<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันช้างโลก - ผุดโฆษณาหยุดใช้ช้างสร้างความบันเทิง  ชูค่านิยมท่องเที่ยวต้องไม่ทำร้ายช้างโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องในวันช้างโลก 12 สิงหาคม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ภายใต้แคมเปญ Elephants Not Entertainers &amp;nbsp;มุ่งสร้างค่านิยมใหม่ของการท่องเที่ยวแบบไม่ทำร้ายช้าง พร้อมรณรงค์หยุดการนำช้างมาทำกิจกรรมสร้างความบันเทิง สอดรับกับความพยายามปรับปรุงสวัสดิภาพช้างอย่างเป็นระบบผ่านการยื่นร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย เข้าสู่รัฐสภา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวโรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;จุดประสงค์ของการเปิดตัวโฆษณารณรงค์ดังกล่าว เนื่องมาจากทุกวันนี้ในประเทศไทยมีช้างราวๆ 2,800 ตัวที่ถูกใช้ในกิจกรรมเพื่อความบันเทิง แต่เบื้องหลังที่นักท่องอาจไม่เคยรู้ คือ การพรากลูกช้างจากแม่ เพื่อนำมาฝึกตั้งแต่ยังเด็ก โดยช้างจะถูกบังคับ กักขัง ถูกขอสับซ้ำๆ ทั้งล่ามโช่ ทำร้าย ใช้งานหนัก เพื่อให้หวาดกลัวมนุษย์และเชื่องพอที่จะแสดงกิจกรรมที่ผิดธรรมชาติ การที่นักท่องเที่ยวร่วมชื่นชมการแสดงของช้างแสนรู้เป็นการสนับสนุนให้ช้างต้องถูกทรมานทางอ้อมโดยที่เราไม่รู้ตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;องค์กรฯ มีเป้าหมายที่อยากเห็นช้างเลี้ยงรุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด และไม่มีการผสมพันธุ์เชิงพาณิชย์อีก อยากเห็นช้างที่เป็นสัตว์ป่า ได้รับการปกป้องในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของพวกเขา ถ้าคุณรักช้าง ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องพวกเขาให้ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ แต่หากอยากเที่ยวอยากชมช้างจริงๆ แนะนำให้ศึกษาช้างในแหล่งธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือปางช้างที่เป็นมิตรต่อช้างซึ่งมีมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสูง&amp;rdquo;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โฆษณารณรงค์ชุดนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเสียงสะท้อนสำหรับช้างเท่านั้น แต่ต้องการสร้างความตระหนักให้กับคนดูเห็นว่า เบื้องหลังของการแสดงช้างที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู จริงๆ แล้วคือช้างเหล่านี้ต้องผ่านการฝึกอย่างหนักและทารุณเพื่อยุติสัญชาตญาณของสัตว์ป่าเพื่อให้ช้างเชื่องและหวาดกลัวพอที่จะออกแสดงโชว์ได้ และถ้าหากเรายังไม่หยุดสนับสนุนกิจกรรม&amp;nbsp;มีเบื้องหลังโหดร้าย วงจรแห่งความทารุณนี้ก็จะสร้างความบอบช้ำไม่รู้จบ เพียงเพื่อแลกกับความบันเทิงชั่วคราวของนักท่องเที่ยว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฉัตรณรงค์ เมืองวงษ์ ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ป่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ช้างเป็นสัตว์ป่า สมควรได้อยู่ในป่า ผลสำรวจของเราพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวในไทยเริ่มรับไม่ได้กับกิจกรรมที่เป็นการทำร้ายสัตว์มากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19 ยิ่งทำให้เห็นว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่สามารถเป็นที่พึ่งของช้างนี้ได้ เห็นได้จากข่าวเกี่ยวกับช้างตกงาน ถูกปล่อยกลับบ้าน และอดอยากมากมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113162</URL_LINK>
                <HASHTAG>12 สิงหาคม, World Animal Protection, การท่องเที่ยวแบบไม่ทำร้ายช้าง, การพรากลูกช้างจากแม่, ช้างเป็นสัตว์ป่า, นางสาวโรจนา สังข์ทอง, นายฉัตรณรงค์ เมืองวงษ์, วันช้างโลก, สมควรได้อยู่ในป่า, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก, เสียงสะท้อนสำหรับช้าง, แคมเปญ Elephants Not Entertainers, แคมเปญสัตว์ป่า, โฆษณารณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116091470f1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนเร่งผลักดัน พรบ.