<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;พงศ์พร&#039;ตั้งโต๊ะแถลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิ.ย. &amp;nbsp;ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง &amp;quot;มส.-พศ.&amp;quot; ถูกโจมตีหนัก &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา &amp;quot;ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ&amp;quot; ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชช.หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิ.ย.นี้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศ.ถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มส.ออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่ พ.ต.ท.พงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มส.และ พศ.ถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พ.ต.ท.พงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ&amp;quot; แหล่งข่าวจาก พศ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช.) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
ศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1.ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2.ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน&amp;quot; ท้ายแถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย.2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 7.04 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 18.24 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 46.40 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 24.40 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 3.92 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.28 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 12.96 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 1.76 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.36 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 35.52 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 0.48 ระบุอื่นๆ &amp;nbsp;ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 0.64 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.76 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 44.00 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 35.68 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, &amp;nbsp;ร้อยละ 21.20 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 18.24 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 13.28 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, &amp;nbsp;ร้อยละ 0.32 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 2.80 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11546</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, มหาเถรสมาคม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b266f63ada58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวพันธุ์&quot;ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ซัด มีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ย้ำ รัฐยึดกฎหมาย ไม่กลั่นแกล้งใคร เตือน เรื่องละเอียดอ่อน ยัน ลงโทษขรก.เอี่ยวทุจริตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พอช.) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบ.คณะสงฆ์ ว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังพระสงฆ์ถูกกล่าวหาทำผิด แต่ถูกจับสึกก่อนมีคำพิพากษา ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรมและความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่าเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร&amp;quot;นายสุวพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือ ให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนการตรวจสอบข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องเงินอุดหนุนวัดก็ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุดตนได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูง และระดับกลาง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คนกำลังถูกสอบสวนทางวินัย อย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ ก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11520</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสงฆ์, บิดเบือนศาสนา, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a9773ccaa0ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
