<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัยค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก &#039;กระเจียวอรุณ-ช่อม่วงพิทักษ์&#039; พืชถิ่นเดียวจากภาคเหนือของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19​ ต.ค.64 -&amp;nbsp;ทีมนักพฤกษศาสตร์จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์​&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย ดร.จรัญ มากน้อย ดร.ศรายุทธ รักอาชา และดร.วรนาถ ธรรมรงค์ นักพฤกษศาสตร์จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์ ร่วมกับ รศ.ดร.สุรพล แสนสุข นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และรศ. ดร.ปิยะพร แสนสุข นักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ค้นพบพืชสกุลขมิ้น (Curcuma L.) วงศ์ขิง (Zingiberaceae) ชนิดใหม่ของโลก จากภาคเหนือของประเทศไทย จัดเป็นพืชถิ่นเดียวและยังเป็นพืชหายากของประเทศไทยและของโลก โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติ Biodiversitas ปีที่ 22 ฉบับที่ 9 หน้าที่ 3910&amp;ndash;3921 จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ 1.กระเจียวอรุณ ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma aruna Maknoi &amp;amp; Saensouk คำระบุชนิด &amp;ldquo;aruna&amp;rdquo; หมายถึงสีของดอกที่มีสีเหลืองอร่ามคล้ายกับสีในช่วงรุ่งอรุณในตอนเช้าและยังมีความหมายว่า &amp;ldquo;รุ่งอรุณแห่งความสุข&amp;rdquo; ที่เป็นความหมายของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พบพืชชนิดนี้ การกระจายพันธุ์เฉพาะที่ป่าบริเวณเขาหินปูนในจังหวัดสุโขทัย ลักษณะเด่นคือ ดอกออกก่อนใบ เกือบทุกส่วนของพืชมีผิวเกลี้ยง ช่อดอกออกเป็นกระจุกติดกับพื้นดิน มีใบประดับ 6&amp;ndash;12 อัน ใบประดับสีเขียวและดอกสีเหลือง ออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ช่อม่วงพิทักษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma pitukii Maknoi, Saensouk, Rakarcha &amp;amp; Thammar. คำระบุชนิด &amp;ldquo;pitukii&amp;rdquo; ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ นายพิทักษ์ ปัญญาจันทร์ อดีตเจ้าหน้าที่องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ที่ทำงานสนับสนุนด้านพฤกษศาสตร์มากกว่า 25 ปี และเป็นผู้พบพืชชนิดนี้ระหว่างสำรวจความหลากหลายของพรรณไม้ในภาคเหนือของประเทศไทย การกระจายพันธุ์เฉพาะที่ป่าผลัดใบในจังหวัดลำปางและลำพูน ลักษณะเด่นคือ ดอกเกิดระหว่างซอกใบ ใบประดับมีสีม่วงอ่อนจนถึงม่วงเข้มในระยะติดดอก กลีบดอกมีสีม่วงอ่อนถึงม่วงเข้ม กลีบปากสีขาวและมีแถบสีเหลืองบริเวณกลางกลีบ ออกดอกในช่วงเดือนสิงหาคม มีการใช้ประโยชน์จากท้องถิ่น โดยนำเหง้ามารักษาอาการโรคกระเพาะและบรรเทาอาการท้องอืด รวมถึงเหง้าอ่อนและดอกนำมารับประทานเป็นผัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมนักพฤกษศาสตร์จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์ฯระบุว่า​&amp;nbsp;พืชทั้ง 2 ชนิด ปัจจุบันจัดเป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย มีการนำมาใช้ประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ยาสมุนไพรและไม้ประดับ ปัจจุบันมีจำนวนประชากรน้อย เนื่องจากมีถิ่นอาศัยที่มีความจำเพาะ จึงอาจมีความเปราะบางหรือสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ควรมีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ ซึ่งในอนาคตทีมนักวิจัยยังมีแผนที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชกรรม สารสกัดทางยาและดำเนินการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำกลับคืนถิ่นสู่ป่าธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การค้นพบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และยังมีพืชพรรณชนิดใหม่ๆ ที่รอการค้นพบอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผืนป่าธรรมชาติกำลังถูกทำลายลงไป พืชพรรณหลายชนิดอาจสูญพันธุ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีภารกิจในการศึกษาวิจัยด้านพืชและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างความรู้ให้เป็นฐานการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การศึกษาวิจัยด้านอนุกรมวิธานพืช โดยนักพฤกษศาสตร์ขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ ร่วมกับนักวิชาการนักวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้มีการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การอนุรักษ์ขยายพันธุ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120194</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดอกกระเจียว, องค์การสวนพฤกษศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e6c71cf8c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เปิดให้เข้าชม11ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ย.2564 &amp;ndash; เพจองค์การสวนพฤกษศาสตร์โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูประบุว่า &amp;nbsp;สวนพฤกษศาสตร์ฯ พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ 11 กันยายน 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนพฤกษศาสตร์ฯ ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2564 นี้เป็นต้นไป ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID - 19 อย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่ดีมีคุณภาพ เพื่อความอุ่นใจของผู้เข้ามาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ฯ แล้วมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติบนดอยสูง สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่น ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจีในช่วงฤดูฝน โดยสามารถเลือกชมพรรณไม้ได้หลากหลายภายในโรงเรือน หรือในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติก็ทำให้เพลิดเพลินใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมถึงสนุกสนานกับการถ่ายภาพ MUSEUM 4D ชุดสวยสังหาร ภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษภายในร้านขายของที่ระลึก Golden gardenia อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 5384 1234 และ Facebook สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;#เที่ยวเชียงใหม่ #รีวิวเชียงใหม่ #สวนพฤกษศาสตร์ #แม่ริม #เชียงใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115988</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, นักท่องเที่ยว, สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, องค์การสวนพฤกษศาสตร์, อำเภอแม่ริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_613810948f565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา! ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก &#039;โสกเหลืองแม่เมย&#039; เมล็ดกินได้ ดอกสวยงามแปลกตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2​ ก.ย.64 - นักพฤกษศาสตร์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก โสกเหลืองแม่เมย (Saracathailandica) ในพื้นที่ป่า อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หลังลงพื้นที่ทำการศึกษาวิจัยภูมิปัญญาพื้นบ้านและสำรวจการใช้ประโยชน์จากพืชของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ต่อมาได้นำเมล็ดพันธุ์มาเพาะขยายพันธุ์ เพื่อจะนำมาปลูกลงดินให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา และชมความสวยงามของโสกเหลืองแม่เมย ที่ออกดอกสีเหลืองอร่ามตามลำต้นสวยงามแปลกตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก &amp;lsquo;โสกเหลืองแม่เมย&amp;rsquo; ครั้งนี้ นายวิทยา ปองอมรกุล นักพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน (Ethnobotanist) สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่​และคณะ ได้ทำการศึกษาวิจัยภูมิปัญญาพื้นบ้านและสำรวจการใช้ประโยชน์จากพืชของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ในการวิจัยในท้องที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้พบกับชาวบ้านชาติพันธุ์ชนกะเหรี่ยงกำลังนำฝักอ่อนของพืชวงศ์ถั่ว (Fabaceae) ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับฝักของพืชสกุลโสกน้ำโสกเหลือง หรือ​ ศรียะลา (Saraca) แต่ในขณะนั้น ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นชนิดใด นำมาย่างไฟ เพื่อรับประทานเมล็ดภายในฝักทางคณะจึงได้สอบถามและทราบชื่อท้องถิ่นของพืชชนิดนี้ว่า &amp;lsquo;ตะนา&amp;rsquo; (ภาษากะเหรี่ยง) นอกจากการนำฝักมาย่างไฟแล้ว ยังสามารถนำเมล็ดมาต้มและนำไปตำเป็นส่วนประกอบของน้ำพริกรับประทานได้ด้วย นอกจากนี้เปลือกของต้นพืชชนิดนี้ ยังใช้เป็นสีย้อมผ้า ให้สีแดงสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา คณะวิจัยซึ่งประกอบด้วย นายวิทยา ปองอมรกุล, ดร.ประทีป ปัญญาดี, นายนัทธี​ เมืองเย็น นักพฤกษศาสตร์จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังคณา อินตา จากภาควิชาชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันศึกษาและตรวจสอบลักษณะของพืชชนิดนี้อย่างละเอียด จึงพบว่า​ เป็นพืชชนิดใหม่ของโลก และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชชนิดนี้ว่า SaracathailandicaPongamornkul,Panyadee&amp;amp;Inta หรือนามสกุลนักวิจัยที่ค้นพบครั้งนี้มีความหมายว่า พืชแห่งประเทศไทย เรียกชื่อไทยว่า &amp;quot;โสกเหลืองแม่เมย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโสกเหลืองแม่เมย​ จะพบเห็นกระจายตามธรรมชาติบริเวณริมน้ำ ตามป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ที่ความสูง 1,000&amp;ndash;1,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ปัจจุบันพบเฉพาะในประเทศไทย ในท้องที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน​ และ พื้นที่ อ.อก๋อย จ.เชียงใหม่ แต่อาจมีการกระจายพันธุ์ในบริเวณชายแดนฝั่งประเทศเมียนมาร์ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะแก่การปลูกสำหรับฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณต้นน้ำในพื้นที่สูงอีกชนิดหนึ่ง​นอกจากจะได้ประโยชน์ในเรื่องของพื้นที่ป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์แล้ว เมล็ดยังสามารถนำมาเป็นอาหารได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา ปองอมรกุล นักพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน องค์การสวนพฤกษศาสตร์ เปิดเผยว่า สำหรับโสกเหลืองแม่เมย มีลักษณะแตกต่างจากโสกเหลือง ทั่วไปคือ เกสรตัวผู้ของดอกจะมีประมาณ 7 อัน ส่วนเกสรดอกโสกเหลืองทั่วไปจะมีประมาณ 4 อัน หรือเท่ากับจำนวนของกลีบดอก นอกจากนี้ระยะการออกดอกจะต่างกันโสกเหลืองแม่เมย จะออกดอกในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งจะออกดอกตามลำต้น ส่วนโสกเหลือจะออกช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และจะออกดอกตามยอดใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เป็นการค้นพบที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาต่อยอดในการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยเพื่อการขยายผลสู่การนำไปใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในอนาคตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจและทำการศึกษาวิจัย ได้มีโอกาสเก็บเมล็ดพันธุ์ของต้นโสกเหลืองแม่เมย จำนวนหนึ่งนำมาทดลองเพาะขยายพันธุ์ จำนวนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เมล็ดพันธุ์ ได้เจริญเติบโตเป็นต้นกล้ามีอายุประมาณ 3 ปี โดยหลังจากนี้ทีมวิจัย จะได้นำต้นกล้าต้นโสกเหลืองแม่เมย ทั้งหมดนำมาเพราะปลูกในพื้นที่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาธรรมชาติ และชมความสวยงามของโสกเหลืองแม่เมย ที่ออกดอกสีเหลืองตามลำต้นสวยงามแปลกตาอีกด้วย​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115384</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, พืชวงศ์ถั่ว, สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, องค์การสวนพฤกษศาสตร์, โสกเหลืองแม่เมย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130562501ded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