ปกป้องช้างไทย ให้ความสำคัญสวัสดิภาพสัตว์มากกว่าบังคับโชว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดเผยว่า ภาคีองค์กรภาคประชาชนได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสวัสดิภาพช้างไทย โดยผลักดัน ร่างพรบ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนรัฐสภาแล้ว หวังให้เป็นกฎหมายในการคุ้มครองสวัสดิภาพช้าง และปกป้องช้างจากการถูกทารุณกรรมอย่างแท้จริง เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับช้างเลี้ยง คือ พรบ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 เป็นกฏหมายอายุกว่า 80 ปี ไม่ทันต่อสถานการณ์ ทั้งมีข้อบังคับสนับสนุนการนำช้างป่ามาใช้งาน ส่วน พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ไม่ได้ระบุชัดถึงลักษณะที่เข้าข่ายการทารุณกรรมช้างเลี้ยง ช้างในประเทศไทยจึงได้รับการคุ้มครองน้อยมากภายใต้กฎหมายที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.ช้างไทยฉบับใหม่นิยามการป้องกันการทารุณกรรม กำหนดขข่ายทรมานไว้ชัดเจน เน้นการจัดสวัสดิภาพช้างเลี้ยงให้เหมาะสม มีอิสระแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ถูกบังคับใช้งานหนักหรือไม่บังคับการแสดงเพื่อความบันเทิง ได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย สนับสนุนให้ปางช้างปรับรูปแบบที่เป็นมิตรกับช้าง มีกองทุนชดเชยกรณีต่างๆ เช่น ช้างทำร้ายคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ภายใต้กฏหมายนี้จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างช้างเลี้ยงทั้งระบบ&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช กล่าวอีกว่า การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับสวนสัตว์หรือปางช้าง แต่เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับตัวรองรับเทรนด์การท่องเที่ยวของโลกภายหลังวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์อย่างมาก มีแนวโน้มปฏิเสธการท่องเที่ยวช้างแบบเก่า ที่ให้คนขี่ช้าง ป้อนอาหารช้าง อาบน้ำกับช้าง และการแสดงโชว์ละครสัตว์ เป็นต้น เห็นได้จากกฏหมายด้านสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศเหล่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในอังกฤษหากพบว่านักท่องเที่ยวมีการท่องเที่ยวสถานที่ที่มีการแสดงโชว์ของสัตว์ป่า จะมีความผิดตามกฎหมาย ขณะที่สมาคมท่องเที่ยวยุโรปประกาศไม่สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการนำสัตว์ป่ามาบังคับแสดงเพื่อความบันเทิง จึงต้องขอแรงสนับสนุนจากภาคธุรกิจ และประชาชนที่เห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของกฏหมายฉบับนี้ รวมทั้งการขอแรงสนับสนุนจากรัฐสภาเพื่อให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในชั้นกรรมาธิการฯ ได้นำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริง ผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฏหมายเกี่ยวกับช้างเลี้ยงให้ดีขึ้นตามเจตนารมณ์ของคนไทยผู้รักช้าง&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ เครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมร่างและผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ช้างไทยจะไม่ใช่สัตว์พาหนะตามกฎหมายเก่าอีกต่อไป เพราะช้างเลี้ยงส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ได้ถูกใช้งานลากไม้เหมือนในอดีตอีกแล้ว นอกจากนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาลักลอบค้าช้างหรือซากช้าง เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการออกตั๋วรูปพรรณจากเดิมกำหนดให้ขึ้นทะเบียนเมื่อลูกช้างอายุ 8 ปี ซึ่งเกิดปัญหาสวมทะเบียนช้าง และนำไปสู่การค้าช้างผิดกฏหมาย เป็นการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนช้างเลี้ยงทุกตัวตั้งแต่แรกเกิด นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองทุนช้างเพื่อดูแลสวัสดิภาพช้าง และชดเชยกรณีเกิดเหตุเกี่ยวกับช้างอย่างครอบคลุมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.ช้างไทยฉบับนี้อาจต้องถกอีกหลายยก ซึ่งหวังว่าจะมีรายชื่อของภาคประชาชนเข้าไปร่วมด้วยในชั้นกรรมาธิการ เพื่อเข้าไปนำเสนอข้อมูลให้ชัดเจน หวังว่าภาคการเมืองจะเห็นความสำคัญกับร่าง พรบ.