<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ภายในประเทศที่ลดต่ำลง อันเนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนชะลอตัว &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้องค์กรภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลประชาชน &amp;nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงลดปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานคืนถิ่น ให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้และยังเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาต่าง ๆ อัตราดอกเบี้ย MLR &amp;ndash; ไม่เกิน 2.25% ต่อปี (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ ร้อยละ 4.875 ต่อปี) ทั้งนี้ เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร โดยนำสินเชื่อดังกล่าวไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือค่าลงทุน อาทิ &amp;nbsp; การสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ โรงสีข้าวชุมชน ตลาดจำหน่ายสินค้า การส่งเสริมพัฒนากลุ่มอาชีพต่าง ๆ ปรับปรุงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานในด้านการส่งเสริมอาชีพ หรือเพื่อการศึกษาของบุคคลในครอบครัวของประชาชนในพื้นที่ การสร้างสนามกีฬา สวนสาธารณะ ศูนย์การแพทย์ชุมชน การเสริมสร้างการเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความต้องการทางด้านการแพทย์ การจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อปท. จะต้องดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุนสินเชื่อต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา อปท. และมีการตั้งงบประมาณเพื่อชำระหนี้คืนแก่ธนาคาร วงเงินกู้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้เงินกู้ โดยวิเคราะห์จากแผนการดำเนินงาน งบการเงิน ระดับขีดความสามารถในการก่อหนี้ของ อปท. แต่ละแห่ง ซึ่งกำหนดจากความสามารถในการจัดเก็บรายได้ และรายได้จากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากส่วนกลาง ในส่วนของการชำระคืน กรณีเป็นทุนหมุนเวียนหรือเป็นค่าใช้จ่าย ชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน กรณีพิเศษ ไม่เกิน 18 เดือน กรณีเป็นค่าลงทุน ชำระคืนรายงวด ไม่เกิน 10 ปี (ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายผูกพันของ อปท.) ทั้งนี้ อปท. ที่มีความสนใจและต้องการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., สินเชื่อ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f773802f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม” มอบ สทนช. เร่งบูรณาการภาครัฐ – ประชาชนในพื้นที่  คลอดแผนแก้ความเค็มลุ่มน้ำแม่กลองจุดเชื่อมต่อทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พลเอกประวิตร&amp;rdquo; ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองกระทบวิถีชีวิตประชาชน สั่ง สทนช. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ รับฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากประชาชน - ภาคส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมเร่งศึกษาจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง ก่อนสรุปเสนอกรอบแนวทางแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยเสนอ กนช.ต้น ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยในโอกาสลงติดตามความก้าวหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย และความก้าวหน้าผลการศึกษาการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง บริเวณประตูระบายน้ำบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. มีความห่วงใยต่อปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม สั่งการให้ สทนช.เร่งบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม น้ำท่วมและน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ที่สำคัญต้องเสนอแนวทางให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และองค์กรผู้ใช้น้ำในระดับพื้นที่ ได้รับทราบเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหาร่วมกับภาครัฐที่เป็นหน่วยงานปฏิบัติหลักให้สามารถขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน รวมถึง สทนช.จะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผนวกเพิ่มเติมกับการดำเนินโครงการศึกษาผังน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. พิจารณาในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาลุ่มน้ำแม่กลองประสบปัญหาน้ำเค็มรุกจำนวน 5 ครั้ง ซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดสรรน้ำจากเขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และป้องกันน้ำเค็มตลอดฤดูแล้งให้สัมพันธ์กับการขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ในภาวะปกติ โดยมีจุดเฝ้าระวังที่สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำหน้าที่ว่าการ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้มีค่าความเค็มไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม มีการเฝ้าระวังควบคุมกับการผลิตน้ำประปาที่จ่ายในพื้นที่ทุกสถานี โดยควบคุมการผลิตที่โรงผลิตน้ำแพงพวย จ.