<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เฮ!พระราชกฤษฎีกาให้ลงทุนและออกพันธบัตรได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับสนองพระบรมราชโองการในพระราชกฤษฎีกา&amp;nbsp;จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2564 โดยมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 27 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มีเนื้อหาที่สำคัญคือ มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (3) ของมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 &amp;ldquo;(3) ประกอบธุรกิจอื่นเพื่อประโยชน์แก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพโดยใช้ทรัพย์สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (7/1) ของมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 &amp;ldquo;(7/1) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 เพื่อให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมีอำนาจในการประกอบธุรกิจอื่นเพื่อประโยชน์แก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพโดยใช้ทรัพย์สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และให้มีอำนาจในการออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, นายกรัฐมนตรี, พระบรมราชโองการ, พระราชกฤษฎีกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606985bc8e5df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.” ยังเดินหน้า มาช้าแต่มาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 ผ่านไป แนวทาง &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; ยิ่งชัดเจนขึ้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานฯ ในการพิจารณาเพื่อปรับแผนแนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงหาข้อยุติต่อการตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะทำงานฯ ชุดดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนหน้านี้ว่ามี นายชัยวัฒน์&amp;nbsp; ทองคำคูณ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และนายจิรุฒม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นเลขานุการคณะทำงาน โดยมีสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน แต่เดิมคาดว่าจะได้ข้อยุติในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp; ทั้งนี้รวมไปถึงการหาข้อสรุปในบางประเด็นจากการตั้งข้อสังเกตหรือข้อกังวลของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; ด้วย ต่อจากนั้นจะดำเนินการจัดทำแผนลงทุนดังกล่าวเพื่อเสนอต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาและเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผย &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; ซึ่งมีการปรับแผนจากการซื้อรถเมล์ใหม่ เปลี่ยนเป็นการจัดเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าแทน และให้บริการวิ่งในเส้นทางเดินรถที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางตามที่กรมการขนส่งทางบกแบ่งใหม่ เป็นของ ขสมก. 108 เส้นทาง และของเอกชนอีก 54 เส้นทาง รวมระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าจ้างตามกิโลเมตรที่วิ่งให้บริการจริง ในอัตราที่ ขสมก. กำหนด และยังมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว (Single Price) ในอัตรา 30 บาท/คน/วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยยังคงมีทางเลือกสำหรับค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวไว้ให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ &amp;quot;สภาพัฒน์&amp;quot; ก็เคยย้ำว่า &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; นั้น ขณะนี้ไม่ได้ติดอยู่ที่สภาพัฒน์ และกระทรวงคมนาคมไม่จำเป็นต้องนำแผนฟื้นฟูฯ มาให้สภาพัฒน์พิจารณาก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่สิ่งที่กระทรวงคมนาคมต้องเสนอให้สภาพัฒน์พิจารณา คือ แผนการลงทุนในการจัดหารถโดยสารประจำทางใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในแผนฟื้นฟูฯ ถือเป็นกระบวนการปกติของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหากต้องจัดซื้อจัดจ้างต้องส่งมาให้สภาพัฒน์พิจารณาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศ เรื่อง &amp;ldquo;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง พิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถ ในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้ง ปรับลดการให้บริการ ในช่วงเวลา 23.00 &amp;ndash; 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท ในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศฯ และสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขสมก. ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่ง เฉพาะเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการลดลง ส่วนเส้นทางที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเท่าเดิม จะไม่มีการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งแต่อย่างใด นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นาทีนี้จึงต้องบอกว่าถ้า &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; มาเร็วกว่านี้สักหน่อย ประชาชนจะได้ใช้รถเมล์ใหม่ระบบพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังลดการวิ่งในเส้นทางที่ซ้ำซ้อน ไม่ต้องรอรถนาน จากจำนวนรถน้อยและสภาพเก่าทรุดโทรม และยังมีรถควันดำเป็นมลพิษด้วย ตอนนี้จึงได้แต่รอว่า &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; จะผ่านฉลุย เดินหน้ารับ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; ให้เร็วที่สุด ไม่ค้างเติ่งถูกดองไว้ที่สภาพัฒน์ นานๆ&amp;nbsp; สามารถสรุปส่งเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เร็วเท่าไหร่ก็เริ่มได้เร็วเท่านั้น ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าถึงมาช้าแต่มาแน่ และนี่ถือเป็นอีกหนทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101732</URL_LINK>
