<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใต้ระอุ!วางบึ้ม‘ตร.’ขาขาด ออกกฎห้ามใส่คล้ายทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จนท.ปะทะเดือดคนร้ายกลางสวนยาง อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ยิงดับ 1 ราย อีก 4 รายบาดเจ็บหนีขึ้นเขาไปได้ พร้อมยึดปืน-อุปกรณ์ดำรงชีพไปตรวจสอบ &amp;quot;อ.หนอกจิก&amp;quot; โจรใต้วางบึ้มตำรวจ 2 นายขาขาด ขณะ รปภ.ครู ส่วน &amp;quot;อ.สุไหงปาดี&amp;quot; ทหารพรานชุดลาดตระเวนถูกลอบวางระเบิดริมถนนบาดเจ็บ 5 นาย &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; ออกประกาศห้าม ปชช. 3 จว. 4 อำเภอสงขลา แต่งกายคล้ายทหาร ฝ่าฝืนคุก 1-10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 07.00 น. วันที่ 18 ม.ค.62 พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผู้บังคับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ในฐานะหัวหน้าชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 11 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร สภ.จะแนะ จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการเข้าพิสูจน์ทราบในสวนยางพารา บ้านตือกอ ม.7 ต.จะแนะ ซึ่งห่างจากโรงเรียนบ้านตือกอ ประมาณ 2 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมพื้นที่ พบชายฉกรรจ์จำนวน 5 คน ใช้สวนยางพาราดังกล่าวเป็นที่พักพิงชั่วคราว โดยมีการใช้เปลสนามผูกติดกับต้นยางพาราเป็นที่หลับนอน เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังกันโอบล้อม 1 ใน 5 คนร้ายที่ทำหน้าที่ดูต้นทางเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ตะโกนบอกพวกที่เหลือให้รับทราบ พร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 30 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส บินกดดันกลุ่มคนร้าย พร้อมทั้งสังเกตความเคลื่อนไหว ส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินได้รับทราบ กระทั่งกลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางเพื่อหลบหนีขึ้นไปยังเทือกเขา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนสามารถวิสามัญฯ คนร้ายเสียชีวิตได้ 1 คน ส่วนที่เหลืออีก 4 คน อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ แต่ในจำนวนนี้คาดว่าถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้ผูกเปลสนามไว้กับต้นยางพารา 6 ผืน พร้อมทั้งจุดใช้สำหรับไว้หุงหาอาหารอีก 1 จุด รวมทั้งกระเป๋าเป้และสัมภาระอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้เสียชีวิตจากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายฮาซัน มะลี หมาย ป.วิอาญา เกี่ยวข้องคดี ยิงทหารพรานปี 2559 ยิงถล่ม ชคต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ยึดสถานีอนามัยเป็นฐาน ถล่ม จนท.อส.เมื่อวันที่ 28 เดือน ธ.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนยาวเอเค 102 คนร้าย 1 กระบอก เปลสนามที่ผูกกับต้นไม้จำนวน 6 หลัง อุปกรณ์เครื่องครัวภาคสนามอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งส่งศพผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลจะแนะให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครอง นำชุดสุนัขดมกลิ่นออกติดตามคนร้ายที่หลบหนีขึ้นไปบนภูเขาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนบ้านตือกอ ประมาณ 2 กม. ทำให้เด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านตือกอ เกิดความหวาดกลัว ทางคณะครูต้องนำนักเรียนจากห้องเรียนต่างๆ มารวมเป็นกลุ่มอยู่ในห้องสมุด โดยมีนักเรียนชั้นประถมทั้งชายและหญิงต่างพากันร้องไห้เสียงหลง จนคณะครูต้องพูดจาปลอบขวัญนักเรียนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 08.00 น. ร.ต.อ.เอกรัตน์ เจียรเจริญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย บนถนนภายในหมู่บ้านท่ายาลอ ม.4 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบที่เกิดเหตุอยู่ภายในชุมชน บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนมีกองเลือดเป็นจำนวนมาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี จำนวน 2 นาย คือ ด.ต.ประเสริฐ ผิวละออ และ ด.ต.กิตติพันธ์ อักษรแก้ว ผบ.หมู่ ป.สภ.หนองจิก ซึ่งเป็นชุด รปภ.