<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ภาคธุรกิจไทยร่วมฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษเสนอมาตรการยกระดับแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 ในกรุงเทพฯและปริมณฑลได้คลี่คลายลง เพราะสภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูร้อนทำให้มีกระแสลม พัดพาฝุ่นพิษให้เคลื่อนตัว &amp;nbsp;แต่ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานปริมาณฝุ่นพิษเพิ่มมากขึ้นเกินค่ามาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนปัญหาฝุ่นPM2.5 ไม่เพียงทำลายสุขภาพอนามัยของคนไทยแต่ยังพ่นพิษส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยติดต่อกันทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีหน้าเชื่อได้ว่า ฝุ่นพิษก็ยังคัมแบ็กห่มคลุมเมืองอีก หากไม่เร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมหรือแก้ที่ต้นเหตุ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(Thailand Business Council for Sustainable Development : TBCSD ) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI) จึงร่วมหาแนวทางการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบบูรณาการให้เกิดผลเพื่อหยุดภัยคุกคามจากมลพิษที่จะเกิดขึ้นผ่านงานเสวนา&amp;rdquo;ภาคธุรกิจไทย(TBCSD) กับการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาPM 2.5 &amp;ldquo; ณบริษัทไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) อาคารENCO B กรุงเทพฯเมื่อวันก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเสวนาครั้งนี้มีซีอีโอของกลุ่มบริษัทเอกชนเข้าร่วมแสดงเจตจำนงในการร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาฝุ่นขนาดเล็กอาทิฉัตรชัยเลื่อนผลเจริยชัยกลุ่มบริษัทดาวประเทศไทย,พงศธรทวีสินบริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตเรียมแห่งประเทศไทย,นพดลปิ่นสุภาบริษัทไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) , เกวลินหวังพิชญสุขบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยจำกัดตลอดจนผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อกับการสู้ฝุ่นพิษมาบอกเล่าสถานการณ์และความท้าทายในการหยุดปัญหาฝุ่นPM 2.5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเสริฐ บุญสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ &amp;nbsp;ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(TBCSD) กล่าวว่าปัญหาฝุ่นขนาดเล็กจะอยู่กับไทยไปอีกนาน และปีหน้าปัญหาก็จะกลับมาอีกครั้ง &amp;nbsp;องค์กรนี้มี40 บริษัทชั้นนำเป็นสมาชิกในภาคอุตสาหกรรมทั้งกลุ่มธนาคารกลุ่มโรงกลั่นกลุ่มผลิตไฟฟ้ากลุ่มธุรกิจค้าปลีกกลุ่มพลังงานฯลฯ &amp;nbsp;ภายในกลุ่มบริษัทที่เป็นสมาชิกมีแผนลดปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก &amp;nbsp;ซึ่งต้องติดตามประเมินผลกลุ่มนี้ มีขนาดใหญ่รวมพนักงานกว่าแสนคน &amp;nbsp;ถือเป็นเครือข่ายที่ใหญ่โต &amp;nbsp;อีกทั้งกลุ่มค้าปลีกมีลูกค้าเพื่อช่วยร่วมขับเคลื่อนและแก้ปัญหาให้ลดลง &amp;nbsp; โดยงานเสวนานี้จะมีบทสรุปและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 นำเสนอรัฐบาลเพื่อเติมเต็มมาตรการของรัฐบาล &amp;nbsp;เราเห็นว่าการขับเคลื่อนต้องทำต่อเนื่องและมีเป้าหมายไม่ใช่ทำตอนปัญหามาหยุดตอนปัญหาไปแต่ไทยขาดทิศทางแก้ปัญหาภาคเอกชนห่วงมาตรการขอรัฐที่ออกมาโดยไม่คำนึงถึงภาคธุรกิจจะตายหรือไม่การแก้ปัญหาต้องสมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.