<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาWHOแนะบูสเตอร์ให้กลุ่ม60ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก (SAGE) มีคำแนะนำเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออ่อนแอ ควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นภูมิ ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนชนิดใดมาก็ตาม ส่วนผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวคหรือซิโนฟาร์มก็ควรได้ฉีดโดสที่ 3 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2564 ว่า คณะที่ปรึกษาด้านวัคซีนขององค์การอนามัยโลก (WHO) คณะนี้ประชุมกันนาน 4 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อทบทวนข้อมูลและข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และโรคอื่นๆ โดยในวันจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญคณะนี้ออกคำแนะนำว่า ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออ่อนแอในระดับปานกลางและรุนแรง ควรได้รับการเสนอให้ฉีดวัคซีนเพิ่มเติมด้วยวัคซีนทุกชนิดที่ผ่านการอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินของ WHO แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคคลเหล่านี้มีโอกาสน้อยที่จะตอบสนองต่อการฉีดวัคซีนอย่างเพียงพอ ภายหลังการฉีดวัคซีนชุดแรกตามมาตรฐาน และมีความเสี่ยงสูงต่อโรคโควิด-19 ขั้นรุนแรง&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นวัคซีนสำหรับการใช้งานฉุกเฉิน (EUL) แล้ว ได้แก่ วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค, แจนเซน, โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม, ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ SAGE ยังแนะนำว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวคและซิโนฟาร์มจากจีนครบโดสแล้ว ก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนโดสที่ 3 เพิ่มเติมด้วย ทั้งจากวัคซีนชนิดเดิม หรืออาจพิจารณาใช้วัคซีนต่างชนิดโดยขึ้นอยู่กับการจัดหาและการเข้าถึงวัคซีน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญคณะนี้ย้ำว่า พวกเขาไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นภูมิคุ้มกันแก่ประชากรโดยทั่วไป และตามคำแนะนำนี้ ประเทศทั้งหลายควรตั้งเป้าหมายเริ่มแรกที่การฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด 2 โดสแก่ประชากรก่อน แล้วจึงค่อยฉีดโดสที่ 3 โดยเริ่มที่กลุ่มประชากรที่อายุมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119470</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAGE, WHO, คณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก, ฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิ, ฉีดโดสที่3, ซิโนฟาร์ม, ซิโนแวค, ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง, วัคซีนโควิด-19, องค์การอนามัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_616452f9a0fac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOอนุมัติวัคซีนมาลาเรียฉีดให้เด็กชนิดแรกของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกประกาศรับรอง &amp;quot;Mosquirix&amp;quot; วัคซีนป้องกันโรคมาลาเรียชนิดแรกของโลก แนะนำให้ใช้กับเด็กเล็ก 4 โดสตั้งแต่วัย 5 เดือนถึง 2 ขวบ โดยเชื่อว่าจะช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากกว่า 400,000 คนในแต่ละปี เกินครึ่งเป็นเด็กในแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคมว่า ดับเบิลยูเอชโอตัดสินใจ &amp;quot;รับรองการใช้งานวัคซีนมาลาเรียชนิดแรกของโลกอย่างกว้างขวาง&amp;quot; ภายหลังทบทวนหลักฐานที่ได้จากโครงการนำร่องในประเทศกานา, เคนยา และมาลาวี ซึ่งได้ฉีดวัคซีน RTS, S/AS01 หรือ Mosquirix ที่ผลิตโดยบริษัทยา แกล็กโซสมิธไคลน์ (จีเอสเค) เมื่อปี 2530 ให้แก่ประชาชนในประเทศเหล่านี้มากกว่า 2.3 ล้านโดสนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า องค์การแนะนำให้ฉีดวัคซีนกับเด็กในภูมิภาคใต้ทะเลทรายซาฮาราของแอฟริกาและในภูมิภาคอื่นๆ ที่พบการแพร่เชื้อมาลาเรียในระดับปานกลางถึงสูง โดยฉีดให้แก่เด็กจำนวน 4 โดส เริ่มตั้งแต่วัย 5 เดือน จนถึง 2 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า มีเด็กทั่วโลกเสียชีวิตเพราะโรคมาลาเรีย 1 คนในทุก 2 นาที ข้อมูลเมื่อปี 2562 เผยอีกว่า เกินครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเพราะมาลาเรียทั่วโลกอยู่ใน 6 ประเทศในภูมิภาคใต้ทะเลทรายซาฮารา ในจำนวนนี้เกือบ 1 ใน 4 อยู่ในไนจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคต โอไบรอัน ผู้อำนวยการแผนกภูมิต้านทาน, วัคซีน และชีววิทยา ของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า ผลที่ได้จากโครงการวัคซีนนำร่องแสดงให้เห็นว่า วัคซีนนี้ทำให้โรคมาลาเรียระดับรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้ป่วยได้ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 30% วัคซีนนี้ยังมีความปลอดภัย, คุ้มค่าใช้จ่าย