ครู ถูกแรงระเบิดจนทำให้ขาซ้ายทั้งสองคนเกือบขาด ลำตัวมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดหลายแห่งอาการสาหัส แพทย์นำตัวทั้งสองรีบเข้าห้องผ่าตัดเป็นการด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดบริเวณโคนเสาไฟฟ้ากว้าง 40 ซม. มีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ และจากจุดระเบิดประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าของเจ้าหน้าที่ล้มข้างทาง โดยช่วงที่เกิดเหตุทั้งสองนายกำลังเดินทางไปดูแลความปลอดภัยโรงเรียนบ้านบางตาวา โดยใช้รถจักรยานยนต์นั่งมาด้วยกัน ขณะที่เพื่อนอีก 2 คนยืนดูแลเส้นทางเข้า-ออกบริเวณปากทาง ปรากฏว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารซุกไว้ใต้โคนเสาไฟฟ้า จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ทำให้ทั้งสองนายได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุทันที เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นยังกบดานในพื้นที่ และมีแนวร่วมในพื้นที่คอยให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาในพื้นที่ หวังก่อเหตุและลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เวลา 07.30 น. ร.ต.ท.ภาณุวัชร โสดา รอง สว. (สอบสวน) สภ.สุไหงปาดี รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารทหารพราน ร้อย ทพ.4814 กรมทหารพรานที่ 48 ได้รับบาดเจ็บ บริเวณริมถนนเลียบทางรถไฟสายโต๊ะเด็ง เทศบาลตำบลปะลุรู ช่วงบริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบหลุดระเบิดริมถนนข้างบริเวณท่อลอด ลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 15 เมตร พบหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารนำส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี ประกอบด้วย 1.ส.อ.นพรัตน์ เดชน้อย หัวหน้าชุด ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาซ้ายและข้อศอก 2.อส.ทพ.วันเฉลิม บัวเผียน ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาขวาและข้อศอก 3.อส.ทพ.กฤติน อินอักษร ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแก้มซ้าย 4.อส.ทพ.จตุพล ชูช่วย และ 5.อส.ทพ.อิบรอเฮม ลือบากะมูดิง ทั้ง 2 นายมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ แต่เนื่องจากอาการของ ส.อ.นพรัตน์, อส.ทพ.วันเฉลิม และ อส.ทพ.กฤติน อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.นพรัตน์ หน.ชุด ได้นำกำลังจำนวน 6 นาย ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟโต๊ะเด็ง เพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงบริเวณท่อลอดผิวถนน คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง จึงได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปซุกไว้ในพงหญ้ารกทึบข้างท่อลอด จึงเกิดระเบิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงซุ่มเข้าไปในป่าริมทาง ที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นสถานที่ในการจุดชนวนระเบิด และขณะที่เพื่อเบิกทางออกจากจุดเกิดเหตุไปได้เพียงประมาณ 15 เมตร คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดลูกที่ 2 ซึ่งได้นำไปซุกซ่อนไว้ในพงหญ้ารกทึบริมทางเช่นกัน และได้เกิดระเบิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าฯ นราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ทหารทั้ง 5 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนสายเลียบทางรถไฟ บ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหปาดี จ.นราธิวาส ที่โรงพยาบาลสุไหโก-ลก เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ยังความปลื้มปีติแก่ทหารทุกนายและครอบครัว ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ออกประกาศเรื่องห้ามไม่ให้ประชาชนแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหาร หากผู้ใดฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศดังกล่าวระบุว่า ด้วยปรากฏการณ์ว่ามีกลุ่มบุคคลแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารไปแสดงตนทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนหลงเชื่อ และเข้าใจผิดว่าเป็นทหารแล้วก่อเหตุสร้างสถานการณ์ร้ายแรงสร้างความเสียหายและทำลายความสงบของประชาชนในเขตพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการระงับป้องกันและบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงในเขตพื้นที่ จึงมีประกาศห้ามมิให้ประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา คือ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา อำเภอจะนะ และอำเภอนาทวี แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารหรือแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้อยู่ในรัชกาล อันอาจทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นทหารหรือเมื่อกระทำผิดทางอาญา หากผู้ใดฝ่าฝืนประกาศดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี&amp;quot;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26945</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะแนะ, นราธิวาส, ปะทะเดือดคนร้าย, หนังสือพิมพ์, ห้ามแต่งกายคล้ายทหาร, อ.สุไหงปาดี, อ.หนอกจิก, โจรใต้วางระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41d9516eaa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