วิจารณ์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการTBCSD กล่าวว่ารวมกลุ่มบริษัทที่สนใจและดำเนินการพัฒนาที่ยั่งยืนดูแลสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีพันธกิจส่งเสริมภคธุรกิจไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ปัจจุบันมี38 บริษัททำธุรกิจเกี่ยวข้องกับพลังงานและกิจกรรมต่อเนื่องก่อกำเนิดฝุ่นขนาดเล็กปัญหาสำคัญของประเทศจะบูรณาการความยั่งยืน &amp;nbsp;กับธุรกิจนอกจากฝุ่นที่ร่วมตัวแก้ไข ยังมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกตามเป้าหมาย ซึ่งภาคพลังงานมีส่วนสำคัญ รวมถึงการปรับตัวอยู่กับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาฝุ่น เมื่อสภาวะอากาศแล้งจัดยิ่งเพิ่มปัญหาฝุ่นอีกประเด็นขับเคลื่อนคือการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนและการจัดการขยะและขยะพลาสติกครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิจารย์ สิมะฉายา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาสมาชิกมีการประชุมเพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนมาตรการรับมือฝุ่นขนาดเล็กโดยมีการดำเนินการเองโดยสมัครใจทั้งตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องยนต์ประสิทธิภาพการบรรทุกพฤติกรรมการขับขี่เลี่ยงการขับขี่เข้าพื้นที่เมืองนอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกใช้เชื้อเพลิงและรถที่ระบายฝุ่นต่ำกระจายสินค้าอย่างมีประสทธิภาพลดการจราจรในเขตเมืองลดการใช้รถใช้ถนนส่งเสริมทำงานที่บ้านอย่างปตท.สผ. ทำงานที่บ้านผ่านระบบไอที&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือบริษัทไออาร์พีซีมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์วัตถุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิจารณ์ กล่าวต่อว่า ได้ขอความร่วมมือสมาชิกงดการเผาในที่โล่ง &amp;nbsp;มองในแง่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อข้าวและอ้อยจะไม่สนับสนุนผลผลิตอ้อยจากการเผา &amp;nbsp;และสร้างการรับรู้แก่พนักงานองค์กรและประชาชนทั่วไปโดยสร้างการรับรู้ถึงปัญหาผลลชกระทบของฝุ่นพิษแต่ละหน่วยงานภาครัฐมีแผนแต่เกิดผลในทางป้องกันหรือไม่รวมถึงเราจะประชาสัมพันธ์เชิงรุกและใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์TBCSD จะเป็นกลุ่มสร้างแรงขับเคลื่อนในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;TBCSD จะวิเคราะห์แผนงานของรัฐในการแก้ปัญหาฝุ่นขนาดเล็กและเติมเต็มช่องว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคมเราจะจัดทำข้อมูล &amp;nbsp; จากนั้นกำหนดตัวชี้วัดเก็บข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลและและแถลงผลการดำเนินงานปลายปี2563 นอกจากนี้ได้เปิดการรณรงค์&amp;rdquo;ช่วยกันลดฝุ่นPM 2.5 เปลี่ยนฟ้าหลัวเป็นฟ้าใสไร้มลพิษกับฟ้าใส&amp;rdquo; ซึ่งชักชวนฟ้าใส- ปวีณสุดาครูอิ้น &amp;nbsp;มิสยูนิเวิรสไทยแลนด์ &amp;nbsp;2019 มาเป็นทูตรณรงค์ผ่านวิดีโอคลิปจะเผยแพร่ทางสื่อต่างๆต่อไป&amp;ldquo; ดร.วิจารณ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอแนะมาตรการแก้ไขปัญหาPM 2.5 จากกลุ่มTBCS นั้นดร.วิจารณ์กล่าวว่าขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง และหลักการ 12 มาตรการ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5อย่างเป็นรูปธรรม ,สนับสนุนและสร้างแรงจูงใจในการลดการปล่อย PM 2.5 และเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าให้ครบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยที่วิเคราะห์ต้นทุนในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กให้เป็นรูปธรรม อีกข้อเสนอสำคัญ คือการพัฒนาเครือข่ายการตรวจวัด PM2.5 ให้เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน และทำการสื่อสารข้อมูลPM2.5 ให้เป็นเอกภาพ พร้อมสร้างแนวร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ อยากให้กระทรวงเกษตรฯมองการแก้ปัญหาอย่างครบวงจรพื้นที่ใด มีการเผาทางการเกษตรต้องงดการช่วยเหลือเทคโนโลยีปัจจุบันระบุพิกัดได้ที่นาที่ไร่ของใครส่วนการเผาอ้อยป้อนผลผลิตให้เพียงพอภาคอุตสาหกรรมกระทรวงเกษตรกระทรวงอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต้องร่วมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพดล ปิ่นสุภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไออาร์พีซี &amp;nbsp;จำกัด(มหาชน) หนึ่งในสมาชิกองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไออาร์พีซี กล่าวว่า ไออาร์พีซี มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์วัตถุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงมีแผนปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเป็นมาตรฐานยูโร5 