<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจี้ประชาชนจับตาท่าทีนายกฯแบน 3 สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)&amp;nbsp;ACT&amp;nbsp;ออกแถลงการณ์ ฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษ โกงชีวิตเกษตรกรมาแล้วทั่วโลก&amp;hellip;ไฉนยังออกฤทธิ์ที่ประเทศไทย โดยในแถลงการณ์ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีความเป็นห่วงต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยและระบบนิเวศโดยรวม สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กล่าวว่า การยกเลิกการห้ามใช้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไฟริฟอส และไกลโฟเซต ต้องเป็นไปตามขั้นตอน&amp;nbsp; แม้ว่าจะได้มีการพิจารณาเรื่องนี้มาแล้วตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp; และหลายส่วนของภาคสังคมรวมทั้งหลายหน่วยงานภาครัฐ จะมีข้อเสนอให้ยกเลิก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษนี้โดยเด็ดขาด

&amp;ldquo;องค์กรฯ จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนไทยในทุกภาคส่วน ผู้มีความเป็นห่วงต่ออนาคตของคนในชาติ ช่วยจับตาดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี ว่าจะรับผิดชอบเกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตของประชาชนในเรื่องนี้อย่างไร หรือจะมีการปัดความรับผิดชอบไปให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ตัดสิน-รับผิดชอบเรื่องสุขภาพและชีวิตของประชาชนแทน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายของแถลงการณ์ยังระบุว่า หากนายกรัฐมนตรียังคงยืนยันให้เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตของเกษตรไทย องค์กรฯขอเรียกร้องให้การลงมติในเรื่องนี้เป็นไปอย่างเปิดเผย และมีการชี้แจงเหตุผลในการสนับสนุนหรือคัดค้าน เพื่อความโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน เพราะการใช้สารพิษในการเกษตร นอกจากจะส่งผลโดยตรงกับชีวิตของเกษตรกรผู้ใช้และระบบนิเวศทางธรรมชาติแล้ว ยังส่งผลโดยอ้อมถึงผู้บริโภค อันจะนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมหาศาล นับเป็นหนึ่งในการโกงอนาคตของลูกหลาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562&amp;nbsp; องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp; ยกเลิกการใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยสนับสนุนให้ยกเลิกการใช้ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต พร้อมเรียกร้องกระทรวงที่เกี่ยวข้องประกาศจุดยืนชัดเจน และขอให้เปิดเผยการลงมติของ &amp;ldquo;คณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;rdquo;ต่อสาธารณะ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47945</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, องค์กรต่อตต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da2d74918df9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจี้ประชาชนจับตาท่าทีนายกฯแบน 3 สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)&amp;nbsp;ACT&amp;nbsp;ออกแถลงการณ์ ฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษ โกงชีวิตเกษตรกรมาแล้วทั่วโลก&amp;hellip;ไฉนยังออกฤทธิ์ที่ประเทศไทย โดยในแถลงการณ์ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีความเป็นห่วงต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยและระบบนิเวศโดยรวม สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กล่าวว่า การยกเลิกการห้ามใช้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไฟริฟอส และไกลโฟเซต ต้องเป็นไปตามขั้นตอน&amp;nbsp; แม้ว่าจะได้มีการพิจารณาเรื่องนี้มาแล้วตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp; และหลายส่วนของภาคสังคมรวมทั้งหลายหน่วยงานภาครัฐ จะมีข้อเสนอให้ยกเลิก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษนี้โดยเด็ดขาด

&amp;ldquo;องค์กรฯ จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนไทยในทุกภาคส่วน ผู้มีความเป็นห่วงต่ออนาคตของคนในชาติ ช่วยจับตาดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี ว่าจะรับผิดชอบเกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตของประชาชนในเรื่องนี้อย่างไร หรือจะมีการปัดความรับผิดชอบไปให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ตัดสิน-รับผิดชอบเรื่องสุขภาพและชีวิตของประชาชนแทน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายของแถลงการณ์ยังระบุว่า หากนายกรัฐมนตรียังคงยืนยันให้เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตของเกษตรไทย องค์กรฯขอเรียกร้องให้การลงมติในเรื่องนี้เป็นไปอย่างเปิดเผย และมีการชี้แจงเหตุผลในการสนับสนุนหรือคัดค้าน เพื่อความโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน เพราะการใช้สารพิษในการเกษตร นอกจากจะส่งผลโดยตรงกับชีวิตของเกษตรกรผู้ใช้และระบบนิเวศทางธรรมชาติแล้ว ยังส่งผลโดยอ้อมถึงผู้บริโภค อันจะนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมหาศาล นับเป็นหนึ่งในการโกงอนาคตของลูกหลาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562&amp;nbsp; องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp; ยกเลิกการใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยสนับสนุนให้ยกเลิกการใช้ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต พร้อมเรียกร้องกระทรวงที่เกี่ยวข้องประกาศจุดยืนชัดเจน และขอให้เปิดเผยการลงมติของ &amp;ldquo;คณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;rdquo;ต่อสาธารณะ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47944</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, องค์กรต่อตต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da2d74918df9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงแฉ&#039;บัญชีส่วย&#039;รีดผับ-บาร์ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62&amp;nbsp;- นายมานะ นิมิตรมงคล&amp;nbsp;เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก หัวข้อ&amp;ldquo;ส่วย&amp;rdquo; พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ง &amp;ndash; เสียประโยชน์ชาติ &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้ ทุกวันนี้สถานบันเทิงผับ &amp;ndash; บาร์ในภูเก็ตต้องจ่ายส่วยแห่งละ 37,300 บาทต่อเดือน ให้กับคนที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานต่างๆ รวม 25 หน่วย และหากสถานที่แห่งนั้นมีลูกจ้างเป็นคนต่างด้าวที่ทำงานอย่างผิดกฎหมายก็ต้องจ่ายรายหัวอีกหัวละ 9,100 บาท เช่น ถ้ามี 3 คนก็ต้องจ่าย 27,300 บาท ประเมินว่าทั่วเกาะภูเก็ตมีสถานบันเทิงราว 1,000 แห่ง เท่ากับมีส่วยรายเดือนรวมกันมากถึง 37 ล้านบาท ไม่รวมส่วยแรงงานต่างด้าวกว่า 27 ล้านบาทอีกต่างหาก (ดูรายละเอียดในภาพประกอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยไม่มีทางเอาชนะระบบส่วยได้จริงหรือ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากข้าราชการผู้ใหญ่ที่ผมนับถือกรุณาส่งมาให้นี้ชัดเจนมาก แต่นี่อาจเป็นเพียงการเปิดโปงบัญชีส่วยอีกครั้งที่ทุกคนพูดถึงและสาปแช่งแต่ทำอะไรไม่ได้ จนผู้คนมึนงงว่า &amp;ldquo;ทำไมเจ้าหน้าที่ของรัฐยังคงทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งและเป็นขบวนการได้เช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองกลับไปทุกยุคสมัยเราได้เห็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจและอธิบดีหลายกรม ประกาศว่าจะเล่นงานพวกรีดไถอย่างจริงจัง ลงโทษเด็ดขาดรุนแรง ส่วยต้องหมดไป ตามด้วยคำพูดว่า ใครพบเห็นหรือมีข้อมูลอะไรให้แจ้งมา สิ่งนี้สะท้อนว่าส่วยเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนรับรู้ว่าต้องรีบเอาชนะให้ได้เพราะประชาชนไม่พอใจ แต่สิ่งที่ผู้มีอำนาจแต่ละคนไม่เคยทำก็คือ ออกมาบอกให้สังคมรู้ชัดๆ ว่าเขาลงมือทำอะไรไปแล้วบ้างและต่อไปจะทำอะไร อย่างไร รวมทั้งถามความเห็นประชาชนบ้างว่าอยากให้พวกเขาทำอะไรและคนไทยพร้อมจะช่วยอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อะไรทำให้วงจรส่วยคงอยู่ได้..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบกันดีว่า การทุจริตมี &amp;ldquo;วงจรยาว&amp;rdquo; คือนอกจากแต่ละคนต้องหาความร่ำรวยใส่ตนแล้วยังต้องส่งส่วยให้เจ้านายตามลำดับชั้น ใครจะมาเป็นใหญ่หรือรักษาตำแหน่งไว้ล้วนมีต้นทุนราคาแพงหรือต้องหาทางตอบแทนผู้ใหญ่ที่สนับสนุน มีหลายกรณีที่พวกเขาจำต้องแบ่งปันกับหน่วยงานอื่นด้วย ส่วนคนจ่ายสินบนก็เอาง่าย ยอมจ่ายหรือเป็นฝ่ายเสนอเงินให้เขาเพราะตัวเองทำบางอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่ส่วนใหญ่แม้ไม่ผิดอะไรก็ยอมจ่ายเพื่อตัดปัญหา ไม่กล้าสู้ หรือเพราะกลัวเดือดร้อนถูกกลั่นแกล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพนี้จะเรียกว่าขูดรีดหรือการหาผลประโยชน์และการพึ่งพากันก็แล้วแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีงานวิชาการจำนวนมากระบุว่า สาเหตุที่ส่วยดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้เป็นเพราะ เราขาดมาตรการตรวจจับข้าราชการที่ร่ำรวยผิดปรกติ ไม่มีการปกป้องประชาชนและสื่อมวลชนที่ขุดคุ้ยขัดขวางพฤติกรรมชั่ว สังคมไม่เคารพความถูกต้อง วัฒนธรรมนับถือคนรวยคนมีอำนาจ นักการเมืองไม่ใส่ใจแก้ไขปัญหามัวแต่มุ่งหาประโยชน์และสร้างเครือข่ายของตน กลไกตรวจสอบและรักษาความยุติธรรมของรัฐร่วมฉ้อฉลเสียเอง ระบบเส้นสาย การซื้อขายตำแหน่ง ข้าราชการมีอำนาจและโอกาสใช้ดุลยพินิจมากเกินไปโดยที่กฎหมายมีมากจนเฟ้อแม้หลายเรื่องจะล้าหลังหรือไร้ประโยชน์แล้วก็ยังบังคับใช้อยู่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วยเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่ต้องแอบทำกันลับๆ ในประเทศทั่วโลก ไม่ใช่พฤติกรรมที่พบเห็นได้ง่ายๆ ในวิถีชีวิตอย่างที่เห็นในบ้านเราทุกวันนี้ แล้วเราก็ต้องทนอยู่กับมันไปเรื่อยๆ อย่างนี้รับไม่ได้จริงๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วยจึงเป็นอีกปัญหาคอร์รัปชันขั้นวิกฤติที่พรรคการเมืองและนักการเมืองควรเสนอต่อประชาชนในการหาเสียงเลือกตั้งว่า มีนโยบายในการปราบปรามอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ #ภูเก็ตทำไมคอร์รัปชันเยอะจัง #ส่วยรถบรรทุกหายนะจากกติกาที่ไม่เป็นธรรม #นโยบายต้านโกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25958</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, มานะ นิมิตรมงคล, ส่วย, องค์กรต่อตต้านคอร์รัปชัน, เจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b347615443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
