<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วลั่นชุมนุมลากยาวข้ามปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พท.-ก้าวไกล&amp;quot; โวยผลวินิจฉัยคดี &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อยู่บ้านพักหลวง ข้องใจองค์กรอิสระเครื่องมือค้ำยันผู้มีอำนาจ ชี้รอดคำพิพากษาแต่หนีไม่พ้นจริยธรรม จี้ลาออกเองลดความขัดแย้ง&amp;nbsp; &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ควันออกหูด่ากราด &amp;quot;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;quot; ยึดห้าแยกลาดพร้าวอัดศาล รธน. &amp;quot;ครูใหญ่&amp;quot; พังศาลพระภูมิประชด &amp;quot;ไมค์&amp;quot; ลั่นเติมเชื้อไฟให้มวลชน &amp;quot;อานนท์&amp;quot; เผยลากยาวชุมนุมข้ามปี ประกาศปี 64 ใส่เกียร์บวกยกระดับต่อสู้ไม่มีถอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีพักบ้านพักหลวง ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยทธ์ไม่ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ธ.ค.นั้น ได้มีปฏิกิริยาจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง กล่าวว่า ตนได้รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างถึงที่สุดแล้ว คำวินิจฉัยไม่ตรงกันกับข้อเท็จจริงที่ยื่นไป โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ว่านายกรัฐมนตรีต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ก็พักบ้านพักส่วนตัว และได้รับการดูแลจากรัฐ ไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างใด คงต้องกลับไปหารือในพรรค เพราะคำวินิจฉัยจะเป็นแนวทางให้องค์กรอื่นๆ ปฏิบัติตาม และน่าคิดว่าจะทำอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ แต่จะไปร้องสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไม่ได้แล้ว เพราะศาลวินิจฉัยว่าไม่มีการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและจริยธรรม อย่างไรก็ตาม ขอดูคำวินิจฉัยของตุลาการศาลแต่ละบุคคลก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนเป็นรัฐมนตรีต้องมีวุฒิภาวะและมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่าบุคคลอื่น เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องบุคคลทั่วไปสงสัยอยู่ ดังนั้นการจะอยู่หรือไม่อยู่ต่อ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตัวท่านเอง&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ พรรค พท.กล่าวว่า ตนกังวลว่าจะมีงบประมาณในการก่อสร้างบ้านพักอีกจำนวนมาก เพื่อรองรับทหารที่เกษียณ และทำคุณงามความดีกับแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะมีการดำเนินการตรวจสอบติดตามเรื่องการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะเรื่องบ้านพักสวัสดิการ ตามที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. เคยกล่าวไว้ เพราะทหารผู้น้อยไม่มีบ้าน แต่ทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณยังอยู่บ้านพักในค่ายทหาร ถือเป็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ควรต้องมีกฎหมายเพื่อผลักดันเรื่องความเหลื่อมล้ำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รอดพ้นจากวิบากกรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่รอดพ้นวิกฤติความชอบธรรมและจริยธรรมทางการเมืองในสายตาประชาชน หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะอดีตหัวหน้า คสช. ไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องกรณี พล.อ.ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ และครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งอาศัยในบ้านพักของทางราชการและยังได้รับสิทธิประโยชน์บางอย่าง ทั้งที่เกษียณอายุราชการมานานแล้ว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ความหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายและจริยธรรมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์รู้อยู่แก่ใจว่าการอาศัยบ้านพักของหลวงโดยได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มาโดยตลอด ไม่เสียค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพักอาศัยให้ทางราชการ ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ใดๆ แล้ว เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ก็ยังสามารถอยู่รอดในตำแหน่งต่อได้อีก ซึ่งก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของประชาชน แม้ผลคำวินิจฉัยอาจไม่สามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากอำนาจและเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ในทางกฎหมาย แต่ในมิติของจริยธรรมและความชอบธรรมทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ได้หมดสิ้นลงแล้ว&amp;quot; น.ส.อรุณีกล่าว
