<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินผักผลไม้-ขยับร่างกาย ช่วยระบบย่อยอาหารสู้โรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาหารไม่ย่อย&amp;rdquo; เป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่พบได้ในช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังระบาด อันเนื่องจากการกักตัวและนั่งทำงานที่บ้าน ทำให้ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย และช่วงที่ไวรัสร้ายระบาดนี้ก็ทำให้คนไม่ค่อยได้ออกกำลังหรือเอกเซอไซส์ได้น้อยลง เนื่องจากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย นั่นจึงเป็นสาเหตุของอาการอึดอัดในลำไส้ข้างต้น ซึ่งหากปล่อยไว้จะมาซึ่งปัญหามากมาย ทั้งกรดไหลย้อน และอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว อีกทั้งระบบขับถ่ายมีปัญหา และยังส่งผลต่อปัญหาสิวผิวพรรณได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อ.สง่า ดามาพงษ์&amp;rdquo; นักโภชนาการและผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. มาให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการเลือกกินอาหารที่ช่วยย่อย เพื่อให้การกักตัวอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อเพื่อชาติเป็นไปอย่างมีสุขภาพดี ว่า &amp;ldquo;การที่เราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายในช่วงที่โควิด-19 ระบาดเพราะต้องกักตัวอยู่บ้านนั้น จะทำให้ลำไส้ของเรามีการเคลื่อนไหวน้อยลง เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวน้อยก็ทำให้เหงื่อออกน้อย หิวน้อยลง นอกจากนี้ภาวะเครียดในช่วงกักตัวอยู่บ้านก็ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรานอนไม่หลับ และส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งเมื่อกินอาหารเข้าไปก็จะทำให้ย่อยลำบาก ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นสาเหตุโดยรวมในการที่ทำให้อาหารไม่ย่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าถามว่าอาหารอะไรที่กินแล้วช่วยให้ย่อยง่าย หรือทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีนั้น เช่น หากเป็นแป้ง หรืออาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายได้แก่ ข้าวกล้อง และข้าวขาวที่หุงนุ่มๆ ไม่แข็งกระด้าง ส่วนถ้าเป็นเนื้อสัตว์ก็ให้เน้นรับประทาน ปลา ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง นอกจากนี้ก็ให้รับประทานผักผลไม้ โดยเฉพาะผักที่มีใบ โดยปรุงหรือต้มให้ใบผักเปื่อยเพื่อให้เคี้ยวได้ง่าย ที่สำคัญต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน ก็จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำได้ดีเช่นกัน ส่วนผลไม้ที่ย่อยง่าย เน้นว่าให้กินผลไม้หลากหลายตามฤดูกาล เช่น ฝรั่ง ส้มโอ ชมพู่ ลูกแพร์ ลูกพีช สาลี่ และช่วงนี้ต้องเป็นเงาะ มังคุด ลองกอง เนื่องจากในผลไม้กลุ่มนี้จะมีไฟเบอร์หรือกากใยอาหารสูง จึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำได้ค่อนข้างดี ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ขอให้ทุกคนหันมากินผลไม้กัน ที่ลืมไม่ได้คืออาหารไทยที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลักๆ อาทิ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย ขมิ้น ก็ช่วยย่อยอาหารได้เช่นกัน อาทิ เมนูแกงไทยต่างๆ เช่น แกงขี้เหล็ก, แกงเลียง, แกงส้ม, แกงแค, แกงส้มใต้, ปลาต้มขมิ้น ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากอาหารแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เช่น การหมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย สลับกับการออกกำลังกายอยู่ในห้องเบาๆ ก็สามารถทำให้ระบบย่อยอาหารกลับมาทำงานดีขึ้นได้เช่นกัน เพราะการที่เราเคลื่อนไหวร่างกายก็จะทำให้ระบบลำไส้ได้เคลื่อนไหวและทำงานได้เป็นปกติ และการที่เราหมั่นลุกขยับก็ทำให้ร่างกายนำออกซิเจนเข้ามาเลี้ยงส่วนต่างได้เป็นอย่างดี ทำให้ปอดแข็งแรง และถือเป็นสิ่งที่ดีมากในช่วงนี้ คือเมื่อปอดแข็งแรงก็เท่ากับเป็นการป้องกันโควิด-19 ไปด้วยในตัวนั่นเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115845</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินผักผลไม้-ขยับร่างกาย ช่วยระบบย่อยอาหารสู้โรค, อ.สง่า ดามาพงษ์, อาหารไม่ย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613621f87219f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เกษียณคลาส” เตรียมพร้อมผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.-Young Happy เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; หาความรู้ตลอด 24 ชั่วโมง หลังพบผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพเกือบ 100% ประกอบด้วย 15 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนา 15 บทเรียน เพื่อวางแผนชีวิต 4 มิติ สุขภาพ-เศรษฐกิจ-สังคม-สภาพแวดล้อม เพื่อเตรียมพร้อมชีวิตสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ มีนักเรียนวัยเกษียณเข้าร่วมเรียนรู้ตลอดชีวิต ชวนคนชั้นกลางในเขตเมืองเป็นจิตอาสาสอนผู้สูงวัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ (E-learning) ชื่อว่า &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; ร่วมกับเครือข่าย Young Happy เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะตั้งเป้า สร้างเสริมสุขภาวะ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุยุคดิจิทัล เรียนรู้ระบบออนไลน์เว็บไซต์ learn.younghappy.com 24 ชั่วโมง เพิ่มศักยภาพโซเชียลมีเดีย รับมือ &amp;ldquo;สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์&amp;rdquo; ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในนามของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และทีมงาน young Happy ยินดีในงานเปิดตัว &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; หลักสูตรผู้สูงวัยยุคดิจิทัล และเป็นโอกาสดีงามที่ สสส.