เพื่อลดฝุ่นPM 2.5 ลดมลพิษอากาศและลงทุนสร้างท่อขนส่งน้ำมันทดแทนการขนส่งทางรถและเรือรวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทำงานที่บ้านช่วยลดการเดินทางและก่อปัญหาฝุ่นขนาดเลทั้งยังมีความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยกล่าวว่าปี2562 มีรายงานพื้นที่ห่างจากถนนสายหลักค่าฝุ่นขนาดเล็กอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นข้อมูลจากสถานีของกรมควบคุมมลพิษแต่เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ริมถนนค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่29 ไมโครกรัมซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานส่วนข้อมูลปัจจุบันจากAIR 4 THAI เวลา12.00 น. (วันที่10มี.ค.) ค่าฝุ่นขนาดเล็กในกรุงเทพฯอยู่ในระดับที่ปลอดภัยจากนี้ปัญหาจะคลี่คลายแต่ปัญหาจะไปที่ภาคเหนือมาเร็วและเข้มข้นมากข้อมูลค่าเฉลี่ยย้อนหลัง24 ชั่วโมง (วันที่ 10 มี.ค.) &amp;nbsp;สูงถึง231 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp;และอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนจ.แม่ฮ่องสอนแหล่งที่มาจากการเผาจากพม่าและลาวหลังเดือนพฤษภาคมสถานการณ์ฝุ่นก็จะกลับสู่ภาวะปกติในปี2563 จุดความร้อนสะสม9 จ.ภาคเหนือสูงกว่าปี2562 และมีบางส่วนมาจากประเทศเพื่อนบ้านปลายเดือนมกราคมต่อต้นเดือนกุมภาพันธ์2563 ลำปางตากมีจุดความร้อนสะสมสูงและขยับไปชายแดนเพราะประเทศเพื่อนบ้านเผาโดยรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; หากการแก้ปัญหาฝุ่นไม่เป็นรูปธรรมปัญหาจะวนกลับมาปีนี้วนกลับมาแม้ระดมวิธีการแก้ปัญหาแต่แก้ไม่ได้จริงหากดูตามแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในระยะยาวจะสามารถผ่อรคลายปัญหาลงได้เรื่อยๆทั้งเรื่องการเกษตรคุณภาพน้ำมันจะส่งผลให้ค่าเฉลี่ยรายปีลดลงได้แต่มาตรการเหล่านี้ไม่มีผลใน1-2 ปีอย่างการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันมีรถยูโร5,6,7 กว่าจะทดแทนรถเก่าใช้เวลามากกว่า10 ปีและหากภาคเกษตรยังเผาก็ไม่มีทางเพราะรัฐไม่มีมาตรการเข้มๆช่วงวิกฤตต้นปี &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.สุพัฒน์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่มีการติดตั้งหอคอยฟอกอากาศ2 จุดในเมืองกรุงเทพฯแก้ปัญหาฝุ่นคลุมกทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษกล่าวว่าเทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนามานานและกรองฝุ่นได้แต่มีขีดความสามารถจำกัดในการฟอกอากาศกรุงเทพฯมีพื้นที่ &amp;nbsp;1,600 ตารางกิโลเมตรหากจะทำให้ได้ผลเชิงภาพรวมต้องติดตั้งหอคอยจำนวนมหาศาลเพื่อลดฝุ่นขณะที่แหล่งกำเนิดยังปลดปล่อยทุกวันตนเห็นว่าไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกวลิน หวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นพิษส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องหากภาคธุรกิจไม่รวมพลังแก้วิกฤตจริงจัง เกวลิน&amp;nbsp; หวัง พิชญสุขผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บ.ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นของผู้บริโภคประชาชนงดเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวมีฝุ่นเยอะ &amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนแผนไปเที่ยวที่อื่น &amp;nbsp;วางแผนออกนอกกรุงเทพฯนอกจากนี้ปรับการซื้อสินค้าลดความถี่ในการออกนอกบ้านเพื่อซื้อสินค้า ซื้อครั้งละมากขึ้น หรือซื้อออนไลน์ รวมถึงปรับการทานอาหารเพื่อรับมือกับฝุ่นละออง โดยเปลี่ยนมาทานร้านอาหารในห้าง สั่งเดลิเวอร์รี่ และซื้อหรือทำอาหารที่บ้าน งดไปตลาดนัดและร้านอาหารในพื้นที่กลางแจ้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ตัวเลขการสูญเสียค่าโอกาสด้านเศรษฐกิจจากฝุ่นPM2.5 ในกรุงเทพฯและปริมณลช่วงสองเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.2-6.0 พันล้านบาท &amp;nbsp;โดยในส่วนนี้2-3 พันล้านบาทเป็นค่ารักษาพยาบาลและการป้องกันตัวเองซื้อหน้ากากอนามัยและเครื่องฟอกอากศถ้าปัญหาฝุ่นนี้เรื้อรังยังรอมาตรการของรัฐจริงจังแก้ปัญหามูลค่าการเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจจะสะสมมากขึ้นมีแนวโน้มจะยกระดับสู่หลักหมื่นล้านบาทได้&amp;ldquo; เกวลินกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทยฯ ระบุว่าแผนระยะสั้นเฉพาะหน้าระยะกลางถึงระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาต้องกำหนดเป้าหมายเป็นระยะและทุกแผนมีทั้งผลบวกและผลกระทบตัวอย่างแนวทางแก้ปัญหาเช่นซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยทดแทนการเผาเพราะขาดแคลนแรงงานขณะเดียวกันก็เป็นการปรับประสิทธิภาพการผลิตด้วยเกษตรกรอาจขาดแคลนแรงงานจึงเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยวเพราะตัดได้ง่ายและปริมาณมากกว่าตัดอ้อยสดส่งผลเกิดฝุ่นพิษPM 2.5 ถ้ามีเครื่องจักรตัดอ้อยเบื้องต้นอาจใช้เงินลงทุนประมาณ15,000-20,000 ล้านบาทเพื่อซื้อเครื่องจักรที่ยังขาดอยู่3,500 -4,000 เครื่องเมื่อเทียบกับผลผลิตอ้อยต่อปีขณะที่ราคาเครื่องจักรอยู่ที่10 ล้านบาทต่อเครื่องแนวทางอาจรวมกลุ่มหรือรวมครัวเรือนโดยโรงงานน้ำตาลลงทุนช่วยเกษตรกรสนับสนุนเงินตั้งต้นกำหนดกี่ครัวเรือนต่อเครื่องจักรหนึ่งเครื่องหรือทยอยทำเป็นเฟสก็ได้นอกจากช่วยลดฝุ่นPM 2.5 ช่วยยกระดับการผลิตภาคเกษตรให้มีคุณภาพแทนที่การเผา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแนวทางเยียวยา &amp;nbsp;เธอกล่าวว่าเปลี่ยนรถเก่าเช่นอายุ16-20 ปีขึ้นไปเป็นรถใหม่ที่มาตรฐานควบคุมมลพิษที่ดีกว่าเดิมซึ่งการเปลี่ยนรถใหม่เป็นภาระของประชาชนภาครัฐต้องเสนอเงื่อนไขที่จูงใจหรือให้เงินอุดหนุนช่วยเหลือควบคู่กับเงื่อนไขด้านภาษีและอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรนหากไปถึงรถอีวีได้ยิ่งดีสอดคล้องกับแผนส่งเสริมของรัฐบาล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ค่าเสียโอกาสที่ประเมินเป็นการประเมินระยะสั้นแต่เชิงผลกระทบระยะยาวเป็นเรื่องสุขภาพร่างกายซึ่งประเมินค่าไม่ได้ฝุ่นสะสมในร่างกายก่อให้เกิดโรคต่างๆยิ่งอายุมากยิ่งมีความเสี่ยง &amp;nbsp;หากประเมินด้านทรัพยากรเป็นความสูญเสียด้านแรงงานและเสียโอกาสการเป็นฮับด้านการท่องเที่ยวฮับด้านการแพทย์เป็นความสูญเสียที่ประเมินได้ลำบาก&amp;ldquo; เกวลินย้ำผลกระทบในทุกมิติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่าปี62 คณะรัฐมนตรีประกาศให้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติเกิดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองคลอด3 มาตรการมีแนวทางแก้ปัญหาจราจรน่าจะประสบผลสำเร็จมากขึ้นคาดว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่นขนาดเล็กเฉลี่ยรายปี63 ในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะน้อยกว่าปี2562 เพราะหลายหน่วยงานให้ความร่วมมือส่วนภาคเหนือเอาไม่อยู่เพราะที่เชียงรายและแม่ฮ่องสอนผลกระทบจากเพื่อนบ้านสำหรับจุดสะสมความร้อนก่อนช่วงรัฐบาลประกาศห้ามเผามาจากชาวบ้านชิงเผาก่อนเกิดปัญหาหมอกควัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสนับสนุนให้ท้องถิ่นติดเครื่องตรวจวัดอากาศก่อนรายงานสู่ส่วนกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรฐานเชิงรุก รองอธิบดี คพ. กล่าวว่า มีโครงการจะปรับลดค่าเฉลี่ยค่าฝุ่น PM2.5 รายวันเป็น35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรรวมถึงลดค่าฝุ่นรายปีแต่จะปรับค่าลงได้ต้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมืองดกิจกรรมจากแหล่งกำเนิดในช่วงมลพิษสูงต้องมีมาตรการผลักดันลดจากแหล่งกำเนิดขณะนี้มีแล้วสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆหากค่าเฉลี่ยรายปีลดลงเรื่อยต่อไปไทยจะปรับลดค่าเฉลี่ยเท่ามาตรฐานระดับโลกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนเถลิงศักกดิ์กล่าวว่ามีการดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนแจ้งเตือนประเทศเพื่อนบ้านเมื่อไทยได้รับผลกระทบเช่นพม่าส่วนในระดับจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดมีการประสานกับผู้นำของรัฐนั้นเพื่อส่งอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหาหมอกควันจากข้อตกลงอาเซียนแต่ละประเทศต้องดูแลและจัดการปัญหารวมถึงรายงานเหตุที่ยังเกิดปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างไรก็ตามไทยจะสนับสนุนการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศและวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อเขาแก้ปัญหาในพื้นที่ไทยก็ได้ประโยชน์ด้วยรวมถึงจัดอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่และจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือและจิตสำนึกบริเวณชายแดนเพื่อนบ้านยกให้ไทยเป็นผู้นำในการแก้หมอกควัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร &amp;nbsp;กล่าวว่า แหล่งกำเนิดฝุ่นขนาดเล็กในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาจากการขนส่งร้อยละ 72 ซึ่งเมืองใหญ่ในต่างประเทศก็เผชิญปัญหาฝุ่นและใช้มาตรการยาแรงแก้ไขไทยจะเอาแบบนี้มั้ยสเปนเกาหลีใต้จำกัดการใช้รถยนต์จำกัดที่จอดรถภายในเมืองสวีเดนอังกฤษฟินแลนด์เก็บค่าธรรมเนียมเข้าเมืองยกเลิกใช้รถยนต์ดีเซลมีที่สวีเดนอังกฤษฟินแลนด์บราซิลสิงค์โปรรถใหม่ที่ขายมาตรฐานยูโรกลับมาที่ไทยมีการประชุมแผนปฏิบัติงานชัดเจนในส่วนภาคคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการระยะสั้น 63-64 มีเรื่องบำรุงรักษาเครื่องยนต์รถโดยสารสาธารณะ ขสมก.บขส.รวมถึงเรือโดยสารรถไฟไทย รฟม. อีกมาตรการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันรถโดยสารใช้ไบโอดีเซลบี20 แก้ปัญหารถติดและลดฝุ่นจากการก่อสร้างระยะกลางปี65-69 เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นพลังงงานสะอาดเครื่องEV จะต้องทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานกระทรวงอุตสาหกรรมระยะยาวปี70-75 จำกัดการใช้รถยนต์ &amp;nbsp;,เปลี่ยนท่าเรือกรุงเทพจากบริการสินค้าเป็นท่าเรือท่องเที่ยวและเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นพลังงานสะอาดทั้งหมดเราวางมาตรการไว้หมดแล้วเพราะภาคคมนาคมตกเป็นจำเลยของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร วิชัย &amp;nbsp;ไตรสุรัตน์ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่าพื้นที่320 ล้านไร่มี149 ล้านไร่เป็นพื้นที่การเกษตรในจำนวนนี้เป็นพื้นที่อ้อยโรงงาน19 จังหวดรวมพื้นที่81,783 ไร่จากการมอนิเตอร์ปี2562 เป้าหมาย26 จังหวัดส่วนปี2563 เป้าหมายเพิ่มเป็น46 จังหวัดโดยขยายมาที่ภาคอีสานและภาคตะวันตกด้วย &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์และพื้นที่เสี่ยงเปราะบางมากมีปลูกพืช3 ชนิดที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว3.18 ล้านไร่เป็นข้าวอ้อยและข้าวโพดโดยสร้างความตระหนักลดปริมาณเชื้อเพลิงบังคับใช้กฎหมาย &amp;nbsp;จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังอ้อยมีประเด็นมากแม้มีเป้าหมายปี65 จะไม่รับซื้ออ้อยจากการเผาเลยแต่ก็ยากเพราะไทยผลิตน้ำตาลส่งออกเป็นหลักโรงงานน้ำตาลต้องการปริมาณเยอะเกษตรกรลดต้นทุนโดยการเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว วิธีแก้ คือซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยแต่เครื่องจักรไม่เพียงพอ &amp;nbsp;หลายหน่วยงานต้องช่วยกัน ปีนี้เน้นเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีการเผาสูงในภาคเหรือกลางอีสานเตรียมปฏิบัติการฝนหลวง นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ เสนอครม. ปลูกพืช 6 ชนิดที่มีความสามารถในการลดฝุ่นมีผลวิจัยยืนยันลดฝุ่น30-60% &amp;nbsp;เช่นกระดุมทองคล้านกยูงเศรษฐีเรือนในฯลฯโดยแจกจ่ายหนึ่งล้านต้นให้ประชาชนปลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ในการสร้างเกษตรปลอดการเผาเน้นพื้นที่ปลูกอ้อยเช่นเชียงใหม่น่านมีพื้นที่ต้นแบบส่งเสริมอ้อยเป็นอาหารสัตว์และประสานกับธกส. กู้เงินเพื่อซื้อเครื่องจักรสิ่งสำคัญปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้สร้างประสิทธิภาพการตลาด800 กว่าศูนย์ทั่วประเทศ&amp;ldquo; วิชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ดนัย ชีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย &amp;nbsp;กล่าวว่า สภาพแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องกับการกลายพันธุ์ของไวรัสฉะนั้น ต้องมองเป็นองค์รวม สำหรับผลกระทบฝุ่นขนาดเล็กระยะสั้นจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเด็ก &amp;nbsp;ผู้สูงอายุและผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ&amp;lt;span style=&amp;quot;font-family:&amp;quot;.SFUIText&amp;quot;;font-