พท.-ก้าวไกลโวย&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า แม้คำตอบวันนี้จะจบไป พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถพ้นบ่วงของกฎหมายมาได้หลายครั้ง แต่คำถาม ข้อสงสัยและความคลางแคลงใจต่อความโปร่งใสของ พล.อ.ประยุทธ์ในหมู่ประชาชนจะเพิ่มและดังขึ้นเป็นเงาตามตัว พล.อ.ประยุทธ์จะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ในภาวะที่แทบจะไม่เหลือความชอบธรรมใดๆ อีกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยให้สถานการณ์วิกฤติขณะนี้ดีขึ้นในภาพรวม แต่อาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาความไม่พอใจของพี่น้องประชาชน กระทั่งทำให้วิกฤติความขัดแย้งลุกลามไปจนไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลเสียหายต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายชัยธวัธ ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงว่า คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายทางการเมือง คำวินิจฉัยของศาลยืนยันให้เห็นอีกครั้งว่าระบบกฎหมายและการเมืองที่ผิดปกติของประเทศไทยหลังรัฐประหารยังคงดำเนินต่อไป แม้ประชาชนข้างนอกจำนวนมากยังคงเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำวินิจฉัยวันนี้ทำให้ประชาชนตั้งคำถามอีกครั้งว่า การตีความกฎหมายในประเทศนี้เป็นเรื่องของอำนาจไม่ใช่เรื่องของระบบนิติรัฐหรือไม่ คำวินิจฉัยวันนี้ชวนให้ประชาชนตั้งคำถามอีกครั้งว่า คนมีอำนาจในประเทศนี้มักได้รับข้อยกเว้นจากการรับผิดตามกฎหมายอีกครั้งหรือไม่ และทำให้ประชาชนตั้งคำถามอีกครั้งว่า องค์อิสระต่างๆ ได้กลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองในการค้ำยันรักษาอำนาจของผู้มีอำนาจที่สืบทอดมาจากรัฐประหาร หรือกลายเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูของผู้มีอำนาจเท่านั้น ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร คำวินิจฉัยครั้งนี้ทำให้ประชาชนจำนวนมาก เห็นว่าชนชั้นนำในประเทศนี้ไม่ได้ต้องการประนีประนอมกับประชาชนแต่อย่างใด&amp;quot; นายชัยธวัธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ พรรคก้าวไกลกล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะได้รับการฟอกขาวจากศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง แต่เราก็เห็นว่านายกฯ ควรลาออกจากตำแหน่ง ตรงนี้จะเป็นการถอดสลักถอดฟืนออกจากกองไฟ เพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความขัดแย้ง แสวงหาทางออก เปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ ตนคิดว่าคำวินิจฉัยวันนี้จะทำให้สังคมเห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรอิสระทั้งหมด รวมถึงกองทัพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์อาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการไม่มีความผิดว่า ไม่ใช่แค่ขอแจก...ให้ประยุทธ์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ขอแจกให้ทุกตัวในคอกสุนัข รวมถึง....ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. กลุ่มราษฎรซึ่งนัดชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ได้มีผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเข้าพื้นที่ โดยมีรถเครื่องเสียงปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดงปราศรัยและร้องรำทำเพลงกันระหว่างรอผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาสมทบ ตามสโลแกนการชุมนุมครั้งนี้ &amp;quot;ไล่จันทร์โอชาออกไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี กล่าวถึงคำวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์พักอาศัยบ้านหลวงไม่ผิดว่า เป็นความอยุติธรรมที่ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่เกิดมาบ่อย ถ้าถามพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยคิดอย่างไร ผู้รักประชาธิปไตยตอบคำเดียวกันว่า อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ก็รอด เพราะฝ่ายเผด็จการสืบทอดอำนาจส่วนใหญ่รอดหมด ผิดกับอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ทำกับข้าวผ่านรายการทีวี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ศาลมีคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง ดังนั้นต้องบอกไปถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ประชาชนก็รับไม่ได้ หมดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่ต้องไปเรียกร้องหาความสามัคคีและความปรองดอง ในเมื่อความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่มีวันเกิดอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลคำวินิจฉัยวันนี้ไม่เหนือความคาดหมาย คิดไว้แล้วว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่พ้นจากตำแหน่ง อย่างเดียวที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่ง ต้องให้พี่น้องประชาชนออกมาให้ทั่วแผ่นดิน เดินบนท้องถนนพร้อมกัน เขาจะต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างแน่นอน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ถืออำนาจมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา เพราะเขาแก้กฎหมายไว้ให้พวกพ้อง&amp;quot; แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรีกล่าว
3 นิ้วลั่นศาลรธน.เติมเชื้อไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มราษฎรได้ตั้งเวทีปราศรัยขนาดใหญ่บริเวณกลางห้าแยกลาดพร้าว โดยเวทีได้จำลองบัลลังก์ศาลสีแดง เพื่อแสดงออกสัญลักษณ์ภายหลังตัดสินคดี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความผิดคดีพักบ้านหลวง นอกจากนี้ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ นักร้องที่อยู่ในกลุ่มคณะราษฎร ได้เตรียมกระป๋องสีมาร่วมกิจกรรมชุมนุมที่ 5 แยกลาดพร้าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.พหลโยธิน ในฐานะเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ เดินทางเข้ามาในบริเวณจุดชุมนุม พร้อมอ่านประกาศคำสั่ง สน.พหลโยธิน ที่ 263/2563 ให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อรรถวุฒิระบุว่า ด้วยมีกลุ่มบุคคลได้จัดการชุมนุมสาธารณะที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และไม่แจ้งผ่อนผันกำหนดเวลาต่อ ผบก.