<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’จัดหนักทุจริตถุงมือยางไล่ออก3อคส.เรียกค่าเสียหาย2พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาความผิดทางวินัยกรณีเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) จำนวน 3 ราย ที่ถูก อคส. แจ้งข้อกล่าวหาจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่า เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส. ได้แจ้งว่ามีความชัดเจน จากคณะกรรมการทั้งสองชุดที่ตั้งขึ้นมา ว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายและในราคาเท่าไหร่ ในวงเงิน 2,000 ล้าน รวมค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการชี้โทษทางวินัยได้ข้อสรุป ว่าให้ชี้มูลความผิดโดยไล่ออกจากราชการ ทั้ง 3 คน และหลังจากนี้ผู้อำนวยการ อคส. จะนำความเห็นเข้าสู่บอร์ดผู้บริหารจึงจะเป็นข้อยุติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยคาดว่าหลังจากนี้คณะกรรมการชี้ความผิดทางละเมิดกฎหมายก็จะชี้มูลความผิดตามมาว่าใครจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นมูลค่าเท่าใด โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนใครจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือจะต้องถูกชี้มูลความผิดและชดเชยอย่างไรก็เป็นหน้าที่และขั้นตอนของ ป.ป.ช. ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รมว. พาณิชย์ ยังกล่าวถึง มาตรการควบคุมราคาสินค้าในช่วงเทศกาลกินเจ ว่า ตนได้สั่งการไปยังกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดเข้าไปตรวจสอบ ในทุกพื้นที่อย่าให้มีการช่วยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเทศกาลกินเจ และหากพบผู้ใดกระทำผิดกฏหมายค้ากำไรเกินควร ให้ดำเนินการโดยเด็ดขาดซึ่งโทษของการค้ากำไรเกินควรค่อนข้างสูง คือจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาสินค้านั้น กรมการค้าภายในได้กำชับไปยังผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งหมดแล้วเพื่อขอให้ตรึงราคาสินค้าไว้ ไม่ให้ขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ก็ได้มีมติเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันไว้แล้วระดับหนึ่ง และได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวานนี้ จึงต้องรอดูว่าจะมีผลให้ราคาน้ำมันลดลงมาได้ลักษณะไหนอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงมือยาง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อคส., องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d35938fd96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; เชื่อปปช.สางคดีอคส.ได้เร็วเรียกคืนเงินมัดจำ 2,000 ล้าน ทุกสัญญาเป็นโมฆะ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ ณ บริเวณหน้าห้องประชุมวายุภักษ์ 3 ช้ัน 4 โรงแรม เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เกี่ยวกับองค์การคลังสินค้าหรือ อคส.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ระบุว่า หัวใจสำคัญที่เป็นภารกิจที่ได้ติดตามมาโดยตลอด คือ การเร่งรัดนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วและทำอย่างไรเอาเงินคืน อคส.ให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ขั้นตอนกระบวนการที่ผู้อำนวยการคนใหม่กำลังเร่งรัดดำเนินการ คือ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยได้ดำเนินการแล้ว และได้รับรายงานล่าสุดว่า คาดว่าจะเสร็จเร็วๆนี้ ถ้ากรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ชี้ลงไปว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 2 ชุดเพื่อชี้โทษและอีกชุดหนึ่งเพื่อชี้ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายว่าใครต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. จำนวนเท่าใด เป็นกลไกที่จะต้องปฏิบัติโดยเร็วให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อคส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องของบอร์ดหรือกรรมการบริหารนั้น ทางผู้อำนวยการคนใหม่ได้ยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 63 ปีที่แล้ว และ ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว รวมทั้งอายัดเงินในบัญชีต่างๆเสร็จสิ้นก่อนหน้านี้นานแล้ว จากนี้ไปเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการพิจารณาชี้มูลว่ามีผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือกระทำการโดยมิชอบบ้าง เพราะ ป.ป.ช.มีอำนาจตั้งแต่ผู้บริหารพนักงานทุกคนรวมถึงบอร์ดหรือรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; สำหรับผมได้สั่งการให้ อคส.ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ว่าต้องให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างเต็มที่ เพื่อเร่งรัดในการเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษและเอาเงินมาคืนให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้โดยไม่มีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น และเป็นเรื่องที่บอร์ดหรือประธานบอร์ดจะต้องพิจารณาว่ายังสมควรที่จะทำหน้าที่อยู่ต่อไปหรือไม่ ส่วนเรื่องการระงับสัญญาได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการคนใหม่ว่าฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาเบื้องต้นแล้วว่าสัญญาทุกสัญญาเป็นโมฆะ เพราะผู้ลงนามในสัญญาลงนามเกินอำนาจหน้าที่เนื่องจากเป็นเงินเกินกว่า 50 ล้านบาทและไม่ผ่านบอร์ดและสัญญาก็ไม่ผ่านอัยการ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเท่าที่ได้รับรายงานนั้นแต่ละสัญญาก็มีข้อบกพร่อง เช่น ผู้ลงนามแทนบริษัทไม่มีอำนาจหรือบางกรณีเซ็นต์ไปแล้วไม่มีตราประทับบริษัทที่จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายส่งผลให้สัญญาเป็นโมฆะนี่เป็นความเห็นเบื้องต้นของฝ่ายกฎหมายเพราะฉะนั้น 125,000 ล้านบาท ที่อยู่ในสัญญาก็เสมือนไม่ได้มีนิติกรรมผูกพันกับอคส. สัญญานั้นไม่เกิดขึ้นภารกิจที่เหลือคือทำอย่างไรที่จะเอาเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อดีตรักษาการผู้อำนวยการโอนไปให้กับบริษัทนั้นคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดโดย ป.ป.ช.ได้อายัดบัญชีเหล่านั้นแล้ว &amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก อคส.ระบุว่า ขณะนี้ได้เงินการันตีคืนมาแล้ว 200 ล้าน ยังเหลือที่อายัดในบัญชีต้องตามคืน &amp;nbsp;1,800 ล้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94332</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ทุจริตถุงมือยาง, ประธานบอร์ดอคส., องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_603873f127869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. ตั้งชุดไต่สวนคดีทุจริตถุงมือยาง 1.1 แสนล้าน สั่งอายัดเงินฝากหลายบัญชีแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการไต่สวนกรณีกล่าวหาการทุจริตในการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท ว่า ขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถบอกได้ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวไปแล้วจำนวนหลายบัญชี แต่ไม่สามารถบอกจำนวนเงินได้ ส่วนกระแสข่าวว่ามีการโยกย้ายเงินออกจากบัญชีเหล่านั้นทั้งหมดแล้วนั้น ป.ป.ช. ทราบเรื่องแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามอายัดเงินทั้งหมดอยู่ โดยเป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมายของ ป.ป.ช. ในการติดตามทรัพย์สินที่ทุจริตกลับคืนสู่แผ่นดิน เรื่องนี้มีความคืบหน้าอยู่ และอยู่ระหว่างการไต่สวน คาดว่าเร็ว ๆ นี้คงจะมีรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84277</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อถุงมือยาง, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c388a2bcb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทู้สดถุงมือยาง!&#039;โจ้&#039;ถาม&#039;อู๊ดด้า&#039;ตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระกระทู้ถามสด โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามนายกฯ กรณีการทุจริตถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.)ว่า มีอดีตสื่อมวลชนชื่อ เสี่ย อ.ไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ประมาณ 2 เดือน แล้วก็มาขายถุงมือยางให้กับ อคส.ถึง 500 ล้านกล่อง มูลค่ากว่าแสนล้านบาท ทั้งที่ อคส.มีหน้าที่ดูแลเกษตรกรและประชาชน แต่เรื่องที่ประชาชนเขาเดือดร้อนกลับไม่ทำ นอกจากนี้ การที่ อคส.จ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า 2 พันล้านบาท กลับไม่มีหนังสือค้ำประกันใดๆ ให้กับ อคส. แสดงว่า มีการวางแผน มีการเตรียมการ ส่อไปในทางทุจริตใช่หรือไม่ อยากถามว่า สัญญาเพียง 4 หน้ากระดาษ และไม่ผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด แต่จ่ายเงินมัดจำไปแล้วกว่า 2 พันล้านบาทนั้น ทำให้อคส.เสียหายหรือเจ๊งได้เลย นายกฯ จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพราะท่านประกาศจะจัดการกับเรื่องทุจริต และอดีตรักษาการ ผอ.อคส.คงไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ท่านปล่อยปละละเลยหรือไม่ เพราะเกิดการทุจริตมาเป็นเดือนแล้ว แต่ท่านนายกฯ ยังเฉยอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาตอบกระทู้แทน ชี้แจงว่า มีความเห็นเช่นเดียวกับนายยุทธพงศ์ ที่อดีตรักษาการ ผอ.อคส.