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59932</URL_LINK>
                <HASHTAG>TBCSD, ค่าPM2.5, นพดล ปิ่นสุภา, นายวิจารณ์ สิมาฉายา, ประเสริฐ บุญสัมพันธ์, วิขัย ไตรสุรัตน์, องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน, เกวลิน หวัง, เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f314eb8a31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขยะพลาสติก&#039; ปัญหาขบคิดระดับชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะพลาสติกในทะเล เครดิตภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขยะพลาสติกในประเทศไทยติดโผมากเป็นอันดับ 5 ของโลก คิดเป็น 2 ล้านตันของปริมาณขยะทั้งหมด ที่น่ากังวลก็คือ ขยะพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ปีละ 0.5 ล้านตัน ที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบและเผาทำลาย บางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อม แต่ละปีมีขยะพลาสติกไหลลงทะเลจำนวนมาก กลายเป็นแพขยะในทะเลขนาดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติขยะพลาสติกยังเป็นปัญหารุนแรงต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง นำมาสู่การเดินหน้าทำแผนลดขยะ และเพิ่มวิธีรีไซเคิลพลาสติก โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ &amp;nbsp;(กก.วล.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กก.วล. มีมติแต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนการบริหารจัดการขยะพลาสติก จำนวน 3 คณะ เมื่อต้นเดือน ส.ค.2561 ประกอบด้วย คณะทำงานด้านการพัฒนากลไกการจัดการขยะพลาสติก เพื่อร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงาน รวมทั้งพัฒนากลไกทางเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย &amp;nbsp;เพื่อจัดการขยะพลาสติก คณะทำงานด้านการส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อร่วมกันสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะพลาสติก และคณะทำงานด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์ขยะพลาสติก เพื่อร่วมกันพัฒนา หารูปแบบและวิธีการเพิ่มอัตราการรีไซเคิลพลาสติก โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ.2570 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงปัญหาขยะพลาสติกว่ายังเป็นเรื่องที่ต้องมีการจัดการอย่างจริงจัง และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางจัดการขยะพลาสติก เมื่อเร็วๆ นี้ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จึงได้จัดเสวนาเรื่อง &amp;#39;แนวทางการบริหารจัดการขยะพลาสติก เพื่อส่งเสริมการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนของประเทศไทยในอนาคต&amp;quot; ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว เมื่อวันก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะพลาสติกสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ โดยเฉพาะขยะทะเลซึ่งสลายตัวกลายเป็นพลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติก &amp;nbsp;ปลากินพลาสติก คนกินปลา เวลานี้ระบบห่วงโซ่อาหารสะสมด้วยไมไครพลาสติก ขยะในทะเลล้วนมาจากบนบก เช่น เกาะสมุยมีปริมาณขยะ 1 แสนตัน ไม่ได้จัดการอย่างถูกต้อง ขยะพลาสติกก็ไหลลงทะเล แม้แต่ขยะลอยเกลื่อนคลองกลางกรุงก็ลงทะเล แม่น้ำสายต่างๆ นำขยะพลาสติกสู่ทะเล 70% ไทยสร้างขยะ 27 ล้านตัน จัดการถูกต้องเพียงครึ่งเดียว ไทยต้องหาทางออกจัดการขยะพลาสติก การสร้างที่ฝังกลบ เตาเผาขยะ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะถูกต่อต้าน แต่ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ ไทยมีบทเรียนหลายโครงการ หากเทคโนโลยีไม่มีประสิทธิภาพจะกระทบความเป็นอยู่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยสร้างขยะ 27 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติก 2 ล้านตัน แต่ละคนสร้างขยะ 1 กิโลกรัม 1 ขีด ต่อวัน เป็นถุงพลาสติก 8-10 ใบต่อวัน