<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอสจ่อเชิญ&#039;องค์กรสื่อ&#039;แจงข้อห้ามพรก.ฉุกเฉิน ยันใช้ฟันสื่อเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีที่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อกำหนดฉบับที่ 27 และ ฉบับที่ 29 ที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เกี่ยวกับมาตรการมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสร้างความหวาดกลัวว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยืนยันว่าข้อกำหนดที่ออกมา ไม่ได้มีเจตนาควบคุมการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน ตลอดจนประชาชน ที่เป็นประโยชน์ต่อการรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของสื่อมวลชนในการปฏิบัติหน้าที่ และมีองค์กรสื่อมวลชนคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาชีพและจริยธรรม รวมทั้งที่ผ่านมารัฐบาลรับฟังการวิพากษ์วิจารณด้วยเหตุผลและอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม​ กต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาการรับรู้ และส่งต่อข้อมูลข่าวสาร มีความคลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้องได้ ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนโดยเจตนา เนื่องจากกระทบการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่าสื่อมวลชนมีส่วนสำคัญในการนำพาสังคมให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง สร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับประชาชนในการฝ่าฟันปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ การทำหน้าที่ของสื่อมวลชน การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง รัฐบาลยิ่งต้องรับฟังเพื่อนำสู่การแก้ไข ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดกั้นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา&amp;quot; นายชัยวุฒิ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกำหนดที่ออกมานั้น เจตนาสำคัญเพื่อดำเนินการกับผู้ที่ทำตัวเสมือนเป็นสื่อมวลชน หรือสื่อเทียม ไร้สังกัด ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีองค์กรกำกับตรวจสอบการทำหน้าที่ที่ชัดเจน ซึ่งมักนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดจากข้อเท็จจริง ผ่านบัญชีผู้ใช้งานใน Facebook และ Twitter หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่พบว่ามีเจตนาตั้งใจบิดเบือนเพื่อหวังผลบางอย่าง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด จนเกิดความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนก การประกาศข้อกำหนดข้างต้นจะนำมาบังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้เป็นหลัก ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญความยากลำบากจากโควิด-19 แต่กลับมีบางคนนำเสนอข้อมูลบิดเบือน สร้างความสับสนในสังคม ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงถูกประกาศใช้เพื่อแก้ปัญหาส่วนนี้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงแนวทางของรัฐบาล ผมจึงขอเชิญผู้บริหารองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน หารือในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างแท้จริงในการแก้ปัญหาการนำเสนอข้อมูลที่ปราศจากข้อเท็จจริงที่ระบาดในสังคม และจะทำให้เกิดความมั่นใจด้วยว่า รัฐบาลตระหนักถึงบทบาทของสื่อมวลชนในการมีส่วนช่วยนำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปด้วยกัน&amp;quot; รมว.ดีอีเอส กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111931</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, องค์กรสื่อ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61077a5aea3fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนจี้รัฐทบทวนข้อกำหนดจำกัดเสรีภาพปชช.-สื่อมวลชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 2564 ตามที่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้มีแถลงการณ์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 แสดงความกังวลต่อการที่รัฐบาลออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 27) เรื่อง มาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดที่ระบุว่า &amp;ldquo;การเสนอข่าวหรือการทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั่วราชอาณาจักร&amp;rdquo; พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการออกข้อกำหนดข้างต้น หรือจัดทำแนวปฏิบัติจากข้อกำหนด และแถลงถึงเจตนารมณ์ในการบังคับใช้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อมิให้มีการนำข้อกำหนดดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน จนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ นอกจากรัฐบาลจะเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนแล้ว ในทางกลับกัน ปรากฏว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความใน Facebook กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้มาตรการในข้อกำหนดดังกล่าวอย่างจริงจังต่อสื่อมวลชน คนดังหรือเพจต่างๆ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กร ดังมีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ได้ประชุมหารือกันและมีความเห็นร่วมกันดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การยืนยันที่จะบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี ประกอบกับความพยายามของรัฐบาลที่ข่มขู่และดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ย่อมเป็นการแสดงเจตนาที่ชัดเจนที่ต้องการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การอ้างว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการนี้ ในการจัดการกับปัญหาสิ่งที่รัฐบาลเรียกว่า &amp;ldquo;ข่าวปลอม&amp;rdquo; หรือ Fake News นั้น