<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ยกเครื่ององค์กรเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ ส.ศ.ท.ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ(องค์การมหาชน) พร้อมกับการปรับปรุงวัตถุประสงค์ หน้าที่ และอำนาจของสถาบัน องค์ประกอบของคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ตลอดจนบทบัญญัติต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของสถาบัน เพื่อให้สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลส่งเสริมและสนับสนุนศิลปหัตถกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอำนาจหน้าที่ของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ประกอบด้วย ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มศิลปหัตถกรรมไทย และสนับสนุนด้านการตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์การพัฒนารูปแบบ และการบรรจุผลิตภัณฑ์ ตลอดจนผสมผสานหรือประยุกต์เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาครูสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ และครูช่างศิลปหัตถกรรม ในการพัฒนางานหัตถกรรมให้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่องค์ประกอบของคณะกรรมการมีดังนี้ ประธานกรรมการ ครม.จะแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารงานผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยพื้นบ้าน มีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 8 คน ซึ่งครม.แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงเป็นที่ประจักษ์ในด้านที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสถาบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90356</URL_LINK>
                <HASHTAG>มติครม., สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย, องค์การมหาชน, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006c3b68ded3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคม ลุยตั้งองค์กรใหม่ดูแลระบบราง คาด 6เดือนเป็นรูปเป็นร่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไพรินทร์&amp;rdquo; ผุดองค์การมหาชน ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ขีดเส้นเห็นความชัดเจนใน 6 เดือน คาดจัดตั้งได้ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมสั่ง สนข. ทำแผนอำนาจหน้าที่ก่อนส่งกลับที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สถาบันวิจัยฯดังกล่าว การดำเนินการจะครอบคลุมกับทุกโครงการระบบราง ไม่เพียงแค่รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเท่านั้น โดยในขณะนี้กระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)เพื่อจัดตั้งในรูปแบบขององค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ กล่าวว่าจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 60 &amp;nbsp;มีคำสั่งให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อดำเนินงานพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาบุคลากรทั้งระดับวิศวกรและช่างเทคนิคสำหรับรองรับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางนั้น จะต้องพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชน พ.ศ. 54 พร้อมทั้งจะมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ได้กำหนดให้คณะอนุกรรมการดังกล่าว จะต้องประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าและข้อสรุปในทุกเดือน โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 6 เดือนนี้ เพื่อให้สามารถจัดตั้งได้ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว ระบุว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร &amp;nbsp;(สนข.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กลับไปจัดลำดับความสำคัญของอำนาจหน้าที่ รวมถึงกรอบนโยบายต่างๆ ของสถาบัน และบทบาทต่างๆ ก่อนส่งให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากนี้ไปคาดว่าจะมีการประชุมติดตามเรื่องดังกล่าวภายใน 1-2 เดือน จากนั้นจะเสนอเรื่องไปที่กฤษฎีกา คากว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากเรื่องดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้มีการเร่งรัดให้ดำเนินการโดยร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7895</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, รมช.คมนาคม, ระบบราง, องค์การมหาชน, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c42b568053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
