<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!พ่อจับลูกฝาแฝดกรอกยาพิษ ก่อนซดยามรณะฆ่าตัวตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ191 สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุ พ่อกรอกยาลูกแล้วกินยาตายตาม อยู่บ้านเลขที่ 163 บ้านบักจรัง หมู่ที่16 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จึงวิทยุประสาน พ.ต.ท.สายรุ้ง &amp;nbsp;แย้มงาม &amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง พร้อมหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลกาบเชิง ออกตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุทันที พบศพพ่อของเด็ก ชื่อนายสมชาย &amp;nbsp;พิมพ์เงิน อายุ 45 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ห่างออกไป พบร่างเด็กหนูน้อย 2 ราย ซึ่งเป็นฝาแฝดพี่น้องกันคือ เด็กชายจิรนันท์ &amp;nbsp;โสรจันทร์ และ เด็กชายจิรนัท &amp;nbsp; โสรจันทร์ นอนเสียชีวิต คาดพ่อ และลูกชายฝาแฝด ได้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ญาติๆมาพบศพในช่วงเช้า จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบยาฆ่าแมลง ถูกละลายน้ำอยู่ภายในขันน้ำ วางไว้ที่บริเวณหน้าบ้านพักของผู้เสีนชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบชื่อแม่ของเด็ก นางสาวจิราพร &amp;nbsp;โสรจันทร์ &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 2 ตาตุ่ม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ คาดสาเหตุของการคิดสั้นมาจาก ความเครียดในเรื่องปัญหาครอบครัว หลังชันสูตรพลิกศพแล้ว ญาติได้ นำศพของนายสมชาย &amp;nbsp;พิมพ์เงิน อายุ 45 ปี ผู้เป็นพ่อ ตั้งบำเพ็ญกุศล อยู่บ้านเลขที่ 163 บ้านบักจรัง หมู่ที่16 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ส่วนศพของลูกชายฝาแฝดทั้ง 2 คน ผู้เป็นแม่ได้นำเอาศพไปทำบุญที่ ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอกยาพิษ, สมชาย  พิมพ์เงิน, อ.สนม จ.สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c5447e4db76c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรแสบลักตัดไม้พะยูงอายุกว่า 100 ปี กลางวันแสกๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจรแสบลักตัดไม้พะยูงอายุกว่า 100 ปี กลางวันแสกๆ ชาวบ้านแจ้งตำรวจ รวบได้ทันควัน 3 ราย หลบหนีเข้าป่า 4 ราย เร่งปูพรมหาทั้งคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (18 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.สนม รับแจ้งเหตุจาก กำนันบุญจบ &amp;nbsp;จันทร์ล้ำ กำนัน ต.หนองอียอ ว่า มีคนร้ายประมาณ 7 คน กำลังลักลอบตัดต้นพะยูงอยู่ในหมู่บ้าน บ้านนางแคบ ต.หนองอียอ อ.สนม จ.สุรินทร์ ศูนย์วิทยุ 191 สภ.สนม จึงประสานไปยังร้อยเวรฯ สภ.สนม พร้อมกำลังพลเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปถึงที่เกิดเหตุพบ ผู้ร้ายกำลังตัดไม้ และได้หอบเลื่อยโซ่ และเครื่องมือ หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่เข้าป่าทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ตำรวจ สภ.สนม ตามรวบได้ 3 ราย หลบหนีเข้าป่าไปได้ 4 ราย โดยทิ้งรถกระบะอีซูซุแค๊ปสีบรอนทองไฮแลนเดอร์ หมายเลขทะเบียนรถ บพ 5708 บุรีรัมย์ จอดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ใกล้โคนต้นพบเลื่อนโซ่ไฟฟ้า ต่อสายไฟมาจากหม้อแปลงไฟบ้านของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ระยะทาง ยาวกว่า 100 เมตร ต่อมามีชาวบ้านกว่า 50 คน กำลังมุงดูต้นตะเคียนกันอย่างเศร้าสลด ซึ่งต้นตะเคียนนี้เป็นต้นประจำหมู่บ้านต้นสุดท้าย มีความกว้างกว่า 2 คนโอบ อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี โดยผู้ร้ายนำเลื่อยโซ่ไฟฟ้ามาตัดเพราะมันมีเสียงเงียบ ไม่เป็นที่สังเกตุของชาวบ้านใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองสุข &amp;nbsp;บุญมาก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านนางแคบ เล่าว่า ตนเห็นสายไฟดึงมาจากเสาไฟ ระยะทางประมาณ 50 เมตร ซึ่งเครื่องตัด หรือเลื่อยโซ่มันต้องใช้ไฟฟ้า ส่วนไฟตนสงสัยว่าไปขโมยไฟของชาวบ้านมา เขาทำงานกันเป็นทีม มีมาทั้งหมดประมาณ 7 คน คนที่ตัดเป็นผู้ชายวัยรุ่นผอมหน่อย กำลังใช้เลื่อยโซ่เลื่อยอยู่ และใช้เหล็กงักต้นให้กลิ้งไปอยู่ขอบทาง และกำลังจะมาตัดท่อนที่ 2 พอดีเป็นเจ้าหน้าที่มา พวกที่กำลังตัดไม้อยู่ หอบเลื่อยโซ่ หอบเครื่องไม้เครื่องมือ วิ่งเข้าป่าไปทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ซึ่งคนที่ทำงานตัดไม้มีอยู่ 4 คน และมีผู้ชายอีก 2 คน ผู้หญิง 1 คน นั่งรออยู่ในรถกระบะ ตำรวจสามารถควบคุมตัวไปที่ สภ.สนม ได้ เหลืออีก 4 รายวิ่งเข้าป่าหลบหนีไป และทาง จนท. ในขณะนี้กำลังออกสกัดจับและติดตามตัวอยู่ในขณะนี้ ส่วนผู้ที่จับกุดได้แล้วนั้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สนม และรอการสอบสวนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดไม้พะยูง, อ.สนม จ.สุรินทร์, โจรลักลอบตัดไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b78ceda0d328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งงอย่างแรง!คุณยายเมืองช้างรุดแจ้งความได้รับแหวนทองคำทางไปรษณีย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นางบุญเลิศ มั่นคง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 9 บ้านสำโรง ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้รับส่งพัสดุจากไปรษณีย์ที่ส่งมาให้ ด้านในมีแหวนทอง หนักครึ่งสลึง ซึ่งจ่าหน้าซอง ชื่อนามสกุล บ้านเลขที่ถูกต้องทุกอย่าง แต่ไม่ใช่คนที่รู้จัก สอบถามญาติพี่น้องลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่น ไม่มีใครส่งให้ จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาคนข้างบ้าน หวั่นมีปัญหาตามมาทีหลัง จึงแจ้งผู้สื่อข่าวตรวจสอบ เพราะไม่สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าว จึงรุดไปยังบ้านของ นางบุญเลิศ มั่นคง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 9 บ้านสำโรง พบนางบุญเลิศ มั่นคง พร้อมกับซองพัสดุ ซึ่งหน้าซองส่งถึง นางบุญเลิศ มั่นคง 103 ม. 9 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ รหัสไปรษณีย์ 32160 ส่วนชื่อที่อยู่ผู้ส่ง สำนักงานกฎหมายบุญธิดา 124 ม.1 ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม 4410 พร้อมเบอร์โทรด้านในเป็นซองมีถุงซองสีแดงใส่แหวนพร้อมตลับใส่ทอง แหวนน้ำหนักครึ่งสลึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญเลิศ เล่าว่า ได้รับพัสดุตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 28 พ.ค.61 ที่ผ่านมา พอได้รับพัสดุก็เปิดออกดู พบว่าเป็นแหวนทอง ตนสงสัยว่าใครส่งมาให้ เพราะที่อยู่ไม่เคยรู้จักมาก่อน จึงสอบถามไปยังลูกๆหลานๆที่ทำงานต่างจังหวัด แต่ไม่มีใครทราบและไม่ได้ส่งให้ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 ตนจึงได้นำแหวนมาปรึกษาบ้านใกล้เคียงที่สนิทเพื่อปรึกษา เพราะไม่สบายใจ หลังจากนำแหวนมาให้เพื่อนบ้านจึงประสานงานไปยังผู้สื่อข่าวว่าจะทำไงดี และได้ติดต่อไปยังห้างร้านตามชื่อในซองแล้วแต่ไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน ผู้สื่อข่าวจึงให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สนม จ.สุรินทร์ จากนั้น น.ส.เนตรนรินทร์ ลาล้ำ จึงพา นางบุญเลิศ มั่นคง เดินทางไปยัง สภ.สนม เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10514</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญเลิศ มั่นคง, สุรินทร์, ส่งทองทางไปรษณีย์, อ.สนม จ.สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b11fa278e9f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