ไปทำสัญญา ทั้งที่ไม่มีอำนาจ ส่อไปในทางทุจริต ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้มีการหารือกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ มีคำสั่งย้ายอดีตรักษาการ ผอ.อคส.ไปประจำสำนักนายกฯ ในทันที คือสิ่งแรกที่ดำเนินการ เป็นการพิสูจน์ว่า นายกฯ และกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการจัดการกับการทุจริต จากนั้นบอร์ดของ อคส.มีการประชุมและสั่งให้ระงับโครงการ ขณะเดียวกันยังตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้น รวมถึงไปแจ้งความดำเนินคดีต่อดีเอสไอ และ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบและระงับเส้นทางการเงิน &amp;nbsp;พร้อมทั้งร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทราบว่าขณะนี้ ป.ป.ช.มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนแล้ว หากผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องในทางมิชอบ รัฐบาลจะดำเนินการโดยเคร่งครัดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ถามอีกว่า เงิน 2 พันล้านบาทได้ออกจาก อคส.ไปอยู่ที่คู่สัญญาเรียบร้อยแล้ว เงินจ่ายออกไปจนถึงขณะนี้ 2 เดือนเศษแล้ว นายกฯ จะตามเงิน 2 พันล้านบาทนี้อย่างไร จะยับยั้งอย่างไร เพราะถ้าตามเงิน 2 พันล้านบาทนี้คืนมาไม่ได้ อคส.จะมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง จะเป็นหนี้ขึ้นมา 2 พันล้านบาท นอกจากนี้ คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นได้ดำเนินการกับใครบ้าง และคืบหน้าอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ชี้แจงว่า เราพยายามตามเอาเงินกลับคืนมาให้กับ อคส.ให้ได้ ลำพัง อคส.ไม่มีอำนาจโดยตรงในการเข้าไปตรวจสอบบัญชี เส้นทางการเงิน และสั่งระงับการดำเนินการใดๆ ได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องไปแจ้งต่อดีเอสไอ ถ้าดีเอสไอชี้ว่ามีมูลก็ขอให้ปปง.สั่งระงับเส้นทางการเงินได้ แต่เมื่อแจ้งต่อดีเอสไอแล้วก็ได้รับแจ้งว่า ดีเอสไอไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบอดีตรักษาการ ผอ.อคส. แต่เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงได้มีการไปร้องต่อ ป.ป.ช. และมีการระงับเส้นทางการเงินบางส่วนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นการดำเนินการภายใน จึงไม่ใช่สิ่งที่จะมาแจ้งในที่ประชุมสภาฯ ให้รับทราบได้ ไม่ว่าผลสอบสวนจะไปถึงใครอย่างไรนั้น จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และถือว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งถ้าเป็นกรณีการทุจริต ใครที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และ อคส. พร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบทุกประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ข้อสุดท้ายว่า วันนี้เงิน 2 พันล้านบาทยังอยู่หรือไม่ ท่านนายกฯ จริงใจกับนโยบายปราบทุจริตหรือเปล่า และกระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงระดับกระทรวงด้วยหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ชี้แจงอีกว่า เป้าหมายสูงสุดคือต้องเอาเงินคืนมาให้ได้ และใครที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาด้วย หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะดำเนินการทางวินัยด้วย นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการในการเรียกร้องค่าเสียหาย จะไล่เบี้ยจนกว่าจะได้เงินของ อคส.กลับคืนมา รัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะจัดการกับเรื่องนี้ หากเป็นกรณีทุจริต รัฐบาลจะไม่ละเว้นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทู้, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม, อคส., องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab851c7db80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.พาณิชย์ เผยผลสอบ อคส.ทำเกินอำนาจ-ผิดกฎหมายปมจัดซื้อถุงมือยาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ต.ค.63 - เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมของคณะกมธ.พาณิชย์&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า ทางคณะกมธ.ได้เชิญองค์การคลังสินค้า( อคส.)มาชี้แจงกรณีการจัดซื้อถุงมือยางกับบริษัทเอกชน มูลค่า&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ผู้แทนอคส. เปิดเผยว่าได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว โดยมีความเห็นว่านิติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นอาจเป็นการกระทำที่เกินอำนาจของ อคส. ผิดระเบียบของ อคส. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สัญญาดังกล่าวจึงอาจเป็นโมฆะ ดังนั้น มติของคณะกรรมการจึงให้ระงับนิติกรรมการซื้อขายทั้งหมด โดยผู้อำนวยการ อคส.