ไทยสร้างขยะเปียกมากกว่า 62% &amp;nbsp;ถ้าสามารถจัดการขยะเปียก ผัก ผลไม้ จะมีทางออก แต่ถ้าเลือกฝังกลบหมด เราต้องการพื้นที่อีกมาก ขณะที่นำไปเผาก็ไม่เกิดประโยชน์ กระแสโลกให้ความสำคัญขยะอาหาร ส่วนขยะพลาสติก ขยะในทะเลไหลมาจากแม่น้ำมากที่สุด แม่น้ำโขงเป็นแหล่งกำเนิดขยะพลาสติกในทะเลมากสุดแห่งหนึ่งในโลก จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร &amp;nbsp;ขยะทะเลที่พบอันดับ 1 ถุงพลาสติก ตามด้วยหลอด ฝาพลาสติก ภาชนะบรรจุอาหาร สัตว์น้ำ 200 ชนิด ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ซากวาฬ ปลา เต่า เสียชีวิตพบเศษพลาสติก&amp;quot; ดร.วิจารย์ชี้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพย์กล่าวด้วยว่า ทั่วโลกตื่นตัวปัญหาขยะพลาสติก ออกมาตรการหลายรูปแบบ อย่างชิลีออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก ส่วนอินเดียให้คำมั่น หยุดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง ไต้หวันขยายมาตรการเพิ่มห้ามใช้พลาสติกความหนาน้อย เพราะใช้ครั้งเดียวต้องทิ้ง ในทวีปอเมริกา บราซิลรณรงค์ให้ประชาชนลดใช้ถุงพลาสติก หลายเมืองในสหรัฐห้ามใช้ถุงพลาสติกย่อยสลายไม่ได้ ร้านค้าขายถุงแบบใช้ซ้ำได้ ซึ่งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกไทยต้องศึกษาและวิเคราะห์มาตรการจัดการขยะพลาสติกต่างประเทศ ปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐและเอกชนผนึกกำลังกันลดขยะพลาสติก ทั้งยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือ Cap seal งดนำเข้าโฟม ถุงหูหิ้วเข้าอุทยานฯ &amp;nbsp; ปัจจุบันไทยผลิตถุงพลาสติกหูหิ้ว 45,000 ล้านใบ ใช้ในตลาดสดกว่า 20,000 ล้านใบ ซึ่งมีการตั้งเป้าลดใช้ถุงหูหิ้ว &amp;nbsp;4,000 ล้านใบต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเสวนายังสะท้อนการเร่งจัดการขยะพลาสติกของสหภาพยุโรป สุทธิยา จันทวรางกูร Programme Officer คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) เน้นเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน มอง 4 เรื่อง คือ กระบวนการผลิต บริโภค กำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่ม เพราะปัจจุบันอียูนำเข้าทรัพยากรมากกว่าส่งออก หวั่นเกิดปัญหาวัตถุดิบและนวัตกรรมในการกำจัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุทธิยา จันทวรางกูร ผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนอียูระบุเมื่อ 10 ปีก่อนมีคำว่า Green Economy และ Green Growth แต่ปัจจุบันใช้แนวคิด Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเป็นการเน้นใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดการจัดการขยะดีขึ้น และนำขยะพลาสติกกลับเข้ารีไซเคิล เป็นส่วนหนึ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะที่ระบบนิเวศได้รับผลกระทบน้อยลง อียูหยิบประเด็นขยะพลาสติกออกเป็นแผนปฏิบัติการในปี 61 วันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมาจับมือกับสหประชาชาติเปิดโครงการลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว ปี 58 ตัวเลขนำเข้าพลาสติกของอียู 49 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นบรรจุภัณฑ์เกือบ 40% กลายเป็นขยะต้องเร่งจัดการ ปัจจุบันรีไซเคิลพลาสติก 30% อียูอยากเห็นตัวเลขมากขึ้น รวมถึงพลังงานขยะต้องเพิ่มขึ้น ส่วนฝังกลบให้ลดลง โดยมีกรอบทำงานและข้อบังคับชัดเจน 28 ประเทศสมาชิกอียูต้องนำไปแปลงเป็นกฎหมายและแนวทางปฏิบัติตามวิถีแต่ละชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลยุทธ์อียูมี 4 เสาหลัก คือ จำกัดการใช้พลาสติกและการทิ้งพลาสติก ปรับปรุงกระบวนการผลิต การรีไซเคิล และออกแบบวิธีการ นอกจากนี้ อียูกระตุ้นทุกภาคส่วนในโลกลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว โดยไทยเป็นหนึ่งในผู้ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลติดอันดับโลก ปลายปีนี้จะร่วมดำเนินกิจกรรมลดขยะพลาสติกกับไทย&amp;quot; สุทธิยาเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแนวคิดจัดการขยะที่ฮอตมากในอียูก็คือ การออกนโยบายส่งเสริมให้ออกแบบวัสดุที่มีดีไซน์และคงทนมากขึ้น