ราชบุรีอย่างใกล้ชิด และเก็บตัวอย่างน้ำดิบในแม่น้ำตรวจคุณภาพทุกชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่จุด ปตร.บางนกแขวก มีความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำเค็ม ท่วม แล้งและเสีย ควบคุมไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่สวนผลไม้ สวนพืชผัก บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 78,500 ไร่ โดยกรมชลประทานได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชลประทาน หรือ JMC ซึ่งมีส่วนร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ตัวแทนเกษตรกรเพื่อร่วมบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอทุกกิจกรรม โดยเกณฑ์กำหนดค่าความเค็มควบคุมที่สถานีวัดคุณภาพน้ำ ปตร.บางนกแขวก จะส่งน้ำให้เกษตรกรจะไม่เกิน 2.0 กรัมต่อลิต รวมถึงยังมีการพัฒนาปรับปรุงคลองสุนัขหอนที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร กับแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เพื่อรับรองการระบายน้ำจากคลองสาขาสายต่าง ๆ ช่วงปี 2563 &amp;ndash; 2565 ได้แก่ 1. ขุดลอกคลองสุนัขหอนในเขต จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 31 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำตามแนวคันควบคุมน้ำทะเล จำนวน 6 แห่ง 3. ก่อสร้างประตูระบายน้ำ กลางคลองสุนัขหอน และก่อสร้างประตูระบายน้ำปลายคลองนิคม 2 และ 4. ก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกในระยะเร่งด่วน ในระยะกลาง สทนช.มีนำผลการศึกษาจัดทำผังคุณภาพในลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ทะเล เพื่อเป็นกรอบในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ส่วนการแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งในส่วนผังน้ำแม่กลองคาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ โดยผลการศึกษาในการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกที่ใช้ระบบผังน้ำส่วนหนึ่ง คือ การบริหารจัดการน้ำจาก 2 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้ว ยังรวมถึงการก่อสร้างคันกั้นน้ำขนานกับชายทะเล ปตร.ปลายคลองต่าง ๆ ยังไม่ครบถ้วน ดังนั้น เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นประกอบกับฝนตกหนักทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ช้า ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและน้ำขังหลายวัน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การศึกษาระบบผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง สทนช.ได้รับฟังความเห็น การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนต่อโครงการฯ อาทิ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มเกษตร สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจในการกำหนดขอบเขต 4 พื้นที่หลัก ที่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำที่ไม่ส่งผลต่อการเบี่ยงเบนทางน้ำ กระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำได้ในอนาคต ได้แก่ 1. พื้นที่ทางน้ำริมน้ำ (ลน.) 2. พื้นที่ทางน้ำหลากเพื่อระบายน้ำ (ลร.) 3. พื้นที่น้ำนอง (น.) และ 4. พื้นที่ลุ่มต่ำ (ต.) ก่อนที่หน่วยงานจะนำผังน้ำไปใช้สนับสนุนแผนงานการป้องกันแก้ไขภัยแล้ง อุทกภัย และคุณภาพน้ำ โดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., การเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, น้ำทะเลหนุนสูง, ป้องกันน้ำเค็ม, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, รักษาระบบนิเวศน์, ลุ่มน้ำแม่กลอง, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เกิดปัญหาน้ำท่วม, แก้ความเค็มลุ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f45e01d6d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039; เข้าพบนายกฯ คาดถกปมจัดซื้อวัคซีนโควิดของ อปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีน covid 19 ของกรุงเทพฯ-สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย-เซ็นทรัลเวิลด์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ปทุมวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาไม่นานนัก จากนั้นพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางเข้าพบ โดยใช้เวลาหารือประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเป็นการมาหารือเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่ยังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วัคซีนโควิด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4bb706e99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้มท.แก้ระเบียบปลดล็อกท้องถิ่นซื้อวัคซีนได้ไม่ต้องขอครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด​ (อบจ.)