น.2 ก่อนเริ่มการชุมนุมตามมาตรา 10 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 อันเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 14 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 (1) แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จึงให้ผู้เช่าเลิกการชุมนุมภายในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 2 ธ.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้อ่านประกาศคำสั่ง สน.พหลโยธิน ที่ 263/2563 ให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งเสียงโห่ไล่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางกลับไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.15 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำราษฎร 2563 กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแบบนี้ถือเป็นการเติมเชื้อไฟให้มวลชน เราหมดหวังไปแล้วกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ควรต้องปฏิรูปทุกองค์กรให้ดีขึ้นกว่าเดิม อยู่แบบนี้ต่อไปมีแต่ถอยหลังเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันแกนนำไม่มีท้อ อยู่คนเดียวก็จะสู้ต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกจากการเป็นนายกฯ ออกจากประเทศด้วยยิ่งดี เราจะมีแถลงการณ์ต่อเรื่องนี้แน่นอน กระบวนการยุติธรรมไม่น่าเชื่อถือแล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ควรออก แต่ศาลไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์พ้น ก็ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ทุกวันนี้ไม่เหลืออะไรให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าไปกว่านี้อีกแล้ว ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่รู้จักผิด ก็มีการชุมนุมเรียกร้องต่อไป&amp;quot; นายภาณุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการเคลื่อนไหวต่อไปจะมีการไปบ้านนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายภาณุพงศ์ตอบว่า ไม่ให้ค่า ถ้าไปบ้านนายกฯ ไปเดินเก็บขยะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มราษฎรรายนี้ยอมรับว่าสาเหตุที่เลือกชุมนุมห้าแยกลาดพร้าว ไม่ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ต้องการละเมิดอำนาจศาล ยึดหลักสันติวิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.15 น. แกนนำจากกลุ่มต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้การอยู่บ้านพักหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภนัฎ กิจแก้ว แกนนำกลุ่มราษฎร ปราศรัยย้อนการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ยุบพรรคไทยรักไทยจนมาถึงพรรคอนาคตคนใหม่ โดยระบุว่า เป็นองค์กรที่ทำลายรัฐบาลประชาธิปไตย ถือเป็นมะเร็งร้าย ถ้าประชาชนชนะจะจัดการศาล รธน.ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพนำงบประมาณไปสร้างบ้านพักนายพลที่มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีห้องแม่บ้าน มูลค่าหลังละประมาณ 3 ล้านบาท ใช้งบประมาณรวมกว่า&amp;nbsp; 3,000 ล้านบาท ขณะที่พวกเราได้แค่เศษเงินจากโครงการบัตรคนจนและโครงการคนละครึ่ง&amp;quot; แกนนำกลุ่มราษฎรผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.38 น. นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำคณะราษฎร 2563 ขึ้นปราศรัย และมีการนำศาลพระภูมิมาตั้งหน้าเวที โดยมีการปราศรัยในช่วงท้ายเกี่ยวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายกฯ ไม่พ้นจากตำแหน่งว่า เรื่องที่เกิดขึ้นที่ศาลรัฐธรรมนูญ บอกได้ว่าผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด ตนจะไม่พูดอะไรที่มีสาระ ให้ฟังผู้ปราศรัยท่านอื่นพูดไป ส่วนตนมาระบายอารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถพลได้หยิบกล้วย 9 หวีขึ้นมา โดยระบุให้ตุลาการ 9 คน นำมายัดใส่ในศาลพระภูมิ ก่อนใช้ค้อนทุบและถีบศาลพระภูมิกระจาย พร้อมบอกศาลเลวจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.15 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร 2563 ขึ้นเวทีปราศรัยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความผิดคดีบ้านพักหลวงในค่ายทหาร แต่การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยยังไม่ถึงขั้นตอนที่ 5 นี่เป็นแค่นวดให้เห็นแผล ปีหน้าการชุมนุมจะเป็นรูปธรรม จะเข้มข้นกว่านี้ ปี 64 เราจะใส่เกียร์บวก ไม่ถอย และยืนบนหลักการข้อเดียวคือสันติวิธี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมลากยาวข้ามปี, บ้านพักหลวง, ลาออกเองลดความขัดแย้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรอิสระ, เครื่องมือค้ำยันผู้มีอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7b4e8f0019.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ยกประสบการณ์ตัวเองศาลฎีกายกคำร้องฟ้องกลับกกต.ไม่ง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02ต.ค.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตผู้สมัครส.ส.พัทลุง และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง ใบส้ม กับ กกต. มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-เรื่องกกต.ให้ใบส้ม อดีตส.ส. เชียงใหม่ ต่อมาศาลฎีกายกคำร้อง การจะฟ้องกลับกกต.ไม่ง่ายครับ เพราะกกต.