<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ผัวเมียจนมุม ขนใบกระท่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตชด.43 ติดตามไล่ล่าขบวนการขนใบกระท่อมข้ามอำเภอ สุดท้ายจนมุม แต่ยังแหกวงล้อมพุ่งชนเจ้าหน้าที่จนต้องยิงยางรถไปต่อไม่ได้ ยึดใบกระท่อม 177 กิโลกรัม เป็นสองผัวเมีย โดยเมียขับรถเก๋งดูเส้นทางคอยส่งซิกว่ามีด่านตรวจหรือไม่ ส่วนผัวขนใบกระท่อมขับตามหลัง ขนมาจาก จ.สตูล ไปส่งให้ลูกค้าที่ อ.หาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 7 ส.ค.64 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวกรองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 นำโดย พ.ต.ต.วิเชษ แก้วขุนทด สว. (ขว.) กก.ตชด.43, ร.ต.อ.บารเมษฐ์ ยอดแดง หัวหน้า ชปข.กก.ตชด.43 ติดตามจับกุมขบวนการค้าใบกระท่อม ขณะลักลอบขนใบกระท่อมมาจาก จ.สตูล &amp;nbsp;โดยใช้รถสองคันในการขนใบกระท่อมเป็นรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน อเมร่า สีดำ หมายเลขทะเบียน ขว 1800 สงขลา ซึ่งเป็นรถนำทาง และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุดีแม็ค สีขาว หมายเลขทะเบียน ขว 1618 สงขลา ซึ่งใช้บรรทุกใบกระท่อม และรถทั้งสองคันขับเข้ามาในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อช่วง 2 ทุ่มเมื่อคืนนี้เพื่อให้ทันส่งของก่อนเคอร์ฟิว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่เจ้าหน้าที่ขับรถติดตามรถทั้งสองคันข้ามอำเภอตั้งแต่ อ.รัตภูมิ ถึง อ.บางกล่ำ เพื่อหาจังหวะเข้าจับกุมโดยประสานตำรวจ สภ.บางกล่ำ ฝ่ายปกครองอำเภอบางกล่ำ และทหาร มทบ.42 เพื่อปิดเส้นทางที่คาดว่ารถทั้งสองคันจะขับผ่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายพบว่ารถทั้งสองคันได้ขับเข้าไปจอดข้างบ้านเลขที่ 110 หมู่ 7 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จึงเข้าจับกุม แต่ปรากฏว่ารถกระบะได้พยายามขับรถแหกวงชนเจ้าหน้าที่ขับหนีออกไป แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ถูกเจ้าหน้าที่ยิงยางล้อด้านขวาทั้งสองข้างไปต่อไม่ได้จนมุมบนถนนบ้านบางแฟบพัฒนา หมู่ 12 ต.ท่าช้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นพบใบกระท่อมสดอยู่ภายในรถกระบะ จำนวน 17 ถุง หนัก 177 กิโลกรัม และจับกุม นายสมาต มาราสา อายุ 61 ปี ชาว ต.ย่านซื่อ อ.ควนโดน จ.สตูล คนขับรถกระบะ และ น.ส.สอรียะ เก็มเบ็ญหมาด อายุ 44 ปี ชาว ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา คนขับรถเก๋งดูเส้นทาง ซึ่งเป็นผัวเมียกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้งคู่ให้การว่า สั่งซื้อใบกระท่อมมาจากนายบัง และไปรับมาจากพื้นที่บ้านวังประจัน จ.สตูล ราคากิโลกรัมละ 400 บาท ไปส่งต่อให้กับลูกค้าที่ อ.หาดใหญ่ กิโลกรัมละ 460 บาท โดยเมียขับรถเก๋งนำทางเพื่อดูว่าจุดไหนมีด่านตรวจหรือไม่ ส่วนผัวขับรถขนใบกระท่อมตามหลังและต้องส่งให้ทันก่อนเคอร์ฟิว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้งสองคนร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ใบกระท่อมสด) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112627</URL_LINK>
                <HASHTAG>177 กิโลกรั, 2ผัวเมียจนมุม, ขนใบกระท่อม, จ.สตูล, ตชด.43, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ.หาดใหญ่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัวพลทหารจี้ร้านทองหาดใหญ่ทำแผนสารภาพหาเงินใช้หนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.64-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9(ผบช.ภ.9) พร้อมด้วย พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รองผบช.ภ.9,พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 &amp;nbsp;,พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนภาค 9 พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.