<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระตุ้นองค์กรท้องถิ่นสร้างการศึกษาเองรับมือโลกป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

13ส.ค.62-นักวิชาการระดมความคิด &amp;ldquo;การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21&amp;rdquo; &amp;nbsp;ระบบการศึกษาระดับท้องถิ่น ต้องปรับตัวรับมือ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก แนะองค์กรท้องถิ่นต้องออกแบบจัดการศึกษา ที่สามารถสร้างเด็กให้มีทักษะที่หลากหลาย เรียนรู้ได้อย่างไร้ขอบเขตขีดจำกัด พร้อมกับตอบโจทย์ความต้องการท้องถิ่น ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ในชุมชน&amp;nbsp;

เมื่อเร็วๆนี้มีการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดย มหกรรมการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 11 จ.ร้อยเอ็ด &amp;nbsp; มีวิทยากร ได้แก่ นาย.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.), นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ : กล่าว่า กพฐ. มีหน้าที่กำหนดคุณภาพการศึกษาที่เรากำหนดให้ &amp;nbsp;เน้นคุณภาพที่เกิดกับผู้เรียน แต่เราต้องรู้ก่อนว่า ในศตวรรษที่ 21 จะเกิดอะไรขึ้น &amp;nbsp;ดังนี้ &amp;nbsp;1. คนจะรู้หนังสือมากขึ้น &amp;nbsp;2. จำนวนคนเรียนสูงจะมากขึ้น แต่การเรียนสูงไม่ได้บ่งบอกว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต เราผลิตเด็ก แต่เด็กที่เราผลิต มีทักษะการทำงานไม่เป็นไปตามที่เขาอยากได้ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;ต้องการให้คนเรียนสูงเยอะขึ้น &amp;nbsp;3 .รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวงการการศึกษา คนของเราเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ผ่านสื่อออนไลน์ผ่าน 5 จี แต่สิ่งที่สำคัญสื่อเหล่านี้เด็กเราใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตัวเองได้แค่ไหน และต้องเรียนรู้อย่างถูกวิธี &amp;nbsp;4. เรียนรู้ตลอดเวลา ฯลฯ

ประธานกพฐ. &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ในมุมมองส่วนตัว เห็นว่าเราจะปั้นเด็กไปแบบไหน ซึ่งกพฐ.ได้กำกับติดตามเด็กไปตามนโยบาย &amp;nbsp;คุณลักษณะของเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 สิ่งแรกที่เราอยากเห็นคือ &amp;nbsp; 1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสารภาษาไทยให้คล่องในระดับอนุบาล 3 มีความสามารถด้านเทคโนโลยียีดิจิตอล เราต้องการอุปกรณ์ที่เข้าถึง &amp;nbsp;4. มีความสามารถในการเรียนรู้ไผ่รู้พัฒนาตนเอง แม้สื่อดีถ้าไม่สร้างอุปนินิสัยเรียนรู้เพื่อการพัฒนา สมรรถนะของเด็กต้องดี &amp;nbsp;5. ความมุ่งมั่นมานะะอดทนเป็นตัวของตัวเอง ภารกิจหลักมีคาวามคิดอ่านด้วยเหตุผล ไม่ชักจูงได้ง่าย สู่พลเมืองที่เข้มแข็ง ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดี 6 มีจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องฝึก &amp;nbsp;7. &amp;nbsp;อยากเห็นคนไทยเป็นคนดี มีคุณธรรม และจริยธรรม 8 อยากเห็นเด็กถูกฝึกทักษะแก้ปัญหาและการตัดสินใจ เด็กจะรู้ว่าอะไรควรปรับปรุงแก้ไข 9 เด็กไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในเชิงเศรษฐกิจ อนาคตเด็กควรมีการสอนอาชีวะใน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ ) &amp;nbsp; ถ้าเราผนวกกัน เมื่อเด็กจบแล้วมีอาชีพก็เป็นเรื่องดี &amp;nbsp;และต้องสอนในเชิงสมรรถนะ 10 อย่าทิ้งอัตลักษณ์ความเป็นไทย &amp;nbsp;

