<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;เล็งปิดสวนสัตว์ทุกแห่ง14วันทำบิ๊กคลีนนิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับทางองค์การสวนสัตว์ในการขอปิดสวนสัตว์ทุกแห่ง 14 วัน ตามแนวทางของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มี.ค. และในขณะที่ปิดนั้นก็จะให้องค์การสวนสัตว์ดำเนินการ ดูแลสถานที่และ ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงในพื้นที่หลายส่วน รวมทั้งปรับปรุงทัศนียภาพ ถือเป็นโอกาสที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้สั่งการไปยังทุกสำนัก ที่ดูแลอุทยานแห่งชาติทุกแห่งเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อยมาก บางแห่งไม่มีเลย จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะฟื้นฟูธรรมชาติได้อย่างเต็มที่โดยไม่ได้ปิด แต่ให้ดำเนินการซ่อมแซม จุดบริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก โดยให้ดูว่าตรงไหนปรับปรุงได้ก็ขอให้ดำเนินการ เช่น ภูกระดึง ที่ปีนี้ปิดเร็วขึ้น 2 เดือน ทั้งมีปริมาณน้ำน้อย ไฟไหม้ป่า นักท่องเที่ยวน้อยลง ซึ่งขณะนี้ล่าสุด จะเห็นว่าความเขียวขจีเริ่มกลับมาแล้ว สัตว์ป่าก็เริ่มกลับมา ดังนั้นในส่วนของกรมอุทยานฯจะฟื้นฟูอุทยานฯทุกแห่งให้เต็มที่เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามา &amp;nbsp;เป็นจำนวนมหาศาลหลังจากที่โควิด-19 ผ่านพ้นไป ดังนั้นเราจะใช้เวลาว่างในช่วง 2-3 เดือนนี้ให้เป็นประโยชน์ และเป็นการใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นส่วนหนึ่งด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทส., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, วราวุธ ศิลปอาชา, สวนสัตว์, องค์การสวนสัตว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67054fbd3e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์การสวนสัตว์เปิดศูนย์อนุรักษ์ &#039;นกกระเรียนพันธุ์ไทย&#039; แหล่งเรียนรู้ใหม่บุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การสวนสัตว์ (อสส.) ร่วมกับหลายหน่วยงาน เปิดศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย อย่างยิ่งใหญ่ มุ่งหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มอีก 10 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 -ที่ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ องค์การสวนสัตว์ (อสส.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรกว่า 10 หน่วยงาน เปิดศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด มีนายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน และประชาชน ร่วมงานจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่ต่างตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธ์ไทย จนทำให้ก่อเกิดเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ภายในงานได้มีการเปิดอาคารศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมนี้ได้มีการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติจำนวน 10 ตัว และจัดแสดงนิทรรศการกิจกรรมฐานการเรียนรู้ของกลุ่มเครือข่ายที่สนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล กล่าวว่า ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทยแห่งนี้ เป็นการต่อยอดการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่มีความสำคัญระดับโลกในพื้นที่ภาคการผลิตของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างจากบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นการถ่ายทอดความสำเร็จด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชุมชน และองค์ความรู้ท้องถิ่นที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังจะสามารถต่อยอดในการสร้างโอกาสทางด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ชุมชนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป ได้มีแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยแบบจับต้องได้ตามหลักวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน องค์การสวนสัตว์ประสบความสำเร็จ และมีการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติได้มากถึง 105 ตัว มีชีวิตรอดในธรรมชาติ 71 ตัว และทำให้มีลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยเกิดในธรรมชาติไม่น้อยกว่า 15 ตัว หลังจากที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติกว่า 50 ปี อย่างไรก็ตามหวังว่า ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทยจะเป็นศูนย์แห่งการเรียนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42775</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, นกกระเรียนพันธุ์ไทย, ปล่อยนกกระเรียนคืนธรรมชาติ, ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย, องค์การสวนสัตว์, แหล่งท่องเที่ยวใหม่บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47fd5bc3cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