จ.สงขลา นำตัวพลทหารอุกฤษณ์ ทองสมสี อายุ 24 ปีซึ่ งเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสงขลา โจรบุกเดี่ยวชิงทองในร้านทองห้างทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุที่ร้านทองเกิดเหตุในห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ โดยมีการจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบจุดทำแผน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากจุดที่ พลทหารอุกฤษณ์ ขับรถเก๋งมาจอดไว้ที่ลานจอดรถ เดินเข้าห้างทางประตูหน้า ลงชื่อจุดคัดกรองโควิด ผ่านจุดตรวจค้นของ รภป.ซึ่งค้นเฉพาะกระเป๋าสะพายแต่ไม่ได้ค้นตัวซึ่งพกอาวุธปืนไว้ที่เอว จากนั้นขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ร้านทองห้างทองเยาวราชกรุงเทพ แต่มีลูกค้าอยู่จึงเดินวนไปก่อน โดยไปเข้าห้องน้ำและเดินวนมาขึ้นบันใดเลื่อนอีกรอบและลงมือก่อเหตุตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะลงมือก่อเหตุ จากนั้นจึงออกจากห้างไปขึ้นรถเก๋งที่จอดไว้ที่ลานจอดรถขับหลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวว่า จากการสอบถามพลทหารอุกฤษณ์ อ้างว่าเป็นหนี้และเงินเดือนไม่พอใช้จ่าย โดยก่อนหน้านี้ได้ไปขับรถชนคนและต้องจ่ายเงินให้คู่กรณี 2 แสนบาท และทยอยจ่ายมาเรื่อย แต่พักหลังขาดส่งไปหลายเดือนเพราะเงินเดือนไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงลงมือก่อเหตุ &amp;nbsp;โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปเช่ารถเก๋งคันนี้มาก่อเหตุ ขณะลงมือไม่ได้มีการวางแผนหรือดูลาดเลามาก่อนเพราะเคยมาใช้บริการที่ร้านทองแห่งนี้อยู่แล้ว เมื่อสบโอกาสจึงลงมือก่อเหตุ &amp;nbsp;ส่วนสร้อยคอทองคำที่ได้ไปคนร้ายบอกว่าไม่ได้นับว่ามีกี่เส้นและได้นำไปขายและจำนำไปบางส่วน ซึ่งจำนวนทองที่ทางร้านทองแจ้งไว้จำนวน 14 เส้น หนัก 3 บาท 9 เส้น และ 4 บาท 5 เส้น รวมน้ำหนักทอง 47 บาท หลังจากนี้ก็จะต้องไปสอบสวนขยายผลทองที่เหลือเพราะตำรวจยึดคืนมาได้แค่ 10 เส้นเท่านั้น &amp;nbsp;ส่วนของกลางที่ก่อเหตุตำรวจก็ยึดได้ทั้งหมดทั้งอาวุธปืนขนาด.38 และเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และจากการตรวจสอบประวัติพลทหารอุกฤษณ์ พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีทรัพย์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อปี 2558 มาแล้ว 1 ครั้งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทำแผนตำรวจได้ควบคุมตัว พลทหารอุกฤษณ์ ไปควบคุมตัวที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมและเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99842</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้ร้านทอง, ตำรวจ, พลทหาร, อ.หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bf65ccaa70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เซ็นทรัลหาดใหญ่&#039; ปิดตัวแล้ว ร้านค้า-คนขับรถรับจ้างบอกใจหาย หวั่นท่องเที่ยวเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัลหาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ ใจกลางเมืองหาดใหญ่ ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรและเป็นทางการแล้วในวันนี้ หลังจากที่เปิดบริการมานาน 26 ปี ตั้งแต่พ.