ด้าน นายวุฒิสาร ตันไชย &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp; การศึกษาระดับท้องถิ่นจะเตรียมรับมืออนาคตอย่างไร คิดว่าเราไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณจัดการศึกษา ในปี 61 เราได้งบฯการศึกษากว่า &amp;nbsp;5 แสนกว่าล้านบาทเท่ากับ 4.8ของจีดีพี &amp;nbsp; สูงกว่าประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ &amp;nbsp;ดังนั้นงบประมาณไม่ใช่ปัญหา &amp;nbsp;แต่ปัญหาอยู่ที่ครูและการพัฒนาครู อีกเหตุผลหนึ่งคือ วันนี้การบริหารการศึกษาของเราติดอยู่ในกับดักเชิงโครงสร้าง การศึกษาระบบท้องถิ่นไม่ควรเดินตาม &amp;nbsp;ครูไม่ควรมีภาระงานรับผิดชอบหลายอย่างที่เกินขีดความสามารถ &amp;nbsp; ซึ่งควรทำให้ผู้ปกครองเป็นหุ้นส่วนมีส่วนช่วยครูและโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประธานสถาบันพระปกเกล้ากล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้โจทย์การศึกษาไทยไม่ใช่วัดแค่เด็กเก่ง &amp;nbsp;ชุมชนต้องสร้างตัวชี้วัดที่เป็นเป้าหมายของชุมชน &amp;nbsp;สร้างอัตลักษณ์ให้เด็กในท้องถิ่น ดังนั้น สิ่งที่การศึกษาระดับท้องถิ่นควรทำคือ 1 ท้องถิ่นควรเป็นผู้จัดการศึกษาเพราะมีต้นทุนที่ดีอยู่แล้ว &amp;nbsp;2 .องค์กรท้องถิ่น ต้องคิดออกแบบ จัดการเรียนการสอน ค้นหาสิ่งที่เป็นข้ออ่อนของเด็ก เพื่อรีบพัฒนา &amp;nbsp;3 องค์กรท้องถิ่น ต้องจัดการเรียนการสอนให้เด็กสามารถใช้ชีวิตให้รอด เอาปัญหาของชุมชนเป็นฐานและให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการใช้ชีวิตจริง ๆ 4 &amp;nbsp;.ต้องขยายความคิดปรัชญา&amp;ldquo;เอ็ดดูเคชั่น ฟอร์ ออล&amp;rdquo; คือ ไม่ใช่การศึกษาเฉพาะนักเรียน แต่เพื่อทุกคน &amp;nbsp; ท้องถิ่นควรรทำเรื่องการศึกษานอกโรงเรียน หรือ กศน. เพื่อทำให้คนเกิดความรู้อยู่ตลอดเวลา &amp;nbsp; 4 การศึกษาท้องถิ่น ต้องช่วยลดความเลื่อมล้ำของคนได้ &amp;nbsp;เช่น เด็กมาจากครอบครัวยากจนแค่ไหนก็ต้องได้เรียนขั้นพื้นฐาน หรือแม้แต่เด็กต่างด้าวก็ยังได้มาเรียน ต้องบริหารจัดการให้ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สรุปคือในอนาคตชุมชนต้องรับผิดชอบต่อสถานศึกษา &amp;nbsp;ผู้เรียนในอนาคตจึงต้องมีทักษะที่หลากหลาย &amp;nbsp;ไม่ว่าสถานศึกษาแห่งไหน ต้องสามารถสร้างเด็กที่พร้อมที่จะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนอนาคตเขาด้วยตัวเองได้ เด็กจึงต้องมีทักษะหลากหลายด้าน สามารถทำในสิ่งที่ไมได้เรียนมาได้ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ได้ &amp;nbsp;2 . เด็กต้องมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ &amp;nbsp; เพราะทักษะด้านภาษาทำให้เขาพร้อมเปลี่ยนงานใหม่ &amp;nbsp; 3. ต้องมีทักษะทางเทคโนโลยี 4 .