
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37095</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครพนม, รถไฟทางคู่, อ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8775e1a5531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุลูกเห็บถล่มขอนแก่นบ้านพังเสียหายนับร้อยหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62-นายรุจน์ รังสี นายอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังเกิดเหตุพายุฤดูร้อน และพายุลูกเห็บตกในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ ตลอดทั้งช่วงกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวมกว่า 100 หลังคาเรือน ขณะเดียวกันยังคงมี ป้ายของทางราชการถูกแรงลมพัดได้รับความเสียหายหลายป้ายเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลาวัณย์ คำโส อายุ 43 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 139 บ้านแก่นคำ ม. 10 ต.หินตั้ง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;กล่าวว่า แรงลมจากพายุฤดูร้อนได้ทำให้เกิด ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เข้ามาแก้ไขจนสามารถใช้งานได้ตามปกติเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ขณะเดียวกันแรงลมได้พัดหลังคาบ้านปลิวหายไปทำให้ ทรัพย์สิน และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนั้นทุกคนอยู่ภายในบ้าน เตรียมจะเข้านอน อยุ่ๆเริ่มมีลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาจากทางหลังบ้าน ก่อนที่จะเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆจนมีเสียงดังปังเกิดขึ้นที่หลังบ้าน และมีไฟฟ้าดับ มีลูกเห็บตก พอออกมาดูพบว่า หลังคาเหล็กที่อยู่หลังบ้านถูกแรงลมพัดปลิวไปหลายแผ่น และไปพาดกับสายไฟบนเสาไฟฟ้าริมถนนหน้าบ้านจนขาด ทรัพย์สินภายในบ้าน ทั้งตู้เย็น โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆถูกน้ำฝนสาดใส่ไปทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรุจน์ กล่าวว่า พายุฤดูร้อนและพายุลูกเห็บ ได้ทำให้บ้านเรือของประชาชน เสียหายไปแล้วกว่า 100 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะต้นอ้อยล้มเสียหายหลายไร่ ป้ายบอกทางของทางราชการได้รับความเสียหายหลายป้าย ต้นไม้หักโค่นกีดขวางการจราจรเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางอำเภอและผู้นำชุมชนจะได้ทำการเร่งสำรวจความเสียหายในทุกพื้นที่ และจะสรุปรายงานส่งไปยังทางจังหวัด เพื่อเข้าช่วยเหลือตามขั้นตอน และในช่วงบ่ายวันนี้ ได้ทำการประสานกิ่งกาชาดอำเภอบ้านไผ่ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32702</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, นายรุจน์ รังสี, พายุลูกเห็บ, อ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca19a0e92078.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