ศ. 2537-2563 และเป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกของภาคใต้ และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเครือเซ็นทรัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามบรรยากาศที่ห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัลหาดใหญ่แห่งนี้พบว่าในวันนี้ทางพนักงานและร้านค้าต่างๆในห้าง กำลังอยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และขนอุปกรณ์ต่างๆออกจากห้าง&amp;nbsp;หลังจากที่ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยโปรโมชั่น Big Clearance Sale ระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ถึง 23 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาโดยเมื่อวานนี้เป็นวันสุดท้ายของการเปิดห้างเซ็ลทรัลหาดใหญ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปิดตัวของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจใหม่ กลายเป็นโรงแรมแทน โดยจะย้ายห้างเซ็นทรัลหาดใหญ่ไปรวมกับห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ ถนนกาญจนวนิชย์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความรู้สึกของบรรดาผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่รอบๆบริเวณห้างเซ็ลทรัลหาดใหญ่ ซึ่งต่างตกใจและใจหายที่เห็นห้างแห่งนี้ปิดตัวลง เช่น น.ส.พรรณวิษา ชูชื่นฐานิส เจ้าของธุรกิจร้านนวดเพื่อสุขภาพบอกว่า ทำธุรกิจคู่กับห้างเซ็ลทรัลหาดใหญ่มาตั้งแต่ห้างเปิดใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมาคึกคักมากและได้พึ่งพาอาศัยลูกค้าที่มาเดินห้างแวะเวียนเข้ามาใช้บริการที่ร้าน แต่เมื่อปิดตัวลงก็รู้สึกใจหายเหมือนกันเพราะอยู่กันมานาน โดยเฉพาะในช่วงนี้เมื่อห้างแห่งนี้ปิดตัวลงอีกก็ยิ่งทำให้ธุรกิจการค้าการอท่องเที่ยวในย่านนี้ก็กระทบด้วย เพราะจากสถานการณ์โควิดได้รับผลกระทบหนักแต่ละวันแทบไม่มีลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประเทือง ศิลาพรหม อาชีพขับรถตุ๊กตุ๊กคิวหน้าห้างเซ็ลทรัลหาดใหญ่มาตั้งแต่ยุคแรกๆบอกว่า เมื่อก่อนนี้ห้างแห่งนี้คึกคักมากส่งผลให้บรรดารถตุ๊กตุ๊กก็มีรายได้จากลูกค้าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและมาช้อปปิ้งในห้างและใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก เมื่อห้างมาปิดตัวลงก็ส่งผลกระทบกับคนขับรถตุ๊กตุ๊กด้วยเพราะไม่มีลูกค้า ยิ่งช่วงนี้ลำบากมากแต่ละวันแทบไม่มีรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวจากปัญหาโควิด ต้องผ่อนรถเดือนละ 5 พันบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75390</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สงขลา, อ.หาดใหญ่, เซ็นทรัลหาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f4375fb20640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 5 คันรวดมีผู้บาดเจ็บ 5 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.62-ร.ต.อ.วัลลภ สุภาไชยกิจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 5 คัน บริเวณปากซอย 18 พลับอุทิศ ถนนราษฎร์ยินดี หรือย่านเขต 8 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สี่ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 2978 สงขลา จอดอยู่กลางถนนในสภาพด้านหน้าพัง &amp;nbsp;และกลางถนนยังมีรถที่ถูกชนเสียหายอีก 5 คัน ทั้งรถเก๋งฮอนด้าน ซิตี้ สีดำ หเมายเลขทะเลียน กบ 6460 สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกชนจนด้านหน้ายุบ ส่วนที่เหลือเป็นรถจักรยานยนต์ 2 คันและรถจักรยานยนต์พ่วงข้างส่งนมอีก 1 คัน และมีผู้ได้รับเจ็บ 5 คน &amp;nbsp;ทั้งผู้หญิงที่ขับรถเก๋ง แม่และลูกสาวอายุ8 ขวบที่กำลังขับรถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนและจอดรถอยู่ตรงจุดกลับรถ &amp;nbsp; ส่วนอีก2 คนเป็นคนขับรถสามล้อพ่วงข้างและรถจักรยานยนต์ที่พุ่งชนรถเก๋ง ในจำนวนนี้อาการน่าเป็นห่วง1 คน ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ที่ชนรถเก๋ง ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนขับรถกระบะทราบชื่อ นายสุทธิ หนูประทุม อายุ 37 ปี ปลอดภัย หลังจากตำรวจไปตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนบอกว่า