มีส่วนที่นำมารีไซเคิลใหม่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ มีการโปรโมตสินค้ามือสองให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ปัจจุบันพบร้านขายของมือสองที่อังกฤษ เยอรมนี เบลเยียม มีลูกค้าที่ไม่ใช่กลุ่มคนยากจนเพิ่มขึ้น นี่คือเศรษฐกิจหมุนเวียน แม้มีกรอบเอื้อต่อการผลิตอย่างยั่งยืน ภาคเอกชนลงทุน &amp;nbsp;กฎหมายจูงใจ แต่สิ่งสำคัญสุดคือผู้บริโภค เป็นพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะทางทะเล อียูก็หนักหน่วงไม่แพ้ไทย สุทธิยาเผยว่า 276 ชายทะเล กับ 4 คาบสมุทรของยุโรป มีขยะไหลลง กระทบทรัพยากรธรรมชาติ ผลศึกษาชี้อันดับหนึ่งขวดน้ำ ถัดมาก้นบุหรี่ คัตตอนบัต ถุงขนมก๊อบแก๊บ ถุงพลาสติก ตามลำดับ นำมาสู่แนวทางจัดการขยะแต่ละประเภท ทำให้กลุ่มอียูตั้งเป้าในปี 2568 ต้องมีการแยกขยะที่เป็นขวดออกมาให้หมด และไม่ได้มีแต่นโยบาย ยังมีการมอนิเตอร์ติดตามผล ประเมินทุก 6 ปี ทั้งนี้ เพื่อขันนอตแก้ปัญหาขยะพลาสติก ควบคู่สร้างความตระหนักแก่ประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติก ให้ยั่งยืนเป็นอีกหัวข้อน่าสนใจ มีตัวแทนรับและผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยล้อมวงแลกเปลี่ยน ขายไอเดียใหม่ๆ &amp;nbsp;สุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ไทยมีการผลิตเม็ดพลาสติก 8.5 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็น ส่งออก 5.2 ล้านตัน อีก 3.3 ล้านตันผลิตใช้ในประเทศ และนำเข้าบางส่วน ตัวเลขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ พลาสติกที่ใช้ในประเทศเป็นบรรจุภัณฑ์ 45% เครื่องใช้ไฟฟ้า 15% งานก่อสร้าง 12% และอื่นๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขยะพลาสติก 2 ล้านตัน นำกลับมาใช้ประโยชน์เพียง 25% อีก 75% อยู่ในกองขยะ โดยเฉพาะถุงก๊อบแก๊บขนาดบางเบา ไม่มีมูลค่า ขายไม่มีคนซื้อ กำลังสร้างปัญหาให้สภาพแวดล้อม เพราะเราใช้ถุงหูหิ้ว 45,000 ล้านใบต่อปี &amp;nbsp;กำจัดยาก ย่อยสลายยาก ส่วนแผนจัดการขยะพลาสติกไทย เราชูนโยบายลดตั้งแต่ต้นทาง เลิกใช้ทั้งถุงหูหิ้ว ถุงร้อน ถุงเย็น แก้วน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียว กล่องโฟม และพัฒนานวัตกรรมเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอกชนจะมีบทบาทสำคัญเรื่องนี้ สุดท้ายคัดแยกและกำจัดอย่างถูกวิธี&amp;quot; สุณีย้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ประทรรศน์ สูตะบุตร รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด สภาพอากาศแปรปรวน และขยะตกค้างในทะเล หากจะแก้ปัญหาต้องลดขยะ ลดการเน่าเสียของอาหาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มองว่าพลาสติกไม่ใช่ตัวร้าย จากการศึกษาอุตสาหกรรมพลาสติกใช้พลังงานในการผลิตและขนส่งน้อยลง 80% เทียบกับวัสดุอื่น แถมยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า นวัตกรรมพลาสติกที่ยั่งยืนต้องรีไซเคิลได้ ไม่ใช่หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัท ดาวฯ พัฒนามาตลอด เช่น ถาดใส่อาหารทำให้อาหารเน่าเสียช้าลง ปัจจุบันนวัตกรรมพัฒนาไปถึงขั้นไม่จำเป็นต้องมีถาด ใช้เพียงพลาสติกซีลชิ้นเนื้อ น้ำหนักแค่ 3 กรัม หรือถุงเมล็ดพันธุ์ แม้บาง แต่คุณสมบัติต้านทานการเจาะและฉีกขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก เรายึดหลักใช้น้อย แต่มีประสิทธิภาพดี ปัจจุบันพลาสติกมี 7 ประเภท นอกจากนี้ยังมีพลาสติกย่อยสลายในสิ่งแวดล้อมควรสนับสนุนและพัฒนาต่อไป ส่วนขยะพลาสติกถ้าจัดการดีสามารถทำถนนลาดยางมะตอยผสมพลาสติก ทำอิฐบล็อกตัวหนอน รวมทั้งนำเศษพลาสติกผสมขี้เลื่อยผลิตไม้เทียม หรือทำแท่งพลังงาน แต่ปัญหาหลักพฤติกรรมผู้บริโภคยังจัดเก็บ คัดแยกไม่ถูกต้อง&amp;quot; ผู้บริหารดาวฯ กล่าว และฝากในท้าย การพิชิตเป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน ต้องผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก, วิจารย์ สิมาฉายา, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน, แผนจัดการขยะพลาสติก, ไทยอันดับโลกทิ้งขยะลงทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f87bcace21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