เป็นองค์กรอิสระมีกฎหมายคุ้มครองความเป็นอิสระเต็มที่ เปรียบเหมือนมี&amp;quot;ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก&amp;quot; คุ้มครอง การเอาผิดไม่ง่ายหรอก หากไม่ได้ความว่ามีความประมาทเลินเล่อหรือมีเจตนาทุจริต และการสืบเจตนาทุจริตนี่ ยากครับ!! โดยทั่วไปแล้วถ้าไม่มีพยานหลักฐานชัด เอาผิดยากมาก มนุษย์ในองค์กรอิสระทุกองค์กร จึงต้องเป็นคนดีจริงๆ ถ้าไม่ดีก็ทำบ้านเมืองพังพินาศทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-การฟ้องร้ององค์กรอิสระ ถ้าใครสนใจจะศึกษาเป็นตัวอย่าง คอยดูคดีที่ผมฟ้องอาญากกต.ที่ศาลอาญาทุจริตกลางดีกว่า ตอนนี้ ศาล(ผู้พิพากษา) ถอนตัวไปชุดหนึ่งแล้ว ต้องมีการแต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษาชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณาเพราะในองค์คณะเก่า ผู้พิพากษาท่านหนึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของกกต. ที่มาจากศาลฎีกา กระบวนการพิจารณาของศาลก็ดีอย่างนี้แหละครับ&amp;nbsp; ถ้าเกี่ยวข้องกับจำเลย ทางใดทางหนึ่ง ก็ต้องถอนตัวเพราะไม่อาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อยังให้เกิดความยุติธรรมได้ คดีก็เลื่อนไปเดือนหน้า/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79266</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ฟ้องกลับกกต., องค์กรอิสระ, ใบส้มกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf253048b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด‘ไทยซัมมิท’ ยำองค์กรอิสระ วิปลาสเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดตึกไทยซัมมิทยำองค์กรอิสระ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ซัด กกต.เลือกข้างนำกังขาเลือกตั้ง &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; แนะต้องตั้งเป้าจับทุจริต ไม่ใช่ห่วงสถิติคนใช้สิทธิ &amp;quot;พิชาย&amp;quot; ชี้ปัญหาเป็นระบบราชการเต็มตัว &amp;quot;สมชัย&amp;quot; จุดประกายประชาชนโวยจนไม่กล้าประกาศผลเลือกตั้งซ่อมลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่ห้องประชุมวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิท เพจ New Consensus Thailand จัดเวทีเสวนาสาธารณะตอน องค์กรอิสระไทย อย่างไรต่อดี? : คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำพรรคอนาคตใหม่ เราได้เห็นความผิดปกติหลายอย่างของ กกต. แต่ที่ขอยกมาคือกรณีการนับคะแนนใหม่ของเขต 1 จ.นครปฐม ซึ่งเราร้องเรียนไปยัง กกต.ให้มีการนับคะแนนใหม่ แล้วการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้นภายใน 1 เดือน ผลการนับใหม่คือการมีบัตรเพิ่มขึ้น 25 ใบ แล้วคะแนนก็เปลี่ยนไป แต่ไม่มี กกต.รับผิดชอบหรือตอบคำถามในกรณีนี้ อีกทั้งเรื่องการประกาศผล ถ้าย้อนกลับไปเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 ประกาศผลอย่างเป็นทางการในอีก 2 วันทันที แต่การเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ที่ กกต.ประกาศผลทางการใช้เวลาถึง 45 วัน ในประเทศสมัยใหม่ไม่มีที่ไหนใช้เวลาประกาศเป็นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.มีหน้าที่กำหนดข้อกฎหมาย จัดเลือกตั้งที่สุจริต แต่ปัจจุบันยังตรวจสอบคัดค้านอะไรไม่ได้เลย เราทราบกันดีว่า กกต.ชุดปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งมาจาก สนช. ซึ่งมาจาก คสช. ทำให้ กกต.ที่เลือกข้างทางการเมือง ไม่ยึดโยงกับประชาชน จนนำมาสู่การเลือกตั้งที่มีข้อกังขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลังการเลือกตั้งวันที่&amp;nbsp; 24 มี.ค.2562 ทำให้เห็นถึงความล้มเหลวของความเป็นกลาง การธำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวด้วยว่า ความวิปลาสหลายอย่างเกิดขึ้นทั้งใน กกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งความวิปลาสนี้เป็นอาการไม่ใช่เป็นโรค แต่ต้นตอของเชื้อโรค คือการอยากสืบทอดอำนาจ พวกเขาฝืนกระแสที่จะให้มีการเลือกตั้งจากสังคมไม่ได้ จึงได้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วเลือกตั้งให้ได้เสื้อคลุมมา รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการเขียนเพื่ออภิสิทธิ์ชน รับประกันว่าพวกเขาจะสืบทอดอำนาจต่อได้ โดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิไม่มีเสียงแย่งชิงอำนาจ ทำให้ ส.ส.ในสภาที่มาจาการเลือกตั้งถูกทับด้วยเสียง ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง คสช. ดังนั้น ในวันนี้ถ้าไม่มีฉันทามติ ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ ถ้าเราไม่สามารถหารัฐธรรมนูญที่ตรงกัน เราจะไม่เดินหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ในยุคนี้ถ้าจะเป็นแค่ประชาธิปไตยจะไปไม่รอด ต้องมีอะไรมานำหน้าประชาธิปไตย จึงเกิดเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย เพื่อไปตรวจสอบถ่วงดุลการบริหาร จึงต้องมีองค์กรอิสระเข้ามา ตนเห็นการใช้อำนาจของ กกต.ในทุกยุค คือในปัจจุบันเหมือนคนชั่วมาเจอกับคนเลว ระยะหลังๆ มา กกต.คิดว่าตนเองมีอำนาจแล้วอยู่เหนือการตรวจสอบ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ เราไม่เห็นนักการเมืองคนไหนลุกขึ้นสู้ กกต. เพราะนักการเมืองเองก็สีเทาเลยไม่กล้า กกต.เลยใช้อำนาจได้ตามใจ ส่วนในการทำงาน กกต.มักมองสถิติคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ซึ่งมันผิดเป้าหมายการทำงานขององค์กร ที่ควรต้องตั้งเป้าจับทุจริตให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ตนมอง กกต.