<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2025 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว! เกณฑ์จัดสรรเงิน 10,067 ล้าน ให้ &#039;เทศบาลตำบล-อบต.&#039; ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง morroc168&amp;nbsp;หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของเทศบาลตําบล และ องค์การบริหารส่วนตําบล (อบต.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ ได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดสรร เงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒ (๑๑) และมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงกําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงิน อุดหนุนทั่วไปสําหรับชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๑ การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้พิจารณาจัดสรรให้แก่ เทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล ที่มีรายได้ลดลงจากการจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับจากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบํารุงท้องที่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยใช้ข้อมูลที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับรายงาน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
&amp;nbsp;
ข้อ ๒ เงินอุดหนุนทั่วไปสําหรับชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับ ผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จํานวน ๑๐,๐๖๗,๕๙๐,๐๐๐&amp;nbsp;บาท ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรแก่เทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล ที่มีรายได้ลดลงจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ส่วนที่หนึ่ง ร้อยละ ๑๐ จํานวน ๑,๐๐๖,๗๕๔,๐๐๐ บาท จัดสรรให้เทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล ตามสัดส่วนของผลการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (LPA) ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกําหนด ประจําปี ๒๕๖๓ ด้านที่ ๓ การบริหารงานการเงินและการคลัง (การจัดเก็บรายได้) เฉพาะตัวชี้วัด เรื่อง การประชาสัมพันธ์ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บภาษี การจัดทําแผนที่แม่บทเพื่อจัดทําแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน อัตราการเพิ่มขึ้นของจํานวนผู้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย และภาษีบํารุงท้องที่ ร้อยละ ของลูกหนี้ผู้ค้างชําระภาษีลดลงจากปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นโดยรวมของจํานวนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย และภาษีบํารุงท้องที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ส่วนที่สอง ร้อยละ ๙๐ จํานวน ๔,๐๖๐,๘๓๑,๐๐๐&amp;nbsp;บาท และส่วนที่เหลือจากการ จัดสรรตาม (๑) จัดสรรให้เทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบลที่ยังคงมีรายได้ลดลง ตามสัดส่วนของรายได้คงเหลือหลังการจัดสรรตาม (๑)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ ให้เทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล นําเงินอุดหนุนทั่วไปที่ได้รับจัดสรร ตามข้อ ๒ ไปดําเนินการตามอํานาจหน้าที่และภารกิจถ่ายโอน ตามข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี หากเทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบลใดนําไปใช้จ่าย และมีเงินเหลือให้ตกเป็นเงินสะสมของเทศบาลตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๔ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรายงานการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปตามข้อ ๒ ให้คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ประธานกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110019</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสรรงบประมาณ, องค์กรปกครองท้องถิ่น, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ร่วมกับท้องถิ่น กทม.เข้าถึงเครื่องวัดความดันโลหิต ติดตั้งทุกหน่วยราชการ ลดความเสี่ยงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 ต.ค.62- ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงการวัดความดันโลหิต ระหว่างกรมควบคุมโรค กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร โดยมีนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกรมควบคุมโรค กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า สธ.ได้เร่งรณรงค์สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับให้ประชาชน เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ป้องกันการเจ็บป่วย ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยเฉพาะจากโรคความดันโลหิตสูง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูงเนื่องจากช่วงแรกมักจะไม่แสดงอาการใดๆ จึงไม่ได้เข้ารับการรักษาหรือปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ โรคไต สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 24.7 หรือประมาณ 13 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือผู้ป่วยร้อยละ 45 ไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูง จึงได้ร่วมกับกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร จัดเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติใช้งานง่าย สามารถตรวจวัดได้ด้วยตนเอง พร้อมสื่อให้ความรู้ในการประเมินและปฏิบัติตน โดยให้บริการประชาชนในสถานที่ติดต่อราชการ เช่น ที่ว่าการอำเภอ/ที่ว่าการเขต ศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการวัดความดันโลหิตในสถานที่สาธารณะ และทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้สุขภาวะของตนเองนำไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน เครียดสะสม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะเริ่มในช่วงแรกกรุงเทพมหานคร และ 3 จังหวัดปริมณฑล คือ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ 100 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. &amp;nbsp;กล่าวว่า สธ. มีมาตรการเร่งด่วน &amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักสุขภาพ Know Your Number, Know Your Risk โดยให้มีเครื่องวัดความดันโลหิตในโรงพยาบาล สถานที่ราชการ สถานที่ทำงานทั่วประเทศ และจัดหลักสูตรอบรมอาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นหมอประจำบ้าน เพื่อดูแลสร้างเสริมสุขภาพประชาชน นอกจากนี้ ได้สำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บโดยกรมควบคุมโรค พบว่าในปี 2561 คนไทยอายุ 15-79 ปี ร้อยละ 68.4 ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต ซึ่งร้อยละ 16.52 ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ มีผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 16.8 โดยเพศชายสูบบุหรี่มากกว่าเพศหญิง 16 เท่า ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 19.5 สำหรับผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบร้อยละ 22.3 เป็นเพศชายร้อยละ 36.2 และหญิงร้อยละ 9.4 การรับประทานผักและผลไม้ได้เพียงพอร้อยละ 33.0 ทั้งเพศหญิงและเพศชาย การออกกำลังกายร้อยละ 42.3 มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน 19 ล้านคน เพศหญิงมากกว่าเพศชาย จึงขอเชิญชวนประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ ลด ละ เลิก บุหรี่ แอลกอฮอล์ เพิ่มกิจกรรมทางกาย ไม่รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มจัด เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ติดตั้งเครื่องวัดความดันตามหน่วยราชการต่างๆ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, องค์กรปกครองท้องถิ่น, เข้าถึงเครื่องวัดความดัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db69d0b3149d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
