<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอสะดุ้ง! ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎหมาย เข้มรับเงินจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตามที่ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 อนุมัติหลักการร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือผลกำไรมาแบ่งปันกัน และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. &amp;hellip;. โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) นำไปประกอบการพิจารณายกร่างกฎหมาย และเปิดรับความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ครม. มีมติเห็นชอบเพิ่มเติมหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of terrorism: AML/CFT ) จำนวน 8 ข้อ ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเสนอ สำหรับสาเหตุที่ต้องเพิ่มเติมหลักการร่างกฎหมายในครั้งนี้ เนื่องจากไทยเป็นสมาชิกของกลุ่มต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Group on Money Laundering: APG) ซึ่งประเทศสมาชิกจะต้องเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (AML/CFT) โดยผลการประเมินความสอดคล้องด้านกฎหมายองค์กรไม่แสวงหากำไรของไทยรอบที่ 3 มีความสอดคล้องเพียงบางส่วน จึงจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลองค์กรไม่แสวงหากำไร ในส่วนที่ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จำนวน 8 ประเด็น ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)การจดทะเบียนและการเปิดเผยข้อมูลการจดทะเบียน เนื่องจากปัจจุบันยังมีองค์กรไม่แสวงหากาไรจำนวนมากที่ไม่ได้จดทะเบียน และการลงโทษยังไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)การเก็บรักษาข้อมูลวัตถุประสงค์ของกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร และชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุม และการเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากไม่ชัดเจนว่ามีข้อมูลดังกล่าวและสาธารณชนสามารถเข้าถึงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)การจัดทางบการเงินประจำปีที่แยกรายละเอียดของรายรับและรายจ่าย เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมองค์กรไม่แสวงหากำไรต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)การควบคุมการใช้เงินให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจการตรวจสอบของนายทะเบียน รวมถึงการตรวจสอบบัญชีเป็นไปอย่างครบถ้วนและการใช้จ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)มาตรการยืนยันตัวตนผู้รับประโยชน์และการจัดเก็บเอกสารแสดงตนของผู้บริจาค เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว และไม่มีกระบวนการที่ชัดเจนในการรับบริจาคจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6)การเก็บรักษารายการธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี และการเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)บทลงโทษที่มีประสิทธิผล ได้สัดส่วน และมีผลยับยั้งการกระทำผิด เนื่องจาก การลงโทษยังขาดในด้านประสิทธิผล ความเหมาะสม และมีผลยับยั้งการกระทำผิดขององค์กรไม่แสวงหากำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8)การให้ข้อมูลองค์กรไม่แสวงหากำไรกับหน่วยงานต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจเปิดเผยข้อมูลองค์กรไม่แสวงหากำไรกับหน่วยงานต่างประเทศ และไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรไม่แสวงหากำไรกับต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประเทศไทยไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายกำกับดูแลองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล (AML/CFT) อาจส่งผลให้ไทยไม่ผ่านการประเมินรอบที่ 4 ในปี 2568 และอาจถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องติดตามและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เมื่อ สคก. ได้ดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติมร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว จะมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108063</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชดา ธนาดิเรก, องค์กรพัฒนาเอกชน, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1e6b28afc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามัญชน&#039; ส่งสมัครส.ส. 17 เขต ชูนโยบายเปลี่ยนรัฐเผด็จการ เป็นรัฐสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;ม.ค. 62 - ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน พรรคสามัญชน นำโดยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรค, น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค จัดกิจกรรมแถลงวิสัยทัศน์พรรคสามัญชน ตามอุดมการณ์ของพรรค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ข้อ คือ ประชาธิปไตยฐานราก สิทธิมนุษยชน และเท่าเทียมเป็นธรรม โดยมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำ 4 ด้าน คือ 1.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางการเมือง &amp;quot;กระจายอำนาจ สร้างพื้นที่ประชาชน ตัดสิอนาคตด้วยตนเอง&amp;quot; 2.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและแรงงาน &amp;quot;กระจายอำนาจการผลิต หลักประกันทางเศรษฐกิจ ปกป้องพื้นที่ทำกิน&amp;quot; 3.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม วัฒนธรรม และความรู้ &amp;quot;เปลี่ยนรัฐเผด็จการ เป็นรัฐสวัสดิการ&amp;quot; 4.