จะมอบของขวัญชิ้นนี้เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วยการมอบความรู้ให้ผู้สูงอายุรู้สึกสนุก มีคุณค่า พึ่งพาตนเองได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดย 1 ใน 10 ของประชากรไทยมีอายุเกินกว่า 60 ปีขึ้นไป ขณะที่ในปี 2562 พบว่ามีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11.8 ล้านคน คาดการณ์ว่าจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2565 และอีก 12 ปีข้างหน้าจะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2576&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะต้องอยู่ตามลำพังมากขึ้น โดยในปี พ.ศ.2560 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวตามลำพังในครัวเรือนร้อยละ 10.8 และอยู่ลำพังกับคู่สมรสร้อยละ 23.3 ทั้ง 2 กลุ่มจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีความเปราะบางต่อปัญหาต่างๆ หากไม่มีการวางแผนชีวิตในช่วงสูงวัย สสส.พบว่าผู้สูงอายุร้อยละ 95 มีปัญหาเรื่องสุขภาพ และมีแนวโน้มเกิดภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน และมีการวางแผนชีวิตในช่วงวัยก่อนสูงอายุไม่เพียงพอ จึงเกิดแนวคิดพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; เพื่อช่วยเติมความรู้และทักษะให้ผู้สูงอายุได้ตระหนักว่าการมีสุขภาพที่ดีคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.ยังได้สานพลังกับ Young Happy ปรับโฉมเนื้อหา &amp;ldquo;โรงเรียนผู้สูงอายุ&amp;rdquo; ในรูปแบบหลักสูตรออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ได้ตลอดเวลา แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเปราะบาง เสี่ยงต่อการรับเชื้อที่รุนแรงกว่าในช่วงวัยอื่น ช่องทางการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงกิจกรรมของผู้สูงอายุในช่วงที่มีความเสี่ยงของการระบาด รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาช่องทางเรียนรู้ให้ทันสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลักสูตรออนไลน์ &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; มีทั้งหมด 15 บทเรียน เนื้อหาครอบคลุม 4 มิติ สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิต การสร้างเสริมสุขภาพ การออกกำลังกาย โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ กิจกรรมทางสังคม การวางแผนทางการเงิน กม.ที่ควรรู้ การปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านพัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเปลี่ยนฉับพลันทางดิจิทัล หรือ Digital Disruption ท้าทายสำหรับ &amp;ldquo;ผู้สูงอายุ&amp;rdquo; อย่างยิ่ง เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตต้องอาศัยเทคโนโลยีมากขึ้น สสส.จึงใช้โอกาสนี้ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; ขึ้นมา เพื่อเพิ่มทักษะผู้สูงอายุให้รู้จักวิธีการใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน เพื่อลดภาระการพึ่งพาลูกหลาน ผ่านการเตรียมพร้อมในชีวิต 4 มิติ คือ 1.การดูแลสุขภาพ 2.การเก็บออมเงิน 3.การมีสังคม และ 4.การมีสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิต เพราะ สสส.เชื่อว่าการทำให้ผู้สูงอายุมีพลังกาย พลังใจ จะเป็นพลังยิ่งใหญ่สร้างสังคมสูงวัยสู่การมีสุขภาวะดีรอบด้านในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในระยะต่อไปหากสามารถเป็นแกนนำที่มีทักษะด้านไอทีแล้ว จะเป็นหมุดหมายที่ดีในการต่อยอด เชิญชวนผู้สูงอายุในครอบครัว เพื่อนผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงระบบเรียนรู้ออนไลน์นี้ได้ จะเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของทั้งตัวผู้สูงอายุเองและภาคี สสส.ที่ร่วมกันพัฒนาผลงานนี้ ทั้งนี้ จะพัฒนาระบบการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และ offline สำหรับการเรียนรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุที่มีเนื้อหา รูปแบบที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุทั้งกลุ่มที่อยู่ในเมือง หรืออยู่ในชุมชนท้องถิ่น ให้เข้าถึงระบบเนื้อหาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอเชิญชวนคนชั้นกลางในเขตเมืองมาเป็นจิตอาสาสอนผู้สูงวัย ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งยังแข็งแรงพึ่งพาตัวเองได้ เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ กลุ่มที่สองติดบ้าน กลุ่มที่สามติดเตียง ที่ผ่านมามีผู้สูงวัยกว่า 3,000 คน เข้าร่วมโครงการเกษียณคลาส และจะเพิ่มจำนวนต่อยอดขึ้นไปอีก คนกลุ่มนี้แต่เดิมนั่งรวมกลุ่มกันที่ Food Court แต่เมื่อมีสถานการณ์โควิดก็ได้เรียนออนไลน์ แสวงหาความรู้เพิ่มขึ้น&amp;rdquo; ดร.สุปรีดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ธนากร พรหมยศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธนากร พรหมยศ ผู้ร่วมก่อตั้ง Young Happy กล่าวว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ โดยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และอีก 12 ปี จะเพิ่มสูงขึ้นอีกร้อยละ 28 จึงเกิดแนวคิดพัฒนาหลักสูตร E-learning &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; มีเนื้อหา 15 บทเรียน ที่เสริมทักษะเรื่องดูแลสุขภาพกาย จิต ปัญญา และสังคม เช่น ทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยี การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย การกินและออกกำลังกายที่เหมาะสม มีเป้าหมายทำให้ผู้สูงอายุสนุก มีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้ เพราะกิจกรรมต่างๆ ถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ และสามารถเป็นพื้นที่การเรียนรู้ได้ตลอดเวลา รวมถึงมอบความรู้ใหม่ๆ ให้ผู้สูงอายุรู้เท่าทันโลกดิจิทัล Young Happy ขอเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสร้างเสริมสุขภาวะ จุดประกายสังคมและคนรุ่นใหม่ร่วมกับ สสส.ด้วยการปลุกพลังให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มากกว่ามองว่าเกษียณแล้วเป็นภาระของลูกหลาน ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ยังแฮปปี้ YoungHappy&amp;rdquo; หรือลงทะเบียนเรียนผ่านระบบออนไลน์ในเว็บไซต์ learn.younghappy.