<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิฯ จี้รัฐบาลเร่งดันร่างกม.ป้องกันซ้อมทรมาน-อุ้มหาย ปฏิรูปองค์กรตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;25 ส.ค.64 - สำนักงาน​คณะกรรมการ​สิทธิ​มนุษยชน​แห่งชาติ​ (กสม.)​ตามที่ปรากฏข่าวและคลิปของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะและซ้อมทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดเพื่อเรียกรับผลประโยชน์กระทั่งผู้ต้องหารายดังกล่าวได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต นั้น กสม.เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าผู้ต้องหาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอาจได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิต จึงถือว่าขัดต่อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ตลอดจนไม่สอดคล้องตามหลักอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention Against Torture and other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment - CAT) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;กสม.มีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวเชื่อมโยงให้เห็นถึงปัญหาการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งยังคงปรากฏเป็นเรื่องร้องเรียนมายัง กสม.เป็นระยะ ประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์แจ้งในการกระทำความผิด จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการดังนี้1. เร่งสอบสวนและดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มดังกล่าวด้วยกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ตลอดจนจัดให้มีการคุ้มครองพยานที่รัดกุม โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรพิจารณาสั่งการให้มีการติดกล้องวงจรปิดในกระบวนการและสถานที่สอบสวนทุกแห่งด้วย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ 2. เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ตามที่ กสม.เคยมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล และล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือที่ นร 0503/ว(ล)26227&amp;nbsp;ลงวันที่ 17 ส.ค.2564 เห็นชอบให้บรรจุเรื่องการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องด่วนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ เพื่อให้มีการอนุวัติการกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องตามอนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคีโดยเร็ว ซึ่งจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาและบุคคลที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ อันเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการซ้อมทรมานและการทำให้บุคคลสูญหายได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;และ 3. ผลักดันให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ทั้งในเชิงโครงสร้าง กระบวนการ และกฎระเบียบ โดยเฉพาะกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่จะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยให้อัยการเข้ามากำกับการสอบสวนตั้งแต่ชั้นตำรวจ&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องตามหลักสากลและหลักสิทธิมนุษยชน อันจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้กสม.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้ทุกภาคส่วนของสังคมโดยเฉพาะองค์กรตำรวจได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ต้องขังหรือผู้ต้องสงสัยว่ามีความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114539</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัว, ผู้กำกับโจ้, สำนักงาน​คณะกรรมการ​สิทธิ​มนุษยชน​แห่งชาติ, องค์กรตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61262854cb3d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.แจงแค่ยกเลิกด่านลอย ปปท.ยันลุยคดี‘บอส’เต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; เปิดให้ &amp;quot;นายพลใหม่&amp;quot; ช่วยออกแบบองค์กรตำรวจอีก 5 ปีข้างหน้า เน้นพัฒนาคนเหมาะสมงาน &amp;quot;โฆษก ตร.&amp;quot; แจงเลิกตั้งด่านเฉพาะด่านลอย ด่านมั่นคง-ยาเสพติดยังอยู่ ศาลยกคำฟ้อง &amp;quot;สันธนะ&amp;quot; หา &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ผิด ม.157 อุ้ม &amp;quot;สุวัฒน์&amp;quot; นั่ง ผบ.ตร. คดี &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ฟ้อง 8 ตร.ศาลขอหลักฐานเพิ่ม &amp;quot;ป.ป.ท.&amp;quot; ยันทำคดีบอสเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ วันที่ 5 ต.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับ ผบช., รอง ผบช. และ ผบก.หรือเทียบเท่าที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 179&amp;nbsp; นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ต้องการให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนช่วยกันคิดวางแผนวาดภาพว่า ในอีก 5&amp;nbsp; ปีข้างหน้าอยากเห็นตำรวจองค์กรนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วเราจะเดินไปที่จุดนั้นได้อย่างไร ในแต่ละปีจะทำอะไรก่อนหลัง เพื่อให้เห็นความคืบหน้าในการขับเคลื่อนไปยังจุดที่อยากให้เป็น โดยเน้นให้ความสำคัญที่คน การพัฒนาคน การวางคนให้เหมาะกับงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะต้องคำนึง ได้แก่ 1.Strategy มียุทธศาสตร์ 2.Structure มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร 3.System อาจมีการเปลี่ยนแปลงระบบบ้าง เช่น การนำเอกชนเข้ามาช่วยงาน หรืออาจมีกลุ่มตำรวจมียศ ไม่มียศ ทำในบางส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ชั้นยศ 4.Process อาจมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน เช่น กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่เกิดใหม่ ที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องการแจ้งความ ที่เดิมพิจารณาด้านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของเขตอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 5.People กำลังพล คือการพัฒนากำลังพลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกระบบ&amp;nbsp; สามารถรองรับโลกปัจจุบัน อาจพิจารณามองตั้งแต่การคัดเลือกคน การฝึกอบรม พัฒนาทักษะ สมรรถนะต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของสังคมและโลกในปัจจุบัน และ 6.Culture หรือวัฒนธรรมองค์กร จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงการตั้งด่านตรวจตามนโยบาย ผบ.