                <HASHTAG>Single Price, กรมการขนส่งทางบก, กระทรวงคมนาคม, ขนส่งทางบก, ขสมก., นายจิรุฒม์ วิศาลจิตร, นายชัยวัฒน์  ทองคำคูณ, นายดนุชา พิชยนันท์, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, รถโดยสารประจำทาง, สนข., สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สศช., สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609106928a838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ลุยมาตรการเว้นระยะห่างสกัดโกวิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.ทำ Social Distancing จำกัดที่นั่งบนรถ ป้องกันการระบาดไวรัส โควิด-19 โดยรถ 35 ที่นั่งจะให้นั่งแค่ 20 ที่นั่ง และ สามารถยืนได้ไม่เกิน 10 คน มีผลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.63-นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก เปิดเผยว่าสำหรับมาตรการ กำหนดระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ในรถเมล์ขสมก.ซึ่งจะเริ่มดำเนินการมาตรการตั้งแต่วันพรุ่งนี้(27 มี.ค.63) เป็นต้นไปสำหรับรถเมล์ขสมกทั้ง 3,000 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในตัวรถเมล์ขสมกจะมีการจำกัดการขึ้นใช้รถโดยสาร สำหรับรถเมล์ที่มีที่นั่ง 35 ที่นั่ง จะกำหนดจุดให้ผู้โดยสารนั่งได้ไม่เกิน 20 ที่นั่ง และจุดที่ผู้โดยสารสามารถยืนโดยสารได้อีกไม่เกิน 10 คน เมื่อเต็มแล้ว ก็จะไม่รับผู้โดยสารขึ้นอีก รวมทั้งผู้โดยสารที่ขึ้นรถเมล์ทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ไม่เช่นนั้นก็จะปฏิเสธไม่ให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรการดังกล่าวนอกจากรถเมล์ของขสมกแล้ว ก็จะขอความร่วมมือให้รถร่วมบริการ ขสมก .ปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวด้วยเนื่องจากขณะนี้มาตรการทุกอย่างมีประกาศควบคุมของกรมการขนส่งทางบกออกมาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61048</URL_LINK>
                <HASHTAG>Social Distancing, ขสมก., องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c8f7c64ae8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนฟื้นฟูขสมก.&#039;ซื้อรถใหม่-ปรับอู่เป็นห้าง-โรงแรมห้าดาว&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.2562 - คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยรายละเอียดแนวทางตามแผน ครม.ให้กระทรวงคมนาคมและ ขสมก. ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องต่อไป และให้รับความเห็นของหน่วยงานไปพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สภาพปัญหา ขสมก.พบว่า 1.สภาพรถโดยสารประจำทาง สภาพรถ รถโดยสารเก่าและทรุดโทรม/จำนวนไม่เพียงพอต่อการให้บริการ &amp;nbsp;2.ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล &amp;nbsp; 3.โครงสร้างองค์กร ขสมก. มีพนักงานทั้งหมด 13,599 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2561) คิดเป็นสัดส่วนต่อรถ 1 คัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน 5.14 คน 4.ต้นทุนในการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม และดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 5.สถานะทางการเงิน รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.ได้แบ่งกลยทุธ์ดังนี้ 1.จัดหารถโดยสารใหม่/ปรับปรุงสภาพรถเดิม เช่น ซื้อรถ NGV ปรับปรุงรถ NGV เดิม ซื้อรถไฮบริด รถ EV เช่ารถโดยสารใหม่ &amp;nbsp;2.นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น ติดตั้งระบบ E &amp;ndash; Ticket ชำระค่าโดยสารด้วย QR &amp;ndash; Code ติดตั้งระบบ GPS ให้บริการ WIFI บนรถ &amp;nbsp;3.ปรับปรุงเส้นทางเดินรถ เช่น เชื่อมต่อเส้นทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ให้บริการเส้นทางที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลยุทธ์เพื่อให้ ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระกับภาครัฐจะมีดังนี้ 1.ลดค่าใช้จ่ายพนักงาน เช่น โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับลง ลดพนักงานเป็น 2.75 คนต่อรถ 1 คัน ในปี 2565 2.ลดค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิง เช่น จัดหารถใหม่ให้ได้ตามแผน &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อลดค่าซ่อมบำรุง และจัดหารถที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นแทนน้ำมันดีเซล 3.เพิ่มรายได้ เช่น พัฒนาพื้นที่อู่บางเขนเป็นศูนย์การค้า โรงแรมระดับบน และพื้นที่อู่มีนบุรีเป็นตลาด และ 4.การบริหารหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ 1.รถโดยสารมีคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น สามารถอำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชน &amp;nbsp;2.การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ รองรับภารกิจในอนาคต มุ่งสู่ BMTA 4.0 3.