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า เป็นเวลา 2 ปีก่อนที่จะเกิดโควิด-19 สสส.ได้สร้างหลักสูตร platform เพื่อสอนผู้สูงวัยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สำหรับผู้สูงอายุที่มีเวลาว่างให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ smart Phone การใช้ระบบออนไลน์อย่างช้าๆ เพื่อเข้าใจง่าย เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ ผจก.กองทุน สสส.ได้เชิญวิทยากรที่เป็นข้าราชการเข้ามาช่วยกันจัดทำหลักสูตรความรู้ที่หลากหลายอาชีพ หลายคนเป็นจิตอาสามาสอน และมีใบ certificate รับรองความรู้ให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเอกสารประกอบการเรียนจะมีเรื่องการรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจและสังคม ให้ผู้สูงอายุทุกคนได้ศึกษาอย่างเข้าใจ อาทิ ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน์ : การเปลี่ยนแปลงของสมองเรียนรู้สิ่งใหม่ช้าลง ความจำระยะสั้นช้าลง ความจำระยะยาวจำได้ดีเกี่ยวกับเรื่องทางใจ ใช้เวลาเข้าสู่การหลับนานขึ้น การหลับลึกหายไป การเปลี่ยนแปลงของการได้ยินและการมองเห็น หูรับเสียงสูงได้น้อยลง สายตายาวขึ้น ลานสายตาแคบลง การเปลี่ยนแปลงของหัวใจ : หลอดเลือดแดงแข็งตัว กล้ามเนื้อหัวใจโต หัวใจเต้นผิดปกติมากขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงของไตที่มีผลมาจากอาหารรสเค็มและยาบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง กล้ามเนื้อกระดูก : ต่อมไขมันลดลง ผิวหนังแห้ง มีอาการคันตามผิว กล้ามเนื้อฝ่อและลีบลง กระดูกค่อยๆ เสื่อมสลาย ข้อเสื่อม เหงือกไม่ดี ฟันร่วง ฟันผุ เสียฟันกรามคู่แรก สิ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ สารเคมีในสมองเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมตัวเรา เรื่องราวกระทบกระเทือนจิตใจทำให้เศร้า เหงาซึม (Depression)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกสารประกอบการเรียน ดูแลสุขภาพกายใจหัวใจเป็นสุข มีผู้ให้ความรู้คือ : ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ เนื้อหาจะเป็นเรื่องการฝึกโยคะกับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย : กล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น และทำให้สัดส่วนเล็กลง ควบคู่ไปกับการดูแลด้านจิตใจ อย่างมีสุขภาพดี ด้านจิตใจ ให้สงบอยู่กับตัวเองได้นานขึ้น สามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น การดูแลตัวเองในรูปแบบต่างๆ ออกกำลังกาย วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น ทำให้ช่วงขาแข็งแรงขึ้น การกินมังสวิรัติ ช่วยลดภาระในการย่อยของระบบย่อยอาหาร ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ท้องไม่ผูก ผิวพรรณดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกสารประกอบการเรียน เลือกกินดี สุขภาพดี อายุยืนยาว : อ.สง่า ดามาพงษ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกสารประกอบการเรียน ดูแลสุขภาพใจให้แฮปปี้ในทุกวัน : ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกสารประกอบการเรียน จัดบ้านให้อยู่ดีมีสุข : รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอกสารประกอบการเรียน เรียนรู้วิธีเป็นจิตอาสา เมื่อเห็นคุณค่าของทุกชีวิต : ผศ.วีรบูรณ์ วิสารทสกุล จิตอาสาคือการก้าวพ้นตนเองออกไปช่วยผู้อื่น ได้ออกไปช่วยเหลือสังคม ชีวิตไม่เหงา ทุกวันมีความหมาย ไม่ใช่แค่อยากทำดีแล้วออกไปทำ แต่ต้องระมัดระวังงานที่ทำสร้างผลกระทบให้ใครบ้าง การทำงานจิตอาสาให้เหมาะสม ทำแล้วเก่ง ทำแล้วชอบ ทำแล้วถนัด ประโยชน์ของธนาคารเวลา ช่วยให้สังคมไทยมีระบบการช่วยเหลือผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ตัวคุณเป็นคนดี สังคมต้องตอบแทนบุญคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อนึ่ง ผู้เข้าร่วมอบรม 2 คนเล่าประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าอบรมครั้งนี้ว่า ได้เพื่อนใหม่ที่ทำงานต่างสาขา เธอเคยเป็นพนักงานขายเครื่องเสียงย่านบ้านหม้อ และเป็นแม่บ้านในครอบครัว ไม่มีความรู้เรื่องการใช้สมาร์ทโฟน การเล่นไลน์ อินเทอร์เน็ตก็ได้รับความรู้จากการเข้าเรียนหลักสูตรเกษียณคลาส และยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่เคยทำงานธนาคารไทยทนุมาก่อนแล้วเกษียณอายุอยู่บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;หลักสูตรเกษียณคลาสออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;15 เรื่อง 15 กิจกรรมสร้างสุข&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;ความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต วิทยากรหลักสูตรเกษียณคลาสออนไลน์ 15 เรื่อง 15 กิจกรรม อ.สง่า ดามาพงษ์ 49 ปีในแวดวงโภชนาการถ่ายทอดเคล็ดลับกินอาหารดีปลอดโรค NCDs อายุยืนยาว ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ นักวิ่งมาราธอนกรุงเทพฯ-ดอยตุง 900 กม. ปั้น Park Run Thailand ใช้เหงื่อล้างใจ วรฤทัย ภักดีวิจิตร ครูสอนร้องเพลง ยืนยันทุกคนร้องเพลงได้ เสียงเพลงทำให้อิ่มเอมใจ มีความสุข คลายเศร้าได้ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;อ.สง่า ดามาพงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ที่อยู่ในวงการโภชนาการมา 49 ปี ทำงานรับราชการอยู่ในแวดวงโภชนาการมาแล้ว 38 ปี เมื่อเกษียณอายุแล้วก็ยังทำงานด้านโภชนาการอีก 11 ปี เป็นวิทยากร 1 ใน 15 ของเกษียณคลาส เปิดประเด็น เลือกกินดี สุขภาพดี อายุยืนยาว การกินสารอาหารครบ 5 หมู่ คือ การกินที่มีคุณภาพ หมู่ที่ 1 โปรตีน : เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว หมู่ที่ 2 : คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง มัน เผือก น้ำตาล หมู่ที่ 3 เกลือแร่ แร่ธาตุ : พืชผัก หมู่ที่ 4 : วิตามิน แร่ธาตุ : ผลไม้ หมู่ที่ 5 ไขมัน ได้จากสัตว์และพืช เคล็ดลับป้องกันการเกิดโรค NCDs 1.ลดการกินแป้งและข้าว กินข้าวไม่เกิน 1-2 ทัพพี/วัน 2.ออกกำลังกาย 3.พักผ่อนให้เพียงพอ 4.งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เคล็ดลับ 1 กินตามสูตรสุขภาพ 6 : 6 : 1 ในแต่ละวันห้ามเกิน น้ำตาล 6 ช้อน (ชา) น้ำมัน 6 ช้อน (ชา) เกลือ 1 ช้อน (ชา) ใน 1 วัน เคล็ดลับ 2 ดื่มนมเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน เพราะในนมเป็นแหล่งของแคลเซียม ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ลดการสูญเสียมวลกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน เคล็ดลับ 3 แก้อาการเบื่ออาหารด้วยความเข้าใจ หลีกเลี่ยงความเครียด พยายามเปลี่ยนให้เมนูอาหารไม่ซ้ำมากเกินไป โรคหรือยาบางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้ไม่อยากอาหาร เคล็ดลับ 4 แก้อาการเบื่ออาหารด้วยความเข้าใจ ผัก 2 ส่วน ข้าวไม่ขัดสี 1 ส่วน เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 1 ส่วน 2 : 1 : 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สูตรลับสุขภาพแข็งแรง 3 อ. 2 ส. อ.1 เลือกกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ อ.2 ออกกำลังการหรือเคลื่อนไหวร่างกาย อ.3 ควบคุมอารมณ์ ส.1 งดสูบบุหรี่ ส.2 งดดื่มสุรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;หลักสูตรเกษียณคลาส 15 เรื่อง 15 กิจกรรม แต่ละหลักสูตรมีความสำคัญในการเรียน การกินอาหาร ออกกำลังกาย การควบคุมอารมณ์ เพื่อให้ผู้เรียนรู้ถึงแก่นนำองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน ในฐานะที่ผมเป็นนักโภชนาการเรื่องอาหารการกินของผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการกินไม่เป็นทำให้เกิดโรคได้ โรคหลายโรคเกิดจากการกิน กินก่อสุขกินอย่างไรเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่กินหวานจัด เค็มจัด เผ็ดจัด การเรียนไม่ได้อยู่แต่ในห้องเรียน อยู่ที่บ้านก็เรียนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ หรือฉายานาม &amp;ldquo;พี่นง&amp;rdquo; ดารานักแสดงที่ผันตัวมาเป็นนักวิ่งมาราธอน วิทยากรในหลักสูตรออนไลน์ &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; ได้มาเล่าประสบการณ์จากการวิ่งตั้งแต่เด็ก เมื่อภริยาป่วย (ด้วยโรคมะเร็ง) ก็ศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิ่ง จัดงานวิ่งเที่ยวไปในย่านชุมชน ภายใต้ชื่อโครงการ &amp;ldquo;We Run Sunday&amp;rdquo; ต่อยอดเป็น &amp;ldquo;Park Run THAILAND&amp;rdquo; เป็นโครงการใหญ่ ออกไปวิ่งทุกวันเสาร์ 7 โมงเช้าพร้อมกัน ทำงานกับ สสส.ขยายองค์ความรู้วิ่งอย่างไรไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ การวิ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายและจิต การสร้างจิตอาสาสู่สังคมเป็นการแบ่งปัน เอื้ออาทรด้วยจิตสาธารณะ &amp;ldquo;ผมเคยวิ่งจาก กทม.ถึงดอยตุง ระยะทาง 900 กม. เมื่อวันที่ 26 กพ.2549 เป็นเวลา 1 เดือนเต็มถึงเส้นชัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหมู่บ้านมีการสร้างชุมชน มีการทำละครกว่า 10 เรื่อง หยิบประเด็นเรื่องในชุมชน สมาชิกออกกำลังกายทุกวันเสาร์ 7 โมงเช้า มีสมาชิก 30 คน กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันแบ่งปันกันในหมู่บ้าน มีคุณยายแมรี วัย 89 ปี มาทำโครงการเป็นอาสาสมัคร ใช้วอล์กเกอร์เดินทุกเช้า มีสุนัขมาเดินด้วย 1 กม. ใช้เวลา 35 นาที บางคนเดินได้ 5 กม. การเดินทำให้รู้จักทุกบ้าน ใช้ QR code สร้างสถิติของตัวเอง เมื่อคนในหมู่บ้านเห็นคุณยายทำก็เกิดแรงบันดาลใจว่าคุณยายยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี คุณยายกลายเป็นคนดัง ทำให้คนทุกกลุ่มได้มารู้จักกัน สังคมผ่อนคลายด้วยการวิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราควรเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา การบริหารร่างกายภายในบ้าน เพราะแต่ละคนต้นทุนไม่เท่ากัน บางคนออกกำลังกายไม่นาน แต่ก็ทำได้ดี เราต้องเห็นคุณค่า ตัวเราคือเมล็ดพันธุ์ที่ดี ผมเชื่อในศักยภาพของพวกเราทุกคน เหงื่อออกล้างใจได้ แม้แต่การล้างรถ ล้างห้องน้ำในช่วงเวลาที่เรากำลังโกรธก็เป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราหายโกรธได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วรฤทัย ภักดีวิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วรฤทัย ภักดีวิจิตร วิทยากรพิเศษทางการใช้เสียงร้องเพลงและครูสอนร้องเพลงรุ่นใหญ่ และวิทยากรในหลักสูตรออนไลน์ &amp;ldquo;เกษียณคลาส&amp;rdquo; เล่าว่า มีนักเรียนชายวัย 80 ปี มาเรียนร้องเพลงด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นนักตีกอล์ฟ แต่ไม่เคยร้องเพลง แอบหนีภริยามาเรียนร้องเพลง เรียนยังไม่ถึงคอร์สก็เรียนรู้การร้องเพลงได้ง่ายๆ วันหนึ่งก็ขึ้นไปร้องเพลง บรรดาเพื่อนๆ ตีกอล์ฟแปลกใจว่า ร้องเพลงได้ดีใจกันยกใหญ่ ครูดีใจมากกว่าที่สามารถสอนลูกศิษย์ที่ไม่เคยร้องเพลงให้ร้องเพลงได้ เรื่องการเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัดแต่อย่างใด ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ก็เรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วรฤทัยก็ฝากเสียงเพลง &amp;ldquo;วิมานดิน&amp;rdquo; พร้อมกับให้ข้อมูลว่าทุกคนมีเสียงที่ไพเราะ ทุกครั้งที่เรารับโทรศัพท์บุคคลที่เราไม่รู้ว่าเป็นใคร เราจะใช้เสียงเพราะนั้นมาใช้ร้องเพลง แต่อย่าใช้การดัดเสียงเพื่อร้องเพลง ใช้เสียงธรรมชาติ เสียงดนตรีช่วยบำบัดความเศร้า เราฟังเพลงคลาสสิกใน you tube ขัดเกลาความรู้สึกเหงาได้ ด้วยทักษะการร้องเพลงขั้นพื้นฐาน ฝึกฟังหลายๆ ครั้ง และซ้อมร้องเพลงด้วยคีย์เสียงของเราเอง ถ้าไม่ถนัดทำนองลูกทุ่งก็ร้องเพลงอย่างที่เราเป็นตามธรรมชาติ เพลงที่ชอบร้องแล้วใช่ แต่บางครั้งคีย์ไม่ใช่ การดูหนังฟังเพลงเป็นเรื่องสร้างสรรค์ ทำให้เราอิ่มเอมใจ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100414</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 อ. 2 ส. อ.1, digital disruption, learn.younghappy.com, We Run Sunday, Young Happy, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, การเปลี่ยนฉับพลันทางดิจิทัล, กิจกรรมสร้างสุข, ครูสอนร้องเพลงรุ่นใหญ่, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์, ธนากร พรหมยศ, ผู้สูงอายุยุคดิจิทัล, พี่นง, ภรณี ภู่ประเสริฐ, ยังแฮปปี้ YoungHappy, วรฤทัย ภักดีวิจิตร, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ, สูตรลับสุขภาพแข็งแรง, หลักสูตรออนไลน์, อ.สง่า ดามาพงษ์, เกษียณคลาส, เลือกกินดี สุขภาพดี อายุยืนยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60823849b5dd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ผนึกเครือข่ายรณรงค์“นมดีทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน” เป็นห่วงเด็กไทยไม่ดื่มนม กะปิ ผักใบเขียวตัวเตี้ยแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เครือข่าย &amp;ldquo;นมดีทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน&amp;rdquo; ผนึกกำลัง สสส.รณรงค์คนไทยดื่มนมเนื่องในวันดื่มนมโลก 2562 สอดคล้องกับกิจการโคนมเป็นอาชีพพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งช่วยลดการนำเข้านมจากต่างประเทศ สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจพฤติกรรมการดี่มนมของคนไทยแล้วต้องอ้าปากค้าง คนไทยดื่มนมน้อยที่สุดเกือบรั้งท้ายของโลก 18 ลิตร/คน/ปี เพราะเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องการดื่มนม ในขณะที่กลุ่มยุโรปและอเมริกาดื่มนมแทนน้ำ คนทั่วโลกดื่มนมเฉลี่ย 113 ลิตร/คน/ปี นักโภชนาการแนะนำหากท้องเสีย ให้ดื่มโยเกิร์ต นมพร่องไขมัน เนย นมถั่วเหลือง เพราะนมแหล่งอุดมด้วยสารอาหารครบ5หมู่ ดื่มได้ทุกวัยและทุกวันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อ.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยและผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ทำหน้าที่พิธีกรในงานเปิดตัวเครือข่าย &amp;ldquo;นมดีทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน&amp;rdquo; ณ ห้องกรีน อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เนื่องในวันดื่มนมโลก 2562 เพื่อผนึกกำลังรณรงค์คนไทยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงเต็มร้อยโดยดื่มนมเป็นประจำทุกวันอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ทั้งนี้ อ.สง่าเปิดประเด็นคำถามว่า คุณรู้ไหมทุกวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปีเป็นวันนมโลก เป็นภารกิจของทุกคนที่จะรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมให้มากยิ่งขึ้น เพราะสถิติคนไทยดื่มนมน้อยที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชีย ข้อมูลจากสวนดุสิตโพลทำให้เห็นการดื่มนมของคนไทยน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในขณะที่ประเทศในกลุ่มเอเชียดื่มนม 66 ลิตร/คน/ปี จีน 38 ลิตร/คน/ปี ญี่ปุ่น 90 ลิตร/คน/ปี สิงคโปร์ 62 ลิตร/คน/ปี กลุ่มยุโรป 237 ลิตร/คน/ปี (ดื่มนมแทนน้ำ) อเมริกาเหนือ 237 ลิตร/คน/ปี ทวีปแอฟริกายังไม่มีตัวเลข สถิติคนทั่วโลกดื่มนมเฉลี่ย 113 ลิตร/คน/ปี แต่คนไทยดื่มนมในปริมาณที่น้อยมากเพียง 18 ลิตร/คน/ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งเป้าหมาย 25 ลิตร/คน/ปี โดยองค์การอาหารและเกษตรโลก (FAO) ตั้งเป้าหมายในภูมิภาค 35 ลิตร/คน/ปี ด้วยการรณรงค์ให้มีการดื่มนมอย่างต่อเนื่อง เครือข่ายนมดี ดื่มได้ทุกวัน ช่วยกันรณรงค์ให้คนทุกวัยดื่มนมทุกวัน นักวิชาการโคนมร่วมกันคิดและทำกิจกรรมเพื่อให้ได้ผู้บริโภคนมตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กิจการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทานตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ให้มีความยั่งยืนต่อไป ประเทศไทยส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคนมเป็นเวลา 50 ปี ใน 25 จังหวัด จำนวน 1.6 หมื่นครอบครัว ผลิตได้ 3,300 ตัน&amp;nbsp; ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ลดดุลการค้าได้เป็นอย่างดี รัฐบาลสนับสนุนให้จัดตั้งคณะกรรมการโคนม สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนมากกว่า 27 ปี มีการจัดอบรมให้ความรู้ผู้เลี้ยงโคนมทางด้านวิชาการมาโดยตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะนี้ สสส.เข้ามารณรงค์ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน นำความรู้มาเผยแพร่ รณรงค์ช่วยกันดื่มนมได้ทุกวัยและดื่มได้ทุกวัน &amp;ldquo;เครือข่ายนมดีทุกวัย&amp;nbsp; ดื่มได้ทุกวัน จะเป็นความหวังใหม่ให้กับคนไทยได้ตระหนักเห็นคุณค่าของการดื่มนมเพื่อสุขภาพ มีการกำหนดแผนการขับเคลื่อนงานรณรงค์การดื่มนมในกลุ่มวัยต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างต่อเนื่องต่อไป&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;คนทั่วไปเข้าใจผิดว่านมเหมาะสมเฉพาะเด็กด้วยคำพูดที่ว่า ฟันยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แต่คนทุกวัยดื่มนมได้ อย่างผมเกษียณอายุมาแล้ว 9 ปี อายุจะ 70 ปี ดื่มนมเพื่อลดความบางของมวลกระดูกลง&amp;nbsp; เด็กไทยอยากสูงต้องดื่มนมเพราะมีสารอาหารครบถ้วนทุกอย่างอยู่ในนม ในวัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารในนมมากที่สุด นมไม่ได้ทำให้เด็กอ้วน แต่น้ำตาลในนมต่างหากที่ทำให้อ้วนและฟันผุ ดังนั้นเลือกดื่มนมจืด คำถามที่ว่าคนเป็นโรคหัวใจดื่มนมได้ไหม คำถามอีกว่าโปรตีนในน้ำนมทำให้เกิดมะเร็งจริงหรือ ดังนั้นต้องมีการสื่อสารให้รับรู้ข้อเท็จจริง การให้ความรู้เป็นเรื่องๆ กินนมแล้วไม่เป็นมะเร็ง และไม่ส่งผลต่อการเป็นโรคเบาหวาน เราต้องช่วยกันกระตุกต่อมคนไทยให้รับรู้ข้อมูลที่ผ่านการสังเคราะห์มาแล้วอย่างถูกต้องอย่างมืออาชีพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันดื่มนมโลกจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์กระตุ้นให้ประชากรโลกได้เห็นคุณค่าของการบริโภคนมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง การบริโภคนมเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรโคนม รวมถึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมนม เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน คนไทยก็จะได้ดื่มนมคุณภาพดี รวมทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมนมไทยให้พัฒนายิ่งขึ้นไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมากที่คนไทยดื่มนมเพียง 18 ลิตร/คน/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับการดื่มน้ำอัดลมที่เราดื่มกันเยอะมาก เราจึงตั้งเป้าหมายให้คนไทยดื่มนม 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2563 แต่กว่าจะได้สถิติ 18 ลิตร/คน/ปี ก็ใช้เวลาพอสมควร มีการแจกนมถุงให้กับรถ บขส.