<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาซื้อได้แล้ว!อย.อนุมัติขึ้นทะเบียนชุดตรวจโควิด-19แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)​ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขยายวงกว้าง และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนต้องรอคิวตรวจด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR เป็นจำนวนมาก และเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรอง อย.ได้เพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึง การตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ด้วยตนเอง ด้วยการอนุมัติขึ้นทะเบียนชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนรู้ถึงสถานการณ์การติดเชื้อของตนเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะเป็นการคัดแยกผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วขึ้นและให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที ขณะนี้ อย. อนุมัติขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน&amp;nbsp; 4 รายการ ซึ่งคาดว่าผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะเริ่มกระจายชุดตรวจไปถึงมือประชาชนได้ตั้งแต่วันนี้ (16 ก.ค.)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเองนี้จะวางจำหน่ายในสถานพยาบาล หน่วยงานของรัฐ และร้านขายยาที่มีเภสัชกร เพื่อให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการใช้ วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ วิธีการแปลผล ข้อปฏิบัติตัวหลังทราบผลการตรวจ และการทิ้งชุดตรวจอย่างเหมาะสม ขอให้ผู้บริโภคสังเกตที่ฉลากของชุดตรวจจะมีข้อความภาษาไทยระบุว่า &amp;ldquo;บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้&amp;rdquo; และเลขที่ประเมินเทคโนโลยี ที่ได้รับอนุมัติจาก อย. ปรากฏบนฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ด้วย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวจะเป็นการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้าหรือน้ำลาย โดยภายในชุดตรวจจะมีคู่มืออธิบายถึงวิธีการใช้ และวิธีการแปลผลฉบับภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและนำไปใช้ได้ได้อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคสามารถสามารถตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ได้ทางเว็บไซต์กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.aspx
กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ Medical - test_kit_covid19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองควบคุมเครื่องมือแพทย์. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.fda.moph.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้บริโภคไม่ควรซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเองผ่านทางสื่อออนไลน์หรือแหล่งอื่น เนื่องจากอาจได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน เสี่ยงต่อการนำไปใช้และแปลผลผิดพลาด สำหรับผู้ประกอบการที่จะโฆษณาจำหน่ายชุดตรวจต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อน หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจเชื้อ Covid 19, นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f10c339b7b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบข่าว!นายกฯแจงยิบปมวัคซีน ลั่นถ้าไม่เข้าตามช่องอย.-อภ.