ตร.ว่า ด่านตรวจที่ได้รับอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เฉพาะและมีการกำหนดเวลาชัดเจน เช่น ด่านความมั่นคง, ด่านป้องกันยาเสพติด หรือการตั้งจุดสกัดหลังเกิดเหตุยังคงดำเนินการตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของจุดสกัดที่มีการร้องเรียนในลักษณะของด่านลอย หรือตั้งจุดตรวจจุดสกัดโดยไม่ได้ขออนุญาต ผบ.ตร.สั่งให้ทุก บช.ยกเลิกพฤติกรรมดังกล่าว และจะมีการออกระเบียบข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp; อท.148/2563 ที่นายสันธนะ ประยูรรัตน์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีโจทก์ระบุมีหลักฐานเมื่อระหว่างปี 2544-2547 พล.ต.อ.สุวัฒน์&amp;nbsp; สมัยดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.น.7 มีเงินเดือนเพียง 30,000 บาทเศษ แต่มีเงินเข้าออกบัญชีเงินฝากธนาคารจำนวนกว่า 13 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้มานอกเหนือจากเงินเดือนปกติของข้าราชการตำรวจ จึงเป็นการร่ำรวยผิดปกติ โจทก์ได้เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเลขาฯ ป.ป.ช.แล้ว ต่อมาได้ยื่นเอกสารต่อนายกรัฐมนตรี แต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กลับเสนอชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์เป็น ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำฟ้อง โดยสรุประบุว่า การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องดังกล่าว หาได้เป็นการกระทำต่อโจทก์โดยตรง และก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิและหน้าที่ของโจทก์โดยตรงไม่ โจทก์ย่อมไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.144/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์,&amp;nbsp; พ.ต.อ.อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู และ พ.ต.อ.นิภพล&amp;nbsp; สุขนิยม ทั้ง 8 คน เป็นจำเลย ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157 กรณีจำเลยทั้งแปดเป็นเจ้าพนักงานและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ตรวจฟ้องของโจทก์แล้ว เพื่อให้ได้ความชัดแจ้งในข้อเท็จจริงแห่งคดี จึงเห็นควรมีหนังสือให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำเนารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 24/2563 และสำเนารายงานการสอบสวนตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่&amp;nbsp; 383/2563 พร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกฉบับต่อศาลภายในวันที่ 5 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้โจทก์ยื่นคำแถลงว่าได้มีการอุทธรณ์คำสั่งหรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ให้สำรองราชการโจทก์หรือไม่ หากมีให้โจทก์แถลงพร้อมกับส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันนี้ อีกทั้งให้มีหนังสือสอบถามพร้อมส่งสำเนาคำฟ้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.และคณะกรรมการ ป.ป.ท.เพื่อตรวจสอบว่ามีการกล่าวหาจำเลยทั้งแปดในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฟ้องหรือไม่ จากนั้นแจ้งให้ศาลทราบเพื่อประกอบการพิจารณาภายในวันที่ 5 พ.ย.63 ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 23 พ.ย. 63 เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวหลังการเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หลังกระจายงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ว่า หลังจากส่งเอกสารไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสภาทนายความ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่ ถือเป็นกระบวนการที่เขาต้องทำ ซึ่ง ป.ป.ท.ประสานงานกับหน่วยงานที่กล่าวมาและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษ รวมถึงการตามตัวนายวรยุทธมาดำเนินคดีนั้น สตช.และสำนักงานอัยการกำลังหารืออยู่ ซึ่ง ป.ป.ท.จะขอความคืบหน้าในทุกส่วนทุกอาทิตย์ หากมีความคืบหน้าก็จะแจ้งให้สาธารณชนรับทราบเป็นระยะ&amp;quot; พ.ต.ท.วันนพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ป.ป.ท.จะสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมได้อย่างไรเพราะคนที่เกี่ยวข้องมีตำแหน่งสูง พ.ต.ท.วันนพกล่าวว่า ป.ป.ท.จะดูแลในส่วนของเราไปด้วยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อย่างที่นายวิชาได้สรุปข้อมูลไว้และเราก็ทำควบคู่กันไป แต่การดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานเป็นกรอบอำนาจของเขาที่ดำเนินการตามกฎหมาย และนายวิษณุกำชับการดำเนินการเพราะ ป.ป.ท.ต้องรายงานให้นายกฯ รับทราบด้วย ยืนยันเรื่องนี้ไม่ต้องกังวลว่าคดีนี้จะไม่มีความคืบหน้า เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและหลายหน่วยงานก็รับไปดำเนินการในส่วนของตัวเองแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านลอย, นายพลใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรตำรวจ, เลิกตั้งด่านเฉพาะด่านลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b1fd46616d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