ช้างไทย ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจกันของภาคประชาชน&amp;rdquo; นายหาญณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประสบ ทิพย์ประเสริฐ ผู้เชี่ยงชาญช้างไทย กล่าวว่า สิ่งที่ภาคประชาชนเสนอ คือการสร้างความสมดุลระหว่างการนำช้างมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ กับหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะด้านการจัดการท่องเที่ยวของไทย ที่มีการนำช้างมาใช้หารายได้ ควรปรับรูปแบบจากการบังคับช้างเพื่อการแสดง หรือรองรับนักท่องเที่ยวด้วยความบันเทิง เปลี่ยนเป็นการให้ช้างได้อยู่อย่างใกล้ชิดธรรมชาติ มีอิสระในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสหรือสังเกตพฤติกรรมของช้าง โดยไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง โดยกฎหมายจะเข้ามาช่วยกำหนดมาตรฐานรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวของปางช้างให้เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชเร สังข์ขาว เจ้าของปางช้าง Following Giants จ.กระบี่ กล่าวว่า ตนเลือกทำปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป 95 เปอร์เซ็น ต้องยอกรับว่านักท่องเที่ยวฝรั่งให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มาก เขามองว่าการการขี่ช้าง หรือการแสดงช้าง หรือมีรูปแบบที่ใกล้ชิดกับคนมากเกินไปคือการบังคับสัตว์ เพราะการที่ควาญต้องควบคุมหรือสั่งการช้างให้ทำตลอดเวลานั้น ควาญต้องบังคับช้าง โดยกว่าช้างจะยอมให้บังคับต้องถูกฝึกหนัก หรืออาจถูกทารุณกรรมจากการฝึก ซึ่งแนวโน้มของนักท่องเที่ยวหลังโควิด-19 จะให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน ปางช้างในไทยควรปรับตัวรองรับความต้องการของนักท่องแที่ยวในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปางช้างที่ภูเก็ตหรือพัทยา ช้างต้องเดินวันละ 10 ชั่วโมง สำหรับช้างถือว่าหนักมาก เคยลองถามนักท่องเที่ยวว่า หากมีคนบังคับคุณเดิน นั่ง ตลอดเวลาจะรู้สึกอย่างไร นั่นแหละช้างย่อมรู้สึกแบบเดียวกัน แรกๆ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ขี่ช้าง เราก็ต้องอธิบาย เขาก็เข้าใจและเห็นด้วย ถ้ามีกฎหมายเข้ามาดูแลสวัสดิภาพช้างจะช่วยให้ปางช้างต่างๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นมิตรกับช้างได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo; นายชเร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างป่า, ช้างไทย, พรบ.สัตว์พาหนะ, สวัสดิภาพช้างไทย, หาญณรงค์ เยาวเลิศ, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2e03b53d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคประชาชนจ่อเสนอร่าง พรบ.ช้างไทย เข้าสภาฯ เผยช้างถูกทารุณต่อเนื่องแลกเม็ดเงินท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 -&amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่าวันพรุ่งนี้ (13 มีนาคม) ซึ่งเป็น &amp;ldquo;วันช้างไทย&amp;rdquo; ภาคประชาชนในหลายเครือข่ายจะร่วมกันรณงค์ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย เนื่องจากสถานการณ์ช้างไทยยังตกอยู่ในสถานการณ์ถูกคุกคาม &amp;ldquo;ช้างไทยกลายเป็นสินค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;อย่างครบวงจร เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมไปถึงการค้าช้าง งาช้าง และอวัยวะช้าง มูลค่ามหาศาล ส่งผลให้ช้างตกเป็นผู้ถูกล่าในโลกสมัยใหม่อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากข้อมูลขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) จากรายงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ช้างไม่ใช่สินค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระบุว่า ปัจจุบันช้างเลี้ยงในประเทศไทยถูกผสมพันธุ์เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เดือนมกราคม 2563 พบว่า มีช้างเลี้ยง 2,798 ตัว เพิ่มขึ้น 70% จาก 10 ปีก่อน โดยมีการตั้งข้อสังเกตจากนักปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ว่า แนวโน้มการเพิ่มจำนวนของช้างเลี้ยงไม่ได้สะท้อนถึงประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ช้างอย่างยั่งยืน หากแต่เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการทารุณกรรมต่อช้าง เช่น