คนละ 1 ถุง ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นคนขับรถท้องเสีย เพราะคนไทยไม่ค่อยคุ้นเคยกับการดื่มนมพาสเจอไรซ์ ทำอย่างไรถึงจะดื่มนมแล้วไม่ท้องเสีย คำถามบางคำถามที่ว่าดื่มนมแล้วอ้วน นมไม่ได้ทำให้อ้วน แต่น้ำตาลที่ทำให้นมหวานทำให้อ้วน สิ่งเหล่านี้ต้องให้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อาจารย์วิเชียร ผลวัฒนสุข ประธานเครือข่ายนมดีทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน กล่าวว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการดื่นมนมของคนไทยประจำปี 2562 โดยสวนดุสิตโพลพบว่า ปัจจุบันเยาวชนไทยอายุ 13-20 ปี มีการบริโภคนมลดลงกว่าครึ่งจากสัดส่วน 89% เหลือเพียง 44% เมื่อเทียบกับเด็กวัยอนุบาลและประถมศึกษา ส่วนในกลุ่มผู้สูงวัย 60 ปีขึ้นไปนั้น พบว่ามีสัดส่วนที่ไม่ดื่มนมโคเลยถึง 1 ใน 4 จากผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจ กลุ่มผู้ที่ไม่บริโภคนมโคนั้นหันไปดื่มนมถั่วเหลือง 43% เครื่องดื่มกาแฟ 22% และนมเปรี้ยว 14%&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สาเหตุหลักเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการดื่มนม และความไม่มั่นใจในคุณภาพของน้ำนมโค ส่งผลให้อัตราการดื่มนมของคนไทยยังมีปริมาณน้อยมากเฉลี่ยเพียงคนละ 18 ลิตร/คน/ปี หรือเพียงสัปดาห์ละ 2 แก้วเท่านั้น&amp;nbsp; ดังนั้นจึงมีแนวคิดจัดตั้งเครือข่าย &amp;ldquo;นมดีทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน&amp;rdquo; ในวันดื่มนมโลกในปีนี้นั้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยทุกวัยดื่มนมโคอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้วเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อ.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจสวนดุสิตโพลโครงการสำรวจพฤติกรรมการดื่มนมของคนไทยในปี 2562 สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย มีแนวคิดในการสำรวจพฤติกรรมการดื่นนมและความคิดเห็นจากแบบสำรวจทั้งหมด 2,000 ตัวอย่าง เลือกข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด 1,753 ตัวอย่าง ทั้งนี้จะไม่สำรวจเด็กที่ดื่มนม รร.เท่านั้น แต่จะสำรวจเด็กที่ดื่มนมที่บ้านด้วย พบว่าพฤติกรรมการดื่มนมของคนไทย 44.10% ดื่มนมเป็นประจำ 42.04% ดื่มนมบ้าง&amp;nbsp; 13.86% ไม่ดื่มนมเลย สาเหตุคือ 30.13% ได้รับสารอาหารจากแหล่งอื่น นมถั่วเหลือง กาแฟ นมเปรี้ยว ข้าว อาหาร เครื่องดื่มชูกำลัง 24.50% ไม่ชอบดี่มนม 21.19% ดื่มแล้วไม่สบายท้อง&amp;nbsp; 12.58% คิดว่าไม่มีความจำเป็น&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วัย 3-12 ปี ดื่มนม 88.89% วัย 13-20 ปี 44.17% วัย 21-35 ปี ดื่ม 41.39% วัย 36-50 ปี 38.56% วัย 51-60 ปี 35.29% มากกว่า 60 ปี&amp;nbsp; 29.96% พฤติกรรมการดื่มนมแต่ละวัน 1 ครั้งต่อวัน 70.33% 2 ครั้งต่อวัน 23.51% 3 ครั้งต่อวัน 3.77% มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน&amp;nbsp; 2.38% ช่วงเวลาในการดื่ม ช่วงเช้ามากที่สุด 32.74% ก่อนนอน 19.73% ไม่แน่นอน 19.12% เย็น 14.58% กลางวัน 11.01% ระหว่างมื้ออาหาร 2.80% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เหตุผลที่ทำให้ดื่มนม 27.99% เพื่อสุขภาพ 14.16% ต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน 11.21% ดื่มแล้วรู้สึกอิ่มท้อง 8.85% รับประทานแทนมื้ออาหาร ปัจจัยที่ทำให้ดื่มนมได้มากขึ้น 30.61% มีนมไว้ติดบ้าน 24.57% มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย 23.71% สารอาหารในนมที่มีมากขึ้น 16.57% มีสินค้าใหม่ๆ ให้ลอง แหล่งที่มาของข้อสงสัย สิ่งที่กังวลเกี่ยวกับการดื่มนม 32.56% จากความสงสัยด้วยตนเอง 13.95% facebook 12.21% โฆษณาทางโทรทัศน์ 10.47% เพื่อน/คนรู้จัก 9.30% อินเทอร์เน็ต ข้อเสนอแนะเพื่อการประชาสัมพันธ์ 24.94% ไม่โฆษณาเกินจริง ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ 15.80% เพิ่มการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดให้มีความน่าสนใจ 8.79% ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง 8.79% ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงมาตรฐานการผลิต&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จิรประภา (พริม) บุญปาน นักกำหนดอาหารวิชาชีพ กล่าวว่า นมมีสารอาหารที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยและดื่มได้ทุกวัน นมเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่อยู่ในตัวเอง โดยเฉพาะโปรตีนช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และนมยังอุดมด้วยแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกของทุกช่วงวัยของชีวิต ตั้งแต่วัยเด็ก ช่วยให้เด็กสูงสมวัย&amp;nbsp; วัยทำงานและวัยผู้สูงอายุช่วยให้กระดูกแข็งแรงและชะลอการเปราะบางของกระดูกได้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;WHO ระบุว่า เด็กสามารถดื่มนมได้ตั้งแต่ทารกจนถึงวัยชรา ทุกช่วงของวัย เพราะนมอุดมด้วยอาหารครบทั้ง 5 หมู่ นมดื่มได้ทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน แม้บางคนจะเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง หัวใจ หลอดเลือด อ้วน เบาหวานก็ดื่มนมได้ ในนมยังมีแหล่งวิตามินบี บี 2 บี 12 สัมพันธ์กับระดับฟอสฟอรัส แคลเซียมสร้างกระดูก แต่ละช่วงวัยมีความต้องการปริมาณแคลเซียมที่แตกต่างกัน แคลเซียมในผักใบเขียว 4 ทัพพี ในขณะที่ดื่มนม 1 แก้วจะได้รับแคลเซียมเท่ากัน ดังนั้นเราควรดื่มนมวันละ 2 แก้ว สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งโลก WCRF สำรวจอาหารโภชนาการมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็ง นมช่วยลดอัตราเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ ถ้าไม่ชอบการดื่มนมก็มีทางเลือกในการดื่มโยเกิร์ต จะไม่มีอาการท้องอืดแต่อย่างใดเพราะมีจุลินทรีย์ ชีส น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง นม Low Fat &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ถ้าเราจะกินกะปิให้ได้แคลเซียมเท่ากับนมเรา ก็ต้องกินกะปิถึง 4 ช้อน ผักใบเขียว 4 ทัพพี ขอให้ทราบด้วยว่าแคลเซียมในนมเข้าถึงกระดูกได้รวดเร็วที่สุด แคลเซียมจะทำงานควบคู่ไปกับฟอสฟอรัส ทั้งหมดนี้ก็ล้วนอยู่ในนม เด็กอายุ 4-9 ขวบควรได้รับแคลเซียม 800 มิลลิกรัม เด็ก 9 ขวบ-ผู้ใหญ่ 71 ปี ต้องการปริมาณแคลเซียม&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&amp;nbsp; 1,000 มิลลิกรัม บางคนดื่มนมมากเกินกว่าปกติก็ต้องดูสภาวะของบุคคลนั้น นมเป็นแหล่งสร้างพลังงาน ถ้าเลือกดื่มนมที่ไร้ไขมัน หรือเน้นแคลเซียม ก็ไม่ทำให้อ้วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เด็กไทยดื่มนมน้อย เพราะพื้นฐานปัจจัยของครอบครัวในบ้านของคนไทยมักจะซื้อน้ำอัดลมเข้าบ้านมากกว่าจะซื้อนมเข้าบ้าน&amp;nbsp; เด็กก็ติดน้ำอัดลม บางคนบอกว่าเด็กแพ้นมวัวจะมีอาการหืดหอบขณะหายใจ แต่เมื่อเด็กโตขึ้นอาการเหล่านี้ก็จะหายไปได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นสพ.นิพนธ์ ตันติพิริยะพงศ์ นายกสมาคมนิสิตเก่าสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KUVA) กล่าวว่า ขณะนี้เราได้ น้องหนู-บุญยา โป้บุญส่ง นายกสมาคมนิสิตเก่าอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ามาช่วยงาน มี 8 องค์กรร่วมลงนาม MOU เพื่อช่วยกันทำงานแบบปิดทองหลังพระ เพื่อให้คนไทยบริโภคนมเพิ่มขึ้น ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลแสดงให้เห็นว่า 23% ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจมีความไม่มั่นใจในคุณภาพของน้ำนมโค ปัจจุบันการผลิตน้ำนมโคนั้นมีคุณภาพ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้มีมาตรฐานฟาร์ม ทางสัตวแพทย์สมาคมจะทำงานร่วมกับศูนย์นมและสหกรณ์โคนม เพื่อช่วยให้แม่โคมีสุขภาพดี มีการจัดการที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อที่จะได้น้ำนมโคที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อการบริโภค&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บุญยา โป้บุญส่ง นายกสมคมนิสิตเก่าอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีส่วนร่วมในกิจกรรม เราผลิตวัวนมเพิ่มขึ้นมา ต่อไปเมืองไทยจะเป็นศูนย์กลางในการผลิตวัวนมในกลุ่มประเทศ AEC เราตื่นตัวที่จะเห็นเมืองไทยเป็นแหล่งผลิตนมวัว และให้คนไทยได้ดื่มนมวัวเพื่อสุขภาพที่ดีมากขึ้นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า &amp;ldquo;สสส.ในฐานะหน่วยงานที่ผลักดันรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับคนไทยในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ&amp;nbsp; การจัดตั้งเครือข่ายรณรงค์การบริโภคนมนับเป็นครั้งแรก มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนให้คนไทยได้ดื่มนมตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงอายุ นมมีคุณภาพดี เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง การส่งเสริมการบริโภคนั้นนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพ ยังสามารถดื่มทดแทนการดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกิน อาทิ เครื่องดี่มชา น้ำอัดลม ที่ผ่านมาจึงได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ กิจกรรมดื่มนมชมบอลที่มีกลุ่มนักศึกษาในสถาบันการศึกษาเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก หรือจัดกิจกรรมปาร์ตี้โนแอลในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมกระทรวงสาธารณสุขที่รณรงค์ช่วยเหลือเด็กที่ขาดสารอาหารมาแล้วถึง 30 ปี คนไทยยังโชคดีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงส่งเสริมการเกษตรช่วยกันสร้างแหล่งโปรตีนชั้นดี ปลา นม เด็กดื่มนมจากเดิมที่มีน้ำหนักตัวน้อยๆ ให้เพิ่มขึ้น ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นเราก็ล้มลุกคลุกคลานกันพอควร 6 เดือนแรกเด็กดื่มนมแม่และนมเสริม ในช่วงเด็กกำลังเจริญเติบโตมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามาเสริม&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นมเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน กรมอนามัยมีบทบาทส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี&amp;nbsp; การรณรงค์ให้คนไทยเพิ่มการดื่มนมให้ได้ตามคำแนะนำนั้นเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญของกรมอนามัยที่จะส่งเสริมให้เด็กไทยสูงสมวัย ซึ่งได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องตลอด ด้วยการกำหนดลงไปในโภชนบัญญัติข้อที่ 5 โดยส่งเสริมให้คนไทยดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย กรมอนามัยยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายฯ ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อนึ่ง วิสุทธิ์ ผู้จัดรายการวิทยุFM 89.5 แสดงความคิดเห็นว่า แคลเซียมในนมเข้าถึงมวลกระดูกได้ดีที่สุด เพราะแคลเซียมทำงานควบคู่กับฟอสฟอรัส เด็กไทยจะสูงได้อย่างไรถ้าเด็กไทยไม่ชอบกินนม ซึ่งมีแคลเซียมทำให้กระดูกแข็งแรง โตขึ้นตัวเตี้ยอย่างแน่นอน ดังนั้นในยกแรกเราจะต้องช่วยกันตีฆ้องร้องป่าวให้เด็กไทยดื่มนมกันดีกว่า สสส.รณรงค์มาโดยตลอดว่าให้เหล้าเท่ากับแช่ง ธุรกิจบางอย่าง Milk Land เป็นสถานที่ดื่มนมขององค์การส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ ขณะนี้ผู้ปกครองรอลูกใน Milk Land เป็นวิธีการรณรงค์ที่แยบยลให้ทุกคนในครอบครัวดื่มนม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42400</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นมดีทุกวัย ดื่มได้ทุกวัน, วันดื่มนมโลก 2562, อ.