และสามารถส่งมอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่มีอยู่จำนวนมากเป็นวัคซีนต้านไวรัสและแบคทีเรีย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่องค์การอนามัยโลกรับรองการใช้วัคซีนต้านปรสิตในมนุษย์แบบกว้างขวาง วัคซีน Mosquirix นี้จะต่อต้านปรสิตพลาสโมเดียมฟัลซิพารัม ซึ่งเป็นปรสิตมาลาเรียที่อันตรายที่สุดจาก 5 สปีชีส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119098</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mosquirix, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, วัคซีนมาลาเรีย, องค์การอนามัยโลก, อนุมัติวัคซีนป้องกันมาลาเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ef870551b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOจับตาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ &#039;มิว&#039; หวั่นต้านวัคซีนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกกำลังเฝ้าจับตาไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ตั้งชื่อว่า &amp;quot;มิว&amp;quot; ซึ่งพบครั้งแรกในโคลอมเบียเมื่อเดือนมกราคม หวั่นการกลายพันธุ์ส่งผลถึงคุณสมบัติของไวรัสในการหลบเลี่ยงภูมิต้านทานจากวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 1 กันยายน อ้างคำประกาศด้านโรคระบาดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำสัปดาห์ เผยแพร่จากนครเจนีวาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์มิว หรือ B.1.621 กำลังได้รับการจับตามอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายพันธุ์นี้ถูกจัดให้เป็น &amp;quot;สายพันธุ์ที่น่าจับตา&amp;quot; การกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงของการต้านทานวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สายพันธุ์มิวมีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ถึงคุณสมบัติที่เป็นไปได้ของการหลบเลี่ยงภูมิต้านทาน&amp;quot; คำประกาศกล่าว พร้อมกับย้ำว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเกิดการกลายพันธุ์ใหม่ๆ ของไวรัส ในขณะที่อัตราการติดเชื้อกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะจากสายพันธุ์เดลตาที่แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นในกลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และในภูมิภาคที่ผ่อนคลายมาตรการป้องกันไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสทุกชนิด รวมถึงไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 ล้วนกลายพันธุ์ตลอดเวลา แต่การกลายพันธุ์ส่วนใหญ่มีผลกระทบน้อยหรือไม่มีผลกระทบเลยต่อคุณสมบัติของไวรัส อย่างไรก็ดี การกลายพันธุ์บางอย่างอาจส่งผลต่อคุณสมบัติของไวรัส และมีอิทธิพลต่อการแพร่กระจายได้ง่าย, ความรุนแรงของโรค และการต้านทานวัคซีน, ยา และมาตรการรับมืออื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ WHO ระบุไวรัสโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลไว้ 4 ชนิด รวมถึงแอลฟา ที่พบแล้วใน 193 ประเทศ และเดลตา ที่พบใน 170 ประเทศ ยังมีอีก 5 สายพันธุ์ซึ่งรวมถึงมิว ที่เป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสสายพันธุ์มิวพบครั้งแรกที่โคลอมเบีย แต่หลังจากนั้นมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศลาตินอเมริกาอีกหลายประเทศ และในยุโรป แต่ WHO กล่าวว่า ความชุกของสายพันธุ์นี้ทั่วโลกลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ในกลุ่มผู้ป่วยที่ผ่านการจัดลำดับแล้ว แต่ในโคลอมเบียนั้นความชุกของโรคอยู่ที่ร้อยละ 39.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115308</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, จับตาโควิดกลายพันธุ์, สายพันธุ์ที่น่าจับตา, สายพันธุ์มิว, องค์การอนามัยโลก, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f498336c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOทดสอบยา3ชนิดทั่วโลก หวังใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศทำการทดลองครั้งใหญ่ในมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยา 3 ชนิด ว่าสามารถทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาในโรงพยาบาลมีอาการดีขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ยา 3 ชนิดที่ดับเบิลยูเอชโอประกาศที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม ประกอบด้วย ยาอาร์ทีซูเนต (artesunate), อิมมาตินิบ (imatinib) และอินฟลิซิแมบ (infliximab) ที่จะทำการทดสอบกับผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลมากกว่า 600 แห่ง ภายใน 52 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า การค้นหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ยังคงเป็นความต้องการที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์ทีซูเนตเป็นยาต้านมาลาเรีย อิมาตินิบเป็นยาที่ใช้กับโรคมะเร็งบางชนิด ส่วนอินฟลิซิแมบเป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบางชนิด เช่น โรคโครห์นและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทผู้ผลิตยาทั้ง 3 ชนิดนี้บริจาคยาเพื่อใช้สำหรับการทดลองดังกล่าวและกำลังจัดส่งไปยังโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในการทดลองแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113028</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเบิลยูเอชโอ, ทดสอบยารักษาโควิด, ยาอาร์ทีซูเนต, ยาอินฟลิซิแมบ, ยาอิมมาตินิบ, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610ac3f87eb15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 23:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ฟังWHO ชาติตะวันตกเดินหน้าฉีดวัคซีนบูสเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐนำขบวนชาติตะวันตกปฏิเสธคำร้องขอจากองค์การอนามัยโลกที่ขอให้ประเทศร่ำรวยพักการฉีดวัคซีนโควิดโดสเสริมชั่วคราว เพื่อเน้นจัดหาวัคซีนให้แก่ประเทศยากจนก่อน ทำเนียบขาวบอกทำไปพร้อมกันได้ ส่วนฝรั่งเศสและเยอรมนียืนยันจะลุยฉีดบูสเตอร์ให้ผู้สูงอายุเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงเรียกร้องประเทศทั้งหลายและบริษัทต่างๆ ที่ควบคุมการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนแปลงนโยบายฉีดวัคซีนโควิด-19 โดสเสริมทันที แล้วให้ความสำคัญกับการแก้ไขความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจนในการกระจายวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงของเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาววันเดียวกัน เธอระบุว่า สหรัฐเห็นว่าข้อเสนอนี้เป็นทางเลือกที่ผิด สหรัฐบริจาควัคซีนมากกว่าประเทศใดในโลก และกำลังร้องขอให้ประเทศอื่นๆ บริจาคเพิ่มขึ้นด้วย สหรัฐมีวัคซีนสำรองเพียงพอสำหรับชาวอเมริกันทุกคน หากองค์การอาหารและยาอนุมัติวัคซีนบูสเตอร์ สหรัฐก็สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศว่า ฝรั่งเศสจะกำลังเตรียมแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 โดสที่ 3 ให้แก่ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่เดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเยอรมนี กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่า มีความตั้งใจจะฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ, ผู้ที่สูงอายุมากๆ และผู้ที่อยู่ในบ้านพักคนชรา เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ มีประชากรทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านการตรวจยืนยันอย่างเป็นทางแล้วมากกว่า 200 ล้านคน เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4.2 ล้านคน เอเอฟพีรายงานว่ามีวัคซีนได้รับการฉีดแล้วราว 4,300 ล้านโดสทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายของดับเบิลยูเอชโอนั้นต้องการทุกประเทศฉีดวัคซีนให้ประชากรอย่างน้อยร้อยละ 10 ภายในเดือนกันยายน, อย่างน้อยร้อยละ 40 ภายในสิ้นปีนี้ และร้อยละ 70 ภายในกลางปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลระบุว่า ประเทศรายได้สูงตามนิยามของธนาคารโลกนั้น ฉีดวัคซีนแล้ว 101 โดสต่อประชากร 100 คน แต่สำหรับประเทศรายได้ต่ำที่สุด 29 ประเทศ ตัวเลขนี้ลดลงเหลือเพียง 1.7 โดสต่อประชากร 100 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112363</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, วัคซีนบูสเตอร์, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610c18a3b0e49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 23:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 23:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัววัคซีนไม่พอ WHOเรียกร้องทั่วโลกพักฉีดบูสเตอร์ไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกระงับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ชั่วคราวอย่างน้อยถึงสิ้นเดือนกันยายน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการกระจายวัคซีนระหว่างชาติร่ำรวยและยากจน ขณะโอลิมปิกพบคลัสเตอร์โควิด-19 กลุ่มแรกแล้ว ด้านจีนจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศหลังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากสุดในรอบหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (FABRICE COFFRINI/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวที่เจนีวาเมื่อวันพุธที่ 4 สิงหาคม เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ พักการฉีดโดสกระตุ้นของวัคซีนโควิด-19 ไปถึงสิ้นเดือนกันยายนเป็นอย่างน้อย เพื่อช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการกระจายวัคซีนระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน เขากล่าวว่า การระงับบูสเตอร์ชั่วคราวจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการฉีดวัคซีนประชากรอย่างน้อยร้อยละ 10 ของทุกประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ให้แก่ประชากรอายุเกิน 60 ปี