ก็มาไม่ได้ จะมาพบใครก็ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ศูนย์การค้า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 นอกสถานพยาบาล ว่า วันนี้ตนได้เห็นความพร้อมเพียงในเรื่องการเตรียมการตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างครบถ้วน ขอขอบคุณผู้ให้บริการ เจ้าของสถานที่ รวมถึงผู้ที่บริจาคสิ่งของดูแลช่วยเหลือให้กับผู้ที่เข้าฉีดวัคซีน โดยจะเห็นได้ว่าขณะนี้การบริหารวัคซีน การฉีดวัคซีนจะกระจายเร่งทำให้มากยิ่งขึ้นตามปริมาณวัคซีนที่ได้กระจายไป และมีหลายกลุ่มที่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีน ดังนั้นขอให้ฟังที่ตนพูด อย่าไปฟังที่อื่นพูด เพราะจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดไป และต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บ้าง เพราะทำงานแบบนี้เหนื่อย เสียสละและอดทน ซึ่งปกติการบริหารก็ยากอยู่แล้ว เพราะคนจำนวนมาก ถ้าหากทำให้สับสนไปเรื่อยๆ ขยายข่าวไปเรื่อยๆก็จะเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดก็จะมาลงที่เจ้าหน้าที่ จึงขอให้นึกถึงหัวใจของเจ้าหน้าที่บ้าง ตนขอแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนการให้บริการถือว่าเป็นการฉีดที่จะต้องบริหารวัคซีนที่ได้รับทั่วกรุงเทพฯ 25 จุด ตามจำนวนที่มอบไปตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการบริหารวัคซีน จะบริหารเป็นเดือน โดยจะให้ทุกคนได้ฉีดมากที่สุดในเดือนนั้น โดยเป้าหมายจะฉีดให้ได้ในเดือนธ.ค.และย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด แต่ยอมรับว่าการทำงานเพื่อคนหมู่มากในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คงไม่ต้องขอโทษ เพราะบางอย่างจำเป็นต้องมีความอ่อนตัวในการบริหารบ้าง ซึ่งการทำงานมีแนวทางกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าสถานการณ์จากระดับหนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การบริหารวัคซีน การจัดหาสถานที่ฉีด จำนวนผู้ฉีด การกระจายวัคซีน ทุกอย่างจะต้องมีการปรับ แต่ทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน ผมขอยืนยัน ขออย่าไปพูดว่าคนนั้นไม่ได้ฉีด คนนี้ได้ฉีด ขอความร่วมมือกับสื่อด้วย เรื่องใดที่ไม่เกิดประโยชน์ขอความกรุณาอย่าไปแพร่ในสื่อทุกชนิดเพื่อลดความขัดแย้ง เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะไปทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมไม่อยากให้ใครทะเลาะกันทั้งสิ้น ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม เราต้องไปด้วยกัน การทำสิ่งดีๆเพื่อสิ่งดีๆถือเป็นกุศลต่อตนเอง ทำให้ประเทศชาติฟื้นตัวขึ้น ช่วยกันทำความดี ผมบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการแจ้งความเอาผิดกับบริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ที่อ้างว่าเคยติดต่อกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะดำเนินการต่อไป คงไม่ต้องมาถามล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแผนการกระจายวัคซีนแอสตราเซเนกาที่จะเข้ามาในเดือนมิ.ย.ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วัคซีนทั้งหมดที่จะเข้ามาในเดือนมิ.ย.จะกระจายภายในเดือนมิ.ย.ทั้งหมด โดยจะกระจายไปให้ได้มากที่สุดและได้มอบนโยบายไปแล้ว ซึ่งได้บอกไปแล้วว่า เราจำเป็นต้องกระจายวัคซีนเป็นรายเดือน ไม่เช่นนั้นก็ต้องวางแผนไป 6 เดือน แล้วจะได้ตามนั้นหรือไม่ เพราะวัคซีนมาเป็นช่วงๆ ในแต่ละเดือนและการกระจายไปตามจุดต่างๆ จึงจำเป็นจะต้องวางแผนตรงนี้ ถ้าไม่มีการแพร่ระบาดขึ้นมาใหม่ก็คงเป็นไปตามแผนได้ แต่ในเมื่อมีการแพร่กระจายและมีการระบาดสูงในบางพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีการปรับในการนำวัคซีนเข้าไปในแต่ละพื้นที่ ตนยืนยันแล้วกันว่า ทุกคนจะได้รับการฉีดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม จะยังได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าได้ฉีดทุกคน 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ฉีดทั้งหมด ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมหรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่จะทำให้รวดเร็วมากขึ้น โดยเมื่อวานเพียงวันเดียวได้ 1 ล้านกว่าราย เพียงแต่วันนี้ต้องทำให้ระบบหมอพร้อมรองรับคนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันอื่นด้วย เพื่อนัดและติดตามผลการฉีดวัคซีน ทุกคนจะต้องได้รับการติดตามจากการเข้ารับการฉีดวัคซีน นี่คือการรับผิดชอบและการออกใบรับรอง รัฐบาลทำขนาดนี้ ส่วนจะมีความยุ่งยากหรือไม่อย่างไร ก็ต้องไปเก็บกันเอาเอง ขอร้องว่าอย่าไปคิดเพียงชั้นเดียวมันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในบางจังหวัดยังไม่มีแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกจังหวัดมีหมดอยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยยืนยันแล้ว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข (สสจ.)และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตามฉีดกันให้ทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงวัคซีนทางเลือก เช่น วัคซีนซิโนฟาร์ม มีความคืบหน้าอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็มีบริษัทเข้ามาติดต่อเป็นทางการแล้วกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งอย.ขึ้นทะเบียนแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจานำเข้า โดยต้องเข้าตามช่องทางที่ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายตามมาตรการ ถ้าไม่เข้าตามช่องก็มาไม่ได้ จะมาพบใครก็ไม่ได้ เพราะตนไม่ได้มีหน้าที่ตรงนั้น เพราะเป็นหน้าที่ของอย. และองค์การเภสัชกรรม (อภ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้รับรายงานกรณีอังกฤษพบ โควิด-19 สายพันธุ์ไทยแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;มันก็มีทุกสายพันธุ์นั่นแหละ ถ้ามันจะเกิด อย่าไปกังวลให้มากนักเลย วันนี้ขอให้ฉีดวัคซีนกันให้ได้เสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นก็รักษาได้ ขอให้ดูแลตัวเองป้องกันตัวเองถ้าไม่ดูแลตัวเอง ถ้าไม่ช่วยกันทำอะไรก็ไม่สำเร็จ อย่าไปจับผิดเล็กน้อย ถ้าถามมา ก็ตอบไปว่ารักษาได้ วัคซีนที่มีอยู่ก็ป้องกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104466</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำเข้าวัคซีนโควิด, บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, วัคซีนซิโนฟาร์ม, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b06ea00691e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งปลดล็อกการนำเข้าวัคซีนให้ได้เพิ่มขึ้น วอนปชช.อย่าไปที่อโคจร  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64- ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; แถลงภายหลังการหารือกับตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข นำโดยมีเกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ล่าสุดการเผยแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 โดยนายกฯได้บอกให้สื่อมวลชนระมัดระวังตัวกันด้วยในช่วงนี้&amp;nbsp; พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ตนเคยพูดไว้ว่าอะไรจะเกิดมันก็เกิด ตราบใดที่เรายังควบคุมไม่ได้ทั้งหมด แต่เมื่อเกิดแล้วเราต้องแก้ไข เราต้องดำเนินการต่อไปมันไม่มีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นแล้วจะจบปุ๊บปั๊บ&amp;nbsp; โดยเฉพาะเชื้อโรค วันนี้เราต้องมองไปข้างหน้าว่า ตอนนี้มีโควิดแล้ว&amp;nbsp; ข้างหน้าจะมีอะไรตามมีอีกหรือเปล่าไม่รู้เพราะโรคติดเชื้อมันมีมาทุก 5-10ปี เป็นเชื้อพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สรุปว่าวันนี้ นายกฯให้ความสำคัญกับการแพร่ระบาดในช่วงนี้ ทุกครั้งที่มียอดผู้ติดชื้อมากขึ้นก็เป็นธรรมดาที่เรามาพูดคุยกัน หาความร่วมมือระหว่างกัน วันนี้ได้เชิญทุกฝ่ายมาทำความเข้าใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาลในฐานะผู้บริหารในภาพรวม&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวข้องดูแลทางการแพทย์ การอำนวยความสะดวก การดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีน และ วันนี้ได้เชิญทางโรงพยาบาลเอกชนมาด้วย โดยสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้หารือในหลักการสำคัญคือทำอย่างไรจะมีวัคซีนเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ต้องไปแก้ไขเรื่องของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)&amp;nbsp; หรือ องค์การเภสัชกรรม ที่จะนำเข้าได้หรือไม่อย่างไร ถือเป็นวัคซีนทางเลือกเพราะตอนนี้มีวัคซีนเฉพาะที่รัฐบาลนำเข้า ก็ต้องไปหาทางจะเอาวัคซีนเข้ามาได้อย่างไร เพราะกติกาตอนนี้คือเป็นวัคซีนฉุกเฉินก็ต้องมีการพูดคุยหารือกัน ซึ่งวันนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการโดยมี นพ.ปิยะสกล&amp;nbsp; สกลสัตยาทร อดีตรมว.สาธารณสุข เป็นหัวหน้า สรุปว่าเรากำลังเดินหน้าไปสู่วัคซีนทางเลือกอีกอันหนึ่ง ซึ่งอันนี้จะมีผลต่อโรงพยาบาลเอกชนที่ยังไม่มีวัคซีนอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วย ต้องคุยกับเขาเพราะมีหลักการอย่างอย่างโดยเฉพาะทางด้านกฎหมายต้องไปหารือกันให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยินดีที่โรงพยาบาลเอกชนแสดงเจตจำนง จะหาวัคซีนช่วยภาครัฐ ซึ่งภาครัฐก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีการจดทะเบียบอยู่หลายชนิดเหมือนกัน เพราะการนำเข้ายังมีปัญหาเราต้องไปแก้ปลดล็อกตรงนี้เราจะทำอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่แค่เรา แต่มีปัญหาที่ต่างประเทศด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวต่อว่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ เราจะมีแนวทางว่า 1.วัคซีนที่รัฐจัดหา 2.วัคซีนทางเลือกที่เราจะนำเข้ามาใหม่เพิ่มเติม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภาคเอกชน ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับอย. และ องค์การเภสัชฯด้วยต้องใช้เวลาสักระยะ 3. ดูระยะเวลาการเข้ามาของวัคซีนเมื่อไหร่อย่างไร เพิ่มเติม ซึ่งเดือนเมย.จะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส&amp;nbsp; เดิมเราเข้ามาแล้ว 3.5 แสนโดส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเดือนต่อไปก็จะเข้ามาตามลำดับที่กำหนดไว้ เว้นเสียว่ามีปัญหาที่ต้นทางซึ่งเราคุมได้ยากเพราะวันนี้แพร่ระบาดไปทั้งโลก ซึ่งสำคัญที่เราตระหนกก็คือมีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 200-300-400&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; แต่เราควบคุมได้ โดยหาตัวบุคคลที่ติดเชื้อมาตรวจ&amp;nbsp; โดยมาอยู่ในสถานที่ควบคุม หรือ สเตทควอรันธีน ซึ่งเราเตรียมการไว้ทั้งหมด และได้เตรียมการหากมันแพร่ระบาดมากขึ้นจะทำอย่างไร โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เรากังวล แต่เรายืนยันว่านายกฯไม่ทอดทิ้งใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมอ&amp;nbsp; พยาบาลก็ติดเชื้อเข้าไปอีกเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เชื้อโควิดเข้าไประบาดในโรงพยาบาล ดังนั้นก็ต้องมีโรงพยาบาลสนามเพื่อตรวจคัดกรอง คนที่ไม่รักษาก็ไม่ ต้องรักษาไปอยู่โรงพยาบาลสนาม จะได้แบ่งเบาภาระไปได้ด้วย ส่วนเรื่องน้ำยาตรวจยืนยันว่ามีเพียงพอไม่ได้มีปัญหาอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สรุปว่าวันนี้เราคุยกันว่าการบริหารจัดการวัคซีน การฉีดวัคซีนทางเอกชนก็พร้อมที่จะฉีดช่วยรัฐบาลในระยะแรก ซึ่งรัฐบาลก็จะจัดสถานที่ฉีดให้ ซึ่งเดิมก็ทำอยู่แล้ว แต่ต่อไปถ้ามีวัคซีนทางเลือกเข้ามาใหม่ เขาก็สามารถให้บริการของเขาเองได้ ใช่ไหม อันนี้ก็เป็นกติกาของเราขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเอง&amp;nbsp; ขอให้ใส่หน้ากาก เว้นระห่าง ล้างมือ และเว้นไปในที่อโคจร คืออะไรรู้ไหม คือที่ที่ไม่ควรไป นี่คือมนุษย์ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นายกฯจะไปสั่งห้ามมันก็ไม่ใช่ มันก็มีอย่างเดียวคือปิดสถานบริการ ซึ่งวันนี้ก็มีแผนในการปิดอยู่แล้ว โดยปิดไปแล้ว 190 กว่าแห่ง เหลืออีก 41จังหวัดก็จะปิดไปอีก แล้วใครเดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดี๋ยวก็โอดมาขอความช่วยเหลือจากรัฐอีก ซึ่งมันต้องร่วมมือกันทั้งหมด โทษกันไปกันมาไม่เกิดประโยชน์อไรทั้งสิ้น เดี๋ยวคนรวยติด คนจนติด เราไปแบ่งแยกคนได้อย่างไร เพราะคนทุกคนก็คือคนไทย เราต้องทำงานเพื่อคนไทย นายกฯเข้ามาก็อย่างนี้แหละ มันต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม และวันหน้าก็จะมีการกระจายวัคซีนที่เข้ามาจำนวนมากไปเพิ่มเติมตามจังหวัดต่างๆด้วย ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีก็แล้วกัน หลายคนก็อยากจะฉีดแต่ไม่รู้ไปฉีดที่ไหน ซึ่งวันนี้เรามี แอปหมอพร้อม ก็แจ้งเข้ามา ซึ่งเขาจะนัดไปเองจะนัดไปฉีดที่ไหนอย่างไร เพราะถ้าทุกคนเอาตัวเองว่างโดยให้หมอบริการตามนั้นก็ไม่ได้มันต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง พวกนี้ก็ต้องไปรับการดูแล รัฐบาลก็สามารถใช้มาตรการอื่นเพิ่มเติม สงกรานต์ปีนี้ขอให้เป็นสงกรานต์นิวนอร์มอลที่ปลอดภัยได้หรือไม่ การสรงน้ำพระก็ยังมีอันตรายอยู่ ที่ไหนก็ตามที่มีคนจำนวนมากติดได้หมด เพราะผู้ที่ติดเชื้อบางคนไม่แสดงอาการ สิ่งสำคัญคือการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านดีที่สุด ส่วนหากจะมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ก็ขอให้ใส่หน้ากากกันทั้งสองฝ่ายด้วย ไม่ใช่ข้างหนึ่งใส่&amp;nbsp; ข้างหนึ่งไม่ใส่ ตนเห็นในรูปก็ไม่สบาย ไหว้และรดน้ำพระพุทธรูปได้กุศลที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากไหว้พระแล้วก็ต้องทำกุศล ทำบุญกับพระก็ได้พระ แต่ทำกุศลให้กับคนยากไร้คนจน เราต้องช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน มีจิตสำนักรู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ทุกศาสนาก็มีคำสอนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ห่วงช่วงเดือนรอมฎอน วันนั้นก็ประกาศไปแล้วขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด สถานการณ์โลกยังไม่หยุด มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวันบางประเทศมีผู้เสียชีวิตเป็นแสนคน ของเราก็ไม่ได้มากหรือน้อยเพราะชีวิตก็คือชีวิต แต่ก็ช่วยดูว่าสถานการณ์ภายนอก อาเซียนและเราเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการฉีดวัคซีนจะฉีดช้าหรือฉีดเร็วไม่ใช่ มันอยู่ที่จำนวนวัคซีนที่เรามีอยู่ หลายประเทศเขาได้มาโดยที่ไม่ต้องซื้อด้วยซ้ำไป เป็นการให้บริจาคมาให้ ประเทศเล็ก ๆน้อยๆ หรือการทดลองในระยะก็ส่งให้ทดลองฉีดไปก่อน จะเอาแบบนั้นไหมหล่ะก็ไม่กล้าอีก เพราะมาตรฐานเราดีอยู่แล้ว เราก็ต้องคัดกรองตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเราฉีดช้ากว่าเขา ก็วัคซีนมีเท่านี้ อย่างจังหวัดภูเก็ตที่มีการฉีดวัคซีนได้วันละ 14,000&amp;nbsp; คน ถ้าเต็มเราก็ฉีดได้ถ้ามีวัคซีน ทั้งนี้เราไม่ได้รับการบริจาควัคซีนแต่ ต้องซื้อเองทั้งหมด เพราะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงต้องมองบริบททั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งสำคัญต้องบริหารความเข้าใจ บริหารความรู้สึกคนให้ได้ ลดความแตกแยก ลดความแบ่งแยกกลุ่มนู้นกลุ่มนี้ ทุกคนคือประชาชนของประเทศทั้งสิ้น ผมเองก็ใช่ ในมุมหนึ่งผมเป็นนักการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีก็ใช่ แต่ผมคือประชาชนไม่ล่ะ หมอพวกนี้เป็นประชาชนไหมล่ะ ทุกคนก็มีสิทธิ์เหมือนกันตามรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องกำหนดขั้นตอน ความเร่งด่วน ความสำคัญต่างๆใครที่อยู่หน้างานก็ต้องดูแลเขาหน่อยทั้งหมอและพยาบาลก็ติดเชื้อกัน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธื กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องลดความแออัดของโรงพยาบาลให้ได้ จึงต้องตั้งงโรงพยาบาลสนาม เพราะหากอยู่ในโรงพยาบาลปกติก็จะไปแพร่เชื้อให้คนอื่นอีกก็ได้มีการหารือกันตรงนี้ ทั้งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการ โดยมีศ.เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นหัวหน้ากับคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุข และเอกชน ที่จะร่วมกันหาวัคซีนเพิ่มเติม รวมถึงการบริหารการฉีดวัคซีนที่ผ่านมาต้องขอบคุณสมาคมโรงพยาบาลเอกชนที่ได้ช่วยมาตลอด แต่วันนี้หากได้วัคซีนมาเพิ่มก็จะสามารถฉีดได้เร็วขึ้น จากที่รัฐบาลจะต้องฉีดวัคซีน 30 ล้านอาจจะลดลงไป วันนี้เราต้องฉีดวัคซีนให้กับคนทั้งประเทศ 40 ล้านคน แต่หาวัคซีนมาได้ 35 ล้าน ที่เหลืออีก 5 ล้านก็ต้องเอาเข้ามาให้ได้ ซึ่งจะมีการหารือกับเอกชนว่าเอาไปฉีดได้ไหมอย่างไร ซึ่งมันมีกติกาเยอะ กฎหมายก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98935</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดหาวัคซีน, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607006c82a7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ขอบคุณ อย.-บุคลากรทางการแพทย์ เร่งเตรียมการฉีดวัคซีนล็อตแรก พร้อมติดตามอาการใกล้ชิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผมขอขอบคุณทาง อย. ที่เร่งดำเนินการพิจารณาตรวจสอบวัคซีนล็อตแรก และขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่เร่งเตรียมการ เพื่อให้เรามีความพร้อมในเรื่องการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะที่สำคัญอย่างยิ่ง คือการเตรียมระบบการติดตามผล และอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคน #รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90238</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัคซีนโควิด, องค์การอาหารและยา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa8d8923fe85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.ไม่ได้แพ้สารพิษ!&#039;หมอหนู&#039;ชี้คนแพ้คือผู้บริโภคบ่นไม่รู้เก็บกรมวิชาการเกษตรไว้ทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ธ.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ขยายเวลายกเลิก พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก 6 เดือน และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนสารดังกล่าววันยันค่ำ แต่ตามกฎหมาย คณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่กระทรวงสาธารณสุขจะยังรณรงค์ต่อต้านสารพิษเต็มที่ เพราะเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจเข้ม งดซื้ออาหาร พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารปนเปื้อน องค์การอาหารและยา (อย.) กำลังดำเนินการออกสลากควบคุมให้ผู้บริโภครับทราบว่า อันไหนมีปนเปื้อน อันไหนปลอดภัย เพราะกฎหมายยังไม่ได้ห้าม แต่เราจะใช้มาตรการในการป้องกันทุกอย่างตามอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข ขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนการใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่มีการระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขแพ้เรื่องสารพิษนั้น กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้แพ้ แต่คนแพ้คือ ผู้บริโภคที่ต้องเสี่ยงรับสารอันตรายต่อไป ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่เราทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว เพื่อให้อาหาร พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารพิษตกค้างไปทำอันตรายประชาชนน้อยที่สุด&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะคืนกรมวิชาการเกษตร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยังไมได้คุยกับ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่คงต้องเป็นอย่างนั้นมั้ง ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51915</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9d26d9072e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้&#039;อย.-สคบ.&#039;ต้องปรับตัวด่วน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561 - ดร.นพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำเผยผลสำรวจ เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อความไม่ปลอดภัยใน เครื่องสำอาง อาหาร และยา กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,037 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 63.3% ไม่ทราบว่า สามารถตรวจสอบเลของค์การอาหารและยา (อย.) ได้ด้วยตนเอง ในขณะที่ 36.7% ทราบ โดยตรวจสอบผ่านเว็บ อย. สายด่วน อย. เว็บค้นหาทั่วไป และ แอพพลิเคชั่นนอกจากนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งน่าเป็นห่วง คือ ส่วนใหญ่หรือ 73.9% ไม่ทราบว่าสามารถตรวจสอบเลข จดแจ้ง เครื่องสำอางได้ ด้วยตนเอง ในขณะที่ 26.1% ทราบ โดยตรวจสอบผ่าน เว็บ อย. ฉลาก สายด่วน อย. แอพพลิเคชั่น และเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือ 91.9% พอใจการทำงานของตำรวจที่จับกุมดำเนินคดี ขบวนการ สวมเลข อย. ได้ ในขณะที่ 8.1% ไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ช่องทางที่เคยพบเห็นโฆษณา เครื่องสำอางผ่านสื่อต่างๆ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 83.6% พบเห็นผ่านทาง เฟซบุ๊ก รองลงมาคือ 51.6% พบเห็นผ่านทาง ทีวี &amp;nbsp;33.8% พบเห็นผ่านทางไลน์ ในขณะที่ 26.4% พบเห็นผ่านทางสิ่งพิมพ์ &amp;nbsp;20.9% ผ่านทางการบอกต่อ และ 7.8% ผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น เว็บไซต์ทั่วไป ทวิตเตอร์ &amp;nbsp;ยูทูป และอินสตาแกรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึง แหล่งที่เชื่อมั่นในการซื้อ สินค้า เครื่องสำอาง พบว่า เกินครึ่งหรือ 55.9% เชื่อมั่น เชื่อถือ บริษัท ชื่อสินค้า รองลงมาคือ 36.2% เชื่อคนรู้จักแนะนำ 22% เชื่อ คำโฆษณา 15.5% เชื่อดารา คนดัง และ 11.6% เชื่ออื่นๆ เช่น จากผู้เชี่ยวชาญ ดู คอมเมนท์ต่างๆ หาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า สารประกอบที่ใช้ในการผลิตและส่วนผสม ดูจากมาตรฐานการรับรอง และคนรู้จักที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ หน่วยงานที่ ประชาชนต้องการให้เร่งแก้ไข ปัญหาความไม่ปลอดภัยของประชาชนในการซื้อ เครื่องสำอาง อาหาร และ ยา พบว่า อันดับแรก ส่วนใหญ่ 78.3% ได้แก่ อย. รองลงมาคือ 72.4% ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และส่วนใหญ่เช่นกัน หรือ 63.5% ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่ 35.2% ระบุตำรวจ และ 2.5% ระบุอื่นๆ เช่น สื่อมวลชน โรงเรียน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ผลสำรวจ, มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ, สคบ., องค์การอาหารและยา, อย., อาหาร}สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, เครื่องสำอาง, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1c90c03235a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