ทักษะการเรียนรู้ ที่สามารถเรียนรู้ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ไม่จำกัด &amp;nbsp;อนาคตทักษะนี้จะทำให้เด็กเรียนรู้อะไรก็ได้ที่เขาสนใจ 5. ทักษะการทำงานเป็นทีม &amp;nbsp; 6. ทักษะภาวะผู้นำ ถ้าเราสร้างเด็กให้มีทักษะหลากหลายได้ ก็จะทำให้ทำเกิดการคิดเชิงสร้างสรรค์ในตัวเอง และมีความกล้าแสดงออก 7 .ทักษะการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจ &amp;nbsp; 8 &amp;nbsp;ทักษะมนุษย์สัมพันธ์ &amp;nbsp;9 .ทักษะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง คนไทยอย่าเชื่อง่าย อย่าแชร์อย่างไม่มีเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายตวง อันทะไชย กล่าวว่า &amp;nbsp; ต้องยอมรับว่า การศึกษาในศตวรรษที่ 21 จะไม่เหมือนเดิม เพราะโลกเปลี่ยน ต่อไปยุค 5 จี ซึ่งมีทั้ง fintech / block chain /digital/ business / robot ในอนาคตเราต้องไปสร้างนวัตกรรมก็ได้แม้ไม่ต้องจบปริญญา แต่ขอให้สร้างสิ่งใหม่ ๆ ได้ &amp;nbsp; ในระบบโรงเรียนเด็กๆ ต้องสังเกตตัวเองว่า เรียนอะไรแล้วชอบ เรียนไประยะหนึ่ง เมื่อค้นพบสิ่งที่ชอบ หยุดเรียนฝากหน่วยกิตไว้แล้วไปทำงานก่อนได้ &amp;nbsp;ในรูปแบบอาชีพ ดังคำพูดที่ว่า &amp;ldquo; จินตนาการสำคัญกว่าความรู้&amp;ldquo; หรือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทัศนคติสำคัญกว่าไอคิว และความฉลาด&amp;rdquo; &amp;nbsp;โลกของการศึกษาในอนาคต คือ 1 การจัดการศึกษาคือการพัฒนาและเตรียมคนให้ไปอยู่ได้ใน สังคมอินเทอร์รับชั่น &amp;nbsp; 2 .การจัดการศึกษาคือการพัฒนาคน ให้เต็มศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวของผู้เรียน &amp;nbsp; &amp;nbsp;3 .การจัดการศึกษาในความเชื่อว่าเด็กทุกคนสมารถเรียนรู้ได้ &amp;nbsp;มีความฉลาดที่แตกต่างกัน โรงเรียนจะต้องหาทางบ่มเพาะสติปัญญาหรือความฉลาดที่แตกต่างกัน โดยวิธีการที่สมดุลย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; เมื่อโลกเปลี่ยน เกิดปฏิวัติโลก เกิดระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน เกิดปัญญาประดิษฐ์และการตัดสินใจ เกิดอินเตอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง การเรียนรู้ในศตวรรษใหม่ไม่ได้พูดถึงปริญญา แต่พูดถึงความเก่งในตัวเด็กแต่ละคน เราในฐานะครูผู้สอนจะทำอย่างไร &amp;nbsp;เราต้องพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ต้องถามเด็กว่าเขาจะเป็นอะไร อยากเรียนอะไร เช่น เขาอยากเป็นนักฟุตบอลก็ไม่ต้องเก่งด้านฟิสิกซ์ ชีวะ เราต้องหาศักยภาพของเด็กแล้วดึงความเก่งนั้นออกมา เราจึงต้องเปลี่ยนวิชาการ &amp;nbsp; เพราะระบบการศึกษาสร้างคนและสร้างชุมชนได้ &amp;nbsp;อย่าไปคาดหวังปฏิรูปเศรษฐกิจการเมือง &amp;nbsp;เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้ &amp;nbsp;นายตวงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43321</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายตวง อันทะไชย, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, วุฒิสาร ตันไชย, องค์กรท้องถิ่นสร้างการศึกษาเองรับมือโลกป่วน, เด็กในศตวรรษที่21</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d5217fbc67d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