เป็นการกล่าวอ้างที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของรัฐบาลในการสื่อสารกับประชาชน อันเป็นผลมาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีเองทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีสื่อมวลชนบางส่วนได้เคยนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง แต่ก็มิใช่เป็นการจงใจสร้างข่าวปลอมตามที่รัฐบาลหรือปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ของฝั่งรัฐบาลตีตรา เนื่องจากการเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนเหล่านั้นไม่ได้มีเจตนาสร้างข่าวเท็จเพื่อหวังผลให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเกิดความเสียหาย หากแต่เป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในรายละเอียดของการนำเสนอเชิงวารสารศาสตร์ ซึ่งสื่อที่นำเสนอก็ได้รับผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อตนเองเช่นกัน อีกทั้งการแสดงความรับผิดชอบและแก้ไขให้ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ขอเชิญชวนให้สื่อมวลชน และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมกันแสดงออกในทุกรูปแบบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน พร้อมทั้งช่วยกันระมัดระวังการเสนอข่าวให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้รัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างในการจำกัดเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน อันจะกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กรขอยืนยันในหลักการ &amp;ldquo;เสรีภาพสื่อเสรีภาพประชาชน&amp;rdquo; กล่าวคือ การคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชน ย่อมเป็นการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จากนี้เป็นต้นไป องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนจะมีกิจกรรมที่แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่ารัฐบาลจะเข้าใจและตระหนักได้ว่า การพยายามจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนย่อมนำไปสู่ความล่มสลายของรัฐบาลในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ&amp;nbsp;
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย&amp;nbsp;
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย&amp;nbsp;
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์&amp;nbsp;
สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย
&amp;nbsp;28 &amp;nbsp;กรกฎาคม 2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอยกเลิกคำสั่งคุมสื่อ, จำกัดเสรีภาพ, องค์กรสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100f3a3c3de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการซัดองค์กรสื่อเอาแต่เรียกร้องอิสระ แต่ไม่รับผิดชอบเสนอข่าวเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - นายภัทร เหมสุข&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระ&amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pat Hemasuk ว่า ในกรณีสื่อบางสื่อเต้าข่าวเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์กับความสัมพันธ์ของมิตรประเทศบางประเทศที่มีความสัมพันธ์กันดีไม่เคยมีปัญหา และสืบเนื่องจากสิ่งที่นายกรัฐมนตรีของไทยได้พูดเกี่ยวกับสื่อเมื่อวานนี้ ผมมีความเห็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าลูกมีความรับผิดชอบพับผ้าห่มทุกครั้งที่ตื่นนอน แล้วเขามีสิทธิ์ในการเลือกได้ผ้าห่มลายการ์ตูนผืนที่เขาชอบครับ ความรับผิดชอบต้องแสดงให้ประจักษ์ก่อนเรียกร้องสิทธิ์เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเขียนรัฐธรรมนูญหรือร่างกฎหมายประกอบก็เช่นกัน จะเอาอิสระภาพไปให้ องค์กรอิสระสภาวิชาชีพ หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยไม่มีบทบัญญัติความรับผิดชอบเลยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสภาวิชาชีพอื่นๆ เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก เภสัชกร ทนายความ ฯลฯ ที่กฎหมายให้อำนาจไปควบคุมดูแลกันเอง จะมีการกำหนด สิทธิ์ และ ความรับผิดชอบ รวมถึงบทลงโทษเอาไว้ชัดเจน ดังนั้นจะเห็นว่าแต่ละปีแต่ละวิชาชีพจะมีคนถูก พัก-ถอน ใบอนุญาตกันไม่น้อย ทำให้สมาชิกวิชาชีพเหล่านี้ตระหนักถึง &amp;quot;ความรับผิดชอบ&amp;quot; ก่อนที่จะมี &amp;quot;สิทธ์&amp;quot; ในวิชาชีพของตัวเองเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาสื่อ และองค์กรสื่อ ก็เช่นกัน เรียกร้องแต่อิสระในการนำเสนอข่าว แต่ไม่มีความรับผิดชอบในการจัดการดูแลสื่อในสังกัด และยังดูแลลงโทษกันเองไม่ได้ เป็นสภาหรือองค์กรเดียวที่ตั้งตามกฎหมายแต่ไม่มีบทลงโทษ หรือแม้กระทั่งสมาชิกลาออกไปแล้วก็ยังประกอบอาชีพสื่อต่อไปได้แบบไม่เดือดร้อนอะไรเลย ตัวอย่างเช่น ในอดีตที่สรย้วยและสมพรนิวส์ ที่เคยลาออกจากสภาและองค์กรสื่อ แต่ยังประกอบวิชาชีพต่อไปได้เหมือนเดิมไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเป็นวิชาชีพอื่นการลาออกคือการหยุดประกอบอาชีพนั้น และถ้ายังทำงานนั้นต่อไปอีกจะผิดกฎหมายมีบทลงโทษตามกฏหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกร้องอยากได้สิทธิ์การนำเสนอข่าวอย่างเสรี แต่ไม่อยากได้ความรับผิดชอบในการเสนอข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือเป็นข่าวเท็จ ปฏิเสธบทลงโทษขององค์กรในสังกัดที่ไม่เคยมีอยู่จริง มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับในสังคมประชาธิปไตยที่อ้างกันนักหนา มันก็เป็นเพียง สภากระจ้วย องค์กรกระจ้วย ที่แฝงตัวทำมาหากินในช่องว่างของกฎหมายเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81409</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิชาการอิสระ, ภัทร เหมสุข, องค์กรสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de083f87458a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