การแยกลูกช้างจากแม่ช้างตั้งแต่ยังเล็ก การขังในซองแคบๆ การใช้ตะขอสับและขูดที่หัวลูกช้าง การใช้ไม้ทุบตี การล่ามโซ่สั้นๆ ไปจนถึงการบังคับให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด ช้างจึงถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยพบว่าช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกว่า 70% มีสภาพความเป็นอยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่ ถูกใช้งานในการโชว์ช้างและขี่ช้าง ขาดอิสรภาพ ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อม ตึงเครียด ขณะที่มีเพียง 25% เท่านั้น ที่มีสภาพความเป็นอยู่ปานกลาง ไม่มีการโชว์ช้าง อาหารและสภาพแวดล้อมเหมาะสม แต่ยังมีกิจกรรมที่ ช้างต้องปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวอย่างการอาบน้ำช้างอยู่บ้าง ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือช้างที่มีสภาพความเป็นอยู่ดี ไม่ถูกบังคับให้สร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินเล่น หาอาหาร อาบน้ำได้อย่างอิสระ มีโอกาสแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่าแม้ประเทศไทยจะมีกฏหมายคุ้มครองสัตว์หลายฉบับ แต่สำหรับช้างที่ถือเป็นสัตว์ประจำชาติไทย แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย กลับไม่เคยมีกฏหมายเฉพาะคุ้มครองสวัสดิภาพหรือปกป้องการถูกทารุณกรรม ภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนงานสวัสดิภาพสัตว์จึงมีการร่วมมือผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน โดยอยู่ระหว่างการยกร่างกฏหมายฉบับสมบูรณ์ ก่อนเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ในฐานะองค์ขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยมีกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช้างอย่างน้อย 27 ฉบับ และเป็นประเทศเดียวในโลกที่ช้างอยู่ในสถานะเป็นทั้งช้างป่าและช้างเลี้ยง แต่ไม่มีกฏหมายเฉพาะสำหรับช้างที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย โดยกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ให้ความคุ้มครองเฉพาะช้างป่าเท่านั้น สำหรับกฏหมายฉบับอื่น ยังมีช่องว่างให้เกิดการใช้งานช้างเลี้ยง และเสี่ยงให้เกิดการทารุณกรรมช้างมากกว่าการป้องกันสวัสดิภาพช้าง เช่น พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ที่นิยามให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะเพื่อใช้งาน รวมถึง&amp;nbsp; พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557&amp;nbsp; ยังมีช่องว่างที่ยังไม่คลอบคลุมถึงการปกป้องช้างเลี้ยงอย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องมีกฏหมายเฉพาะเพื่อให้เกิดกลไกการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้างอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความซับซ้อนและไม่ทันสมัยของกฏหมายไทยเกี่ยวกับช้าง ทำให้การปกป้องดูแลสวัสดิภาพของช้างมีความยากลำบากมากขึ้น หวังว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบันนี้จะเป็นกฏหมายของช้างและคนรักช้างทุกคน ที่สามารถป้องกันการทารุณกรรมและส่งเสริมสวัสดิภาพช้าง โดยนำแนวคิดอิสระห้าประการ(Five Freedoms) มาประยุกต์ใช้เป็นหัวใจของกฎหมาย&amp;nbsp; เช่น การมุ่งเน้นให้เกิดการปกป้องการทารุณกรรมช้างเลี้ยงในทุกรูปแบบ การห้ามแยกลูกช้างออกมาฝึก การป้องกันการบังคับเพื่อใช้ในการแสดงความบันเทิงให้กับมนุษย์ การทำร้ายช้าง การใช้ตะขอสับ โดยเฉพาะการฝึกและการบังคับที่ทรมาณ รวมทั้งการจัดสวัสดิภาพที่ดีแก่ช้าง ปางช้างหรือผู้ครอบครอง ต้องจัดสถานทีให้เหมาะสมมีร่มเงา จัดสถานที่เพียงพอให้ช้างมีพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ปล่อยให้ช้างหิว&amp;nbsp; ต้องมีหน่วยดูแลสุขภาพช้างหรือได้รับการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน เป็นต้น&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปัญจเดช&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การยกร่างกฏหมายฉบับนี้เป็นไปเพื่อการปรับปรุงนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดสวัสดิภาพช้างอย่างยืน