ขณะขับรถมาได้ก้มเก็บโทรศัพท์มือถือซึ่งตกอยู่ที่พื้นรถทำให้รถเสียหลักไปพุ่งชนรถที่จอดอยู่กลางถนน &amp;nbsp;ตำรวจจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและจะเชิญตัวไปสอบปากคำและแจ้งข้อหาอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้พอดี โดยสาเหตุมาจากรถกระบะขับมาทางตรง แต่กลับเบี่ยงกินเลนไปทางขวาโดยไม่ทราบสาเหตุ และพุ่งไปชนรถเก๋งและรถจักรยนต์ที่จอดรอกลับรถอยู่กลางถนนอย่างแรง จนกระเด็นไปกลางถนน โดยเฉพาะรถเก๋งซึ่งหมุนและไถลไปอยู่อีกฝั่งของถนน และทำให้รถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างและรถจักรยานยนต์ที่ขับมาเบรคไม่ทันพุ่งชนรถเก๋งล้มลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชนมล &amp;nbsp;พันธุ์สามารถ อายุ 46 หนึ่งในผู้ประสบเหตุซึ่งกำลังขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างซึ่งเป็นรถส่งนมและบาดเจ็บเล็กน้อย เล่าว่า ขณะที่เกิดเหตุอยู่ดีๆรถกระบะคันนี้ก็พุ่งมาชนรถที่อยู่กลางถนนโดยไม่สาเหตุ &amp;nbsp;ทำให้รถเก๋งกระเด็นและหมุนไปกลางถนนและมาชนรถของตนและรถจักรยานยนต์อีกคันจนล้มลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, รถชน5คันรวด, อ.หาดใหญ่, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6c8d7e2c711.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หาดใหญ่&#039;ระทึก!พบกระเป๋าต้องสงสัยEODเก็บกู้ภายในว่างเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61-เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่าพบกระเป๋าใส่เสื้อผ้าสีดำต้องสงสัยวางอยู่ข้างร้านทุกอย่าง20บาทบริเวณตลาดนัดยรรยง ริมถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดEOD หรือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจภูธรจ.สงขลา เข้าทำการตรวจสอบและเก็บกู้พร้อมกับปิดกั้นพื้นที่และปิดถนนห้ามรถผ่านเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้พบว่าภายในกระเป๋าว่างเปล่าไม่มีวัตถุสงสัยแต่อย่างใด ซึ่งอาจมีคนลืมเอาไว้ เจ้าของร้านทุกอย่าง 20 บาทมาเห็น จึงรีบแจ้งให้ตำรวจทราบ ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรวมทั้งชุดอีโอดีได้เตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยเมืองหาดใหญ่สูงสุดซึ่งจะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์คืนนี้ที่ถนนเสน่หานุสรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25480</URL_LINK>
                <HASHTAG>EOD, กระเป๋าต้องสงสัย, จ.สงขลา, ตำรวจ, ระเบิด, อ.หาดใหญ่, เก็บกู้วัตถุระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29a84edc46e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จยย.เปลี่ยนเลนโดนเก๋งชนท้ายคนขี่ลอยกระแทกกระจกรถดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ต.อ.บุญญา ทองสลับล้วน รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถจักรยายนต์หน้าปั้มน้ำมันบางจาก บนถนนกาญจนวนิช เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ฝั่งขาออกอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงเดินทางไปตรวจสอบพบรถโตโยต้า วีออส หมายเลขทะเบียน ขร 4180 สงขลา ชนท้ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวป 125 หมายเลขทะเบียน ขรจ 813 สงขลา &amp;nbsp;