สง่า ดามาพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d414c8a6707c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคลด4โรคเรื้อรังคนวัยเกษียณ ควบคุมอาหารและหมั่นออกกำลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;quot;ซอสปรุงรส&amp;quot;&amp;nbsp;อาหารที่มีโซเดียมสูงที่ผู้สูงวัยควรบริโภคให้น้อยที่สุดเพื่อป้องกันโรคไตกำเริบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การบริโภคอาหาร&amp;rdquo; ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับการดูแลสุขภาพด้านต่างๆ เพื่อป้องกันโรคหรือลดอาการป่วยในผู้สูงอายุแต่ละคน โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยๆในวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน, โรคไต, โรคหวัด และโรคปอด ที่อาจกำเริบในช่วงที่ฝุ่นควันพิษเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบกับคนเมืองกรุงทุกเพศทุกวัย จึงเกิดเป็นคำถามว่า แล้วผู้ป่วยทั้ง 4 โรคที่กล่าวมานั้นควรจะบริโภคและหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มไหนจึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ อ.สง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการและที่ปรึกษากรมอนามัย มีข้อมูลมาแนะนำกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.สง่า ดามาพงษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.สง่า นักโภชนาการและที่ปรึกษากรมอนามัย ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;เริ่มกันที่ผู้สูงอายุที่ป่วย &amp;ldquo;โรคไต&amp;rdquo; อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและกินแต่น้อย ได้แก่ อาหารที่มีโซเดียม หรือความเค็มสูง ซึ่งรวมไปถึงโซเดียมที่อยู่ในเครื่องปรุงรสอย่าง น้ำปลา และซอสปรุงรส รวมถึงผงชูรส และผงฟูที่อยู่ขนมปัง ซึ่งอาหารกลุ่มโซเดียมสูงดังกล่าวจะกระตุ้นให้ไตทำงานหนัก รวมถึงยังทำให้ผู้ป่วยต้องเพิ่มการกินยารักษาโรคไต และที่อันตรายที่สุดอาหารรสเค็มจัด อาจทำให้เกิดอาการไตวายได้เช่นกัน อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ใหญ่ และอาหารที่ผ่านการหมักดองเค็มจากเกลือ ส่วนอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตนั้น คือ &amp;ldquo;ผักใบเขียว&amp;rdquo; และควร &amp;ldquo;บริโภคอาหารรสจืด&amp;rdquo; อีกทั้งต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองลงมาคือ &amp;ldquo;โรคเบาหวาน&amp;rdquo; อันที่จริงแล้วผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังนี้ การกินอาหารสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่คงไม่สามารถบำบัดโรคให้หายขาดได้ ดังนั้นจึงต้องควบคุมโดยการไม่รับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง และมีรสหวานจัด หรือควรบริโภคอาหารประเภทแป้งให้น้อย เพราะแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่เมื่อกินเข้าไปก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ที่สามารถกระตุ้นโรคเบาหวาน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้เช่นกัน นอกจากนี้ ก็ให้เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีรสหวาน และผลไม้รสหวานจัด เช่น ทุเรียน เนื่องจากยังไม่มีข้อห้ามว่าผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถกินทุเรียนได้ ดังนั้นหากจะรับประทาน แนะนำว่าใน 1 วัน ควรบริโภคเพียง 1 เม็ด เพื่อให้รู้รสชาติเท่านั้น อีกทั้งเมื่อบริโภคทุเรียนแล้ว ก็ให้เลี่ยงการกินอาหารรสหวานอื่นๆ ที่สำคัญต้องหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากเบาหวานสามารถบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้จากการออกกำลัง และควบคุมอาหารรสหวานจัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้สูงวัยที่ป่วย &amp;ldquo;โรคปอด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จึงต้องเรียนว่ายังไม่มีกลุ่มอาหารชนิดใดเป็นพิเศษที่ป้องกันโรคได้ แต่ให้เน้นการบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และให้กินอาหารกลุ่มโปรตีนจากเนื้อปลาเป็นหลัก ควบคู่กับการกินข้าวกล้อง ที่ลืมไม่ได้ให้กินผักและผลไม้ควบคู่กันไปด้วย อีกทั้งต้องหมั่นออกกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การว่ายน้ำเบาๆ การเดินจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ ฯลฯ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้ปอดแข็งแรงอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;แกงส้มดอกแค&amp;rdquo; ช่วยป้องกันโรคหวัดในผู้สูงอายุได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันด้วย &amp;ldquo;โรคหวัด&amp;rdquo; ที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากฝุ่นควันพิษเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่ป่วยแล้วก็แนะนำว่าให้ดูแลสุขภาพด้วยการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนา หรือกินอาหารที่สะอาด และต้องบริโภคให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารหวาน มัน เค็มจัด และต้องหมั่นดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ที่สำคัญหากมีไข้ก็ไม่ควรออกกำลังกาย อีกทั้งในระหว่างที่ป่วยก็ยังสามารถรับประทานผลไม้ได้ทุกชนิด เนื่องจากในผลไม้จะมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ในส่วนของผู้ที่ยังไม่ป่วยโรคหวัด การป้องกันก็สำคัญมาก จึงขอแนะนำว่าให้กินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่ได้จากผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่อากาศเปลี่ยน แนะนำให้กินแกงส้มดอกแค เพราะเป็นผักที่มีวิตามินซีสูง อีกทั้งเครื่องแกงส้มอย่าง พริก และหอมแดง ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้หายใจโล่ง อีกทั้งผู้บริโภคยังได้โปรตีนจากเนื้อปลาอีกด้วย หรือหากใครที่ไม่ชอบแกงส้มดอกแค ก็สามารถบริโภคแกงส้มผักรวมแทนได้เช่นกัน ที่สำคัญในช่วงนี้ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีผู้คนอยู่แออัดครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28399</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, อ.สง่า ดามาพงษ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c598a43889ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