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสิ่งแวดล้อม &amp;quot;อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรากิน และน้ำเท่าที่เราดื่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองของประชาชนเลย เพราะทุกครั้งที่ร่างกฎหมายของประชาชนเข้าสภามักจะถูกแก้ไขจนจำของเดิมไม่ได้ ที่ผ่านมากฎหมายจึงไม่เคยถูกเขียนโดยสามัญชน การตั้งพรรคสามัญชนมีจุดประสงค์เพื่อไปเขียนกฎหมาย กู้คืนประชาธิปไตยทางตรงนอกสภาและประชาธิปไตยตัวแทนผ่านการเลือกตั้ง และมุ่งประเด็นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่ทุกพรรคพูดแต่การพัฒนา แต่ไม่พูดปัญหาของการพัฒนา ที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์ขโมยความมั่งคั่งไปจากแรงงานและทรัพยากรธรรมชาติ สามัญชนต้องลุกมาทำการเมืองด้วยตนเอง อีก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี จะต้องมีพรรคนี้อยู่ พรรคจะเติบโตเรียนรู้คู่ประชาชน ร่วมมือกับประชาชนขับเคลื่อนโดยสันติวิธี แม้รู้ว่าไม่ง่ายมีอุปสรรค แต่อุดมการณ์เราเต็มเปี่ยมด้วยอุดมคติ สดใสร่าเริงและมีความหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายพรรคด้านการเมืองว่า จะยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค รวมถึงนายอำเภอผู้ใหญ่บ้าน เพื่อปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นให้จังหวัดจัดการตนเองได้, ลดระบบราชการส่วนกลางให้เล็กที่สุด กำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยชุมชนท้องถิ่น, ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปของ คสช. ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน, ส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องร้องขอ, ลดขนาดกองทัพ ปรับโครงสร้างให้คำนึงประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก รวมถึงยุบ กอ.รมน., ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่, รับรองอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศให้เป็นกฎหมายภายใน, ให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศ และยกเลิกคำสั่ง คสช. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุมาพร กล่าวถึงนโยบายด้านแรงงาน อาทิเช่น ความเหลื่อมล้ำมาจากระบบกฎหมาย นโยบายที่ไม่เท่าเทียม หยาดเหงื่อแรงงานหลั่งไหลเพื่อนายทุน ปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะรวบรวมสร้างประมวลกฎหมายแรงงานให้บังคับใช้อย่างเป็นธรรมกับแรงงานทุกคน เข้าถึงได้ง่าย ให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานทั้งในและนอกระบบเพื่อสวัสดิภาพแรงงาน สามารถลาคลอดบุตรได้&amp;nbsp;365&amp;nbsp;วัน โดยได้รับค่าจ้าง และลาหยุดต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วัน โดยได้รับค่าจ้าง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสมาชิกคนอื่น เช่น พักตร์วิไล สหุนาฬุ รองเลขาธิการพรรค กล่าวถึงนโยบายสิ่งแวดล้อม เช่น การผลักดันกฎหมายอากาศบริสุทธิ์ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกเลิกสร้างเขื่อนที่กระทบต่อระบบนิเวศ ใช้พลังงานทางเลือก ส่วนนายนิมิตร์ เทียนอุดม สมาชิกพรรค กล่าวถึงนโยบายทางสังคมว่า จะสร้างรัฐสวัสดิการให้ประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองเก่าไม่พูดถึง ต่างจากการสงเคราะห์บางกลุ่มเช่นบัตรคนจนที่เป็นเครื่องมือแบ่งแยก การมีรัฐสวัสดิการเป็นหลักประกันรายได้บนเส้นความยากจนที่&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท เกิดทันทีได้รับเงิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท เมื่อทำงานจนเกษียณก็เปลี่ยนเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญถ้วนหน้า รัฐสวัสดิการต้องสร้างด้วยประชาชนเอง เกิดไม่ได้ถ้ามีแต่พรรคนายทุนกับพรรคทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลต่อคะแนนเสียงจะได้รับเพียงพอต่อการเป็น ส.ส. หรือไม่ และจะลงเลือกตั้งได้กี่เขต นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ากันว่าคะแนน 9 หมื่นเสียงจะได้ ส.ส. 1 คน พรรคพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 17 เขต ใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.เลย จ.สกลนคร จ.สุรินทร์ จ.กาฬสินธุ์ จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น โดยจากการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 หมู่บ้านซึ่งได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ จ.เลย 6 แห่ง มีเสียงโหวตโนชนะถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นความสะใจของชาวบ้านที่ไม่รู้สึกพ่ายแพ้ แม้ผลรวมระดับประเทศเสียงส่วนใหญ่จะเห็นชอบรัฐธรรมนูญก็ตาม ต่อให้เราแพ้เลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีต่อ ทุกคะแนนที่เลือกมีคุณค่า ในการคัดค้านกฎหมายและนโยบายที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชุมาพร กล่าวตอบเสริมว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา เสียงของเราสูญเสียไปมากกว่า แม้การเลือกตั้งเราจะได้เพียง&amp;nbsp;200-300&amp;nbsp;เสียง ก็เป็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ส่วน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อคาดว่าจะส่งได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ กล่าวตอบคำถามถึงจุดยืนพรรคหากได้รับเลือกตั้ง และนโยบายเรื่องกัญชาว่า สามัญชนสามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่ไม่จับมือกับพรรคที่เอาทหารทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคพลังประชารัฐ นโยบายกัญชาเราสนใจไม่ใช่แค่การแพทย์ แต่ควรปลูกเพื่อความยั่งยืนของครัวเรือน สามารถปลูกหลังบ้านได้ต้นสองต้น ส่วนการใช้กัญชาอย่างเสรีนั้น ก็ควรต้องเป็นเรื่องการจัดโซนนิ่งดูตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกำหนดการเดิมที่พรรคสามัญชนจะเดินขบวนจาก จ.ขอนแก่น สู่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง ขณะนี้ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศในราชกิจจาฯ และกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว จะยังเดินต่อหรือไม่ นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ขณะนั้นเราห่วงกังวลว่าจะมีการล้มการเลือกตั้ง จึงประกาศเดินขบวนเพื่อปกป้องการเลือกตั้ง ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งและวันเลือกตั้ง ดังนั้นการเดินจะต้องเปลี่ยนเจตนารมณ์ โดยจัดคาราวานสามัญชนเดินไปในเขตที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแทน ไม่เดินเข้ากรุงเทพฯ แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27703</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคสามัญชน, พรรคเอ็นจีโอ, องค์กรพัฒนาเอกชน, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, เลือกตั้ง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4ed366893a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