ส่วนเยอรมนีกล่าวเมื่อวันอังคารว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์นา ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรสกล่าวว่า เขาเข้าใจเหตุผลที่ประเทศต่างๆ ต้องการปกป้องพลเรือนของตนจากไวรัสสายพันธุ์เดลตา แต่เราไม่อาจยอมรับประเทศที่ใช้วัคซีนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในโลกไปแล้วและยังต้องการใช้เพิ่ม ในขณะที่คนในกลุ่มเปราะบางที่สุดในโลกยังไม่ได้รับการปกป้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเอเอฟพีระบุว่า นับแต่พบการระบาดครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้โรคโควิด-19 คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกแล้วไม่ต่ำกว่า 4,247,231 คน สหรัฐมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 614,295 คน ตามด้วยบราซิล 558,432 คน และอินเดีย 425,757 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่ยังดำเนินอยู่ในญี่ปุ่นตรวจพบการแพร่เชื้อแบบกลุ่มเป็นครั้งแรกแล้ว โดยในวันพุธนักกีฬาระบำใต้น้ำของกรีซทั้ง 12 คนต้องแยกกักตัวหลังจากสมาชิก 5 คนมีผลตรวจเป็นบวก และทำให้ทีมนี้ต้องถอนตัวจากการแข่งขันที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ โอลิมปิกโตเกียว 2020 มีรายงานตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสแล้ว 322 คนในกลุ่มผู้ที่มีส่วนร่วมกับการแข่งขัน ที่รวมถึงนักกีฬา, เจ้าหน้าที่ และสื่อ แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นที่ทำงานเป็นลูกจ้างหรือคนงานสัญญาจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีน ซึ่งเมื่อวันพุธตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 71 คน เป็นตัวเลขมากที่สุดนับแต่เดือนมกราคม รัฐบาลประกาศใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น บางเมืองปิดการคมนาคมในท้องถิ่นและสั่งให้ประชาชนอยู่บ้าน ล่าสุดจีนขยายการควบคุมถึงการเดินทางไปต่างประเทศด้วย โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศในวันพุธว่าจะหยุดออกหนังสือเดินทางทั่วไปและเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางออกนอกประเทศในกรณีที่ไม่จำเป็นและไม่เร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศไม่ถึงขั้นห้ามการเดินทางออกนอกประเทศทั้งหมด โดยยกเว้นให้สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษา, ทำงาน หรือทำธุรกิจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112259</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คลัสเตอร์โอลิมปิก, จีนห้ามออกนอกประเทศ, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, สายพันธุ์เดลตา, องค์การอนามัยโลก, เรียกร้องระงับบูสเตอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610ac3f87eb15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 00:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 23:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมใจไว้เลย WHOเตือนโลกอาจเจอกับโควิดสายพันธุ์&#039;อันตรายขึ้น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกเตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายยิ่งขึ้นอาจแพร่กระจายไปทั่วโลกและทำให้การหยุดยั้งการแพร่ระบาดทำได้ยากขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมการอิสระของดับเบิลยูเอชโอเผยแพร่หนึ่งวันภายหลังการประชุมเมื่อวันพุธ กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติ โดยดีดีเย ฮูซอน ประธานคณะกรรมการฉุกเฉินชุดนี้ ยอมรับกับผู้สื่อข่าวที่เจนีวาว่า แนวโน้มในขณะนี้น่าวิตกกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อปีครึ่งที่ผ่านมา หลังจากดับเบิลยูเอชโอประกาศ ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่าง​ประเทศ (PHEIC) ซึ่งเป็นระดับการเตือนขั้นสูงสุด เรายังคงไล่ตามไวรัสและไวรัสก็กำลังไล่ตามเรา แต่ตอนนี้ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่น่ากังวล 4 สายพันธุ์กำลังครอบงำการระบาดทั่วโลก ได้แก่ แอลฟา, บีตา, แกมมา และโดยเฉพาะเดลตา ที่แพร่กระจายได้รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น คณะกรรมการชุดนี้เตือนว่า ยังมีสิ่งที่เลวร้ายกว่ารออยู่ข้างหน้า โดยชี้ถึงความเป็นไปได้สูงที่จะอาจจะปรากฏและเกิดการแพร่กระจายทั่วโลกของไวรัสสายพันธุ์ที่น่ากังวลชนิดใหม่ที่อันตรายกว่าเดิม ที่อาจทำให้การควบคุมเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศว่าไวรัสชนิดใดเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลนั้น ดับเบิลยูเอชโอกำหนดขึ้นจากการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น มีอันตรายมากขึ้น หรือมีโอกาสที่จะรอดการป้องกันของวัคซีนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109889</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์น่ากังวลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f069c021871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
