<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สทิงพระ&#039;พายุถล่มบ้านพังเสียหาย16หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.61- ที่ จ.สงขลา ได้เกิดเหตุวาตภัยขึ้นในพื้นที่ อ.สทิงพระ จากฝนที่ตกหนักและลมกระโชกแรง ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ 2 ตำบลของอำเภอสทิงพระ ได้รับความเสียหายรวม 16 หลัง และคอกสัตว์ 2 คอก&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.คลองรี บ้านเรือนได้รับความเสียหายมากที่สุด จำนวน 10 หลัง คอกสัตว์ &amp;nbsp;2 คอก &amp;nbsp;พื้นที่หมู่ 4 ต.สนามชัย &amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 5 หลัง และพื้นที่หมู่ 5 ต.สนามชัย บ้านเรือนเสียหาย 1 หลัง &amp;nbsp;โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้สภาพบ้านเรือนที่เสียหายส่วนใหญ่ถูกลมพัดหลังคาเปิดและบางหลังถูกต้นไม้ล้มทับ ที่หนักสุดคือในพื้นที่หมู่ 6 มีบ้านเรือนของชาวบ้านอย่างน้อย 5 หลัง ที่ถูกลมพัดจนหลังคาเปิดหายไปทั้งหลังข้าวของภายเครื่องใช้ภายในบ้านถูกฝนสาดได้รับความเสียหาย ไม่สามารถอาศัยได้ต้องย้ายไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันนี้ ฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าไปช่วยเหลือรวมทั้งทหาร&amp;nbsp;จะลงพื้นที่ไปซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้สามารถกลับมาอยู่อาศัยโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24403</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, บ้านเรือนเสียหาย, ฝนตกแรง, พายุถล่ม, สทิงพระ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c1717b38b87a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอน&quot;รพสต.&quot;ไปไห้&quot;อปท.&quot;ปั่นป่วน/รองปลัดสธ.ชี้ซับซ้อนไม่ง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5มิ.ย.61-โอนรพสต.ให้อปท.ปั่นป่วน โยกไปแค่ 52แห่งยังอลวน บางแห่งอยากกลับไปสังกัดสธ.เหมือนเดิม และบาง อปท.ไม่พร้อมไม่อยากรับไปดูแล &amp;quot;รองปลัดสธ.&amp;quot; ชี้การถ่ายโอนไม่ง่าย &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ต้องศึกษาให้ดี ไม่ให้ รพสต.รู้สึกเสียขวัญว่าถูกผลักไส &amp;nbsp;แต่หลักการสำคัญต้องยึด ไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์น้อยกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนบทบาท ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า จากการหารือของคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการถ่ายโอนภารกิจรพ.สต.ให้กับอปท. ต่อ ภายใต้มาตรการเดิม แต่ร่นระยะเวลาให้สั้นลง ซึ่งการถ่ายโอนต้องดูหลายอย่าง 1.ความพร้อมของอปท.สามารถรับรพ.ไปดูแลบริหารจัดการต่อได้หรือไม่ 2. ความพร้อมของรพ.สต. และ 3. ความเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจากนี้จะมีการปรับปรุงการทำงานของคณะกรรมการชุดเดิม ที่มีรองนายกฯ เป็นผู้ออกคำสั่ง และมี รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย อปท.เป็นกรรมการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น นอกจากนี้ก็จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อทำเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้รับประโยชน์ทางด้านการดูแลสุขภาพทั้งหมดไม่น้อยกว่าเดิม หากมีนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นการให้วัคซีนทุกอย่างต้องดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.มรุต กล่าวว่า งานถ่ายโอนรพ.สต.เป็นเรื่องซับซ้อนในที่ประชุมก็มีเสียงแตก อปท.บางแห่งอยากรับ บางแห่งไม่อยากรับ ส่วนรพ.สต.เอง บางแห่งอยากไป บางแห่งก็ไม่อยากไป เช่นที่ถ่ายโอนไปแล้ว 52 แห่ง จาก 9,800 แห่งนั้นบางส่วนไปแล้วก็มีการพัฒนาขึ้น บางส่วนไปแล้วก็อยากกลับเข้ามาอยู่ในการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แต่ปัญหาคือกลับมาไม่ได้เพราะไม่มีตำแหน่งรองรับให้ ทำให้คนทำงานลาออก ส่วนอปท.เองก็มีปัญหาหาคนมาทำงานไม่ได้ เมื่อเป็นแบบนี้ประชาชนก็เสียประโยชน์ ดังนั้นต้องมีการศึกษาให้ดีต้องมาดูว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ได้อย่างไร แต่บางทีที่ออกไปก็มีเจริญก้าวหน้าเยอะ เช่นกัน &amp;nbsp;จึงมอบสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ไปศึกษาและทบทวนการทำงานว่าควรมีอะไรบ้าง ผลที่จะเกิดกับประชาชน ผลกระทบกับรพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป เมื่อถ่ายโอนไปแล้วผลดีคืออะไร ผลเสียคืออะไร ต้องรอบคอบเพราะเรื่องสาธารณสุขไม่ใช่แค่ผลกระทบระยะสั้น แต่มีสืบเนื่องไปในระยะยาวด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการไม่ให้อปท.