ทำให้นายแจก &amp;nbsp;กาญจนศรี อายุ 72 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ร่างลอยไปตกบนหน้ารถเก๋งศรีษะฟาดตกลงมาเสียชีวิต ส่วนคนขันรถเก๋งคือนางสุพัตรา &amp;nbsp;สัมพันธ์สกุล อายุ 53 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยานเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ซึ่งขี่มาในเลนซ้ายได้เลี้ยวรถตัดขึ้นมาในเลนขวาเพื่อที่จะกลับรถตรงช่องกลับรถ และรถเก๋งที่ขับตามหลังมาเบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจัง ทำให้คนขับรถจักยานยนต์ลอยมาฟาดกับหน้ารถ และทั้งรถทั้งคนกระเด็นไปไกลเกือบ 20 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นความประมาทของฝ่ายใดเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, รถชน, สงขลา, สภ.คอหงส์, อ.หาดใหญ่, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83717f508e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบตัวแล้ว! หนุ่มโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงโดนปรับ 1 หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 61 - จากกรณีที่มีชายโรคจิตใช้กล้องโทรศัพท์มือถือซ่อนในถุงกระดาษและเจาะรูแอบถ่ายใต้กระโปรงหญิงสาวภายในงานเกษตรภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และหญิงสาวซึ่งเป็นผู้เสียหายรู้ตัวเพราะมีพลเมืองดีเห็นพฤติกรรมของชายคนนี้และมากระซิบบอกให้ทราบ หญิงสาวคนนี้จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพชายคนนี้เอาไว้ และเมื่อรู้ตัวก็เดินหนีทำทีไปเลือกซื้อของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่11 สิงหาคมที่ผ่านมาและหญิงสาวรายนี้ได้โพสต์เรื่องราวลงในเฟสบุ๊คเพื่อเตือนภัยและได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวานที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ชายโรคจิตที่ปรากฏในคลิปได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ หลังจากที่ตำรวจได้ไปเชิญตัวมาสอบสวนเมื่อคืนนี้ โดยชายคนนี้คือ นายพงษ์ศักดิ์ กุนาวัง อายุ 35 ปี เป็นชาว อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ทำงานเป็นลูกจ้างประจำรถขนส่งสินค้าใน อ.หาดใหญ่ และเดินทางมาพร้อมกับญาติ&amp;nbsp;รวมทั้งได้นำโทรศัพท์ที่ใช้แอบถ่ายมามอบให้กับพนักงานสอบสวนด้วยแต่ไม่มีเมมโมรีการ์ดอยู่ภายในเพราะทาง รภป.ในงานได้ถอดออกไปทำลายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำและแจ้งข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญตามมาตรา 397 ความผิดลหุโทษมีโทษปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท&amp;nbsp;ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับสารภาพและเสียค่าปรับจำนวน 1 หมื่นบาท และได้ขอโทษผู้เสียที่เดินทางมาที่ สภ.คอหงส์ ด้วย ซึ่งหญิงสาวคนนี้ก็ยอมให้อภัย เพียงแต่ขอร้องให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าวและอย่าไปทำกับคนอื่นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางครอบครัวของหญิงสาวรายนี้โกรธมากโดยเฉพาะแม่บอกว่าหากในวันเกิดเหตุไปด้วยก็จะเอาเรื่องให้หนักกว่านี้แต่เรื่องก็ผ่านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหญิงสาวที่เป็นผู้เสียหายรายนี้ เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ต้องการให้เรื่องจบเพียงแค่นี้และขอให้เป็นบทเรียนกับคนอื่นๆให้ระวังตัวมากขึ้น และถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ชายคนนี้ไปรักษาหากมีอาการป่วยทางจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์&amp;nbsp; แต่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาโพสต์ในเฟสบุ๊คยอมรับสารภาพว่าสาเหตุที่ใช้โทรศัพท์แอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงเพราะเมาและระงับอารมณ์ไม่อยู่พร้อมกับขอโทษผู้เสียหายและสังคมด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15384</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, สภ.คอหงส์, หน่มโรคจิต, อ.หาดใหญ่, โรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b729ecb64eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