มีความไม่เป็นมืออาชีพ ไม่มีมาตรฐาน เมื่อ กกต. คุณสมบัติมหาเทพ ไม่เคยทำเรื่องการเลือกตั้ง รังเกียจการเมือง แต่มาทำงานการเลือกตั้งแบบนี้ผิด รวมถึงการทำงานขององค์กรอิสระและศาลผิดพลาดทุกองค์กร ที่ตั้งหลักสูตรพิเศษขึ้นมา ทำให้ผู้พิพากษามานั่งคุยกับนักการเมือง ถ้าทำแบบนี้ระวังจะติดเชื้อจากนักการเมือง คือเชื้อความโลภ และความคุ้นเคยจะทำให้ไม่เกิดความเป็นกลางได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชายกล่าวว่า ก่อนนี้การเลือกตั้งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัด หลังจากนั้นสังคมไทยก็มีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง แล้วเกิดการซื้อเสียงมากขึ้น กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถกำจัดการซื้อเสียงได้ จากนั้นสังคมต้องการให้มี กกต.ขึ้นมา เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม พอมี กกต.เกิดขึ้นในช่วงปฏิรูป เราจึงได้ กกต.ที่มีความเหมาะสม การทำงานชุดนั้นนักการเมืองกลัว นั่นเป็นการทุ่มเทให้การเลือกตั้งปลอดทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เป็นองค์กรที่สังคมคาดหวังว่าจะสร้างความสุจริตในการเลือกตั้ง แต่ต่อมา กกต.กลายเป็นระบบราชการอย่างเต็มตัว ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ 1.การทำงานไม่บรรลุพันธกิจ คือมีการทุจริตเพิ่มขึ้น ซับซ้อนขึ้น กกต.ตามไม่ทัน ส.ส.วิถีเก่าเต็มสภา 2.ไม่มีวิสัยทัศน์ หมกมุ่นเลือกตั้งเรียบร้อย คนใช้สิทธิเยอะ ไม่มีนัยปฏิรูปการเมือง 3.ปัญหาธรรมาภิบาล เป็นรูปธรรมเยอะแยะ ทั้งกรณีโต๊ะจีน การประกาศผลเลือกตั้ง 4.ปัญหาการทำงานร่วมกับภาคประชาชน เริ่มกีดกันภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชายกล่าวอีกว่า ปฐมเหตุเรื่องความผิดพลาด การคิดเชิงกรอบ คิดออกแบบเชิงสถาบัน ไม่ใช่เฉพาะ กกต. แต่องค์กรอื่นด้วย ซึ่งรัฐธรรมนูญออกแบบให้คนในระบบราชการมาก่อน การกำหนดแบบนี้สิ่งที่ตามมาคือ คนจำนวนมากที่เหมาะสมไม่มีโอกาสเข้ามาเป็นกรรมการองค์กรอิสระเลย ได้คนที่อาจจะมีตำแหน่ง แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ และเป็นการตัดภาคประชาชนออก ถือเป็นการออกแบบที่ผิดพลาด ถูกครอบงำด้วยข้าราชการเกษียณ เป็นอำนาจนิยม ระบบพวกพ้อง อุปถัมภ์ วิธีคิดมียุทธศาสตร์เชิงรับไม่ใช่เชิงรุก ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดก็อย่าหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงองค์กรได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะแก้ปัญหา กกต.ระยะยาว ต้องไปแก้ในรัฐธรรมนูญ แก้ถึงองค์ประกอบคุณสมบัติ และคุณสมบัติการสรรหา ให้ขยายเป็นการมีส่วนร่วมให้ประชาชนร่วมด้วย ไม่ใช่เฉพาะนักวิชาการ ข้าราชการระดังสูง เพื่อคัดคนที่มีความเชี่ยวชาญ มีจิตใจที่ต้องการปฏิรูปการเมือง ส่วนจำนวนกรรมการจะ 5 หรือ 7 คน ก็ต้องว่ากันเอง มีมากก็เปลืองเงินเดือนไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมชัยกล่าวเสนอถึงทางแก้ไขปัญหา กกต.ว่า ประชาชนต้องสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจด้วยตนเอง เพื่อให้ กกต.ทำให้ถูกต้องชอบธรรม ไม่ใช่ทำด้วยความชอบของตัวเอง เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมใน จ.ลำปาง ที่ผ่านไปเกือบเดือน ยังไม่กล้าประกาศผล ทั้งที่คะแนนห่างกันทิ้งขาด เพราะประชาชนโวย มีพลังในการตรวจสอบถ่วงดุล และมีกระแสข่าวแพร่สะพัด คนลำปางพูดกันว่าแนวโน้มน่าจะเป็นใบเหลือง แต่ตนมองว่าเรื่องนี้มันต้องมากกว่าใบเหลือง ส่วนระยะยาวต้องช่วยกันคิดแก้ไขกฎระเบียบ รัฐธรรมนูญ ในวันนี้สิ่งที่เขาร่างมากำลังทำร้ายตัวเขาเอง วันนี้ตนขอยุเลยว่า ใครอยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ท้าให้ต่อรองเลย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่กล้ายุบสภาแน่ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญ อย่าแก้บนผลประโยชน์ใคร ขอให้แก้บนผลประโยชน์ประชาชน และขอให้ กกต. ถ้าติดหนี้บุญคุณใครขอให้ลืม เพราะถ้าโดนลงโทษติดคุก คนส่งเสริมไม่มาติดคุกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71846</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตึกไทยซัมมิทยำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรอิสระ, เวทีเสวนาสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f13039d3f46b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว! แนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเรื่อง แนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมพ.ศ. ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมให้มีความชัดเจน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระพ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๒๓ วรรคสาม มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๗ (๕)แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในคราวประชุมด้านบริหาร ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๓ เมื่อวันที่๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จึงมีมติให้ออกประกาศเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ๑ ประกาศนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องแนวปฏิบัติกรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ ในประกาศนี้
&amp;ldquo;คณะกรรมการ&amp;rdquo; หมายความว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