ซึ่งเป็นกระแสสังคมโลกที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวแบบคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจะไม่มาเที่ยวการโชว์ช้างที่มีการแสดงหรือบังคับช้างให้แสดงอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช ยังมองอีกว่า กฏหมายที่มีในปัจจุบันยังมีช่องว่างให้เกิดการลักลอบค้าช้างและค้าชิ้นส่วนหรือซากช้าง ด้วยการนำตั๋วรูปพรรณช้างไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือผู้ครอบครอง โดยวิธีการอำพรางว่ามิใช่การซื้อขายช้างเพื่อเลี่ยงความผิด ช่องทางนี้เองที่นำช้างไปสู้ขบวนการค้าสัตว์ป่า หรือการลักลอบค้างาช้างและชิ้นส่วนอวัยวะช้าง ที่กำลังเป็นที่นิยม ดังนั้นร่าง พรบ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน จึงกำหนดให้เจ้าของช้างสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คนในครอบครัวหรือทายาทตามกฏหมายได้เท่านั้น เพื่อเป็นการปิดช่องว่างเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดิภาพสัตว์ หรือ Animal Welfare คือแนวคิดใหม่ต่อการสร้างความสุขกายและสบายใจให้แก่สัตว์ ที่หลายประเทศในยุโรปนำมาใช้เป็นหลักการบัญญัติกฏหมายในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ ประกอบด้วยหลักอิสระ 5 ประการ คือ 1.อิสระจากความหิวโหย 2.อิสระจากความไม่สบายกาย 3.อิสระจากความเจ็บป่วย 4.อิสระจากความกลัวหรือมีความปลอดภัย 5.สัตว์มีอิสรถสามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีตคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มองว่า ปัจจุบันสังคมไทยต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อช้าง เพราะช้างวันนี้ไม่ใช่สัตว์พาหนะใช้งานลากซุง ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่นักแสดงในสวนสัตว์่ให้นักท่องเที่ยวชมอีกต่อไปแล้ว แต่ช้างคือสัตว์แสนรู้เป็นสัญลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของประเทศไทย ถ้าเราจับกระแสการท่องเที่ยวของโลกโดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะพบว่า มีการออกกฏหมายปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้าง ดังนั้นแม้แต่การให้นักท่องเที่ยวขึ้นนั่งช้างก็ถืิอเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ดังนั้นหากยังปล่อยให้ช้างไทยถูกนำไปใช้งานแสดงโชว์ ให้นักท่องเที่ยวขึ้นขี่หลังท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ไทยอาจถูกถูกแอนตี้จากนักท่องเที่ยวอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพช้าง และนิยมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายหาญณรงค์ ยังชี้ให้เห็นสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างอีกว่า ปัจจุบันสินค้าจากชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ของช้าง มีวางขายอยู่บนร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง หาซื้อได้ง่ายตั้งแต่ขนช้าง หางช้าง เครื่องรางจากงาช้าง อวัยวะแทบทุกส่วน แต่กฏหมายของไทยห้ามซื้อขายเฉพาะงาช้างเท่านั้น ดังนั้นหากยังไม่มีการควบคุมโดยกฏหมายอย่างครอบคลุม ช้างจะกลายเป็นสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะ พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ที่กำหนดให้ช้างเลี้ยงต้องทำตั๋วรูปพรรณช้างเมื่ออายุ 8 ปี ตนมองว่าเป็นกฏหมายที่ไม่เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เกิดกรณีการลักลอบค้าช้างหรือส่งช้างไปต่างประเทศได้ และการค้าชิ้นส่วนอวัยวะโดยวิธีการสวมทะเบียนตั๋วช้างซึ่งตรวจสอบได้ยาก โดยในร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน ได้บัญญัติว่าต้องขึ้นทะเบียนช้างมีความละเอียดชัดเจนมากขึ้น ต้องมีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และฝังไมโครชิปช้างลูกช้างภายใน 7 วันนับตั้งแต่ตกลูก เพื่อจัดทำฐานข้อมูลรูปพรรณช้าง และกรณีช้างตายต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะสามารถป้องกันช้างไม่ให้กลายเป็นสินค้า และป้องกันการพรากลูกช้างจากแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาความเป็นไปได้การถ่ายโอนภารกิจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความคิดเห็นสนับสนุนร่าง พร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ในการแก้ปัญหาช้างในประเทศไทย