ขสมก. มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี สามารถเลี้ยงตนเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ และสามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39433</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขสมก., คณะรัฐมนตรี, ครม., องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, อู่บางเขน, อู่มีนบุรี, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6cefeceeed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบไปอีกยก!ศาลปค.สูงสุดเตรียมอ่านคำสั่งกรณีรถเมล์NGV489คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ธ.ค.2561 - &amp;nbsp;ในวันที่ 11 ธ.ค.2561 เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางจะอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีคดีหมายเลขดำที่ 709/2561 คดีหมายเลขแดงที่ 2186/2561 ระหว่าง บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ร้องสอด) กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ฟ้องว่า ขสมก.มีมติที่ประชุมครั้งที่ 15/2560 ลว. 18 ธ.ค.2560 อนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร จำนวน 489 คัน กับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO (บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน)) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งไม่ได้รับการคัดเลือกได้รับ
ความเดือดร้อนเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาและการดำเนินการทั้งหลายต่อจากนั้น และมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นข้อเสนอตามหนังสือเชิญชวนให้เข้ายื่นข้อเสนอราคาจัดซื้อแต่อย่างใด จึงย่อมมิใช่
ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้โดยตรงและเป็นการเฉพาะตัวจากการมีมติที่พิพาทของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีประสงค์ใช้สิทธิฟ้องคดีมิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หากแต่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ เพราะการจัดซื้อครั้งนี้มีราคาสูงเกินความจริง ทำให้ผู้เสียภาษีและรัฐเสียหาย ทั้งเป็นการป้องกันมิให้เกิดการทุจริตและมิให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อนโยบายของรัฐนั้น หากผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวมีการทุจริตและเอื้อประโยชน์ให้แก่บางกลุ่มทำให้รัฐและประชาชนได้รับความเสียหาย ผู้ฟ้องคดีก็มีสิทธิที่จะร้องขอให้หน่วยงานของรัฐผู้มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวให้ดำเนินการตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายข้างต้นแล้วเห็นว่า โดยทางนิตินัยผู้ฟ้องคดีไม่ได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดังกล่าวที่จะมีสิทธิฟ้องคดีนี้ ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ดังนั้น การที่ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 จึงเป็นกรณีที่มิได้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองหรือระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาในการเสนอคำฟ้องและตรวจคำฟ้อง ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ตามข้อ 7 วรรคหนึ่งแห่งระเบียบดังกล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23824</URL_LINK>
                <HASHTAG>NGV, ขสมก., ช ทวี, รถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด, สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee290a82fed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียว ขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร2บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งทางบกกลาง ไฟเขียว ขสมก.ปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์เอ็นจีวีอีก 2 บาท ในอัตรา 13-25 บาทบาทเริ่ม 15 ตุลาคมนี้ ย้ำปรับขึ้นราคาเฉพาะรถปรับอากาศรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.61-นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดให้รถโดยสารปรับอากาศที่วิ่งให้บริการประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 13 - 25 บาท แต่ที่ผ่านมา ขสมก.จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 11 - 23 บาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการดูแลภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้กับประชาชนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบัน ขสมก.อยู่ระหว่างการพัฒนาการให้บริการรถโดยสารตามยุทธศาสตร์ของแผนฟื้นฟูกิจการด้วยการนำรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาวิ่งให้บริการประชาชน ทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางมากยิ่งขึ้น โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 เห็นชอบให้ ขสมก.กำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง &amp;nbsp;ขสมก.จึงขอกำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ทั้งรถโดยสารที่นำเข้ามาวิ่งให้บริการแล้วและรถโดยสารที่กำลังทยอยเข้ามาเพิ่มในอนาคต&amp;quot;นายประยูร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการดังกล่าว &amp;nbsp;ซึ่งรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ที่ ขสมก.นำมาวิ่งให้บริการประชาชนเป็นรถโดยสารชานต่ำ (Low Floor) มีการออกแบบลักษณะ Universal Design พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ กล้อง CCTV, ระบบ GPS, ทางลาดสำหรับเข็นรถวีลแชร์ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการทุกประเภท ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุสามารถใช้บริการรถโดยสารได้อย่างสะดวกปลอดภัย โดย ขสมก.จะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่กับรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 100 คัน &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันรถโดยสารดังกล่าววิ่งให้บริการในสาย 20, 21, 37,105, 138 และสาย 140&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ขึ้นราคาเอ็นจีวี, ปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab2d2c67192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้เกิน10ปีต้องหยุดวิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่มีกระแสข่าวครึกโครมกรณีรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะหยุดให้บริการ 1,800 คัน ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากรถตู้ดังกล่าวมีอายุเกิน 10 ปีตามข้อกำหนดความปลอดภัยของกรมขนส่งทางบก ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการเกิดความตระหนกตกใจหากไม่มีรถให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ร้อนถึงกรมขนส่งทางบก ที่ต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวด่วน นำโดยนายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้เรียกประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อเตรียมการจากกรณีชมรมรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลประกาศหยุดวิ่ง จากกรณีกรมขนส่งทางบกไม่อนุมัติขยายเวลาอายุใช้งานรถตู้ ต้องหยุดวิ่งให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประชาชนที่กังวลว่าจะมีรถตู้วิ่งให้บริการหรือไม่นั้น ที่ประชุมเตรียมการรองรับด้วยการนำรถเมล์ ขสมก.มาให้บริการ และยืนยันประชาชนผู้ใช้บริการเส้นทางเดิมจะไม่ได้รับความเดือดร้อน เพราะเตรียมนำมินิบัส 2-3 คันต่อรถตู้ 1 คัน มาวิ่งให้บริการทดแทน โดยเฉพาะช่วงเวลาคับคั่งเช้าและเย็น วิ่งให้บริการตามเส้นทางเดิมของรถตู้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้ประกอบการรถตู้ที่ยังดันทุรัง หากยังนำรถประกอบการขนส่งที่ครบกำหนดมาวิ่งให้บริการ โทษปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท จำคุก 2-5 ปี ซึ้งขณะนี้ได้ส่งนายตรวจลงพื้นที่ทุกเส้นทาง ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมผู้ประกอบการไม่เปลี่ยนรถตู้นั้น กรมขนส่งฯ ยอมรับว่าเจ้าของรถตู้ส่วนใหญ่ไม่อยากลงทุนเพิ่ม เพราะเกรงว่าเมื่อรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ สร้างเสร็จจะทับเส้นทางกับรถตู้หลายเส้นทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมขนส่งฯ ได้ทำการศึกษาปรับเส้นทางวิ่งให้บริการใหม่ทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงกลางปีหน้า 2 เส้นทาง และในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่รถตู้ทยอยครบกำหนดอายุ 10 ปี ขณะนี้รถตู้หมวด 1 วิ่งให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หมดอายุการใช้งาน 10 ปี ตามข้อกำหนด 954 คัน รถตู้ร่วมบริการในต่างจังหวัดของ บขส.หมดอายุปี 2560, 2561 จำนวน 404 คัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้รถตู้ ขสมก.วิ่งให้บริการจากจุดอนุสาวรีย์ฯ วิ่งออกไป 11 เส้นทาง หมดอายุ 10 ปี จำนวน 260 คัน รถตู้ในจุดจอดมีนบุรี 7 เส้นทาง ครบกำหนด 191 คัน และบริเวณจตุจักร 1 เส้นทาง ครบกำหนด 1 คัน รังสิตครบกำหนด 28 คัน รถตู้คันสุดท้ายที่ครบกำหนดจะออกจากระบบปี 2571&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน เสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ที่ได้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&amp;nbsp; กล่าวว่า สาเหตุของการไม่อนุญาตให้นำรถตู้ครบกำหนด 10 ปี ออกมาวิ่งให้บริการ เพราะสภาพรถอายุเกิน 10 ปี เสี่ยงอันตราย จึงไม่ควรนำออกวิ่งให้บริการ บริษัทประกันไม่รับทำประกันรถอายุเกิน 10 ปี จึงเสี่ยงต่อเรื่องการคุ้มครอง และยังสร้างมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม โดยขณะนี้มีรถตู้บางส่วนตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้รถมินิบัส เตรียมเริ่มวิ่งให้บริการ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้รถร่วมบริการของ บขส.ในต่างจังหวัดเริ่มให้บริการ 30 กันยายน 2562 และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการใหม่ที่ต้องการจัดรถมินิบัสมาวิ่งบริการเตรียมการวางระบบจราจรเชื่อมโยงทั้งระบบราง ทางเรือ ทางบกให้เชื่อมโยงกันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรถตู้โดยสารประจำทางทั่วประเทศ ณ 30 กันยายน 2560 มี 16,694 คัน พบว่าทยอยครบอายุการใช้งานตั้งแต่ปี 2559-2570 และเฉพาะปี 2561 มีรถตู้โดยสารครบอายุการใช้งานแบ่งเป็นหมวด 1 จำนวน 954 คัน และหมวด 2 จำนวน 379 คันเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเริ่มนำรถโดยสารขนาดเล็กมาให้บริการทดแทนรถตู้โดยสารหมวด 2 และหมวด 3 ที่ครบอายุการใช้งานแล้ว 70 คัน เป็นเส้นทาง หมวด 2 จำนวน 28 คัน และหมวด 3 จำนวน 42 คัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ได้รู้แล้วว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องของการใช้งานรถตู้ที่มีอายุครบ 10 ปีเมื่อรู้แล้วผู้ใช้บริการก็คงจะเข้าใจ ว่ามาตรการดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้บริการ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่มีรถโดยสารมาให้บริการในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากกรมขนส่งฯ ได้ประสานผู้ประกอบการนำรถโดยสารมาให้บริการในเส้นทางดังกล่าวแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, บริษัท ขนส่ง จำกัด, พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