&amp;ldquo;กรรมการ&amp;rdquo; หมายความว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย &amp;ldquo;สำนักงาน&amp;rdquo; หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ &amp;nbsp;กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า กรรมการคนหนึ่งคนใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ส านักงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวัน หากตรวจสอบไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาให้เสนอต่อประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อขอขยายเวลาได้ตามความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสำนักงานตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่มีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้เสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณายุติเรื่องกรณีมีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้คณะกรรมการดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) แต่งตั้งกรรมการไม่เกินสามคนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
(๒) แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเป็นฝ่ายเลขานุการในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ &amp;nbsp;คณะกรรมการพึงพิจารณากรณีตามข้อ ๔ และมีมติโดยเร็ว ดังนี้
(๑) กรณีไม่มีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ยุติเรื่อง
(๒) กรณีมีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมมีลักษณะไม่ร้ายแรงให้คณะกรรมการลงมติ แต่ไม่ตัดสิทธิที่กรรมการผู้ถูกกล่าวหาจะลาออกก่อนมีการลงมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) กรณีมีมูลเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ &amp;nbsp;การพิจารณาว่ากรรมการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามประกาศนี้ ต้องให้โอกาสแก่กรรมการผู้นั้นได้ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานประกอบการชี้แจงของตนได้ตามสมควร เว้นแต่กรรมการผู้นั้นไม่ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ๗ กรณีที่มีผู้แจ้งหรือผู้ร้องเรียน ให้สำนักงานมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการให้ผู้แจ้งหรือผู้ร้องเรียนทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๘ กรณีมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
วัส ติงสมิตร
ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, วัส ติงสมิตร, องค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานกสม.&#039;ยก4เหตุผลขีดเส้น อดีตสนช.ต้องห้ามเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63- กรณีที่คณะกรรมการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กรรมการ ป.ป.ช.) มีมติเลือกบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้นมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ท่านหนึ่งให้เหตุผลว่า สมาชิก สนช.ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในลักษณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือ สว. &amp;nbsp;เพราะรัฐธรรมนูญเพียงกำหนดให้สมาชิก สนช.ในขณะนั้น ทำหน้าที่เป็น สส. และ สว. เท่านั้น เป็นเพียงตำแหน่งเฉพาะกิจ แต่ไม่ถือเป็นตำแหน่ง สส. หรือ สว. อีกทั้งตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 ระบุชัดเจนว่า สนช. ไม่อยู่ในข่ายที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวผ่านสถานีวิทยุแห่งจุฬาฯ ในรายการสำนึกของสังคมว่า 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เป็นรัฐธรรมนูญภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และให้มี สนช. ซึ่งเป็นระบบสภาเดียว แต่ทำหน้าที่ 2 สภา คือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ กำหนดไว้ โดยปกติ สส. มีหน้าที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่วน สว. มีหน้าที่กลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มีสภาเดียวคือ สนช. รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้ สนช. มีอำนาจให้ความเห็นชอบแก่ร่างพระราชบัญญัติก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ดังนั้น สนช. จึงมีอำนาจเท่ากับสภาผู้แทนราษฎรหรือ วุฒิสภารวมกัน ซึ่งมากกว่าอำนาจของแต่ละสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2. เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในวันที่ 6 เมษายน 2560 ปรากฏว่า ประเทศไทยใช้ระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 จึงมีบทบัญญัติเรื่อง สนช. ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ไว้ว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2560 ให้ สนช. ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิก สนช. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ทำหน้าที่เป็น สส. หรือ สว. ตามลำดับ (มาตรา 263 วรรคหนึ่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัส กล่าวต่อว่า 3. แต่สมาชิก สนช. ดังกล่าวตาม 2. จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 นี้ด้วย คงมีลักษณะต้องห้ามบางประการที่บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 ยกเว้นไว้ว่า ไม่ให้นำมาใช้บังคับ เช่น(1) สมาชิก สนช. ในฐานะ สว. มาทำหน้าที่ สส. ไม่ต้องเว้นวรรค 2 ปี (มาตรา 263 วรรคสอง (1)) (2) สมาชิก สนช. ในฐานะ สส. มาทำหน้าที่ สว. ไม่ต้องเว้นวรรค 5 ปี (มาตรา 263 วรรคสอง (3)) &amp;nbsp;&amp;nbsp; (3) สมาชิก สนช. ในฐานะ สว. เป็นรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค 2 ปี (มาตรา 263 วรรคสาม) (4) สมาชิก สนช. จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ ก็ต่อเมื่อได้ลาออกภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 (มาตรา 263 วรรคเจ็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 &amp;nbsp;การสรรหาและแต่งตั้งบุคคลมาเป็น สว. จำนวน 196 คน มีลักษณะต้องห้ามประการหนึ่งที่ยกเว้นไว้ว่า ไม่ให้นำมาใช้บังคับคือ คนที่เป็นรัฐมนตรีมาก่อน สามารถได้รับการสรรหาและแต่งตั้งให้เป็น สว. ได้ โดยไม่ต้องเว้นวรรค 5 ปี (มาตรา 369 (2)) แต่คนที่เป็นสมาชิก สนช. ในฐานะ สส. มาก่อน รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้บัญญัติให้แต่งตั้งได้โดยไม่ต้องเว้นวรรคดังกรณีที่รัฐมนตรีมาเป็น สว. ดังนั้น สมาชิก สนช. ในฐานะ สส. จึงน่าจะไม่สามารถได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สว. โดยยังเว้นวรรคไม่ถึง 5 ปี &amp;nbsp; ในส่วนของกรรมการ ป.