​ หลายแห่งต้องการจะนำงบประมาณไปจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp; แต่ติดขัดระเบียบบางข้อทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ว่า อบจ.ควรไปหารือกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเท่าที่ตนทราบ กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาอยู่&amp;nbsp; โดยระเบียบที่ติดขัดอยู่เป็นเรื่องการใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางข้อ ที่ได้กำหนดไว้ว่าสามารถนำเงินไปใช้ในการพัฒนาหรือเรื่องอื่นใดได้บ้าง แต่ไม่ได้เขียนเผื่อไว้ให้นำไปจัดซื้อวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอดีตยังไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อวันนี้เริ่มมีกรณีตัวอย่าง กระทรวงมหาดไทยสามารถนำมาพิจารณาและดำเนินการแก้ไขได้เอง เพราะเขามีคณะกรรมการที่รับผิดชอบตรงนี้อยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยไม่ต้องเสนอเรื่องมาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าบางฝ่ายเสนอให้เปิดช่องแก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดต่อขอซื้อจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้โดยตรง&amp;nbsp; นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนยังต้องการขายให้หน่วยงานภาครัฐ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถติดต่อขอซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ดังนั้นถ้าเขาต้องการจะจัดซื้อในช่วงนี้ สามารถติดต่อหน่วยงานอย่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, มหาดไทย, วัคซีน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37e942ef10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; หวั่นมหาดไทยดึงงบ &#039;อปท.&#039; ไว้ใช้เอง หลังตีความโควิด-19 ไม่ใช่ &#039;สาธารณภัย&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดการประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล (VCS) เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาฯ หรือโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 ที่ผ่านมาโดยมีนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมดังกล่าว มีการตั้งคำถาม-คำตอบในที่ประชุมว่า อปท.จะสามารถใช้งบกลางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้หรือไม่ ซึ่งกลับมีคำตอบว่ากรณีโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ &amp;ldquo;ยังมิใช่สาธารณภัย&amp;rdquo; จึงไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบกลางได้ และต่อคำถามที่ว่าโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้วหรืออย่างไร แต่กลับได้รับคำตอบจากมหาดไทยว่า กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้โรคไวรัสโคโรนาฯเป็นโรคติดต่ออันตราย เมื่อวันที่ 26 ก.พ.63 แต่ยังไม่ได้ประกาศให้เป็นโรคระบาดตาม พรบ.โรคติดต่อ 2558 จึงไม่จัดว่าเป็น &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบดังกล่าวสวนทางกับเจตนารมณ์ของกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ได้ให้คำนิยามของคำว่า &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo;ใน ม.4 ว่าหมายความรวมถึงโรคระบาดในมนุษย์ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทําให้เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นใดซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน อีกทั้งใน&amp;ldquo;ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2562 ได้บัญญัติคำว่า &amp;ldquo;ภัยพิบัติ&amp;rdquo; หมายความว่า &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo; อันได้แก่ ภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในเหตุผลของคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 ก็ระบุไว้ชัดเจนว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตของผู้ได้รับเชื้อ ซึ่งองค์การอนามัยโลกยังต้องประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการระบาดใหญ่ รัฐจึงต้องใช้มาตรการเข้มงวดและเร่งด่วนเพื่อควบคุมมิให้โรคแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง ฯลฯ แต่กระทรวงมหาดไทยกลับตีความว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ไม่จัดว่าเป็น &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo; ซึ่งทำให้ อปท. ไม่สามารถใช้งบกลางมาช่วยเหลือประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เชื่อว่าอาจเป็นความพยายามของกระทรวงมหาดไทย ในการกีดกัน อปท.ในการนำงบกลางมาช่วยเหลือประชาชนในแต่ละท้องที่ เพื่อที่ตนจะได้ใช้งบกลางแต่เพียงผู้เดียวในการสร้างผลงานของตน โดยมีชาวบ้านเป็นตัวประกันนั่นเอง และยิ่งมีการเกลี่ยงบจากทุกกระทรวง 10% มาไว้เป็นงบกลางเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 นั้นจะแก้ปัญหาให้ถั่วถึงได้อย่างไร ซึ่งสมาคมฯไม่เชื่อว่าในยุคพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีพล.อ.อนุพงษ์ เป็น รมว.มหาดไทย จะใช้เล่ห์ฉลหรือวิธีการบริหารบ้านเมืองเยี่ยงนี้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62589</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงมหาดไทย, บรรเทาสาธารณภัย, ภัยพิบัติ, ศรีสุวรรณ จรรยา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e795adafb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; ยันเลือกตั้งท้องถิ่นปีหน้า ไม่ว่าใครได้รับเลือกรัฐบาลพร้อมสนับสนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การได้รับรางวัลก็ขอให้มีความภาคภูมิใจ ตนฟังขั้นตอนการคัดสรรมาแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนอปท.ไหนที่ยังไม่ได้รับรางวัล ก็ต้องพยายาม โดยเงินรางวัลที่ได้ไปขอให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้ตนพูดวนๆนิดนึง เพราะว่าเมื่อเช้าได้พูดคุยกับนายกฯแคนาดา โดยได้แสดงความเสียใจที่ไม่ได้มาร่วมประชุมอาเซียน เพราะเขากำลังยุ่งเรื่องการตั้งรัฐบาลของเขา ตรงนี้เป็นเรื่องของเขาที่ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เขาก็ให้กำลังใจเรา เราก็ให้กำลังใจเขา เป็นเรื่องของความเชื่อมโยง ซึ่งรวมความไปถึงต่างประเทศ ที่ต้องพึ่งพากันทั้งหมด นี่คือประเทศไทย ต้องคิดแบบนี้ คิดให้กว้างไกลออกไป แล้วจึงย้อนกลับมาว่าเราจะได้ประโยชน์จากความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ท้องถิ่น ตนคาดหวังว่าจะสร้างความเข้าใจ เพราะท้องถิ่นใกล้ชิดประชาชนที่สุด เมื่อทำได้แล้วก็จะหาวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้ประชาชนมีผลผลิตที่มีมูลค่าตรงกับความต้องการของประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการกระจายอำนาจเราก็มีอยู่แล้ว วันนี้ตนคิดว่าเราสามารถกระจายความเข้าใจไปถึงกัน กระจายจิตใจให้ถึงกันว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไรในการทำงานตรงนี้ รัฐบาลยืนยันเรื่องเหล่านี้จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากตนให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมากพอสมควร &amp;quot;เราจะมีการเลือกตั้งในปีหน้านี้ เมื่อทุกอย่างมันพร้อมค่อยมีการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ก็จะยืนยันอีกว่าไม่ว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็นผมก็ไม่รู้ แต่จะสนับสนุนเรื่องการทำงานให้ได้มากที่สุด โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นที่และประชาชน แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ตรงขึ้น เพราะผมเข้าใจดีการที่ส่วนกลางกำหนดลงไปแต่เพียงฝ่ายเดียวมันทำไม่ได้มากนัก ในโลกวันนี้ ก็ต้องฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีรายได้ดีขึ้น ประชาชนมีความสุขขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราพยายามทำให้มากที่สุด เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระดับพื้นที่ ให้สามารถบริหารจัดการตนเองตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เรามีหลายท้องถิ่นที่ได้รับรางวัล ผมว่าที่เหลือก็ยังมีอยู่อีก น่าจะปรับปรุงพัฒนาให้ได้เหมือนท่าน ตามกันมา รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ถ้ามีองค์กรปกครองท้องถิ่นได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เราก็ดูแลได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าข้างล่างทำดีข้างบนก็ต้องดูแล ผมอยากให้คนที่ได้รับรางวัลในวันนี้ช่วยกันขับเคลื่อนที่เหลืออยู่ได้ไหม ทำอย่างไรเขาถึงจะได้แบบเรา ไม่ต้องกลัวเขามาแย่งรางวัลเราหรอก ผมคิดว่ามันไม่ง่ายนัก&amp;quot;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐบาล การใช้งบประมาณจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหลายส่วนด้วยกัน สิ่งใดก็ตามที่ใช้งบประมาณก็ต้องสอดประสานกับยุทธศาสตร์ชาติซึ่งได้วางไว้แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ไปล็อกอะไรท่านมากมาย เป็นเพียงกรอบใหญ่ๆ แต่ถ้าจะไปคิดโครงการก็ขอให้ไปศึกษาตรงนี้ด้วย ถ้าเรารู้ไม่ตรงกันทั้งหมดตั้งแต่ข้างบนลงไปข้างล่าง มันทำงานกันไม่ได้ มันจะขาดวิ่นไปทั้งท่อนไม่ได้ ทั้งนี้ หลายอย่างที่รัฐบาลได้ทำมีการใช้งบประมาณผ่านกระทรวงมหาดไทยที่ลงไปถึงข้างล่าง ซึ่งเป็นการกำหนดความต้องการของประชาชนโดยตรงอย่างแท้จริง แต่ขอเพียงอย่างเดียวทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ต่างๆ กฎหมายใหม่ออกมาเยอะ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือตรงนี้ เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าทำให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์มันทำได้หมด ในวงเงินที่เรามีอยู่ ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และหวังว่าอปท.ทุกแห่งจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้เป็นต้นไป และหวังวันหน้าอปท.