ทั้งได้เสนอว่าควรมีการกำหนดให้เกิดสมัชชาช้างที่มีส่วนประกอบจากทุกภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ เพื่อเป็นกลไกใหม่ในการเสนอหรือพิจารณาการออกกฏหมายลูกภายหลังประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน เพื่อถ่วงดุลอำนาจการออกกฎหมายลูกโดยอธิบดีกรมหรือรัฐมนตรี โดยต้องผ่านกระบวนการของสมัชชาช้างก่อน ซึ่งเป็นกระบวนการปรึกษาหารือตามระบบสังคมแบบประชาธิปไตย เช่น โมเดลของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในงานด้านสาธารณสุข เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร ชี้ให้เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน ยังได้กำหนดให้มีกองทุนสนับสนุนปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ส่งเสริมให้ปางช้างหรือสวนสัตว์ ปรับรูปแบบการท่องเที่ยวให้สอดรับกับแนวคิดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น แต่ควรมีการกำหนดโทษสูงขึ้นให้อยู่ในเกณท์สูง เช่น หากมีการทารุณกรรมช้าง ต้องกำหนดโทษให้ไปถึงเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่จับควาญช้างติดคุกฝ่ายเดียว และต้องมีโทษปรับสูง เช่น ปรับ 1 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ปางช้างกล้ากระทำผิด เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการแต่งตั้งชาวบ้านเป็นผู้ช่วยปฏิบัติการ โดยได้รับความคุ้มครองและดูแลตามกฏหมาย เพื่อสามารถแจ้งความเอาผิดกับปางช้างหรือสวนสัตว์ได้หากพบว่ามีการกระทำทารุณกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยดูแลช้างได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อาจารย์ประสบ ทิพย์ประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง กล่าวว่า หัวใจสำคัญของกฏหมายเพื่อดูแลและปกป้องช้างไทย ต้องคำนึงถึงหลักการสวัสดิสัตว์ 5 ประการ เพื่อส่งสนับสนุนได้รับการดูแลทั้งทางร่างการและจิตใจ โดยเฉพาะช้างเลี้ยงที่อยู่ในปางช้างหรือสวนสัตว์ ที่ถูกนำมาใช้งานสร้างความบันเทิง แต่นักท่องเที่ยวไม่รู้ว่ากว่าช้างจะสามารถออกมาแสดงได้นั้น ต้องผ่านการฝึกอย่างหนัก หรือการถูกนำแหยง(ที่นั่ง) ขึ้นวางบนหลังช้าง เพื่อบริการนักท่องเที่ยวเดินบนพื้นปูซีเมนต์ร้อนๆ ทั้งวันโดยแทบไม่มีเวลาพัก ถือเป็นการทรมานช้างอย่างหนัก รวมไปถึงการอาบน้ำกับช้างและกิจกรรมต่างๆ ที่ผิดธรรมชาติของช้างนั้นก็เช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการปางช้างจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพบว่าหลายแห่งเรื่มมีการปรับเปลี่ยนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฏหมายจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับเปลี่ยนทิศทางการท่องเที่ยวให้เป็นมิตรกับช้างได้ ต้องมีการออกระเบียบที่ชัดเจนถึงการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับช้าง ช้างต้องกินอาหารที่หลากหลาย มีพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอให้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเฝ้าสังเกตุ ได้เรียนรู้ความฉาดของช้าง ช้างรู้จักสมุนไพร แต่ละตัวมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน การเรียนรู้จากควาญช้าง สิ่งเหล่านี้คือรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้การยอมรับ และเจ้าของปางช้างก็สามารถอยู่ได้ด้วย&amp;rdquo; อาจารย์ประสบ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, วันช้างไทย, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b6d354c940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอน &#039;บิ๊กตู่&#039; หนุนแก้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า ยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง ชี้อันตรายผสมสายพันธุ์ข้ามถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; หนุนแก้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง ชี้อันตรายผสมสายพันธุ์ข้ามถิ่น ตอบสนองธุรกิจท่องเที่ยว หวั่นเป็นเครื่องมือส่งเสริมขบวนการค้าสัตว์ป่า&amp;nbsp;พบแอบลักลอบผสมพันธุ์หวังขายลูกเสือในตลาดมืด ในฟาร์มก็ยังผสมพันธุ์ไขว้กันเองส่งผลให้เกิดภาวะเลือดชิด