ป.ช. นั้น มีลักษณะต้องห้ามอยู่ 24 ข้อ ข้อที่เป็นปัญหาคือ เป็นหรือเคยเป็น สส. หรือ สว. ในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา (พรป. ป.ป.ช. 2561 มาตรา 11 (18)) อดีตสมาชิก สนช. ในระบบสภาเดียว ย่อมมีสถานะเป็นทั้ง สส. และ สว. จึงมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช. หากเว้นวรรคไม่เกิน 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งโดยปกติเป็นประชาชนที่มาจากการแข่งขันในการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้ง ไม่เหมือนสมาชิก สนช. ซึ่งส่วนมากแต่งตั้งจากข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และชนชั้นนำในประเทศ ซึ่งได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้สมาชิก สนช. จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายน้อยกว่า สส. หรือ สว. เล็กน้อย ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ยกเว้นการเว้นวรรค 10 ปีดังกล่าวไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กสม. กล่าวอีกว่าตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระทุกองค์กร ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการสรรหา เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัย แม้กฎหมายจะบัญญัติต่อไปว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด ก็ไม่ตัดอำนาจขององค์กรตุลาการที่จะเข้ามาตรวจความถูกต้อง องค์กรตุลาการดังกล่าวคือศาลปกครอง เพราะกรรมการสรรหาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และคณะกรรมการสรรหาถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ผู้เดือดร้อนหรือเสียหายมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งหรือมติที่คณะกรรมการสรรหาเลือกอดีตสมาชิก สนช. มาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระได้ภายใน 90 วัน ในกรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบอดีตสมาชิก สนช. เป็นกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;และพ้นกำหนดเวลา 90 วันไปแล้ว ประธานวุฒิสภาควรรอข้อยุติจากการสรรหา กสม. อีก 3 คน ที่ยังดำเนินการอยู่ ก่อนนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนกรณีการสรรหา กสม. อีก 3 คนที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น หากคณะกรรมการสรรหาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว ผู้ที่ถูกตัดรายชื่อออกไปเพราะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม สามารถนำคดีไปฟ้องต่อศาลปกครองกลางภายใน 90 วัน เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา เมื่อมีการฟ้องคดีดังกล่าว กระบวนการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาและการพิจารณาให้ความเห็นชอบของวุฒิสภา ยังคงเดินหน้าต่อไป เพราะกฎหมายบัญญัติว่า ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา และมิให้นำบทบัญญัติว่าด้วยมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาใช้บังคับ (พรป. กสม. 2560 มาตรา 18)&amp;rdquo; นายวัส กล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68651</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., ป.ป.ช., องค์กรอิสระ, อดีตสนช.นั่งกรรมการองค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5c8eae3731.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ลั่นโควิดเจือจางถึงเวลาคิดบัญชีองค์กรอิสระ(บางองค์กร)แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;ประเทศนี้เรามีองค์กรอิสระไว้ทำไม?&amp;quot; ระบุว่า อธิบายง่ายๆ คือ มาจากหลักคิดที่ว่า ระบอบประชาธิปไตย มีแนวโน้มจะกลายเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก จึงมีองค์การอิสระมาเสริมการทำหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ ให้มีองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือของเสียงข้างน้อยตรวจสอบเสียงข้างมาก และตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า องค์กรอิสระ มีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.ตรวจสอบอย่างจริงจัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2.เป่าคดี ช่วยฟอกคนทุจริต จากดำให้เป็นขาว องค์กรอิสระเมืองไทย ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร แล้วแต่ใคร จะเข้าไปสัมผัส หากปฏิบัติดี ถูกต้อง ก็เท่ากับรักษาระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคง แต่หากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุจริต เราจะเห็นรังสีอำมหิตแผ่ซ่านมาโอบอุ้มคนชั่วอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่... ช้าก่อน องค์กรอิสระก็ถูกฟ้องได้ เพียงแต่ปัจจุบันเราไม่มีคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับองค์กรอิสระ(บางองค์กร) เรายอมเป็นลูกไล่ขององค์กรอิสระ(บางองค์กร) ยอมศิโรราบกราบกราน ก้มหัว เราหน่อมแน้มเกินไป หรือเราเป็นคนสีดำหรือสีเทาเราจึงกลัวไม่กล้าตรวจสอบองค์กรอิสระ บ้านเมืองเลยเละเทะ &amp;nbsp;โควิด-19 เจือจางแล้ว ถึงเวลาที่จะคิดบัญชีกับองค์กรอิสระ(บางองค์กร)แล้ว!!