<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 22:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัตช์อ้างสกัดกั้นรัสเซียโจมตีไซเบอร์องค์การห้ามอาวุธเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยความมั่นคงของเนเธอร์แลนด์อ้างว่าสามารถขัดขวางการโจมตีไซเบอร์โดยรัสเซีย ที่มุ่งเป้าเจาะระบบขององค์การห้ามอาวุธเคมี ขณะรัฐบาลหลายชาติตะวันตกกล่าวโทษรัสเซียวางแผนแฮ็กครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เผยภาพของกลุ่มบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นสายลับรัสเซีย ที่ลานจอดรถใกล้องค์การห้ามอาวุธเคมี ในกรุงเฮก เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ / DUTCH DEFENSE MINISTRY / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ว่าคำกล่าวหาของเนเธอร์แลนด์นั้นประกาศออกมาไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลังรัฐบาลอังกฤษและออสเตรเลียกล่าวโทษสำนักงานข่าวกรองทหารของรัสเซีย (จีอาร์ยู) ว่ามีแผนเจาะระบบครั้งใหญ่ โดยเป้าหมายรวมถึงพรรคเดโมแครตของสหรัฐ และหน่วยงานต่อต้านการใช้สารกระตุ้นขององค์กรด้านกีฬาระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของเนเธอร์แลนด์นั้น ทางการดัตช์ได้เนรเทศบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นสายลับรัสเซีย 4 คนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากพบว่าจีอาร์ยูมีความพยายามโจมตีองค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ในกรุงเฮก ในลักษณะแบบนิยายสายลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคงดัตช์กล่าวว่า สายลับรัสเซียได้นำรถยนต์คันหนึ่งซึ่งติดต้้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาจอดไว้ในที่จอดรถของโรงแรมแมริออต ซึ่งอยู่ถัดจากสำนักงานของโอพีซีดับเบิลยู และพยายามแฮ็กระบบไวไฟและพาสเวิร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรนี้ ช่วงเวลาที่รัสเซียพยายามโจมตีนั้น โอพีซีดับเบิลยูกำลังสอบสวนการใช้สารพิษทำลายประสาทโนวิช็อกลอบสังหารเซอร์เกย์ สกรีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย กับลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษ แต่เจ้าหน้าที่ดัตช์กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าการโจมตีไซเบอร์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการดัตช์กล่าวด้วยว่า เมื่อสายลับรัสเซียโดนหน่วยข่าวกรองดัตช์และอังกฤษสะกดรอยตาม พวกเขาก็ทิ้งเบาะแสไว้ ซึ่งรวมถึงแลปท็อป และใบเสร็จค่าแทกซีจากสำนักงานใหญ่จีอาร์ยูไปยังสนามบินมอสโก การตรวจแลปท็อปยังเชื่อมโยงเครือข่ายนี้ไปถึงบราซิล, สวิตเซอร์แลนด์ และมาเลเซีย ที่กำลังสอบสวนการเหตุเที่ยวบินเอ็มเอช 17 โดนยิงตกที่ยูเครนเมื่อปี 2557.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัตช์, รัสเซีย, สกัดแผน, สำนักงานข่าวกรองทหารรัสเซีย, องค์การห้ามอาวุธเคมี, เนเธอร์แลนด์, โจมตีไซเบอร์, โอพีซีดับเบิลยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb62b369ea72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมริบเครื่องราชฯ &#039;บาชาร์ อัลอัสซาด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสอ้างเหตุผลสวยหรูว่าการรุมโจมตีซีเรียของฝรั่งเศส, สหรัฐและอังกฤษ ทำเพื่อปกป้อง &amp;quot;เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; และเตรียมถอดเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดที่เคยมอบให้ &amp;quot;บาชาร์ อัลอัสซาด&amp;quot; ขณะรัฐบาลของเขาอ้างมี &amp;quot;ความเป็นไปได้สูง&amp;quot; ที่หลักฐานการใช้อาวุธเคมีจะปลาสนาการจากเมืองดูมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวต่อรัฐสภายุโรป เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561/ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันอังคารที่ 17 เมษายน 2561 กล่าวหารัสเซียและซีเรียว่า ปฏิเสธไม่ให้คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ลงพื้นที่เมืองดูมาชานกรุงดามัสกัส เพื่อตรวจพิสูจน์ว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏ เมื่อวันที่ 7 เมษายน หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความเป็นไปได้สูงว่า หลักฐานและองค์ประกอบที่สำคัญจะสูญหายไปจากสถานที่นั้น ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรัสเซียและซีเรียอย่างสมบูรณ์&amp;quot; สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำแถลงของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียปฏิเสธว่าตนไม่ได้พยายามขัดขวางการสืบสวน และว่าคณะผู้ตรวจสอบซึ่งเดินทางถึงกรุงดามัสกัสเมื่อวันเสาร์ มีกำหนดเยือนเมืองดูมาในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าวด้วยว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ซีเรียต้องอนุญาตตามคำร้องขอของโอพีซีดับเบิลยูอย่างเต็มที่ทันทีโดยไม่มีอุปสรรค ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ผู้คน หรือเอกสารสำหรับการค้นหาข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำเตือนของฝรั่งเศส เคน วอร์ด ทูตสหรัฐประจำโอพีซีดับเบิลยู ก็แสดงความหวั่นเกรงเช่นกันว่ารัสเซียอาจเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียปฏิเสธกับบีบีซีว่า รัสเซียไม่เข้าไปยุ่งเหยิงกับสถานที่นั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสและอังกฤษ ร่วมมือกับสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกถล่มเป้าหมาย 3 แห่ง ที่พวกเขาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธเคมี เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีมาครงได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก และได้แก้ต่างให้ปฏิบัติการนี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อปกป้อง &amp;quot;เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; ต่อพฤติกรรมของซีเรียที่ต้องสงสัยว่าละเมิดอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมีแห่งองค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อคืนวันจันทร์ สำนักงานของมาครงเปิดเผยว่า รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังเตรียมกระบวนถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ชั้นสูงสุด ที่ฝรั่งเศสเคยมอบให้กับประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรียเมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก (ขวา) จับมือกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ที่มาเยือนกรุงปารีส&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2544 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก ของฝรั่งเศสขณะนั้น มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์กร็อง-ครัว หรือชั้นนักบุญมหากางเขนซึ่งเป็นชั้นประถมาภรณ์ ให้แก่อัสซาด ไม่นานภายหลังอัสซาดขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากฮาเฟซ อัลอัสซาด บิดาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเพียงประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งดำรงตำแหน่งสูงสุดของกองพลเกียรติยศนี้เท่านั้น ที่สามารถตัดสินใจถอดถอนเกียรติยศที่เคยมอบให้แก่ชาวต่างชาติได้ แต่ละปีมีผู้ได้รับมอบเครื่องราชฯ ประมาณ 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 400 รายที่ได้รับการยอมรับว่าได้สร้างคุณูปการต่อฝรั่งเศส หรือปกป้องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพสื่อมวลชน หรือสร้างประโยชน์ด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของตนเองหลายครั้งในช่วงสงครามกลางเมืองยาวนาน 7 ปี ชาติมหาอำนาจตะวันตกรังเกียจเดียดฉันท์เขา แต่อัสซาดยังได้รับการอุ้มชูจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เข้าแทรกแซงทางทหารจนช่วยให้อัสซาดสามารถกำราบพวกกบฏลงได้ ปูตินก็ได้รับมอบเครื่องราชย์ชั้นเดียวกันนี้จากชีรัก เมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดไม่ใช่ชาวต่างชาติคนแรกที่มาครงริบเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดนี้ ก่อนหน้านี้ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน นักสร้างภาพยนตร์ผู้ทรงอิทธิพลของฮอลลีวูด ก็ถูกถอดเกียรติยศนี้ภายหลังผู้หญิงหลายคนกล่าวหาเขาว่าคุกคามทางเพศและข่มขืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ฝรั่งเศส, มาครง, ริบเครื่องราชย์, องค์การห้ามอาวุธเคมี, อัสซาด, อาวุธเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5fa35a131f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลสอบ OPCW ยัน ยาพิษจากรัสเซียโจมตีอดีตสายลับสองหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การห้ามอาวุธเคมี (OPCW) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ยืนยันผลการสอบของอังกฤษ ที่ระบุว่าสารพิษทำลายประสาทที่ใช้ลอบทำร้ายอดีตสายลับรัสเซียและลูกสาวของเขาที่อังกฤษเมื่อเดือนที่แล้วนั้น มีแหล่งที่มาจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ เซอร์เกย์ สครีปัล ขณะขึ้นศาลทหารรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2549 / Kommersant Photo / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสรุปขององค์กรจากกรุงเฮกแห่งนี้ ซึ่งเผยแพร่ในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 12 เมษายน กล่าวว่า ตัวอย่างที่โอพีซีดับเบิลยูทดสอบ &amp;quot;ยืนยันผลสอบของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสารเคมีพิษนี้&amp;quot; ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้ชี้ว่าเป็นสารเคมีพิษที่มีความบริสุทธิ์สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น รายงานสรุปที่เปิดเผยต่อสาธารณะฉบับนี้ โอพีซีดับเบิลยูไม่ได้ให้การประเมินว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุวางยาพิษทำร้ายเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย พร้อมกับยูเลีย ลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งทำให้ตำรวจนายหนึ่งล้มเจ็บไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอังกฤษและพันธมิตรหลายชาติ รวมถึงสหรัฐ พากันกล่าวโทษรัสเซียว่าอยู่เบื้องหลัง ทำให้รัสเซียปฏิเสธอย่างเดือดดาล และกระตุ้นให้เกิดความบาดหมางทางทูตที่ต่างฝ่ายต่างขับนักการทูตของอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอพีซีดับเบิลยูไม่ได้ระบุชนิดของสารเคมีดังกล่าว แต่บอกว่า ข้อมูลและโครงการของสารเคมีชนิดนี้จะระบุไว้ในรายงานลับฉบับสมบูรณ์ที่จะเปิดเผยต่อชาติสมาชิกที่ร่วมเป็นภาคีขององค์การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษระบุว่าสารนี้คือโนวีชอก ซึ่งเป็นสารเคมีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิตที่พัฒนาโดยรัฐบาลสหภาพโซเวียตในทศวรรษ 1970-1980.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7016</URL_LINK>
                <HASHTAG>OPCW, รัสเซีย, วางยาสายลับ, องค์การห้ามอาวุธเคมี, เซอร์เกย์ สครีปัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf655092aa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