สุขภาพอ่อนแอหรือพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63 - นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชาชนเข้าชื่อ 10,400 รายชื่อ ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เนื่องจากกังวลว่ากฏหมายฉบับนี้ มีช่องว่างที่อาจตกเป็นเครื่องมือส่งเสริมกระบวนการค้าสัตว์ป่าอย่างถูกกฏหมาย โดยเฉพาะ ม.28 ที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีอำนาจออกใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง แม้กำหนดไว้เพื่อการศึกษาวิจัยหรือขยายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ก็ตาม อีกทั้งอนุสัญญาไซเตสมีการส่งจดหมายเตือนมายังรัฐบาลไทยให้ลดจำนวนเสือในกรงเลี้ยง ดังนั้นรัฐบาลควรแก้กฏหมายนี้เพื่อยกเลิกการออกใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อยุติวงจรเสือในกรงเลี้ยง และสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการให้บริการสวนสัตว์ ให้ไปตามกระแสการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่า เพื่อตัดตอนกระบวนการเพาะพันธุ์เสือเพื่อการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช กล่าวว่า ขอเรียกร้องต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เห็นความสำคัญของเสียงประชาชนกว่า 1 หมื่นคนที่ลงชื่อให้แก้กฏหมาย เรากังวลว่าร่างกฏหมายจะถูกตีตก เพราะล่าสุด สภาฯ มองว่าเป็นร่างแก้กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน คืออาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการยกเลิกการออกใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า จึงต้องส่งให้นายกฯ รับรอง ขณะเดียวกันกระแสโลกให้ความสำคัญเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ ดังนั้นไทยอาจต้องสูญเสียเม็ดเงินจากการถูกคว่ำบาตรด้านการท่องเที่ยว หากปล่อยให้มีการแสดงโชว์เสือหรือสัตว์ป่าเพื่อความบันเทิง หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น กรณีลิงเก็บมะพร้าว ที่ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยมาแล้ว ดังนั้นกรณีของเสือในกรงเลี้ยงทั้งการลักลอบเพาะพันธุ์เพื่อการค้าและการนำสัตว์มาบังคับให้แสดง จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะมีผลกระทบตามมา จึงหวังว่านายกฯ จะพิจารณาให้ ร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้ ได้เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในลำดับต่อไปเพื่อแก้ปัญหาอย่างยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ หนึ่งในคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างสวนสัตว์หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ป่า มีความต้องการเสือสูงมาก โดยเฉพาะเสือโคร่ง ชนิดพันธุ์ที่นิยมคือ เสือไซบีเรีย เสือเบงกอล และกลุ่มเสือสายพันธุ์เฉพาะหรือที่เรียกว่าเสือแปลก เช่น เสือขาว หรือเสือลูกผสม เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แถบเอเชียและนักท่องเที่ยวไทยอยากสัมผัสใกล้ชิดกับเสือ ไทยจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนสวนสัตว์ และเสือในกรงเลี้ยงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์ กล่าวอีกว่า กลุ่มสัตว์หายากหรือสัตว์แปลกจะมีราคาแพงกว่าสัตว์สายพันธุ์ปกติ เช่น การเอาเสือขาวจากซีกโลกเหนือมาผสมพันธุ์กับเสือเบงกอล แต่ในธรรมชาติสัตว์ป่าไม่มีการผสมข้ามถิ่น แต่ด้วยความต้องการทำให้มีการนำเข้าสัตว์กลุ่มนี้เพื่อตอบสนองธุรกิจท่องเที่ยว โดยไม่ได้คำนึงถึงการควบคุมสายพันธุ์ เสือบางตัวราคาหลายล้านบาท เมื่อถูกนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศ แม้จะมีกฏหมายควบคุมแต่ยังพบว่ามีการแอบผสมพันธุ์ และลูกเสืออาจถูกขายต่อไปในตลาดมืด นอกจากนี้ฟาร์มที่ลักลอบเพาะพันธุ์เพื่อการค้ามักจะเป็นการผสมไขว้กันเอง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวะเลือดชิดในสัตว์ป่า ภาวะสุขภาพอ่อนแอหรือความพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86522</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก, เสือโคร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd20dae22373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