&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68646</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ระบอบประชาธิปไตย, องค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5be095eed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุนี&#039;แนะส่งศาลรธน.ชี้ขาดปม&#039;สุชาติ&#039;อดีตสนช.จ่อนั่งป.ป.ช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63- สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมีมติตัดสิทธิไม่ให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก และ จินตนันท์ ริญาต์ร ศุภมิตร อดีตสมาชิก สนช. ชุดเดียวกันกับสุชาติ เข้ารับการสรรหาเป็น กสม. เนื่องจากทั้งสองคนเพิ่งพ้นจากตำแหน่ง สนช. มาไม่ถึงสิบปี พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.ป.กรรมการสิทธิฯ &amp;nbsp;มาตรา 10(18) กรรมการต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (18) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา ขณะที่อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.ที่มีมติเสนอชื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสนช.เป็นป.ป.ช.และผ่านความเห็นชอบจากสว.ไปแล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นางสุนี&amp;nbsp;ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหา กสม. ระบุว่า นี้คือปัญหากรรมการสรรหาสองชุดตีความเรื่องนี้แตกต่างกัน อยากให้สังคมย้อนดูถึงที่มาขององค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญปี 40 โดยมีการถ่วงดุลโดยคณะกรรมการสรรหา เช่น กรรมการสรรหา กสม.ในขณะนั้นมีมากถึง 27 คน ซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ขณะที่สว.ซึ่งเป็นผู้ผ่านความเห็นชอบในช่วงเวลานั้นมาจากการเลือกตั้ง เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญปี 50 เริ่มเบี้ยวบูด เพราะปรับโครงสร้างกรรมการสรรหาใหม่เหลือแค่ 7 คนอยู่ในแวดวงศาล 5 คน นอกนั้นเป็นประธานสภากับผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งถือว่าแคบมาก ไม่มีภาคประชาชนเลย ต่อมารัฐธรรมนูญ 60 กรรมการสรรหา กสม.จะมีความแตกต่างจากชุดอื่น เพราะเป็นไปตามกฎหมาย กสม.จึงมีบุคคลจากสาขาอาชีพอื่นรวมอยู่ด้วย แตกต่างจากกรรมการสรรหาของ ป.ป.ช.ที่ไม่มีภาคประชาชนร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุนี&amp;nbsp;กล่าวว่า เจตนารมณ์ในการมีองค์กรอิสระคือต้องการให้เกิดการถ่วงดุล ผู้ทำหน้าที่ต้องกล้าตรวจสอบรัฐบาลจึงไม่ให้ผูกพันกับนักการเมือง โดยรธน.60 กำหนดห้ามว่า ข้าราชการการเมือง สส.และสว.ต้องพ้นตำแหน่ง 10ปีจึงจะเข้าสู่แวดวงองค์กรอิสระได้ ขณะที่สนช.ทำหน้าที่แทนสส.และสว.ทั้งหมด จะปฏิเสธว่าไม่ใช่สส.และสว. มีคำถามว่าแล้วสนช.เป็นใคร ด้วยเหตุผลนี้กรรมการสรรหา กสม.จึงมีมติถึงสองรอบว่าอดีตสนช.เป็นสส.และสว.เมื่อยังพ้นตำแหน่งไม่ถึง 10 ปี จะเข้ารับการสรรหาเป็นกสม.ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรายืนกรานเรื่องนี้โดยไม่ได้ดูเรื่องตัวบุคคล ดูแค่สนช.ทำหน้าที่สส.และสว.ดังนั้นต้องพ้นตำแหน่ง 10 ปีก่อน ไม่เช่นนั้นจะมีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ การบอกว่าทำหน้าที่แทนสส.และสว.แต่ไม่ได้เป็นสส.และสว.นั้นดูจะเป็นเรื่องโจ๊กจนเกินไป เพราะมีอำนาจเต็มเหมือนสส.และสว. แต่พอถึงเวลาจะขอยกเว้นไม่เป็นสส.และสว.ก็ต้องถามว่าแล้วที่ผ่านมาคุณคือใคร&amp;quot; นางสุนี&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในคณะกรรมการสรรหา กสม. ระบุด้วยว่า คาดไม่ถึงว่ากรรมการสรรหา ป.ป.ช.จะตีความแตกต่างไปจากกรรมการสรรหา กสม. แต่ก็ต้องยอมรับว่ากรรมการสรรหาสองชุดมีความเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าต้นเหตุของปัญหามาจากการออกแบบรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งองค์กรอิสระตั้งแต่ต้น ทำให้เกิดความยุ่งเหยิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า อีกทั้งสว.ปัจจุบันมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด และมาจากสนช.เกือบครึ่ง ทำให้คนเหล่านี้ตีความไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่สอดรับกับความเห็นของสังคม เพราะสนช.ทำหน้าที่แทน สส.และสว.อย่างยิ่งใหญ่ มีเอกสิทธิ์เสมือนหนึ่งมาจากการเลือกตั้งมาโดยตลอด ถ้าปล่อยให้มีการตีความอย่างนี้องค์กรอิสระจะมีอดีตสนช.เข้ามาสมัครอีกเยอะแยะเลย ซึ่งมีทั้งข้าราชการเกษียณ และสารพัดกลุ่ม ท่านต้องเคารพกติกาที่พวกท่านเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุนี&amp;nbsp;กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกันทางกฎหมายก็ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เนื่องจากเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จนกลายเป็นมติของสว.ไปแล้ว จึงไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างกรรมการสรรหาสองชุดเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะมีข้อถกเถียงไม่จบสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., ป.ป.ช., สุนีย์ ไชยรส, องค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edcd8809978d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