คนปัจจุบันได้ไปแจ้งความดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;และส่งเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน(ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อดีเอสไอ ชี้มูลข้อเท็จจริงแล้วจะรายงานผลมายังกมธ.ต่อไป โดยการประชุมกมธ. ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ต.ค. ที่จะถึง จะเชิญดีเอสไอ ปปง. และอคส.มาชี้แจงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครเดช กล่าวต่อว่า กมธ.ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ คือ&amp;nbsp;1.การเบิกจ่ายเงิยตามสัญญาซื้อขายถุงมือยางจะต้องกระทำผ่านคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นในเรื่องนี้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างอาจมความผิด&amp;nbsp;2.จำนวนถุงมือยาวที่ซื้อขายกันจำนวนมากนั้นในความเป็นจริงมีจำนวนตามที่ระบุหรือไม่&amp;nbsp;3.ขอให้ อคส. รีบดำเนินการตรวจสอบว่าจำนวนเงินที่ทำการโอนไปแล้วตามสัญญาซื้อขายขณะนี้อยู่ที่ไหน และ&amp;nbsp;4.ขอให้ อคส.แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้ทราบถึงมติของคณะกรรมการตรวจสอบที่ให้ระงับการซื้อขายถึงมืออยางทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้ชี้แจงจาก อคส. แจ้งว่าทางรมว.พาณิชย์ ได้เร่งให้ ผอ.อคส.คนใหม่ ดำเนินคดีเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดและรวดเร็ว เพื่อที่จะเยียวยาให้ อคส.เสียหายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.พาณิชย์, จัดซื้อถุงมือยาง, อคส., องค์การคลังสินค้า, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7e97efd3d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอคส. ไฟเขียวเปลี่ยนชื่อและลดบทบาทอุ้มสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอคส. ไฟเขียวแผนปรับโครงสร้างองค์กรเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;องค์การจัดการสินค้าเกษตร&amp;rdquo; พร้อมลดบทบาทแทรกแซงสินค้าเกษตร เตรียมชงครม.ก่อนแก้ไขกฎหมาย พร้อมเอาคลังริมแม่น้ำ สร้างสนามที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ดอคส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอคส.ได้เห็นชอบแผนการปรับโครงสร้างอคส. ที่จะต้องมีการเปลี่ยนชื่อองค์กรและปรับบทบาทภารกิจเพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจในการสร้างรายได้ขององค์กร ที่จะเน้นในเรื่องการบริหารคลังสินค้าให้เกิดรายได้เป็นหลักมาเลี้ยงองค์กร และลดบทบาทในการเป็นกลไกแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรตามนโยบายรัฐบาล โดยจะเสนอแผนการปรับโครงสร้างองค์กรให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ พิจารณาก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือนต.ค. 2561 นี้ หากครม.เห็นชอบก็จะนำเรื่องเข้าสู่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ. 2498 ในการเปลี่ยนชื่อองค์และกำหนดบทบาทของอคส.ใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ได้หารือกับนายสนธิรัตน์ ก่อนที่จะมีการประชุมบอร์ด ซึ่งทางรมว.พาณิชย์ก็เห็นชอบกับแผนดังกล่าว ดังนั้นหลังจากบอร์ดเห็นชอบจะเร่งทำเรื่องเสนอครม.พิจารณา เพื่อปรับบทบาทโครงสร้างองค์กรตามแผนการสร้างรายได้ของอคส. ที่จะไม่เน้นบทบาทการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรเหมือนที่ผ่านมา เพราะอคส.ไม่ได้มีคลังสินค้าอยู่ทั่วประเทศ ทำให้มีการบริหารจัดการลำบากหากมีการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรที่ต้องไปเช่าโกดังกลางเข้ามาเก็บสินค้าเกษตรของรรัฐบาล และจะเกิดปัญหาเหมือนอดีตที่ผ่านมา&amp;rdquo; พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ จะมีการเปลี่ยนชื่อจากองค์การคลังสินค้า เป็นองค์การจัดการสินค้าเกษตร และปรับบทบาทภารกิจในการนำคลังสินค้าที่อคส.มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร เช่น คลังสินค้าทีอยู่พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครสวรรค์ จะให้เกษตรกรในพื้นที่มาใช้ประโยชน์ทำเป็นลานตากสินค้าเกษตร รวมทั้งจะเชื่อมโยงกับระบบการเกษตร โดยมีการจัดซื้อรถไถ รถเกี่ยวข้าว ฯลฯ มาไว้ในพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายได้ของอคส.ที่จะเกิดขึ้นหลังจากปรับโครงสร้างองค์กรแล้ว จะมาจากคลังสินค้าธนบุรี 1 ซึ่งเป็นคลังสินค้าที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 19 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตามแผนจะนำมาเปิดร่วมทุนกับเอกชน (พีพีพี) ในการจัดทำเป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รูปแบบจะเหมือนกับเอเชียทีค โดยกำลังเร่งทำเรื่องเสนอรมว.