จะใช้ระบบออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อลดเวลาให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่าบางทีถ้าเรามองเล็กๆ ปัญหามันก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าเรามองใหญ่ขึ้นมาอีก ปัญหาจะเยอะกว่าเดิม แต่รัฐบาลต้องดูทั้งหมด รัฐบาลต้องรับปัญหามีเท่าไหร่ ยืนยันรัฐบาลนี้จะทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเราทำยุทธศาสตร์ชาติไว้แล้วเดินหน้าไปอย่างนั้น บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่ สิ่งสำคัญคือความร่วมมือระหว่างกันในทุกภาคส่วน ตนอยากให้ประชาชนเรียนรู้ว่าถ้าเริ่มจะทำแล้วทำไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามดูแลในขณะนี้ ไม่ว่าการประกันราคาข้าวหรืออะไร ต้องระวังว่าผลกระทบจะเกิดมากขึ้นหรือไม่ ถ้าเติมเงินตรงนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งอย่างอื่นมันจะไม่มีสตางค์ทำหรือไม่ ช่วยกันคิดตรงนี้ด้วย สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีการและแนวคิด เราต้องคิดใหม่โดยไม่ทิ้งของเดิม หาทางปฏิบัติที่ดีกว่าเดิม และตนหวังว่าท่านจะทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับรัฐบาลจะทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุดและร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในอนาคตอย่างที่ตนได้ย้ำไปแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งปีหน้า เราต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง เมื่อเราได้รับเลือกจากประชาชนมาแล้วก็ทำงานร่วมกัน แต่การทำงานร่วมกันที่จะทำให้ตอบสนองประชาชนได้จำเป็นต้องร่วมบริหารกับรัฐบาล ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่เช่นนั้นเดินไปไม่ได้ เราต้องร่วมกัน ตนสัญญาว่ารัฐบาลนี้ยืนยันจะให้การสนับสนุนการทำงานของ อปท.อย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประเทศและประชาชนของเรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49247</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba672749d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรท้องถิ่นสะดุ้ง&#039;บิ๊กตู่&#039;คาดโทษปล่อยถนนหมู่บ้านทรุด-ชาวบ้านด่ารัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อสนับสนุนกลไกการปฏิบัติงานในโครงการเชิงยุทธศาสตร์/โครงการสำคัญระดับประเทศ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ &amp;quot;หนึ่งองศาขยับ ปรับเปลี่ยนประเทศไทย : กำลังคนคุณภาพกับการปฏิรูปประเทศเชิงบูรณาการ&amp;quot; โดยมีข้าราชการจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ. ประยุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวช่วงหนึ่งว่าการกระจายอำนาจรัฐบาลทำมาโดยตลอด จากเดิมที่ทำจากส่วนกลาง วันนี้เราได้กระจายไปกว่า 200-300 กิจกรรม ให้ท้องถิ่นลงไปทำเอง หลายคนไม่รู้ก็กลับมาด่ารัฐบาล ด่านายกฯ เรื่องถนนในหมู่บ้านชำรุดก็กลับมาด่านายกฯ คนในพื้นที่ไม่โดนด่า ไม่เข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของใคร ดังนั้นถ้าเป็นพื้นที่ท้องถิ่นใดไม่ทำ มีการรายงาน หรือแจ้งให้ตนทราบก็จะลงโทษ ตนจะสั่งการด้านงบประมาณให้ลงไปทำ หลายพื้นที่ตนทำเช่นนี้ อย่างที่มีชาวบ้านนุ่งผ้าถุงไปอาบน้ำบนถนน ตนก็ทำให้แล้ว ความจริงเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะต้องมาถึงตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้มันเกิดจากประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือน แม้พื้นที่เหล่านั้นจะมีการกระจายอำนาจไปถึงท้องถิ่นแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. หรือ เทศบาล นายกฯไม่ได้เป็นคนเลือก แต่ประชาชนเป็นผู้เลือกขึ้นมา ดังนั้นเราต้องสร้างการเรียนรู้ลงไปในพื้นที่ ว่าการจะเป็นประชาธิปไตยจะต้องเลือกคนแบบไหนขึ้นมา ต้องมีความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ทุกคนเข้าไปรุม แล้วไอ้นี่ก็จะไม่ให้ ส่วนกลางก็กลายเป็นเรื่องการหวงงบประมาณ ท้องถิ่นก็ไม่ยอมอยากได้มาเยอะๆ แต่บางอย่างให้ไปก็ยังทำไม่ได้ และไม่ใช่ว่าไม่มีงบประมาณ แก้ภาษีได้ 7หมื่นกว่าล้าน รัฐบาลโปะลงไปอีก 3 แสนล้าน ก็ต้องทำงบ 3 แสนล้านตรงนี้ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่พอส่วนกลางก็พร้อมจะเติมงบลงไป เรื่องนี้ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่จะต่อต้านกันทุกเรื่อง ทุกอย่างมันจะกลับไปที่เดิมกลายเป็นแบบเก่าทั้งหมด มันต้องแยกทีละเรื่อง ถ้าเอาทุกเรื่องมารวมกันองศาก็จะร้อนเกินไป ทุกอย่างอย่าให้มันร้อนเกินไป หรือหนาวเกินไป เราต้องคำนึงถึงผลลัพธ์และความต้องการของประชาชนคืออะไร การกำหนดผลสัมฤทธิ์ เจตนารมณ์ทางการเมือง คือต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ทุกเรื่อง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17237</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อดีตนายกฯ, คาดโทษองค์กรท้องถิ่น, ถนนชำรุด, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b960af2511cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