ซื้อวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในสัตว์เป็น 2 ปี จนมาเกิดการระบาดขึ้นในปีนี้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ต้องให้กำลังใจกัน ต้องไม่ให้ รพสต.เสียขวัญ ว่าเป็นการผลักไส เพราะแม้จะเป็นกฎหมายให้เราต้องถ่ายโอน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะผลักลูกของเราให้พ้นอกไวๆ หรือต้องมาหวงเอาไว้ก็ไม่ใช่ ซึ่งการถ่ายโอนต้องทำอย่างรอบคอบ มีความพร้อมทั้ง 2 ฝ่าย ประชาชนพร้อมรับ และไม่เสียประโยชน์ ซึ่งมีคนบอกว่าถ้าเข้าเกณฑ์ตามนี้ก็ให้โอนไปเลยไม่ต้องถามความสมัครใจ แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นใครจะรับผิดชอบ&amp;rdquo; นพ.มรุต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หมอครอบครัว ซึ่งต้องใช้รพ.สต.ขับเคลื่อนจะกระทบหรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สุขภาพปฐมภูมิ ระบุว่าให้ร่วมมือกันได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบ รพ.สต.นั้นยังสามารถขึ้นทะเบียนบริการปฐมภูมิของเราได้ แต่ที่เป็นห่วงคือ นโยบายต่างๆ ที่ถ่ายทอดออกไปและต้องการดำเนินการในทุกพื้นที่ จากนี้จะสามารถดำเนินการได้อย่างไร ซึ่งเป็นห่วงตรงนั้นมากกว่า&amp;nbsp;
เมื่อถามต่อว่าภารกิจถ่ายโอนนี้มีนานแล้ว แต่เหมือนมาเร่งเอาช่วงนี้ ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า เท่าที่คุยกันไม่ได้เร่งว่าต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ แต่มีนักวิชาการบางส่วนบอกว่าให้รีบทำให้เสร็จ ส่วนกระทรวงเองไม่ได้ตั้งเป้าว่าแต่ละปีจะต้องถ่ายโอนเท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้ต้องรอบคอบไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ประเทศชาติไม่เสียประโยชน์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, พรบ.สุขภาพปฐมภูมิ, มรุต จิรเศรษฐสิริ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, โอนรพสพ.ไปอปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1684a8ae869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อปท.&#039;แชมป์ร้องเรียนทุจริต มท.-ตร.ไล่ตามติดๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้จัดทำสรุปผลการดำเนินการเรื่องร้องเรียน ประจำปี 2560&amp;nbsp; โดยพบว่า ประเด็นการร้องเรียนทุจริตที่พบมาก คือ พฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 41.19 % ยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง เบิกเงินอันเป็นเท็จ 9.91% ทุจริตโครงการของรัฐบาล 9.58% ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง เรียกรับเงิน 9.08% และจำนำข้าว 6.85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานที่มีการร้องเรียน 5 อันดับแรก คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17.35 % กระทรวงมหาดไทย 15.11% สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 9.96 % กระทรวงศึกษาธิการ 4.11% กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.34 %&amp;nbsp; สำหรับจังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 13.19% นครราชสีมา 3.19% เชียงใหม่ 2.91% อุบลราชธานี 2.61% นครสวรรค์ 2.59%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน แบ่งออกเป็น หนังสือกล่าวหา/ร้องเรียน 47.12% พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 23.49% สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)10.90 % www.pacc.go.th 10.69 % สายด่วน 1206&amp;nbsp; 6.74 %&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินการ แบ่งออกเป็นด้านการไต่สวนข้อเท็จจริง และด้านการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยผลการไต่สวนข้อเท็จจริงที่เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. และมีมติดังนี้&amp;nbsp; 1.ความผิดอาญาและวินัย 40 เรื่อง&amp;nbsp; 2.ส่งคืนพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; 13 เรื่อง 3.ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. 5 เรื่อง 4.ยุติเรื่องเนื่องจากไม่ปรากฏ / ระบุพฤติการณ์/ ผู้ถูกกล่าวหาตาย&amp;nbsp; 26 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. และมีมติดังนี้ 1.รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 1,175 เรื่อง 2.ส่งคืนพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; 82 เรื่อง 3.ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. 1,345 เรื่อง และ4.ไม่รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 888 เรื่อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ท., มท.-ตร., องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น, อปท., แชมป์ร้องเรียนทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5720c60dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