พาณิชย์ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ตั้งเป้าว่าอคส.จะมีรายได้จากคลังสินค้าธนบุรี 1 ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ครอบคลุมกับการเลี้ยงองค์กรทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการจ่ายค่าเช่าโกดังให้กับคู่สัญญาในโครงการรับจำนำสินค้เกษตรของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดอคส.ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2562 ประมาณ 3,000 ล้านบาท มาดำเนินการจ่ายค่าเช่าโกดังกับคู่สัญญาที่คั่งค้างอยู่ได้ครบทุกราย ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเก็บสินค้าเกษตรไม่ได้มาตรฐาน จนทำให้เสื่อมสภาพทั้งข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น โดยเฉพาะข้าวสารสต๊อกรัฐบาลที่ได้ประมูลออกจากสต๊อกหมดแล้วนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการคิดส่วนต่างของต้นทุนและราคาขาย เพื่อเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับคู่สัญญา แต่ถ้ารายได้ไม่ชดใช้จะยื่นฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่มีปัญหาการเรียกค่าเสียหายข้าวสาร มีทั้งหมด 224 สัญญา ถ้าบริษัทไม่ยอมรับชดใช้ค่าเสียหาย ก็ต้องไปสู้กันที่ศาล ส่วนสต๊อกมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะมีการระบายออกให้กับเจ้าของโกดัง และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18772</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดอคส., ปรับบทบาท, พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง, องค์การคลังสินค้า, องค์การจัดการสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1838ee1c3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อคส.จับมือร้านค้าปลีกกระจายข้าวถุงราคาถูกขายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อคส.ลงนาม MOU กับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ช่วยกระจายข้าวสารบรรจุถุงตรา อคส. ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวสาร 5% ไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสบริโภคข้าวราคาถูกและดี เผยเตรียมจีบ &amp;ldquo;ซี เจ ซุเปอร์มาร์เก็ต&amp;rdquo; ช่วยกระจายอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า อคส.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ในการร่วมมือในการเป็นศูนย์กลางกระจายข้าวสารบรรจุถุงตรา อคส. ขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม ทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวสาร 5% (คัดพิเศษ) ไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสในการซื้อข้าวสารคุณภาพดี ราคายุติธรรม นำไปบริโภคในครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าวตรา อคส. ที่จะจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ จะมีราคาถูกกว่าข้าวแบรนด์ของภาคเอกชนทั่วไป โดยข้าวหอมมะลิ ถุงละ 210 บาท ข้าวสาร 5% ถุงละ 110 บาท ซึ่งน่าจะต่ำกว่า 45-50 บาทต่อถุง ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสบริโภคข้าวคุณภาพดี และราคาถูก หรือเรียกว่า ทั้งดี ทั้งถูก เพราะใครๆ ก็ยอมรับว่าข้าวตรา อคส. เป็นข้าวที่ไม่แพ้แบรนด์อื่นเลย&amp;rdquo;นางอินทิรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในการจำหน่ายข้าวถุง อคส. ได้ตั้งเป้าไว้ประมาณเดือนละ 1 แสนถุง และคาดว่า ในเร็วๆ นี้ จะมีข้าวตรา อคส. ไปวางจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัด และจะขยายครบทั้งประเทศในระยะถัดไป ส่วนร้านค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดิมประมาณ 200 ร้าน ที่ อคส. เคยจัดส่งให้ ก็จะส่งต่อให้สมาคมฯ เป็นผู้จัดส่งให้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อคส. ยังมีแผนที่จะหารือกับภาคเอกชนรายอื่น เพื่อให้เข้ามาช่วยในการกระจายข้าวตรา อคส. โดยล่าสุดกำลังหารือกับร้านซี เจ เอ็กซ์เพรส เพื่อให้ช่วยนำข้าวสารไปจำหน่าย คาดว่าจะน่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ และกำลังจะหารือกับไปรษณีย์ไทย ที่มีศูนย์กระจายตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ ให้ช่วยนำข้าวตรา อคส. ไปวางจำหน่าย ส่วนช่องทางอื่น ได้มีการจำหน่ายให้กับกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมบังคับคดี เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9775</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวถุง, ข้าวถุงอคส., สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย, อคส., องค์การคลังสินค้า, อินทิรา โภคปุณยารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b04d12bcbcf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
